ไม้สี่โมง บทที่ 7 : แผนจับคู่ของคุณยายสินะ

ไม้สี่โมง บทที่ 7 : แผนจับคู่ของคุณยายสินะ

โดย : ปรียนันทนา

ไม้สี่โมง โดย ปรียนันทนา นวนิยายรักโรแมนติกที่อ่านเอามั่นใจว่าคุณจะต้องอมยิ้มอุ่นหัวใจ เรื่องราวของมัคคุเทศก์สาวและบุรุษพยาบาลหนุ่มที่เส้นทางชีวิตไม่น่าจะมาบรรจบกันได้ แต่เพราะคุณยายอุบลแท้ๆ ที่นำทั้งสองมาพบกันโดยบังเอิญ นี่คือภารกิจอันยิ่งใหญ่ที่กามเทพสูงวัยต้องทำให้สำเร็จ นิยายออนไลน์ที่เราอยากให้คุณได้อ่านออนไลน์

*************************

สนับสนุนอ่านเอาด้วยการสั่งซื้อหนังสือ “ในสวนอักษร” คลิกที่นี่

ใบหน้าของผู้สูงวัยที่นั่งรออยู่หน้าห้องตรวจเหลียวมองไปรอบกายคล้ายหาบางสิ่ง แม้เมื่อหญิงสาววัยกลางคนที่หน้าตาละม้ายคล้ายกันเดินเข้ามานั่งข้างกายเธอก็ยังคงมองหาด้วยกิริยาเช่นเดิม จนผู้อ่อนวัยกว่าพยายามชะเง้อมองหาไปด้วย แต่กลับไม่พบสิ่งใดหรือใครที่มีทีท่าว่าจะเข้ามาหามารดาของเธอเลย

“แม่มองหาใครคะ”

“อ้อ เปล่า กำลังคิดว่าคุณพยาบาลที่ชื่อปาณไปไหน”

“เค้าก็คงทำงานของเค้านั่นแหละ มีอะไรหรือเปล่า”

“ไม่มี แค่อยากคุยเฉยๆ เห็นเค้าอัธยาศัยดี”

“แปลกคนนะแม่ จะไปอยากคุยกับเค้าทำไมคะ”

ลูกสาวซึ่งสวมชุดเดรสยาวปกและแขนเสื้อเป็นแบบเสื้อเชิ้ตกับรองเท้าผ้าใบทำให้ดูอ่อนกว่าวัยจนไม่น่าเชื่อว่ามีลูกโตทำงานแล้ว เธอเปิดกระเป๋าแล้วหยิบโทรศัพท์มาดูเวลาอีกครั้งก่อนหันมาทางมารดา

“อีกตั้งครึ่งชั่วโมงกว่าถึงคิวแม่ค่ะ อยากกินอะไรไหมเดี๋ยวหนูไปซื้อที่ร้านกาแฟตรงบันไดเลื่อนให้”

“ไม่เอาหรอก ขี้เกียจไปเข้าห้องน้ำ เธอจะไปหาอะไรกินก็ไปเถอะยัยจงกล”

“งั้นเดี๋ยวหนูรีบมา ถ้าแม่จะเอาอะไรก็โทรมานะคะ”

จงกลณีพูดจบก็เดินไปฝากฝังมารดากับเจ้าหน้าที่หน้าเคาน์เตอร์ อีกฝ่ายยิ้มรับอย่างอ่อนหวานก่อนที่จะก้มหน้าก้มตาทำงานต่อไป

คุณอุบลมองไปรอบกายอีกครั้งจนมั่นใจว่าคงไม่ได้พบบุรุษพยาบาลคนที่เคยสนทนาแน่แล้วจึงหันความสนใจไปที่รายการโทรทัศน์ซึ่งทางโรงพยาบาลเปิดไว้ อาคารนี้เป็นอาคารใหม่เนื่องจากโรงพยาบาลต้องการสร้างเพื่อรองรับคนไข้ที่มีจำนวนมากขึ้นทุกปี คราวนี้หมอนัดคลินิกนอกเวลาคุณอุบลจึงรู้สึกคล้ายอยู่ในโรงพยาบาลเอกชน แม้โรงพยาบาลของรัฐแห่งนี้อยู่ในสังกัดกรุงเทพมหานครแต่หลานสาวได้หาข้อมูลมาว่าคุณหมอด้านกระดูกท่านนี้เก่งเลื่องชื่อทำให้ครอบครัวเห็นพ้องต้องกันที่จะพาเธอมาที่นี่ คุณอุบลนั่งดูละครย้อนหลังที่นำกลับมาฉายใหม่ เธอนั่งดูไปเรื่อยๆ แม้จำเนื้อเรื่องได้ดีหากก็ดีกว่าไม่มีสิ่งใดทำ ครู่หนึ่งลูกสาวก็กลับมาพร้อมเครื่องดื่มในมือ

