
กานต์ปรียา บทที่ 19 : ดวงตาที่คอยจับจ้อง
โดย : ดารัช
![]()
กานต์ปรียา นิยายสืบสวนดราม่า โดย ดารัช กับเรื่องราวที่ว่าด้วยเส้นบางๆ ระหว่างความรัก ความหลงใหล และการล้ำเส้นสู่ Cyberstalking ที่อาจบานปลายเป็นอาชญากรรม เรื่องราวของความสัมพันธ์ซ่อนเร้น การหายตัวไปอย่างปริศนา และเบาะแสที่อาจเปิดเผยความจริงอันมืดดำในโลกออนไลน์ อ่านได้แล้วที่ อ่านเอา www.anowl.co

‘ทำไมช่วงนี้พี่รู้สึกเหมือนเราหลบหน้าพี่แปลกๆ มาคุยกันหน่อยนะ’
ข้อความที่ณัฐนนท์ทักมาพร้อมกับลิงก์ร้านอาหารเรือนไทยบรรยากาศดีชื่อร้านเรือนดอกบัว ทำให้มาริษาที่กำลังนั่งดูซีรีส์อยู่ที่บ้านในวันหยุดถึงกับรีบเปิดตู้เสื้อผ้า หยิบเสื้อสีชมพูอ่อนแขนระบายกับกระโปรงยีนส์มาสวมด้วยความเร็วสูง หลังตรวจสอบว่าผมหน้าม้าไม่กระดก และเสื้อผ้าหน้าผมดูเรียบร้อย หญิงสาวก็พิมพ์ตอบรุ่นพี่ไปว่า ‘เมอร์รี่จะไปทำธุระแถวนั้นพอดี อีกสักชั่วโมงเจอกันนะคะ’
มาริษานั่งรถประจำทาง ต่อด้วยเรียกวินมอเตอร์ไซค์มาส่งหน้าร้านอาหารเรือนดอกบัว ซึ่งเป็นเรือนไม้ยกสูง แบ่งโซนไอศกรีมและโซนทานอาหารแยกจากกัน ล้อมรอบบึงน้ำแบบประดิษฐ์ มีดอกบัวและเรือพายเหมาะกับยูทูบเบอร์สายคาเฟ่อย่างเธอสุดๆ บรรยากาศสงบร่มรื่นแยกตัวจากความวุ่นวายในเมือง ทำให้มาริษารู้สึกราวกับตัวเองสามารถสูดลมหายใจได้เต็มปอดนับแต่เจอเรื่องวุ่นวายอย่างโดนแฟนคลับที่เป็นสตอล์กเกอร์ไล่ตาม รวมทั้งความรู้สึกอึดอัดแปลกๆ จากการที่กานต์เอาแต่พยายามมีส่วนร่วมในการเตรียมงานวันเกิดให้แม่ของเธอ แม้มาริษาจะรู้สึกขอบคุณที่กานต์อยู่เป็นเพื่อนตอนเธอโดนนายทรงภพหรือ Merry MerryMe ไล่ตามในซอยทางเข้าบ้าน แต่ท่าทีกระตือรือร้นและพยายามมีส่วนร่วมกับกิจกรรมครอบครัวของเธออย่างมากทำให้มาริษาอึดอัด
พักหลังๆ กานต์มักแชร์เรื่องธีมงานวันเกิด ของขวัญวันเกิด รวมทั้งมากดไลก์ทุกภาพ ทุกสเตตัสที่เธออัปลงเฟซบุ๊ก แต่เรื่องที่ทำให้มาริษาสติหลุดที่สุดคือกานต์โอนเงินมาช่วยจัดงานวันเกิด เขาก้าวก่ายมากเกินไปจนเธอรู้สึกหายใจไม่ออก
ระหว่างเดินเข้าร้าน มาริษานึกถึงเรื่องที่กานต์เคยพูดกับเธอ เขาบอกให้เธอระวังณัฐนนท์ และขอให้มาริษาลองถามณัฐนนท์เรื่องผู้หญิงที่ชื่อพิมพ์ลภัส มาริษาลองเอาชื่อนี้ไปเสิร์ชในกูเกิล แต่ก็ยากเกินไป ถ้ารู้ชื่อและนามสกุลอาจจะง่ายกว่านี้ แค่ใส่ฟันหนูหน้าและท้ายชื่อสกุลในกูเกิล ข้อมูลส่วนตัวบางอย่างก็จะเด้งขึ้นมา อาจจะเป็นโรงเรียน คณะที่เรียน มหาวิทยาลัย คะแนนสอบ รูปในเว็บไซต์ทะเบียนนักศึกษา แต่ที่มาริษามีอยู่ใรมือนั้นเพียงแค่ชื่อพิมพ์ลภัส และหญิงสาวก็กลัวเกินกว่าจะถามณัฐนนท์ แต่พอไม่ถาม เธอก็คิดฟุ้งซ่านสะระตะ
มาริษาชะเง้อหาชายหนุ่มร่างสูง แต่ยังไม่เห็นณัฐนนท์ เธอคิดว่าจะคุยอะไรกับเขาดี จริงๆ แล้วมาริษาติดใจคำพูดของกานต์ ทำไมกานต์ถึงบอกให้เธอระวังณัฐนนท์ แล้วผู้หญิงที่ชื่อพิมพ์ลภัสเป็นใคร เกี่ยวข้องอะไรกับรุ่นพี่ที่เธอแอบชอบกันแน่
