
กานต์ปรียา บทที่ 21 : ยิ้มสิ พูดคำว่ารักออกมา
โดย : ดารัช
![]()
กานต์ปรียา นิยายสืบสวนดราม่า โดย ดารัช กับเรื่องราวที่ว่าด้วยเส้นบางๆ ระหว่างความรัก ความหลงใหล และการล้ำเส้นสู่ Cyberstalking ที่อาจบานปลายเป็นอาชญากรรม เรื่องราวของความสัมพันธ์ซ่อนเร้น การหายตัวไปอย่างปริศนา และเบาะแสที่อาจเปิดเผยความจริงอันมืดดำในโลกออนไลน์ อ่านได้แล้วที่ อ่านเอา www.anowl.co

พอออกจากเขตถนนหลัก กานต์ก็เหยียบคันเร่งเก๋งสีน้ำเงินกระโปรงหลังสีขาวเต็มแรง ยิ่งถนนโล่งแบบนี้ยิ่งเร่งความเร็วได้สะใจไปกันใหญ่
ตอนมาริษาโทร.หาเพื่อขอปรึกษา กานต์ตัดสินใจแวะเช่ารถขับมาพบเธอที่ร้าน ICARUS แค่เผื่อไว้ก่อน เพราะที่ที่เป็นรังรักของกานต์กับปรียาห่างไกลจากบ้านพักของกานต์พอดู เขาไม่อยากให้มีใครบังเอิญเอะใจว่าทำไมเห็นรถของกานต์มาขับอยู่ในเส้นทางแปลกๆ
แต่ระหว่างขับรถมาหามาริษา กานต์รู้สึกแปลกๆ ก่อนหน้านี้เจ้าหล่อนขีดเส้นกั้นกับเขา บอกว่าเรื่องงานวันเกิดของนางมรกตเป็นเรื่องของคนในครอบครัว แล้วนึกอย่างไรจู่ๆ ถึงได้อยากมาปรึกษาเขานัก กานต์นึกถึงบัญชีเฟซบุ๊ก ‘วรรณ วรรณิดา (เฉพาะเพื่อนสนิท) ที่เขาแอดเพื่อนไปหามาริษาขึ้นมา ตั้งใจจะลองใช้บัญชีนี้พิมพ์ไปหลอกถามข้อมูล เผื่อจะได้อะไรมาบ้าง แต่กลายเป็นมาริษาบล็อกบัญชีนี้ แถมยังโดนรีพอร์ตจากเฟซบุ๊ก
กานต์หันหน้ามามองหญิงสาวที่น่ารักราวตุ๊กตา เขาเคยคิดได้อย่างไรนะว่าอยากให้เธอเป็นน้องสาว ถึงขั้นยอมให้อภัยเรื่องที่เอาแต่ก่อเรื่องวุ่นวายให้เขาตามล้างตามเช็ดไม่หยุดหย่อน ทั้งเรื่องที่ถ่ายวิดีโอยูทูบติดภาพกานต์บ้างละ ถ่ายติดนาฬิกาของสายฟ้าบ้างละ ไหนจะเรื่องสาระแนไปขุดหากล่องความทรงจำบนภูเขาจนเจอชิ้นส่วนศพของสายฟ้าเข้า
มาริษาสายตาล่อกแล่กราวพยายามจำเส้นทาง กานต์จึงใช้มือซ้ายที่ถือมีดปลายแหลมจ่อเข้าไปใกล้เอวของหญิงสาวเพื่อเตือนสติ หญิงสาวสะดุ้ง สีหน้าหวาดกลัวระคนไม่อยากเชื่อ พอเห็นแล้วอดนึกถึงตอนที่เขาผลักลูกัส เพื่อนเพียงคนเดียวในบ้านเด็กกำพร้าตกบันไดไม่ได้ ใครใช้ให้นางขวัญตาอยากรับลูกัสไปเลี้ยงเป็นลูกบุญธรรมแทนที่จะเป็นเขาล่ะ กานต์ต้องคอยปลอบใจนางแทบแย่ กว่านางขวัญตาจะรู้สึกเอ็นดูและรับกานต์ไปเป็นลูกบุญธรรมแทน
“พี่กานต์จะ…จะพาเมอร์รี่ไปไหนเหรอคะ” มาริษาเสียงสั่นเครือเหมือนจะร้องไห้