“ไปเร็วจังยัยจงกล”

“ก็ร้านอยู่แค่นี้เองนี่คะ แม่เบื่อยัง อีกเดี๋ยวก็คงเรียกแล้วมั้ง”

จงกลณีมองเก้าอี้รอด้านหลังก็พบว่าผู้ที่รอเริ่มบางตาแล้ว แสดงว่าคงใกล้เวลาที่แม่ของเธอจะได้เข้าไปพบแพทย์แล้ว

“ไม่เบื่อหรอก ดูละครนี่ไง”

“ละครเรื่องนี้ฉายซ้ำมาสามรอบแล้วนะแม่ ไม่เบื่อหรือไงคะ”

“ก็ดูเพลินๆ ดี”

แม้จะขัดคอมารดาแต่เมื่อเผลอดูตามจงกลณีก็รู้สึกเช่นที่อีกฝ่ายพูดว่าดูไปก็เพลินดีเหมือนกัน กลายเป็นว่าสองแม่ลูกเป็นคู่หูในการดูละครทั้งในและนอกบ้านทีเดียว

“คุณอุบล เชิญค่ะ”

เสียงใสๆ เรียกให้สองแม่ลูกละสายตาจากเจ้าจอใหญ่สี่เหลี่ยมตรงหน้า ก่อนที่เจ้าหน้าที่จะเข็นรถคุณยายอุบลเข้าห้องแพทย์ไปอย่างเรียบร้อย

“สวัสดีครับ” นายแพทย์คนเดิมยกมือทำความเคารพคนไข้ผู้สูงวัยกว่า

“สวัสดีค่ะคุณหมอ”

“คุณยายเป็นยังไงบ้างครับ” นายแพทย์หนุ่มใหญ่ถามขณะก้มหน้าก้มตาเปิดแฟ้มประวัติคนไข้ “กินแคลเซียมตามที่หมอสั่งหรือเปล่า”

“กินค่ะ” คนไข้ตอบอย่างเกรงใจ ความจริงเธอรับประทานตามที่หมอบอกแต่เป็นการรับประทานเมื่อนึกได้เท่านั้น

“กินๆ ลืมๆ ค่ะหมอ เลยต้องเตือนทุกวัน”

นายแพทย์เพียงยิ้มและเลื่อนเก้าอี้มาตรวจบริเวณหัวเข่าตามขั้นตอน เมื่อครบเรียบร้อยก็กลับไปประจำที่พร้อมกับเขียนบางอย่างลงไปในแฟ้ม

“เดี๋ยวหมอสั่งแคลเซียมเพิ่มแล้วก็ให้มากายภาพนะครับ”

“อ้อ ดีค่ะ มาทำวันไหนคะ”

“อาทิตย์หน้าครับ แล้วก็จริงๆ แล้วถ้าสามารถทำธาราบำบัดได้จะดีมากๆ ที่โรงพยาบาลไม่มีแต่ถ้าคนไข้สะดวกก็หาที่ทำได้เลยนะครับ”

“ค่ะหมอ” จงกลณีตอบแทนมารดา

“งั้นวันนี้ไม่มีอะไรแล้วครับ หมอนัดอีกครั้งเดือนหน้านะ”

“ได้ค่ะ ขอบคุณนะคะหมอ”

คุณอุบลขอบคุณนายแพทย์ผู้ทำการรักษาด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม มาคราวนี้ไม่น่ากังวลเท่าครั้งแรกที่ทั้งลูกและหลานเคี่ยวเข็ญกระทั่งขู่ว่าหากไม่มาหาอาจต้องผ่าตัด ตอนนั้นทำเอาเธอกลัวแทบแย่ แต่เมื่อการตรวจรักษาครั้งแรกผ่านไปด้วยดีก็รู้สึกขอบคุณลูกหลานอยู่ในใจว่าถึงแม้พวกเขาจะทั้งขู่ทั้งปลอบแต่ทั้งหมดล้วนมาจากความเป็นห่วงทั้งสิ้น

………………………..