มาริษามัวแต่เหม่อลอย พอหันหน้ามองทางอีกที ก็หลบหญิงสาวร่างโปร่งในชุดเดรสสีขาวที่วิ่งออกมาจากร้านกาแฟด้วยสีหน้าตระหนกไม่ทัน
ความรู้สึกเจ็บแปลบกับตกใจประดังเข้ามาพร้อมกัน มาริษาล้มก้นกระแทกพื้น เธอมองเห็นหญิงสาวชุดสีขาวเหลือบมองมาแวบหนึ่ง แล้วอีกฝ่ายก็วิ่งผ่านไป
เธอเอามือขวายันพื้นจะลุกขึ้น รู้สึกปวดแปลบตรงแขนขวาและต้นขา คงเพราะไม่ทันตั้งตัวเลยล้มลงไปเต็มแรง
ผู้ชายร่างตุ้ยนุ้ย หน้ากลม อายุราวยี่สิบกลางๆ วิ่งออกมาจากร้าน พอเห็นมาริษานั่งก้นจ้ำเบ้าอยู่กับพื้นก็ดูตกใจ
“ขอโทษแทนพี่ปรียาด้วยนะครับ คุณเป็นอะไรมากหรือเปล่า”
“เป็นอะไรมากหรือเปล่าเมอร์รี่” น้ำเสียงตื่นตระหนกของณัฐนนท์ดังมาจากด้านหลัง
มาริษาหันไปมองณัฐนนท์ ชายหนุ่มยื่นมาให้เธอเพื่อช่วยพยุง หญิงสาวใจสั่นขณะรับน้ำใจของอีกฝ่าย เธอนิ่วหน้าเพราะยังปวดแขนกับต้นขาอยู่ พอก้มมองแผลก็เห็นเลือดไหลซิบ
“ต้องทำแผลหน่อยแล้วนะ” ณัฐนนท์นิ่วหน้า
บริกรสวมเสื้อเชิ้ตสีขาวมีเสื้อกั๊กสีเดียวกันคลุมทับถลันเข้ามา ละล่ำละลักถาม “คุณลูกค้าเป็นยังไงบ้างครับ เดี๋ยวผมเอากล่องปฐมพยาบาลมาให้นะครับ”
“ขอโทษแทนพี่ปรียาด้วยนะครับ” ชายร่างตุ้ยนุ้ยพูด ไล่สายตาตามผู้หญิงที่ชนมาริษาเมื่อครู่ พลางพึมพำ “ทำไมพี่ปรียาต้องรีบขนาดนั้นด้วยนะ”
มาริษานึกถึงใบหน้าหวาดกลัวของหญิงสาวชุดขาว
“ว่าแต่เมอร์รี่ไปทำแผลก่อนเถอะ” ณัฐนนท์พูด ประคองเธอไปนั่งบนเก้าอี้ บริกรคนเมื่อครู่นำกล่องปฐมพยาบาลมาให้พอดี โดยมีหญิงวัยห้าสิบต้น ผมสั้นระต้นคอสีน้ำตาลเข้มแสกกลาง สวมชุดกระโปรงสีเขียวเดินตามมา สีหน้ากังวล
“น้องพนักงานเสิร์ฟเล่าเรื่องที่คุณลูกค้าได้รับอุบัติเหตุให้ฟังแล้ว ดิฉันเป็นพี่สาวหุ้นส่วนร้าน ยังไงต้องขอโทษคุณลูกค้าด้วยนะคะ”
มาริษามองหน้าเจ้าของร้าน เบิกตาโต “พี่วรรณ”
วรรณิดา รุ่นพี่ฝ่ายบุคคลที่ทำงานของมาริษาก็มีสีหน้าตกใจเช่นกัน “น้องเมอร์รี่น่ะเอง”
“โห ไม่รู้เลยนะคะว่าร้านอาหารเรือนดอกบัวเป็นร้านน้องของพี่วรรณ โลกกลมสุดๆ เลยนะคะ” หญิงสาวพูดพลางหัวเราะ
วรรณิดายิ้มรับ “ชินดนัย น้องชายพี่เป็นหุ้นส่วนเปิดร้านนี้กับเพื่อนน่ะจ้ะ วันนี้พี่แวะมาร้านพอดี พนักงานเลยมาบอกว่าเกิดเรื่อง…ว่าแต่เมอร์รี่บาดเจ็บตรงไหนอีกไหม อยากไปตรวจที่โรงพยาบาลไหม”
มาริษาส่ายหน้า “แค่หกล้มเองค่ะ แค่ทำแผลก็หายแล้ว”
“จริงสิ น้องเมอร์รี่ พี่เพิ่งรู้ข่าวเรื่องที่หนูโดนสตอล์กเกอร์ตามจากหนึ่ง” วรรณิดาพูดถึงภคินี-หัวหน้าแผนกของมาริษา แววตาเห็นใจ “คงตกใจแย่เลยนะ”
“เมอร์รี่โดนสตอล์กเกอร์ไล่ตามเหรอ” ณัฐนนท์ถาม สีหน้าตกใจ
