ข้ามมหาสาคร บทที่ 25 : กัปตันโฮป

ข้ามมหาสาคร บทที่ 25 : กัปตันโฮป

โดย : กฤษณา อโศกสิน

“ข้ามมหาสาคร” นวนิยายพีเรียด โดย กฤษณา อโศกสิน ศิลปินแห่งชาติสาขาวรรณศิลป์ เรื่องราวความรักโรแมนติกของสองหนุ่มสาวที่ต้องฝ่าฟันอุปสรรคนานัปการไปจนถึงความรักชาติรักแผ่นดินและการต่อกรกับชาติตะวันตกที่จ้องจะเข้ามาครอบครอง นิยายออนไลน์อีกหนึ่งเรื่องที่ อ่านเอา อยากให้คุณได้อ่านออนไลน์

************************

– 25 –

สนับสนุนอ่านเอาด้วยการสั่งซื้อหนังสือ “ในสวนอักษร” คลิกที่นี่

ในที่สุด ดูราก็ได้ส่งบิดาขึ้นบันไดเชือก เอนตัวลงนอนบนเบาะยาวพร้อมหมอนหนุนหัวแลผ้าห่มเช่นเดียวกับพี่ชายน้องชายทั้งสาม พลางส่งเสียงข้ามไปมา

คืนนี้ ดูเหมือนทุกคนจะหรรษาถ้วนทั่วเพียงแต่มีนางอีกหนึ่งมาเอนกายลงนอนค่อนไปทางปลายเท้าดูรา

หากก็เยื้องนิดๆกับชายหนุ่มบนเตียงไม้ติดเพดาน ผู้มองลงมาจะแลเห็นเงาเรือนกายกายีที่ทอดร่างอยู่มิไกล

น่าแปลกที่เพียงแต่สบตาเมื่อแรกเห็นนางผู้นี้ ขุมขนของเขาก็เกิดมีอันเป็นขึ้นมาอย่างนึกไม่ถึง ไม่เหมือนขณะคำนึงนึกเกี่ยวกับดูราที่แม้จะหวงหึงเพียงไร ปลายทางก็คือมิใคร่จะยินดีให้น้องบุญธรรมตกไปเป็นของชายใด สืบเนื่องมาจากอยากปกป้องนางจากบุรุษผู้ไม่คู่ควรแกมห่วงหวงทรัพย์สิน

แม้กระทั่งเจ้าของกองเรือห้าลำนั้น ก็มิอาจยินดี

ตาปันจังเองก็หาหลับลงไม่

มันสองคนนี่คือผู้ใดยังมิรู้

แต่คุณหลวงผู้เอนกายอยู่เบื้องบนแม้ยังกรุ่นด้วยสงสัย หากแต่คลื่นเล็กๆที่กำลังโยนตัวไปมาในทะเล พร้อมด้วยลมรำเพยผ่านบานเกล็ดเข้ามาชะโลมทั่วร่าง ก็ช่วยให้สบายหายเหนื่อยใจ จึงหลับไปในมินาน

คืนนี้ นับเป็นครั้งแรกเช่นกันที่กัปตันเซปาชวนกันตังนอนกับเขาภายในห้องนายท้าย จนชายหนุ่มต้องเอ่ย

“ฉันเพิ่งได้นอนในเรือนี่ก็คืนนี้เป็นคืนแรกนะขอรับ”

กัปตันเห็นด้วยจึงพยักหน้า

“เออ…จริง…” อีกฝ่ายหัวเราะ “พอจะนอนเมื่อคืนก็ไม่วายมีเหตุ”

“แต่ฉันก็ชอบนะคุณลุง…แค่สามวันก็ได้รู้ไรๆมากขึ้น…ที่ดียิ่งก็คือได้พูดจากับทูตอังกฤษ…เป็นทหารเสียด้วย…ท่าทางเขาค่อนข้างถี่ถ้วน คำถามล้วนแต่เป็นประโยชน์กับเขา ดูเหมือนจะไม่มีประโยชน์อันใดกับเราเลย”

กัปตันเซปาพยักหน้า

ท้องฟ้ายามดึกยังคงเกลื่อนด้วยเมฆหมอก เนื่องด้วยเพิ่งย่างเข้าหน้าฝน พิรุณมักโปรยสายแทบทุกวัน จึงหาวันมีแสงแดดค่อนข้างยาก แต่คุณหลวงก็จำเป็นต้องออกเรือหน้านี้ แม้ฝนจะตกบ้างบางวันคืนก็ตกหนัก หากลมก็ยังแรงเพียงพอแก่การส่งใบเรือให้แล่นฉิว บางคราก็ราวกับปลิวไปในทะเล อย่างน้อยก็ขอให้ได้ไปแลกลับก่อน จะถึงเดือน 10 แล 11 ที่ลมจะสงบ