ระหว่างทางเดินไปห้องอาหารของโรงพยาบาลคุณอุบลรู้สึกว่าดีที่ไม่ต้องนั่งรถเข็นแล้วเพราะมาคราวนี้เธอไม่ได้รู้สึกปวดเข่าเหมือนครั้งแรก หากแต่ลูกสาวเป็นคนจัดแจงให้เจ้าหน้าที่นำรถมารับและเข็นไปที่แผนกเธอจึงไม่อยากขัดใจ

“ค่อยสบายหน่อย” คุณอุบลเดินช้าๆ มีไม้เท้าประคองไม่ให้ลงน้ำหนักมากเกินไป

“สบายอะไรคะแม่”

“เดินเองก็สบายกว่าน่ะสิ”

“หนูก็เป็นห่วงกลัวจะเมื่อย รู้แบบนี้ก็ไม่ต้องให้น้องเค้ามาเข็นหรอก”

“ย่ะ ขอบใจ แต่นี่เธอจะกินอะไรเหรอยัยจงกล กลับไปกินที่บ้านไม่ดีกว่าหรือ”

“แหม นานๆ มานอกบ้านทั้งที แล้วได้ยินว่าอาหารที่นี่อร่อย ราคาก็ไม่แพงนะแม่ ถ้าไม่กินก็ไปเดินๆ ดูหน่อยก็ได้”

ลูกสาวพูดพลางเดินไปถึงจุดแลกคูปองอย่างรวดเร็ว ปล่อยให้คุณอุบลยืนรอพลางหันไปมองรอบห้องอาหารของโรงพยาบาลที่จัดไว้เป็นระเบียบสะอาดตา มีมุมหนึ่งกั้นไว้สำหรับเจ้าหน้าที่ของโรงพยาบาล คุณอุบลมองไปก็พบบุรุษหนุ่มหน้าหวานซึ่งเคยได้สนทนากันครั้งก่อน เขากำลังนั่งรับประทานอาหารกับเจ้าหน้าที่ผู้หญิงสามสี่คน

“แม่มองอะไรคะ” จงกลณีถามขณะมองตามสายตามารดาไปข้างใน

“ก็นั่นเหมือนคุณพยาบาลคนนั้น”

“บุรุษพยาบาลที่ชื่อปาณัทน่ะเหรอคะ”

“ใช่ เธอว่าใช่ไหมจงกล”

“ใช่สิคะ หน้าตาแบบนี้ทั้งโรงพยาบาลมีคนเดียวแหละ” จงกลณีคิดเช่นที่เอ่ยออกมา

“เดี๋ยวเธอไปสั่งอาหารเลยยัยจงกล แม่จะนั่งโต๊ะตรงนั้นนะ รอคุณพยาบาลเดินออกมาแล้วจะได้ทักเค้า”

“นี่แม่จริงจังกับการเจอเค้าขนาดนี้เลยเหรอคะ”

ลูกสาวขำผู้เป็นมารดาจนอดแซวไม่ได้

“แหม พูดเหมือนฉันเป็นยัยแก่หลงเด็กหนุ่ม จะบ้าเหรอ แค่เห็นว่าเค้าอัธยาศัยดี มีโอกาสทักทายก็อยากคุยด้วย”

“เอาเถอะแม่ ตามสบายเลยค่ะ หนูไปสั่งข้าวก่อนนะคะ”

จงกลณีพูดจบก็เดินผละไปทางซุ้มอาหารที่มีทั้งอาหารไทยประเภทข้าวแกง ก๋วยเตี๋ยว ส้มตำ อาหารยุโรป อาหารญี่ปุ่น รวมไปถึงของหวานต่างๆ ที่วางเรียงรายน่ารับประทาน

เมื่อสั่งอาหารได้ตามที่ต้องการแล้วเธอจึงเดินมานั่งที่โต๊ะซึ่งมารดากำลังสนทนากับชายชุดขาวอยู่ด้วยสีหน้าแช่มชื่น

“จงกลมาพอดี คุณปาณเค้าถามถึงอยู่ เค้าจำได้ว่าเรามากันสองคน”