มาริษายังไม่อยากมองอีกฝ่ายตอนนี้ เธอจึงเพ่งความสนใจไปยังเพื่อนร่วมงานแทน “โชคดีมากๆ ที่พี่กานต์ เพื่อนสมัยเรียนของพี่ครรชิตสังเกตเห็นว่ามีคนตามเมอร์รี่ค่ะ เลยช่วยจับคนร้ายส่งตำรวจ ไอ้โรคจิตนั่นแอบมาค้นแล้วก็ขโมยของห้องเมอร์รี่ ทั้งของส่วนตัว ไหนจะเมมกล้องถ่ายรูป แล้วก็ External Hardisk ทางตำรวจช่วยตามคืนให้อยู่ค่ะ แต่คนร้ายปฏิเสธถ่ายเดียว” หญิงสาวตัวสั่นเทาพอนึกถึงใบหน้าโรคจิตของนายทรงภพ และคำพูดที่เขาบอกว่าเธอเป็นคนแชร์เรื่องของตัวเองให้เขารู้ทางเฟซบุ๊ก ไม่ว่าจะเป็นที่อยู่ ความชอบ ไลฟ์สไตล์
หญิงสาวมองเห็นสีหน้าเป็นห่วงของทุกคนก็ยิ้มสดใส ทำเหมือนว่าไม่เป็นไร “แต่คนร้ายก็โดนจับได้แล้ว และที่บ้านก็ติดกล้องวงจรปิดไว้แล้วด้วยค่ะ”
“งั้นก็โล่งอกไปทีนะ” วรรณนิดาถอนหายใจ ก่อนนึกขึ้นได้ “ถ้ายังไงพี่ขอช่องทางติดต่อน้องเมอร์รี่ไว้หน่อยได้ไหมจ๊ะ เผื่อมีอาการไม่ดีหรือต้องเข้าโรงพยาบาล”
“โธ่ พี่วรรณดูแลลูกค้าดีเกินไปแล้วค่ะ จริงๆ เรื่องนี้ก็ไม่ใช่ความผิดอะไรของทางร้านเลย” มาริษาพูดกลั้วหัวเราะ แต่พอเห็นสีหน้าจริงจังของอีกฝ่าย ก็ยอมหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมา ก่อนจะนึกขึ้นได้ “เมอร์รี่เป็นเพื่อนพี่วรรณแล้วค่ะ นี่ไงคะ” ว่าแล้วก็เปิดหน้าโพรไฟล์ของอีกฝ่ายให้ดู
รุ่นพี่ที่ทำงานขมวดคิ้ว มองภาพและชื่อของตัวเองบนโพรไฟล์เฟซบุ๊ค ก่อนจะกล่าวด้วยเสียงตกใจ “น้องเมอร์รี่ นั่นไม่ใช่เฟซบุ๊กพี่นะ” ว่าแล้วก็ยื่นมือถือตัวเองให้ดู โพรไฟล์เฟซบุ๊กของวรรณิดาเป็นภาพดอกบัวใช้ชื่อว่า ‘วรรณ วรรณิดา’
มาริษาขมวดคิ้ว มองชื่อบัญชีเฟซบุ๊ก ‘วรรณ วรรณิดา (เฉพาะเพื่อนสนิท)’ ที่อยู่ในรายชื่อเพื่อนของเธอ สลับกับบัญชี “วรรณ วรรณิดา” ที่มีโพรไฟล์เป็นภาพดอกบัวของรุ่นพี่ที่ทำงาน
“พี่มีบัญชีเฟซบุ๊กแค่บัญชีเดียว ใครก็ตามที่แอดน้องเมอร์รี่มา แอบอ้างใช้ชื่อพี่ด้วยจุดประสงค์ไม่ดีแน่ๆ” เพื่อนร่วมงานหน้าตาตื่น
มาริษาหน้าซีดเผือด เธอเผลอถอยห่างจากรุ่นพี่ที่ทำงาน ขาอ่อนแรงจนแทบทรุดลงไปบนพื้น โชคดีที่ณัฐนนท์ช่วยประคองไว้ หญิงสาวตกใจเกินกว่าจะกล่าวขอบคุณด้วยซ้ำ
“นี่มันไม่ใช่เรื่องเล่นๆ แล้ว”ณัฐนนท์พูด หมุนตัวเธอให้หันมาเผชิญหน้ากับเขา สองมือจับแขนเธอไว้ ดวงตาสีนิลแฝงแววห่วงใยมองเธอนิ่ง “นี่เมอร์รี่ บางทีอาจมีใครประสงค์ร้าย แอบปลอมบัญชีพี่วรรณที่เป็นคนรู้จัก เพื่อหาทางเข้าถึงตัวเรานะ” เขาพูด “พอจะจำได้ไหมว่าคุยอะไรกับบัญชีปลอมนี้บ้าง”
มาริษาส่ายหน้า พยักหน้า แล้วส่ายหน้าอีก เธอก็แค่รับแอดเพื่อน บัญชีปลอมของวรรณิดาไม่ได้ทักอะไรมา แต่แค่รับแอด อีกฝ่ายก็สามารถเห็นทุกอย่างที่เธอแชร์ให้เพื่อนในเฟซบุ๊กเห็น ไม่ว่าจะเป็นร้านประจำ กิจกรรมในวันหยุด…มาริษาตัวสั่น นึกถึงทรงภพที่ตามสะกดรอยเธอจากการไล่ดูข้อความต่างๆ ที่เธอโพสต์ในบัญชีส่วนตัว
