ข้ามมหาสาคร บทที่ 23 : ปล้นและฆ่า

ข้ามมหาสาคร บทที่ 23 : ปล้นและฆ่า

โดย : กฤษณา อโศกสิน

“ข้ามมหาสาคร” นวนิยายพีเรียด โดย กฤษณา อโศกสิน ศิลปินแห่งชาติสาขาวรรณศิลป์ เรื่องราวความรักโรแมนติกของสองหนุ่มสาวที่ต้องฝ่าฟันอุปสรรคนานัปการไปจนถึงความรักชาติรักแผ่นดินและการต่อกรกับชาติตะวันตกที่จ้องจะเข้ามาครอบครอง นิยายออนไลน์อีกหนึ่งเรื่องที่ อ่านเอา อยากให้คุณได้อ่านออนไลน์

************************

– 23 –

สนับสนุนอ่านเอาด้วยการสั่งซื้อหนังสือ “ในสวนอักษร” คลิกที่นี่

กว่าฝนจะหยุดก็ต่อเมื่อยามต้นกำลังจะผ่านไป คุณหลวงจึงตัดสินใจค้างแรม ณ เรือนหลังเดิมที่เคยค้างคืนก่อน ดูราได้นอนบนฟูกลูกเดิม มุ้งขลิบลูกไม้หลังนั้น หากคืนนี้มีอีกหญิงมาเพิ่ม แต่นางรับใช้กางมุ้งให้นอนหน้าห้อง

ไม่ต้องกลัว ข้าจะเฝ้าแม่นายแทนเอ็ง กายีรับอาสา

นั่นก็เนื่องด้วยพี่ชายกระซิบก่อนขึ้นเรือน

นางคือคนสำคัญของพี่แลของเจ้า จงจำไว้

อีกฝ่ายก็ได้แต่พยักหน้า พลางถาม

พี่ของนางคงกริ่งเกรงชายฉกรรจ์ร้อยนายที่อาศัยปูเสื่อนอนใต้ถุนเรือนระเนนระนาด รอเวลารุ่งขึ้นที่ทูตอังกฤษจะมาเยือนอีกครา

ใครจะกล้าหือพี่

กางมุ้งบนระเบียงเรือนเช่นนี้ ยิ่งมิคิดจะเกรงผู้ใด

พลางนางก็ดึงผ้าโพกหัวออกมาจุ่มน้ำที่นางรับใช้นำถังไม้บรรจุน้ำมาวางไว้หนึ่งถัง สำหรับล้างหน้าล้างกาย หากอยากถ่ายทุกข์ก็ลงไปข้างล่างหลังเรือน มีตะเกียงแขวนไว้ดวงหนึ่ง

ไม่ต้องกลัวจะมีใครมารุมทึ้งมึงดอกนา นางรับใช้บอกล้อๆก่อนจากไป

เพียงครู่สั้นๆ กายีก็หลับสนิทอย่างเหนื่อยอ่อนหลังจากตะลอนมาหลายวัน

ตื่นขึ้นตอนไก่ขัน…รีบล้างหน้าสีฟันบ้วนปากด้วยรากไม้สมุนไพร ทาแป้งแต่งตัวใหม่ด้วยชุดที่อยู่ในห่อผ้า

ครั้นแล้วจึงเก็บมุ้ง ม้วนพันเข้ากับเสื่อ วางแอบไว้หน้าห้อง

ก็พอดีมีเสียงถอดกลอน

ดูราเปิดประตูออกมาถามไถ่

“เจ้านอนไม่หลับหรืออย่างไร”

กายีจึงลงนั่งพับเพียบเรียบร้อยตามคำสั่งพี่ชาย

“หลับสนิทเลยเจ้าค่ะ”

พลางผู้ถามก็นั่งลงบนธรณีประตูที่ยกสูงจากพื้นระเบียง

“เจ้ามีกันสองคนพี่น้องเท่านั้นเองรึ”

“มีอีกคนเจ้าค่ะ แต่อยู่กะแม่เขาเจ้าค่ะ”

“เจ้าไม่ได้ตามกันตังไปเรียนหนังสือที่เกาะหมากดอกหรือ”

“อิฉันแค่อ่านออกเขียนได้เจ้าค่ะ”

“แล้วนี่จะกลับถลางเมื่อไหร่”

“สุดแต่พี่ชายเจ้าค่ะ..พบตัวเขาแล้วก็สบายใจแล้วเจ้าค่ะ”

“พี่ชายเจ้าไปเรียนเกาะหมากกี่ปี” นางเผลอไผลสอบถาม

“หลายปีเจ้าค่ะ ตั้งแต่อายุ 15 เจ้าค่ะ”

ตรงกับคำบอกเล่าของเขาวันก่อน

แต่จะถามว่า แล้วเดี๋ยวนี้เขาอายุเท่าใดก็มิกล้า จึงเลี่ยงไปถามถึงฝรั่งที่ถูกทำร้ายแล้วบิดาของนางใช้สมุนไพรรักษาบาดแผลจนหายดี จึงตอบแทนบุญคุณด้วยการพาลูกไปเล่าเรียน