ชายหนุ่มหน้าหวานหากกิริยาท่วงท่าคล่องแคล่วกระฉับกระเฉงลุกขึ้นยกมือไหว้ผู้สูงวัยกว่าอย่างนอบน้อมให้เกียรติ

“สวัสดีครับ”

“ลูกสาวยายชื่อจงกลณี”

“ชื่อเพราะทั้งบ้านเลยนะครับ แล้ววันนี้คุณหมอว่ายังไงบ้างครับ”

“อ๋อ หมอให้มากายภาพอาทิตย์หน้า เดี๋ยวคงได้เจอกันอีกนะ”

คุณอุบลเอ่ยอย่างสดชื่น

“เสียดายครับอาทิตย์หน้าผมไม่อยู่ ไปทำงานภาคสนาม”

“อ้าวเหรอจ๊ะ แหม อดเจอนะ” สีหน้าที่แสดงออกเช่นคำพูดทำให้ผู้เป็นลูกอดไม่ได้ที่จะเอ่ยออกมา

“แม่คะ กะว่าจะเจอคุณพยาบาลเค้าทุกครั้งเลยหรือไง”

“ยัยจงกลนี่ชอบขัดคนแก่ อ้อ ว่าแต่ไม่อยู่ไปทำงานภาคสนามที่ไหนหรือคะ”

“ก็ในกรุงเทพนี่แหละครับ ไปงานวีลแชร์บาสเกตบอล”

“เอ๊ะ ที่จัดที่สนามกีฬาไทย-ญี่ปุ่นใช่ไหม” จงกลณีถามอย่างอยากรู้

“ใช่ครับ คุณจงกลณีทราบข่าวด้วยหรือครับ”

“หลานยายก็ไป” คุณอุบลชิงตอบและอธิบายกับชายหนุ่มตรงหน้าเสียงดังฟังชัด แถมยังไม่ลืมย้ำให้เขาไปเจอหลานของเธอด้วย

“ถ้าว่างก็ไปถามๆ หาหลานยายได้ เผื่อจะได้ทำความรู้จักกันไว้นะ” เสียงสดชื่นไม่อาจซ่อนความมาดหมายบางสิ่งไว้แม้เมื่อลูกสาวกระแอมเตือนเบาๆ ให้หยุดสาธยายถึงคุณสมบัติของหลานเพราะอีกนัยหนึ่งอาจเป็นการสร้างความอับอายเนื่องจากไม่อาจคาดเดาได้ว่าผู้ที่ถูกพาดพิงจะแสดงอาการเช่นไรเมื่อได้พบหน้าบุรุษผู้นี้

“ได้สิครับ หลานคุณยายชื่ออะไรครับ”

ปาณัทลุกขึ้นขณะที่อาหารเริ่มทยอยมาเสิร์ฟที่โต๊ะ

“ชื่อฉลอง…”

“แม่คะ คุณเค้าจะไปทำงานแล้วนะ”

จงกลณีพยายามตัดบททำให้ชื่อเต็มของฉลองขวัญที่ควรจะเอ่ยออกมากลายเป็นถูกตัดทอนลงอย่างน่าเสียดาย

“ยังจงกลนี่ชอบขัดจริง ยังไม่ได้บอกชื่อเจ้าหลองเลย”

“งั้นผมขอตัวก่อนนะครับ ไว้จะไปตามหาหลานคุณยายนะครับ สวัสดีครับ”

ปาณัทตัดบทเพื่อให้คนไข้และญาติได้ใช้เวลาส่วนตัว ส่วนเขาเองก็ต้องรีบกลับไปทำงานเช่นกัน ระหว่างทางเดินไปหน้าลิฟต์มีแต่พนักงานลูกจ้างร้านอาหารแอบชำเลืองมองเขาแล้วยิ้มให้ เขาจึงยิ้มตอบอย่างเป็นมิตร หลายคนที่เขาเคยมาซื้ออาหารด้วยมักตักอาหารให้ในปริมาณที่มากกว่าปกติจนเพื่อนร่วมงานสาวๆ มอบหน้าที่สั่งอาหารให้เขาเพราะหากเจ้าหล่อนมาสั่งกันเองมักได้ผลลัพธ์ตรงข้ามเสมอ แม้ว่าในแต่ละสัปดาห์เขาไม่ได้มานั่งรับประทานอาหารตอนเที่ยงที่ห้องอาหารทุกวัน แต่อย่างน้อยก็ต้องมาอาทิตย์ละสามถึงสี่วัน รวมถึงวันนี้ที่ได้เจอคนไข้ที่เขาบังเอิญได้เคยช่วยบริการด้วย ถึงจะไม่ใช่งานในแผนกฉุกเฉินซึ่งเขาประจำอยู่ แต่หลายครั้งหากเขาสามารถช่วยได้ปาณัทก็ไม่เคยดูดาย ทำให้เขาได้พบคนไข้หลากหลายเพศ วัย และอาชีพ คุณยายอุบลก็เป็นหนึ่งในนั้น