เรา ‘ส่อง’ และ ‘โดนส่อง’ บัญชีออนไลน์อยู่ทุกเมื่อเชื่อวัน การมีคนเข้ามาดูโซเชียลมีเดียของเราเป็นเรื่องปกติ ในบรรดาคนที่มาส่องเรา อาจมีบางคนที่ไม่หวังดี คอยตรวจสอบวิถีชีวิตของเรา แฝงตัวเข้ามาด้วยจุดประสงค์บางอย่าง ซึ่งการสะกดรอยทางออนไลน์เป็นเรื่องที่ตรวจสอบได้ยาก กรณีที่เหยื่อรู้ตัวอาจใช้กฎหมายมาจัดการได้ อย่างกรณีนายทรงภพที่เป็นแฟนคลับของมาริษา และอาศัยเรื่องต่างๆ ที่เธอโพสต์ จนเข้ามาใกล้ตัวเธอ แต่ในกรณีทั่วไปนั้นไม่อาจรู้ได้เลย เขาแค่มาดูสตอรี่เฉยๆ เราคิดมากไปหรือเปล่า การส่องและ Cyberstalking จึงเป็นเส้นคั่นบางๆ ถ้าก้าวข้ามเส้นกั้นนั้นไป ทุกคนสามารถเป็นคนร้าย และทุกคนสามารถเป็นเหยื่อ เรื่องน่าเศร้าคือเรามักจะรู้ตัวในตอนที่ทุกอย่างร้ายแรงเกินควบคุมแล้ว
การไม่เปิดเผยสถานที่ ความชอบ หรือเรื่องราวส่วนตัวมากเกินไปในโลกออนไลน์เป็นเพียงแค่การป้องกัน แต่ก็ไม่อาจปกป้องตัวเองได้ทั้งหมด แถมในโลกที่สื่อสารกันได้เพียงปลายนิ้วคลิก การจะไม่มีบัญชีโซเชียลใดๆ เลยก็เป็นเรื่องที่ทำได้ยาก ในประเทศไทยเองก็ไม่มีกฎหมายที่เอาผิด Cyberstalking โดยเฉพาะ เหมือนบางประเทศในแถบตะวันตก หากต้องการดำเนินคดี เหยื่อต้องรวบรวมหลักฐานต่างๆ เพื่อแจ้งความ ณ สถานีตำรวจท้องที่เกิดเหตุ สถานีตำรวจนครบาล สถานีตำรวจภูธร หรือร้องทุกข์ที่กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิด เกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี
“แล้วช่วงนี้เมอร์รี่รู้สึกว่าเจออะไรแปลกๆ บ้างไหม” ณัฐนนท์เสียงเครียด
เธอกัดริมฝีปาก เหลือบมองสีหน้ากังวลของรุ่นพี่ ชั่งใจ ก่อนสั่นศีรษะ หญิงสาวมองบัญชีเฟซบุ๊กปลอมของเพื่อนร่วมงานอีกครั้ง ตัวสั่นเทาชนิดไม่อาจควบคุม
“รวบรวมหลักฐานก่อนเถอะ” ณัฐนนท์แตะบ่าเธอเบาๆ เพื่อช่วยเรียกสติ “พวกแช็ตข้อความ โพรไฟล์ของคนร้าย แคปหน้าจอเก็บไว้ให้หมดเลยนะ”
“พี่วรรณครับ รบกวนรีพอร์ตบัญชีแอบอ้าง เฟซบุ๊กจะได้ปิดบัญชีนั้นไป และเปลี่ยนพวกอีเมลและรหัสผ่านบัญชีออนไลน์ทั้งหมดเพื่อความปลอดภัยด้วยนะครับ” ณัฐนนท์หันไปพูดกับวรรณิดา เจ้าตัวเองก็หน้าซีดเผือดไม่ต่างจากมาริษาเลย
มาริษาทำตามที่รุ่นพี่บอกด้วยมือสั่นเทา เธอกดแจ้งบัญชีแอบอ้างกับทางเฟซบุ๊กด้วยอีกแรง และบล็อกบัญชีเพื่อไม่ให้บุคคลปริศนามาแอบสอดส่องตัวเองอีก
ณัฐนนท์ตรวจสอบหน้าโพรไฟล์ของบัญชี ‘วรรณ วรรณิดา (เฉพาะเพื่อนสนิท)’ เช็กรายชื่อเพื่อนสนิท และการตอบโต้ในเฟซบุ๊กของบัญชีดังกล่าวคร่าวๆ
“บัญชีปลอมนี้ไม่ค่อยโพสต์หรือตอบโต้อะไรกับใครเท่าไหร่ ส่วนเพื่อนก็ไม่เยอะมาก หลักๆ เหมือนจะกดไลก์เมอร์รี่เยอะที่สุด” ณัฐนนท์วิเคราะห์
“เหมือนจงใจจะแอบอ้างเป็นพี่ เพื่อให้น้องเมอร์รี่รับเพื่อนเหรอ” วรรณิดาถาม
“คิดว่าใช่ครับ” ณัฐนนท์พูด
“แล้วเราจะรู้ได้ยังไงคะว่าบัญชีปลอมนี้เป็นของใคร” มาริษาถาม