กานต์จอดรถหลังร้าน ICARUS ส่งข้อความในแช็ตเฟซบุ๊กไปบอกมาริษาว่าจะไปถึงช้าหน่อยเพราะรถติด แล้วแอบซุ่มจนเห็นมาริษานั่งอยู่ในรถของณัฐนนท์ ก่อนจะก้าวลงมาเพื่อรอเขาในร้าน กานต์ใช้มีดจี้เอวมาริษา บังคับให้หญิงสาวขึ้นรถเช่าที่จอดแอบไว้ด้านหลัง พอขับรถไกลออกมาหน่อย ก็คว้ากระเป๋าถือของมาริษามา เปิดกระจกรถ แล้วโยนทิ้ง
“เมอร์รี่มีอะไรจะบอกพี่ไหม” เขาถาม
มาริษาบล็อกเฟซบุ๊กปลอมของวรรณิดา ไหนจะเรื่องที่เฟซบุ๊กปลอมโดนรีพอร์ต กานต์จำเป็นต้องรู้ว่าตอนมาริษารู้อะไรบ้าง แล้วเจ้าหล่อนปากโป้งบอกอะไรคนอื่นไปบ้าง
“กูถามว่ามึงมีอะไรจะบอกกูไหม!” กานต์ตะคอกจนหญิงสาวสะดุ้งโหยง
“มะ…เมอร์รี่รู้แล้วนะว่าพี่กานต์มาแอบซุ่มดูที่บ้านเมอร์รี่” หญิงสาวตอบ “พี่มอบตัวเถอะนะคะ โทษหนักจะได้กลายเป็นเบา”
ดวงตาของกานต์วาวโรจน์ ใจเขาเต้นรัว เขารู้แล้วว่าตัวเองพลาดอะไรไป
“กล้องหน้ารถคันเก่าเหรอ” กานต์จำรถกระบะสีเหลืองซอมซ่อน่าเกลียดที่จอดหลังบ้านคันนั้นได้ แต่ไม่ได้สนใจ เขาจดจ่ออยู่กับการหลบกล้องหน้ารถที่ยังใช้งานได้คันอื่น คนทั่วไปไม่ค่อยเช็กกล้องกันยกเว้นกรณีเกิดอุบัติเหตุ แต่ชายหนุ่มต้องเผื่อไว้ก่อน ใครจะไปคิดว่านายจรัสเสือกลืมเอากล้องติดรถออกจากรถคันที่ไม่ได้ใช้งาน แถมมีสภาพอย่างกับเศษเหล็กแบบนั้น
กานต์หัวเราะ เขาต้องมาพลาดกับอะไรแบบนี้จริงๆ เหรอ
“มอบตัวเถอะพี่กานต์” มาริษาพูด “พี่เข้าบ้านเมอร์รี่ไปขโมยเมมการ์ดกล้องกับ External Harddisk แค่นี้ก็ปะติดปะต่อได้แล้ว ใครคือคนที่ได้ประโยชน์ถ้าคุณสายฟ้าตาย ใครคือแฟนใหม่ของคุณปรียา…ถ้าพี่เป็นคนสารภาพเอง โทษหนักจะได้กลายเป็นเบานะคะ”
“อย่าเสือก!” กานต์หันมาตวาด รถเซไปเซมาด้วยอารมณ์ไม่คงที่ของชายหนุ่ม มาริษาอาศัยจังหวะนั้นปัดมีดออก แล้วถลาไปเปิดประตูรถ กานต์เบรกรถดังเอี๊ยดจนได้กลิ่นยางครูดถนน มือสองข้างของเข้าคว้ารอบลำคอของเธอไว้ ดวงตาแดงก่ำราวปีศาจจากอเวจี “ทั้งหมดเพราะมึง เพราะมึงคนเดียว”
มาริษากรีดร้อง สีหน้าหวาดกลัวของอีกฝ่ายทำให้ชายหนุ่มได้สติ กานต์ก็คลายมือออก เอามือลูบศีรษะเธอด้วยสีหน้าอ่อนโยน “พี่ขอโทษนะครับ เมอร์รี่ เราคงตกใจแย่ อย่าดื้อกับพี่สิครับ ถ้าไม่ดื้อ พี่ก็ไม่ทำร้ายเราหรอกนะ เมอร์รี่เป็นเหมือนน้องสาวของพี่นะรู้ไหม เข้าใจไหมครับ”
แววตาตื่นกลัวของหญิงสาวทำให้กานต์ฉุน “กูถามว่าเข้าใจไหม!”