ปาณัทรู้สึกว่าคุณยายน่ารักและอัธยาศัยดี อีกทั้งยังรู้สึกได้ถึงความเมตตาและอบอุ่นในตัวหญิงชราคนนั้น เขาอยู่ในบ้านที่มีแต่ผู้ชายล้วนเนื่องจากมารดาเสียชีวิตไปแล้ว เมื่อมาเจอสตรีผู้อาวุโสจึงรู้สึกเหมือนได้พบญาติผู้ใหญ่ที่ห่างหายไปนาน นานจนพบว่าแท้จริงแล้วหัวใจของเขาก็ยังมีมุมที่ต้องการความอบอุ่นอีกครึ่งมาเติมเต็มไม่ต่างจากชายหนุ่มทั่วไป แม้ว่าภายนอกคนอาจมองว่าเขาคงอ่อนโยนเยี่ยงหญิงสาวก็ตาม

……………………………

กลิ่นสมุนไพรหลายอย่างลอยมากระทบโสตประสาทผู้ที่กำลังก้าวลงจากรถชวนให้รู้สึกหิวขึ้นมาครามครัน เสียงสั่งการดังออกมาถึงที่จอดรถทำให้ทั้งสองหันมองหน้ากันยิ้มๆ อย่างนึกรู้ว่าต้นเสียงเป็นใคร เมื่อเดินเข้าไปในครัวจึงเห็นเจ้าตัวต้นเสียงกำลังยืนชี้นิ้วให้คนสองสามคนทำงานโดยที่เจ้าตัวนั่งกินข้าวเกรียบปากหม้อเจ้าอร่อยอยู่ตรงโต๊ะกลาง

“ยัยเออย่าลืมใส่ข้าวคั่วลงไปในแจ่วด้วยนะ พี่ขอน้ำจิ้มปลานึ่งแซ่บๆ เลยนะวันนี้ อ้อ โก อย่าลืมกุ้งแห้งที่พี่ซื้อมานะ เอาใส่ในน้ำพริกแกงเลียงด้วย”

“ไม่ลืมหรอกน่าพี่หลอง

“แล้วก็ยัยน้องเมใบแมงลักน่ะเด็ดแต่ใบๆ นะ ไม่ต้องใส่ลงไปทั้งก้านนะจ๊ะ” ฉลองขวัญบอกคนงานพม่าอีกคนที่กำลังนั่งเด็ดใบแมงลักเพื่อใส่ในแกงเลียง

“แหม เหนื่อยไหมเนี่ยนั่งสั่งมาตั้งนานแล้ว” โกมุทถามพี่สาวอย่างหมั่นไส้ในความเจ้ากี้เจ้าการหากแต่ให้ลงมือทำเจ้าตัวก็ไม่สามารถทำได้อยู่ดี

“จะให้ทำไหมล่ะ”

หญิงสาวตอกกลับน้องชายพลางจิ้มข้าวเกรียบปากหม้อคำสุดท้ายเข้าปากก่อนลุกขึ้นยืนบอกทุกคนในครัวเสียงดังฟังชัด

“เฮ้อ เมื่อยจัง ทำไปนะทุกคน เดี๋ยวพี่ไปหาน้ำเย็นกินก่อน วันนี้ลางานครึ่งวันเพลียมากเลยเพราะแวะซื้อกับข้าวนี่แหละ เดี๋ยวจะกลับมาชิมนะ”

“เสียงเจ้าหลองสั่งอะไรมากมาย แหม นึกว่าลงครัวทำกับข้าวที่ไหนได้นั่งชี้นิ้วสั่งนี่เอง”