“พี่จะไปแจ้งความ” วรรณิดากล่าว “ตำรวจสามารถติดตามบัญชีปลอมนี้ได้เพื่อดำเนินคดี พวก IP Address, VPN, ข้อมูลอุปกรณ์ที่เข้าถึงบัญชี, หรือข้อมูลที่เชื่อมโยงกับตัวบุคคลจริงๆ อย่างประวัติการล็อกอิน อีเมลที่ใช้สมัคร รุ่นของมือถือหรือระบบปฏิบัติการ อาจต้องใช้เวลาหน่อย แต่ตำรวจสืบหาคนร้ายให้ได้แน่ๆ”
“เจ้าของบัญชีนี้ฉลาดมาก ลักษณะข้อความที่แช็ตกับเมอร์รี่ก็ไม่มีหลุดให้สงสัยเลยว่าเป็นบัญชีปลอม แถมยังไม่ได้เอาชื่อหรือภาพของพี่วรรณไปทำอะไรไม่ดี ตำรวจอาจถือว่าไม่ใช่คดีร้ายแรง อาจจะไม่ได้เร่งตรวจสอบให้เป็นพิเศษ เพราะมองว่าไม่ได้เป็นคดีร้ายแรง” ณัฐนนท์วิเคราะห์ “อีกอย่าง ถ้าคนร้ายปกปิดตัวตนดีๆ เช่น ใช้ VPN, IP Address, บัญชีอีเมลชั่วคราว อาจสืบหาตัวได้ยาก แต่ทางตำรวจเองก็มีเครื่องมือและวิธีที่ซับซ้อน ยังไงพี่วรรณกับเมอร์รี่รีบไปแจ้งความไว้ ก็จะช่วยให้ตำรวจมีข้อมูลติดตามคดีได้เยอะขึ้น”
“แบบนี้เราจะเอาผิดอะไรเจ้าของบัญชีแอบอ้างนี้ได้บ้างนะ มาสร้างความเดือดร้อนให้คนอื่นแท้ๆ จะลอยตัวไปเฉยๆ เลยเหรอ” วรรณิดาโมโห
ณัฐนนท์พามาริษาและวรรณิดาไปแจ้งความที่สถานีตำรวจท้องที่เกิดเหตุ ที่เดียวกับที่มาริษามาแจ้งความเรื่องพบชิ้นส่วนศพ และเรื่องตอนนายทรงภพสะกดรอยตามเธอ นายตำรวจที่รับเรื่องชื่อมนชิต เป็นชายร่างสูง หน้าตอบ มีไรหนวดบางๆ ผมยุ่งกระเซิง (คนเดียวกับที่เคยสอบปากคำมาริษาเช่นกัน)
วรรณิดา มาริษา และณัฐนนท์นั่งบนเก้าอี้ที่ไม่สบายตัวนัก พัดลมเพดานแทบไม่ไล่อากาศร้อนอบอ้าว ชวนให้ยิ่งร้อนใจ ตรงหน้าคนทั้งสามคือนายตำรวจมนชิตเขียนบันทึกการให้ปากคำ บรรยากาศช่างคลับคล้ายคลับคลากับตอนที่มาริษามาให้ปากคำเรื่องโดนนายทรงภพแอบตาม จนเธอรู้สึกผวา ราวกับฝันร้ายที่คิดว่าหนีพ้นแล้วย้อนกลับมาอีกครั้ง
“ทางตำรวจจะสืบหาตัวคนร้ายที่แอบอ้างบัญชีปลอมให้เร็วที่สุดนะครับ การแอบอ้างเป็นคนอื่นความผิดมาตรา 16 พระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ.2550 โทษคือจำคุกไม่เกิน 3 ปี หรือปรับไม่เกิน 60,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ” มนชิตกล่าวหลังให้ปากคำเสร็จ “นอกจากนี้ ถ้ามีเจตนาหลอกลวงเพื่อฉ้อโกง ก็อาจจะถูกลงโทษตามมาตราการฉ้อโกงด้วย โทษจะหนักขึ้น อาจจะจำคุกตั้งแต่ 6 เดือนถึง 7 ปี และปรับตั้งแต่ 10,000 บาทถึง 140,000 บาท ขึ้นอยู่กับความรุนแรงของการกระทำด้วย”
มนชิตหันมาสบตามาริษา
“ในไทยไม่มีตัวบทกฎหมายที่เอาผิด Cyberstalking โดยเฉพาะ ยิ่งในเคสที่บัญชีปลอมมาขอเป็นเพื่อน พูดคุย กดแสดงความรู้สึกเฉยๆ อาจจะไม่เกิดความเสียหายชัดเจน แต่ถ้ามีการคุกคามทางกายภาพ ทำให้เหยื่อรู้สึกเดือดร้อน รำคาญ และรู้สึกไม่ปลอดภัย อาจเข้าข่ายฐานความผิดตามประมลกฎหมายอาญา มาตรา 397 ผู้ใดกระทำด้วยประการใดๆ ต่อผู้อื่น อันเป็นการรังแก ข่มเหง คุกคาม หรือกระทำให้ได้รับความอับอายหรือเดือดร้อนรำคาญ ต้องระวางโทษปรับไม่เกินห้าพันบาท”