“นอกจากนี้ ทูตอังกฤษก็ยังรู้ดีเรื่องอากาศ” กัปตันแม้ยังคงขัดเคืองเรื่องปืน หากก็มิอาจขืนใจคุณหลวงผู้เคยกำชับกำชาเรื่องหนุ่มหน้าใหม่ ให้เขาคอยจับตาระวังระไว รีบมารีบกลับ

“เขาก็ต้องรู้ดีอยู่แล้วขอรับ ไม่เช่นนั้นเขาเองก็จะพบกับความไม่เป็นไปดังที่ต้องการ ก็จะเสียเวลาเสียการมากมาย”

“พวกฝรั่งนี่มันจะกระไรเสียนักหนา” กัปตันยังคงพึมพำ “ปีก่อนก็เข้ามา ปีนี้ก็มาอีก มันช่างแสนยุ่งกะเราเหลือกำลัง”

“อยู่ที่เราตั้งรับขอรับ ถ้าตั้งรับดี…ไม่ให้มันเอาเปรียบได้ ก็ใช้ได้ขอรับ”

“แต่เรื่องที่ข้ายังสงสัย มิใช่เรื่องฝรั่ง” กัปตันหันกลับจากความนอกมาสู่ความใน “เจ้าควรเล่าให้ข้าฟังอย่างตรงไปตรงมาว่าเจ้าคือใคร”

กันตังรอคำถามนี้อยู่แล้วเกือบทุกลมหายใจ

ในที่สุดก็กลายเป็นเรื่องสนุกสำหรับเขาที่สามารถเร้าให้ผู้คนหันมาเพ่งมองด้วยแววนัยน์ตาทั้งชื่นชมแกมกังขา

แต่ผู้ใดจะรู้สึกอย่างไรเขาก็มิว่า

ขอเพียงตลอดชีวิตมี ดูรา หนึ่งเดียวก็แสนจะพอ

“ฉันก็คือฉันเท่านั้นแหละคุณลุง”

“เจ้ามาที่นี่ทำไม” คุณลุง ใช้เวลาก่อนนอนถอดถอน น็อต ที่ขันแน่นให้ค่อยๆคลายเกลียว “เจ้ามีจุดหมายอย่างไร บอกมา ข้ารู้แล้วจะไม่บอกใครแม้แต่คุณหลวง”

ชายหนุ่มได้แต่ยิ้มพรายในหน้า ศีรษะที่หนุนหมอนมีลมระรวยรำเพยผ่าน แม้กัปตันก็แสนสบายเบิกบานไปด้วยกัน…รวมทั้งเขา…กับความขำขันในคำถามที่เหมือนคาดคั้นเด็กเล็ก

“ฉันไม่มีความลับไม่ว่าอย่างไหนทั้งนั้นเลยคุณลุง ก็เท่าที่บอกแล้วนั่นไงถึงทุกอย่างที่ฉันเป็น…ถ้ายังเห็นว่าไม่น่าเชื่อก็อดใจรออีกหน่อย” ชายหนุ่มตอบคำอย่างสบาย ไม่เหลือความกระวนกระวายใดอีกเมื่อนึกถึงดวงตาคู่งามที่นางมองเขาเมื่อสักครู่

ดวงตาที่ดูอ่อนโยนแกมศรัทธา

ไอ้เหมือง มึงอย่านึกเลยนะว่า มึงจะได้นางไป

กันตังตั้งปณิธานด้วยใจมั่น

ครั้นแล้วจึงผล็อยหลับ

ไม่ได้ยินเสียงกัปตันถามไถ่

“เจ้าแน่ใจนะว่าปืนกัปตันโฮปไม่ดี”

ดังนั้นเช้าวันนี้ เหมืองจึงพากัปตันโฮปมาเซ้าซี้ให้ซื้อปืน

คุณหลวงจึงให้กัปตันส่งกระบอกหนึ่งมาให้กันตังดู

“นี่คืออย่างที่หนึ่งใช่หรือไม่” เจ้าของเหมืองถามไถ่

“เอ้อ…ก็…จะว่าถึงขนาดนั้นก็คงยังไม่ถึงขอรับ” เจ้าตัวก็เลยแบ่งรับแบ่งสู้ “แต่ก็รับรองว่า ไม่น้อยหน้าปืนขุนนางคนไหนที่เคยซื้อของผม”

“ถ้างั้น…เอางี้ดีกว่า…ขอให้ฉันคิดอีกหน่อยได้หรือไม่…ก็คิดว่า…พรุ่งนี้ ถ้าฝนไม่ตกหนักเกินไป ก็อยากออกเรือเสียแล้ว…เหมืองจะไปด้วยกันไหม”

“ไปสิขอรับ…กระผมตั้งใจอยู่แล้ว”

“กัปตันโฮปไปไหม”

“อือ…ผมยังไม่ทันคิดเลยขอรับ”