คุณอุบลเดินเข้ามาดูสถานการณ์อย่างอยากรู้ ก่อนจะพบว่าวันนี้หลานสาวหลานชายอยู่กันพร้อมหน้า

“ถ้ายายจะให้หนูทำวันนี้ก็เตรียมให้แม่พาไปกินนอกบ้านได้เลยนะ”

“วันนี้แม่เราเค้าก็แวะซื้อของจนเย็นเลย ยายหาหมอเสร็จตั้งแต่บ่ายแล้ว”

“แม่โทรบอกหนูให้ซื้อของสดมาทำกับข้าว เพราะวันนี้ลางานครึ่งวันไปเก็บค่าเช่าในตลาด”

ฉลองขวัญหมายถึงตึกแถวสามคูหาในตลาดซึ่งครอบครัวของเธอปล่อยให้เช่ามาหลายปีแล้วหลังจากที่ตอนแรกคิดว่าซื้อไว้เพื่อเปิดร้านอีกสาขาหนึ่งแต่เมื่อทำไม่ไหวจึงปล่อยเช่าในราคาไม่แพง

“มิน่า วุ่นวายพิลึก”

“แล้วหมอเค้าว่าไงบ้างล่ะคะ” หญิงสาวถามขณะเดินออกมาจากครัวเพื่อตามไปส่งผู้สูงวัยที่บ้านอีกหลัง

“ก็ให้ไปทำกายภาพบำบัดอาทิตย์หน้า แล้วก็ให้ไปว่ายน้ำ เค้าเรียกอะไรบำบัดนะ”

“อ๋อ ธาราบำบัด”

“นั่นแหละๆ หมอบอกว่าดีกับคนเป็นข้อเข่าเสื่อม แต่ยายไม่รู้จะไปยังไง”

“แหม พูดเหมือนอยู่ตัวคนเดียวเนอะยาย งั้นกลับมาหนูพาไปนะ เพราะอาทิตย์หน้าต้องไปทำงาน กลับมาวันเสาร์คงนอนสลบเหมือด”

“พูดถึงงานที่หลองต้องไป วันนี้ยายไปเจอพยาบาลที่นั่นเค้าบอกว่าเค้าก็จะไปงานนั้นเหมือนกัน เค้าน่ารักนะ นิสัยดีเชียว คุยกับยายก็ถูกคอกัน ถ้าหลองไม่ยุ่งก็ลองไปหาไปทำความรู้จักกันไว้สิ”

“พยาบาลเหรอยาย อ๋อ คงมาประจำหน่วยพยาบาลแน่เลย ได้สิ ถ้าว่างหนูจะไปหาเค้าบอกว่าเป็นหลานคนไข้ชื่ออุบลนะ แล้วเค้าชื่ออะไรล่ะคะ”

“ชื่อปาณ นิสัยดี๊ดี น่ารัก”

คุณอุบลย้ำเสียงหนักแน่นถึงความดีและน่ารักของอีกฝ่ายราวกับตั้งใจให้ฝังในจิตใต้สำนึกของหลานสาวให้ได้ ฉลองขวัญพยักหน้าหงึกๆ อย่างรับรู้โดยไม่เฉลียวใจ ก่อนที่เสียงของมารดาจะแทรกเข้ามาเมื่อทั้งยายและหลานก้าวเข้าสู่บ้านของคุณอุบล

“แม่จะอาบน้ำเลยไหมคะ หนูจะได้ไปหยิบผ้าเช็ดตัวมาให้”

“อาบสิ วันนี้ไปนั่งอยู่โรงพยาบาลตั้งนาน แล้วยังแวะห้างซื้อของกับเธออีก เจอคนเยอะน่าจะเชื้อโรคเยอะด้วย”

“นี่ถ้าไม่บอกว่าเป็นแม่ค้าขายข้าวขาหมู นึกว่าเป็นพยาบาลเลยนะเนี่ย มิน่า ถึงชอบคุยกับพยาบาล”

ฉลองขวัญขำในคำจาระไนของยายตนเองก่อนจะมีเสียงกำชับไล่หลังมาเมื่ออีกฝ่ายปิดประตูห้องน้ำเบาๆ ว่า

“อย่าลืมไปหาคุณปาณให้ได้นะเจ้าหลอง”

Don`t copy text!