“ไม่เกินห้าพันบาทเองเหรอครับ” ณัฐนนท์แค่นหัวเราะ
“ในกรณีมีการลอบเข้าระบบคอมพิวเตอร์ของเหยื่อด้วยจะเข้าข่ายความผิดตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ 2560 ตามมาตรา 5 ถึง มาตรา 8 ว่าด้วยการเข้าถึงระบบคอมพิวเตอร์หรือข้อมูลของผู้อื่นโดยไม่ชอบซึ่งต้องระวางโทษจำคุกสูงสุดถึง 2 ปี หรือปรับสูงสุด 40,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ” มนชิตอธิบายต่อ
“โทษไม่เบาไปหน่อยเหรอคะ” มาริษาแย้ง เธอต้องหวาดกลัวขนาดนี้ ติดอยู่ในฝันร้ายขนาดนี้ แต่คนร้ายกลับรับโทษไม่สาสมกับความเจ็บปวดของเหยื่อเอาเสียเลย
“โทษเบาไปหน่อยจริงๆ” มนชิตยอมรับ “แต่ทางตำรวจจะดำเนินคดีให้ดีที่สุดเพื่อจับคนร้าย ระหว่างนี้ขอให้พยายามเก็บหลักฐานไว้นะครับ เรื่อง Cyberstalking นี่ดูยากจริงๆ แต่อยากให้ลองสังเกต เช่น ถ้าเราอัปสตอรี่ แล้วมีคนหนึ่งที่ตามดูสตอรี่เราตลอด ให้สังเกตคนคนนั้นไว้หน่อย ลองดูว่าคนนั้นเริ่มเข้าหาเราในลักษณะไหน ถ้าเราไปเช็กอินที่ไหน แล้วเขาไปที่เดียวกับเรา หรืออาจจะ Tag หาว่าตัวเองอยู่ที่เดียวกับเรา การ Stalking เป็นการคุกคามความเป็นอยู่ของผู้เสียหาย ไม่ใช่แค่การแอบชอบเฉยๆ เวลาแจ้งตำรวจ ทางตำรวจจะให้ลงบันทึกประจำวันเป็นหลักฐาน ให้ถ่ายสำเนาเอกสารเก็บไว้ สังเกตหัวเอกสารดีๆ ว่าเป็นบันทึกประจำวันเพื่อลงเป็นหลักฐาน หรือเป็นการแจ้งความร้องทุกข์กล่าวโทษ นอกจากนั้นอาจจะติดตามทวงถามไปตามความเหมาะสม ยิ่งในกรณีที่มีการคุกคามต่อเนื่อง อาจต้องแจ้งเจ้าหน้าที่ว่าเกิดเหตุอีกแล้ว”
หลังให้ปากคำเรียบร้อย มาริษาและณัฐนนท์ก็แยกกับวรรณิดาที่หน้าสถานีตำรวจ โดยวรรณิดาโทร.หาน้องชายให้มารับ ชินดนัย-น้องชายของวรรณิดามีรูปร่างสมส่วน ใบหน้าคมคาย แต่งตัวตามเทรนด์แฟชั่น สวมต่างหู พอเห็นเขาก็จำได้ว่านอกจากจะเป็นหุ้นส่วนร้านอาหารเรือนดอกบัวแล้ว อีกฝ่ายยังเป็นอินฟลูเอนเซอร์ ทำช่องยูทูบเกี่ยวกับการท่องเที่ยว มีแฟนคลับมากมาย ยอดวิวหลักล้าน มาริษาเองก็มักไปกดไลก์คลิปท่องเที่ยวของเขาบ่อยๆ
“ขอบคุณที่ช่วยดูแลพี่วรรณนะครับ” ชินดนัยยิ้มให้ณัฐนนท์และมาริษา เขาดูเป็นคนที่อัธยาศัยดีใช้ได้เลย
หลังรถยนต์ของสองพี่น้องลับสายตา ณัฐนนท์ก็กุมมือเธอไว้ บีบมือเบาๆ ราวจะปลอบโยน
“พี่ปกป้องเมอร์รี่ได้แย่มากเลยใช่ไหม”
หญิงสาวหันไปมองเขา เสี้ยวหน้าคมคายที่มองจากด้านข้างดูเจ็บปวด “พี่นนท์จะโทษตัวเองทำไมคะ ถึงเราจะระวังยังไงก็เลี่ยง Cyberstalking ได้ยากอยู่ดี แค่มาเป็นเพื่อนเมอร์รี่ พาเมอร์รี่มาแจ้งความ ก็ขอบคุณจะแย่แล้วค่ะ”
“แต่ตอนเมอร์รี่โดนสะกดรอยตามรอบก่อน พี่กลับไม่รู้อะไรเลย”
“เมอร์รี่ไม่ได้อยากจะปิดบังหรืออะไรซะหน่อย แค่…” เธอเงียบ