กายีถึงแก่นิ่งไปอึดใจ หากก็บอกปัด

“ตอนนั้นอิฉันยังเล็กเจ้าค่ะ เลยจำไม่ค่อยได้”

“เจ้าทำท่าเหมือนไม่ค่อยรักพ่อ”

“เขามีเมียมีลูกใหม่นี่เจ้าคะ เขาเองก็ไม่รักเราเหมือนกัน” กายีตอบคำ “แล้วแม่นายเล่าเจ้าคะ คงรักคุณพ่อมาก ท่าทางคุณพ่อก็รักแม่นายมาก”

“รักสิ…แต่ท่านคนนี้ก็ไมใช่พ่อฉันดอกนะ พ่อฉันถูกโจรสลัดฆ่าตายนานแล้ว” ทันใดนั้น น้ำตาก็เลยออกมาซึมเต็มตาดูรา “เจ้าอยู่ถลาง เคยได้ยินชื่อโจรสลัดสะลอแมบ้างหรือไม่”

กายีได้แต่นิ่งอึ้ง…อึดใจเต็มจึงตอบ

“ได้ยินเหมือนกันเจ้าค่ะ แต่ก็ไม่มีแค่สะลอแมคนเดียว ยังมีอีกสามคนเจ้าค่ะ ล้วนตัวร้ายทั้งนั้น”

“ที่ร้ายที่สุดมันไม่ใช่แค่ปล้น แต่มันทั้งปล้นทั้งฆ่า” วงสนทนาเมื่อหัวค่ำเกี่ยวกับโจรสลัด ทำให้คืนทั้งคืนนางมิอาจปิดอารมณ์ให้สงบลงได้

จึงถึงแก่โศกเศร้าขึ้นมาอีกในเช้าวันใหม่

พอดีกับเจ้าเมืองแลคุณหลวงก็กำลังถ้อยทีสนทนา พลางจิบน้ำชากันบนยกพื้นหน้าเรือน ด้วยว่าเมื่อคืนคุณหลวงแต่ผู้เดียวเท่านั้นที่ได้รับคำเชิญให้ค้างคืนบนบ้านใหญ่ ไม่ต้องเดินไกลไปถึงเรือนเล็ก เนื่องจากยังใคร่ได้พูดจากันทั้งความนอกแลความนัยที่เมื่อหัวค่ำมิอาจเอ่ยได้เต็มปาก

“มีเรื่องอยากหารือ” เจ้าเมืองเอ่ย

ต่างฝ่ายต่างก็หลับไม่ลง คงเนื่องจากวันนี้ยังจะต้องต้อนรับคนต่างแดนผู้ต้องมาเพื่อประโยชน์ของชาติเขา

“ขอรับ…กระผมเองก็มิสู้สบายใจ…คือที่ทูตอังกฤษว่านั้นก็จริง”

“ฉันก็ไม่รู้จะทำอย่างไรเหมือนกันกับไอ้โจรสี่ก๊กนี่…ก็เจ้าเมืองนครฯ ยังไม่คิดจะกวาดล้างมัน แล้วเราล่ะ เป็นใคร…” ท่านพระยาส่ายหน้านิดๆ พลางกล่าวต่อ “ก็แค่เมืองเล็กๆ เมืองหนึ่ง ถึงเพลานี้จะต้องกลายเป็นเมืองที่คนถลางหนีมาพึ่งก็เถอะ แต่ก็ยังหาปากเสียงอันใดมิได้”

คุณหลวงฟังคำของอีกฝ่ายแล้วเห็นจริงตามนั้น

แท้จริงแล้ว พังงาหรือชื่อนามอย่างเก่าว่า กราภูงา นี้ก็เป็นเพียงเมืองรองที่รอดจากกองทัพพม่าซึ่งยกมาตีถลางจนแหลกราญยับเยินเมื่อ 15 ปีที่แล้วเท่านั้น แม้ท้ายที่สุดสยามจะยึดถลางคืนมาได้ ก็เหลือแต่เพียงซากที่แทบจะกลายเป็นเมืองร้าง

แต่ก็เพราะเหตุร้ายคราวนั้นนั่นเองที่อำเภอเล็กๆอย่างกราภูงาได้รับการยกฐานะขึ้นเป็น เมืองพังงา โดยกำหนดให้ถลางอยู่ภายใต้การปกครองของเมืองใหม่นี้

15 ปีที่ผ่านไป เมืองถลางจึงค่อยๆ ฟื้นตัวขึ้นเป็นลำดับ แม้กระนั้นก็ยังเปล่าเปลี่ยวรกร้างอยู่มาก