“ถ้างั้นก็เอาไปคิดดูก่อน…ถ้าไปก็ไปพร้อมกัน”

กัปตันทั้งคู่ก็เลยแอบสบตากัน

เหตุไฉนกันตังจะมิรู้

ทั้งกัปตันแลเหมืองต่างก็หวังจะให้คุณหลวงซื้อปืน

นั่นก็เนื่องด้วยทั้งคู่ต่างก็หวังจะได้ค่า คนกลาง จากการนี้

ลูกชายลูกสาวของคุณหลวงต่างก็กำลังล้อมวงฟัง กัปตันโฮปก็เข้ามานั่งบนเบาะถัดจากเจ้าของเรือ พลางมองไปยังเรือใบของเขาที่จอดทอดสมออยู่มิห่าง ถัดออกไปอีกคือหมู่เรือของเหมืองแลของพ่อค้าอื่นเช่นกัน ดูราวกับทะเลคือลานจอดอันกว้างขวางยาวไกล ไม่มีอาณาเขตสิ้นสุด

เพียงแต่ฝนไม่ตก แดดไม่จ้า ดาดฟ้านี้ก็คือลานหน้าเรือนอันแสนสบาย

“ไหน…กันตัง…เจ้าลองมาเลือกให้ข้าสักบอกหนึ่งก็แล้วกัน ถึงอย่างไรก็ต้องช่วยกัปตันโฮปเขาหน่อย”

“ขอบคุณใต้เท้าขอรับ” กัปตันเรืออเมริกันพนมมืออูมๆขึ้นหว่างอก ดวงหน้าเช้านี้ปนสีเลือดสดชื่น ไม่เหมือนคืนก่อน

แม้คุณหลวงจะล่วงรู้ถึงขั้นตอนรายละเอียดของปืน จากปากคำของหนุ่มหน้าใหม่ หากก็เปลี่ยนใจไม่ตัดรอน ด้วยว่าคือการผ่อนหนักผ่อนเบาเพื่อเอาน้อยแลกมาก

หลายครั้ง การลอยตัวไว้ จงใจให้อยู่เหนือความขัดแย้งก็จำเป็น

กันตังเห็นดังนั้นก็ล่วงรู้

“ขอรับ”

“เจ้าก็เลือกดีที่สุดให้ท่านก็แล้วกัน” เหมืองเอ่ยเชิงบังคับกลายๆ

“ขอรับ…ใต้เท้าอยากได้กี่บอกขอรับ” กันตังรับคำพลางคลานเข้าไปข้างๆเจ้าของปืน กัปตันโฮปจึงยกปืนยาวตรงหน้าส่งให้เขา

กันตังก็เลยพลิกดูพอเป็นพิธี

เพิ่งแลเห็นอีกอย่างหนึ่งว่า ปืนนี้ไม่มีที่ติดดาบ

แต่จะทำอย่างไรได้ แม้ใคร่ให้คุณหลวงอุดหนุนเพียงกระบอกเดียวเพื่อเห็นแก่พันธไมตรี ก็มิอาจเอ่ยปากออกมาได้ ด้วยคำถามเมื่อคืนของกัปตันเซปาดังกังวาน

เจ้ามาที่นี่ทำไม…เจ้ามีจุดหมายอันใดบอกมา

“เอาสักกี่บอกดี กัปตัน” พลางหันไปทางเซปา

ตาปันจังแลเห็นทีท่าของทุกคน จึงมิพ้นรู้ทัน

คนเหล่านี้มีทะเลเป็นยิ่งกว่าบ้าน…นอกเหนือจากบ้านก็ยังใช้ทะเลเป็นตลาดสดตลาดแห้งตลาดข้างทาง ขนสินค้าจากทางไกลเข้ามา ขนสินค้าจากท้องถิ่นออกไป มี ภาษีปากเรือ เป็นรายได้แห่งความสมานฉันท์ จึงมีทั้งภาษีขาเข้าแลภาษีขาออก พร้อมของกำนัลแก่เสมียน

“ตามใจใต้เท้าขอรับ”

“เอาสามบอกแล้วกัน” คุณหลวงหักอกหักใจทั้งๆแลเห็นสีหน้าชายหนุ่มมิสู้จะชุ่มชื่นสักเท่าไรเมื่อแลเห็นสินค้า “เอามาแจกลูกชายคนละบอก”

“แล้วลูกสาวล่ะขอรับ” เหมืองถามยิ้มกริ่ม “กัปตันโฮป…ยูว่ายูมีของผู้หญิงจากอเมริกาติดมาด้วยมิใช่หรือ”

“เครื่องโต๊ะแก้วเจียระไนของอังกฤษขอรับ…ผมซื้อจากปีนัง” อีกฝ่ายตอบด้วยสีหน้าภูมิใจในสินค้าของตน

 

Don`t copy text!