“แค่?” ณัฐนนท์ยื่นหน้ามาใกล้
ใกล้เกินไป
“แค่…” หญิงสาวก้มหน้างุด “กลัวจะรบกวนพี่นนท์ พวกเราเป็นรุ่นพี่รุ่นน้องกัน จะให้มาพึ่งพาพี่นนท์ทุกเรื่องก็ไม่ควรนี่นา”
“แต่พี่อยากให้พึ่งพี่ทุกเรื่องนะ”
เธอเงยหน้ามองเขา จู่ๆ ความกังวลทั้งหมดก็หายไป ณัฐนนท์กำลังจะสื่ออะไร เขาหมายความแบบที่เธอคิดใช่ไหม เขาแคร์เธอ อยากรู้เรื่องราวทุกอย่างของเธอ
เธอไม่ใช่รุ่นน้องคนหนึ่ง แต่เป็นคนพิเศษของเขาใช่ไหม
ณัฐนนท์ก้มมองโทรศัพท์มือถือ ขมวดคิ้วจนหน้ายู่ ทำเอามาริษานึกขำ
“พี่นนท์ดูอะไรอยู่คะ”
“กำลังเช็กกฏหมายเกี่ยวกับบทลงโทษกรณี Cyberstalking ของประเทศอื่นๆ น่ะ กฎหมายไทยไม่มีตัวบทเรื่อง Cyberstalking ที่ชัดเจน ต้องดูลักษณะการกระทำซึ่งอาจจะเป็นเรื่องของการคุกคามรังแก เป็นแค่ลหุโทษ เรียกมาคุยแล้วเสียค่าปรับเป็นอันจบ แปลว่าเขาสามารถทำได้เรื่อยๆ อย่างมากคือเสียค่าปรับ เพราะความผิดลหุโทษสามารถทำซ้ำโดยไม่บวกโทษเพิ่ม” เขาตอบ
มาริษากลัว แต่ขณะเดียวกันก็อุ่นใจที่มีคนโกรธและรู้สึกไม่ยุติธรรมแทนเธอ
“แล้วบทลงโทษของประเทศอื่นล่ะคะ”
“ประมวลกฎหมายอาญาของประเทศสหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมนีบอกว่า หากการคุกคามสะกดรอยใดๆ เป็นเหตุให้บุคคลที่ถูกติดตามคุกคามได้รับอันตรายแก่กายและจิตใจ หรือเป็นเหตุให้ถึงแก่ความตาย ผู้กระทำต้องได้รับโทษหนักขึ้น โดยมีบทบัญญัติว่า หากเหยื่อได้รับอันตรายแก่กายและใจ ผู้กระทำความผิดต้องรับโทษตั้งแต่สามเดือนถึงห้าปี และในกรณีที่เหยื่อถึงแก่ความตาย จำเลยต้องได้รับโทษตั้งแต่ 1-10 ปี
ประมวลกฎหมายอาญาของรัฐแคลิฟอร์เนีย สหรัฐอเมริกา ความผิดฐาน stalking คือการปรับสูงสุด 10,000 ดอลลาร์สหรัฐ จำคุก 3 ปี หรือทั้งจำทั้งปรับ
ทางฝั่งเอเชีย ญี่ปุ่นมีพระราชบัญญัติต่อต้านการสะกดรอยตาม (Anti-Stalking Act) โทษจำคุก 2 ปีหรือน้อยกว่า หรือปรับ 2 ล้านเยน
ล่าสุดประเทศเพื่อนบ้านของเราอย่างมาเลเซีย ได้ผ่านร่างกฎหมายที่กำหนดให้การสะกดรอยตามเป็นความผิดทางอาญาในปลายปี 2565 มีโทษจำคุกสูงสุดสามปี หรือทั้งจำทั้งปรับ”
“ยิ่งฟังยิ่งรู้สึกว่าบทลงโทษของกฎหมายไทยเบามากๆ เลย”
“พี่ว่าอย่างน้อยควรมีบรรทัดฐานในการบังคับใช้กฎหมายที่มีโทษที่แรงขึ้นกับผู้กระทำ และต้องมีการคุ้มครองตัวเหยื่อให้ดีกว่านี้ อาจมีการประยุกต์พระราชบัญญัติคุ้มครองพยานในคดีอาญา พ.ศ.2546 โดยอาศัยอำนาจกระทรวงยุติธรรมในการสั่งให้คุ้มครองพยาน เช่น ให้ย้ายที่อยู่ หรือให้จัดเจ้าหน้าที่เข้าไปคุ้มครองพยาน โดยอาจจะประยุกต์กฎหมายนี้มาเพื่อใช้การคุ้มครองเหยื่อที่ถูกคุกคามในลักษณะการถูก Stalking” ณัฐนนท์พูด
มอเตอร์ไซค์คันหนึ่งแล่นมายังทิศทางที่มาริษาและณัฐนนท์ยืนอยู่
“จอดตรงนี้เลยครับ” ชายร่างตุ้ยนุ้ยซ้อนท้ายวินมอเตอร์ไซค์ ชี้มือให้รถจอดหน้าสถานีตำรวจ หลังจ่ายค่าโดยสาร เขาหันมาโบกมือให้มาริษาและณัฐนนท์ พลางวิ่งกระหืดกระหอบมาหา