บางครั้งคราว โจรสลัดจากหมู่เกาะลังกาวีก็อดเข้ามาใช้อ่าวในเขตถลางเป็นที่มั่วสุม

แท้จริงแล้ว ความกลัดกลุ้มเรื่องนี้ก็คงมีอยู่ในสมองของผู้ครองเมืองแต่ละเมือง

เพียงแต่เรื่องนี้ยากเกินไป จึงต่างก็ต้องทำไม่รู้ไม่ชี้

จนกระทั่งต้องมีฝรั่งมาช่วยคุ้ยเขี่ยเรื่องราวให้ผุดเด่นขึ้นมา

แม้กระนั้นก็ยังไม่คลายความยาก

“อีกอย่าง…ก็ไม่อยากพูดต่อหน้าลูกคุณหลวง” เจ้าเมืองกล่าวต่อด้วยแววตาสลดลง “คือก็เห็นใจเด็กนะ…แล้วก็เข้าใจที่เขายังจำได้ เป็นเราเราก็คงต้องจำไว้ว่าใครฆ่าพ่อแม่…ก็มันเรื่องใหญ่เหลือกำลังนี่นา”

“ขอรับ…กระผมก็เห็นใจลูกมาก ไม่อยากให้เขาเป็นทุกข์”

“รบกะโจรสลัดมันหาสนุกได้ที่ไหน” อีกฝ่ายบ่นพึมพลางส่ายหน้า “เออ…ว่าแต่ว่า…ไอ้หนุ่มนั่นเป็นล่ามได้จริงเกินคาด แต่ดันมีน้องสาวมาตาม…บ๊ะ…มันจะยุ่งมากไปรือไม่คุณหลวง”

ว่าพลางเจ้าเมืองก็หัวเราะมีนัย

“คงไม่ยุ่งกระมังขอรับ” หลวงประกาศบุรีไม่สู้จะแลเห็นความลำบากใจจากการมาถึงของนาง…นอกจาก… “เกรงอยู่แต่ว่ามันจะมาเอาพี่มันกลับบ้านมากกว่า”

“ก็จะยากกระไรนักเล่า คุณหลวงก็พามันสองคนไปแวะดูแม่มันสักหน่อยแล้วกัน เอายาให้กินเสียเท่านั้นก็หมดเรื่อง”

“ขอรับ…ก็กะว่าอย่างนั้นเหมือนกัน”

“ถ้าจะให้ดีก็รับแม่มันมาอยู่ในเรือ เป็นแม่ครัวก็ได้ คอยหาปลามาทำกับข้าวก็ได้…ช่วยกะลาสีทำความสะอาดก็ได้…ได้ทั้งนั้นนี่นา…เผื่อ…เผื่อ…” อีกฝ่ายพูดไปนิ่งคิดไป “เผื่อเราจะได้รู้ว่าที่มันเล่าทั้งหมดนี่จริงหรือโกหก”

ท่านพระยาก็ยังระแวงสงสัยไม่รู้แล้ว

อันนับเป็นความจำเป็นของผู้ดูแลผู้คนจำนวนมาก

มิผิดไปจากผู้กำลังฟังสักเท่าไร

เนื่องด้วยยังมีบางอย่างเป็นเงาไหวๆ อยู่ในใจส่วนลึก

หากก็พอดีมีเสียงฝีเท้าขึ้นบันไดมา เพียงอึดใจ ร่างของดูราพร้อมผู้ติดตามหน้าใหม่ก็เดินข้ามชานมานั่งพับเพียบกราบท่านพระยา

ฝ่ายกายีนั่งลงกราบตรงหน้ายกพื้น

เจ้าเมืองจึงพยักหน้าพลางบอก

“เดี๋ยวให้เขายกสำรับมา กินข้าวเช้ากันเร็วหน่อย เผื่อแขกมาเร็ว” ผู้เป็นใหญ่ว่าพลางมองมา จึงแลเห็นว่านางทั้งคู่แต่งกายด้วยเสื้อผ้าชุดใหม่

สักไม่กี่อึดใจ พระภักดีภูมินทร์ก็เดินออกมาจากห้องในเรือนในโจงกระเบนสีหมากสุกเข้ม เสื้อแขนสั้นสีน้ำเงินเข้มที่ตัดด้วยผ้าโมรีจากมัทราส

“เขาว่าจะมาถึงเมื่อไร” บิดาไต่ถาม

“คงสายหน่อยกระมังขอรับ…แต่พวกละครก็กำลังผัดหน้าทาแป้งเตรียมเล่นกันแล้ว”

“เจ้าก็จงเตรียมตัวตอบให้ดี อย่าให้มีพลาดได้” ท่านพระยากำชับกำชาบุตรชาย “จงจำไว้ให้แม่นเชียวนะสังข์ว่า ชาติใดก็ตาม เป็นฝ่ายเข้ามาหาเราก่อน ประโยชน์ที่ได้คือของเขามากกว่าของเรา”

 

Don`t copy text!