“นึกว่าจะมาไม่ทันเสียแล้ว” ชายร่างท้วมพูด
“คุณคือ…” มาริษาคุ้นหน้าอีกฝ่ายมาก “คนที่ร้านอาหาร”
ตอนมาริษาโดนผู้หญิงคนหนึ่งวิ่งชนตอนจะเข้าร้านเรือนดอกบัว ผู้ชายคนนี้วิ่งมา เขากล่าวขอโทษแทนผู้หญิงที่ชนเธอ แต่มาริษามัวแต่ตกใจเรื่องบัญชีเฟซบุ๊กปลอมของวรรณิดาจนไม่ได้สนใจอีกฝ่ายมากนัก
“ผมชื่อพีรพล ชื่อเล่นชื่อพีทครับ” เขาแนะนำตัว “ตอนที่คุณชนกับพี่ปรียา ผมเห็นมีของหล่นไว้ ผมได้ยินพวกคุณคุยกันว่าจะมาโรงพัก ของนี่ดูสำคัญ คิดว่าคุณรีบใช้ เลยเรียกวินมอเตอร์ไซค์ขับตามมาให้ครับ”
พีรพลยื่นกล่องเครื่องประดับสีน้ำเงินกำมะหยี่มาให้
“ผมยังไม่ได้เปิดดูว่ามันคืออะไร คุณลองเช็กดูก่อนนะครับว่าเสียหายตรงไหนไหม”
“กล่องนี่ไม่ใช่ของฉันค่ะ” มาริษาปฏิเสธ
“ของพี่เอง” ณัฐนนท์รับกล่องไว้ เขารีบเปิดและปิดอย่างรวดเร็วจนมาริษามองของในกล่องไม่ทัน “ไม่มีอะไรเสียหาย ผมใส่กล่องนี้ไว้ในกระเป๋าเสื้อคลุม น่าจะทำตกตอนไปพยุงเมอร์รี่ ยังไงก็ขอบคุณมากเลยนะครับ”
เสียงเรียกเข้าโทรศัพท์ของมาริษาดังขึ้น ทำเอาหญิงสาวสะดุ้ง พอเห็นว่าแม่โทร.มาก็รีบรับสาย
“เมอร์รี่ ตอนนี้หนูอยู่ไหนลูก อยู่กับกานต์หรือเปล่า!” คนที่ท่าทางจิตใจไม่อยู่กับเนื้อกับตัวกลายเป็นนางมรกตเสียเอง เสียงของแม่ฟังแทบไม่ได้ศัพท์
“แม่คะ ใจเย็นๆ ก่อน” เธอพูด “เมอร์รี่ไม่ได้อยู่กับพี่กานต์ค่ะ แม่มีอะไรหรือเปล่าคะ”
“อย่าอยู่ใกล้กานต์นะ หนีไป ไอ้นั่นมันน่ากลัว!”
- READ กานต์ปรียา บทที่ 19 : ดวงตาที่คอยจับจ้อง
- READ กานต์ปรียา บทที่ 18 : รสจูบอาบยาพิษ
- READ กานต์ปรียา บทที่ 17 : คำโกหกแสนงดงามเพื่อคุณ
- READ กานต์ปรียา บทที่ 16 : ฉันไม่รู้อีกแล้วว่าคุณคือใคร
- READ กานต์ปรียา บทที่ 15 : หวังให้ความรักสมบูรณ์แบบด้วยรัก
- READ กานต์ปรียา บทที่ 14 : ความรักของคุณ ความรักของผม ความรักของเรา
- READ กานต์ปรียา บทที่ 13 : เด็กชายผู้ไม่เคยเป็นที่รัก
- READ กานต์ปรียา บทที่ 12 : ในห้วงเหวลึกสุดหยั่ง
- READ กานต์ปรียา บทที่ 11 : ความเย็บเยียบแสนร้อนระอุ
- READ กานต์ปรียา บทที่ 10 : ความสุขชั่วนิรันดร์
- READ กานต์ปรียา บทที่ 9 : ผมให้คุณเป็นที่หนึ่ง
- READ กานต์ปรียา บทที่ 8 : บทเรียนเรื่องจักรวาลที่ชื่อว่าคุณ
- READ กานต์ปรียา บทที่ 7 : บอกมาว่าคุณรู้สึกอย่างไร
- READ กานต์ปรียา บทที่ 6 : กล่องความทรงจำในดินแดนที่ถูกลืม
- READ กานต์ปรียา บทที่ 5 : คุณรักฉันมากแค่ไหน
- READ กานต์ปรียา บทที่ 4 : เรื่องทั้งหมดที่ฉันชอบ
- READ กานต์ปรียา บทที่ 3 : อยากชำแรกเข้าไปในทุกห้วงความคิด
- READ กานต์ปรียา บทที่ 2 : เส้นทางที่ไม่อาจหวนคืน
- READ กานต์ปรียา บทที่ 1 : อ้อมกอดแนบแน่นราวพยายามกลืนกินอีกฝ่าย