“ขะ…เข้าใจค่ะ” มาริษาพยายามกลั้นสะอื้น “มะ…เมอร์รี่จะไม่ดื้อกับพี่กานต์”
“เก่งมาก” กานต์เอามือลูบผมมาริษา แล้วใช้สันมือสับตรงต้นคอเพื่อให้หญิงสาวสลบไป
กานต์ลอบมองใบหน้านิ่งสงบของมาริษา ดูเหมือนเจ้าตัวจะพบสันติสุขในนิทรา แถมตอนนอนหลับ มาริษาน้องรักของเขายังก่อเรื่องน้อยกว่าตอนตื่นเป็นไหนๆ
กานต์วางร่างที่ยังไม่ได้สติของมาริษาไว้ในห้องนอนชั้นสองอีกห้องของตัวบ้าน เป็นห้องนอนเล็กสำหรับใช้เป็นห้องพักแขก (พ่อแม่แท้ๆ ของเขาอุตส่าห์มีห้องนอนสำหรับแขก แต่กลับไล่ลูกชายคนเดียวของตัวเองออกจากบ้านเหมือนหมูเหมือนหมา) แล้วเดินไปห้องนอนฝั่งตรงข้ามที่เขาขังปรียาไว้ ในมือถือข้าวโปะไข่เจียวร้อนๆ ปรียาของเขาจะตื่นหรือยังนะ แล้วเธอจะหิวหรือยัง
ชายหนุ่มไขกุญแจเข้าไปในห้อง ปรียานั่งรอเขาบนเตียง เธอดูตัวเล็กบอบบางเหลือเกิน เดรสสีขาวก็เปื้อนฝุ่นไปหมด ทุกอย่างฉุกละหุกเสียจนกานต์ไม่มีเวลาทำความสะอาดห้องรอต้อนรับปรียาเลย
“กานต์คะ กานต์” หญิงสาวของเขาถลาเข้ามากอด เนื้อตัวสั่นเทา “นี่มันอะไรกันคะกานต์ ทำไมปรียามาอยู่นี่ เกิดอะไรขึ้นคะ ปรียากลัวจังเลยค่ะ”
กานต์กอดตอบ “ผมอยู่นี่แล้วนะครับปรียาคนดี เราอยู่ที่นี่กันสักพักนะครับ” กานต์ตัวสั่นเทาเมื่อนึกถึงเรื่องที่มาริษาบอก ป่านนี้ตำรวจคงออกหมายจับและล่าตัวเขา แต่ที่นี่คือที่หลบภัย ไม่มีใครรู้จักบ้านหลังนี้แน่ๆ
“ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น กานต์ต้องอยู่กับปรียา อย่าทิ้งปรียานะคะ” ปรียาของเขาช่างอ่อนหวานเหลือเกิน บอบบางเหลือเกิน
“ไม่ต้องห่วงนะครับปรียาคนดี ผมจะทำทุกอย่างให้เราได้อยู่ด้วยกัน”
กานต์โอบกอดปรียาไว้ บ้านหลังนี้เป็นแผนสุดท้ายของกานต์ ในกรณีเลวร้ายที่สุด ถ้าการฆาตกรรมของกานต์ถูกเปิดโปง เขาจะใช้ที่นี่เป็นที่หลบภัย กานต์แอบมาติดตั้งเครื่องปั่นไฟ ระบบน้ำบาดาล รวมทั้งสำรองอาหารสำหรับอยู่ได้เป็นปีๆ เขาแค่ไม่คิดว่าตัวเองจะถูกเปิดโปงเร็วขนาดนี้เลยไม่ได้เก็บกวาดบ้านไว้เท่านั้น
ที่นี่แยกตัวโดดเดี่ยว ตั้งอยู่ห่างไกลชุมชน ตอนแรกถูกทิ้งร้างด้วยซ้ำเพราะเกิดเหตุไฟไหม้ที่คร่าชีวิตพ่อแม่ของเขา กานต์แปลงโฉมด้านในให้เป็นที่อาศัย ถ้ามองจากด้านนอก ที่นี่ยังคงเป็นบ้านร้าง แต่ถ้าเข้ามาด้านในจะมีสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน
“ว่าแต่ที่นี่ที่ไหนเหรอคะกานต์” ปรียาเงยหน้ามาถามเขา
กานต์ตัวสั่นเทา เดินไปทรุดนั่งที่เตียงนอนฝุ่นเขรอะ เขานึกได้ว่าตัวเองเปิดประตูห้องไว้อ้าซ่า แต่ปรียาไม่ปรายตามองประตูที่เปิดกว้างเลย หญิงสาวทรุดนั่งข้างๆ โอบแขนเขาไว้ เอาคางเกยไหล่กานต์ ใกล้จนได้กลิ่นน้ำหอมจางๆ
“บ้านผมครับ” เขาตอบ
“แต่กานต์อยู่บ้านจัดสรรในตัวเมือง”
“บ้านของพ่อแม่ที่ทิ้งผมไว้ที่บ้านเด็กกำพร้าตั้งแต่ผมเป็นเด็ก ผมสืบเรื่องของพวกท่านหลังเรียนจบมหาวิทยาลัย และมาเจอพวกท่านที่ยังใช้ชีวิตคู่กันอย่างมีความสุขทั้งที่ทิ้งลูกชายได้ลงคอ”
ปรียากอดเขาไว้ “ทำไมถึงทิ้งคนที่แสนพิเศษอย่างกานต์ได้ลงนะ”
กานต์จำตอนที่เขามาพบพ่อแม่ที่แท้จริงและบอกว่าตัวเองคือลูกได้ พวกท่านทำสีหน้ารังเกียจและไล่เขาออกมา ราวกับกานต์คือความทรงจำเลวร้ายในอดีตที่พวกเขาอยากลืม และถ้าพวกเขายอมรับว่ากานต์เป็นลูก ก็เท่ากับจะโอบรับความทรงจำเลวร้ายในอดีตด้วย
คืนนั้นเกิดเพลิงไหม้ คลอกสองสามีภรรยาจนเสียชีวิต ในข่าวรายงานว่าสองสามีภรรยาดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์และเผลอจุดตะเกียงทิ้งไว้ ตะเกียงล้มและไหม้ลามตั้งแต่ห้องนอนจนถึงตัวบ้านทั้งหลัง ด้วยความที่แยกห่างจากชุมชน กว่าเพื่อนบ้านจะรู้ ทุกอย่างก็สายเกินเรียกคืน
ในเมื่อพวกท่านอยากลบกานต์ออกจากชีวิตก่อน งั้นเขาก็จะลบพ่อแม่ออกไปจากโลกเช่นกัน
โลกของเขามีเพียงปรียาก็เพียงพอแล้ว เธอทั้งน่ารัก แสนหวาน…
กานต์รู้สึกถึงปลายแหลมแทงที่ท้อง พอก้มมองก็เห็นปรียาถือกรรไกรสนิทเขรอะไว้ในมือ แทงที่ท้องเขาจนมิดด้าม เธอคงค้นเจอจากสักที่ในห้อง กานต์รู้สึกเหมือนสมองยังจับต้นชนปลายไม่ถูก ทำไมคนรักถึงแทงเขากันนะ
หญิงสาวเงยหน้ามองกานต์ ส่งยิ้มหวานให้ “นี่สำหรับที่แกฆ่าพี่สายฟ้ากับเบญ ไอ้ฆาตกร!”
พูดจบ ปรียาก็ถลาออกไปทางประตูที่เปิดออก กานต์มองวงเลือดสีแดงเจิ่งนองเสื้อเชิ้ต เขาดึงกรรไกรออก ใช้มือกดห้ามเลือด แล้วรีบวิ่งตามปรียาที่วิ่งออกไปยังบันไดเพื่อลงไปชั้นล่างของตัวบ้าน
“ปรียาครับ ปรียาคนดี ทำไมถึงวิ่งหนีผมล่ะ”
“อย่ามาเรียกชื่อฉัน ไอ้ฆาตกร”
“ปรียา ผมทำทุกอย่างเพื่อเรานะ” แผลโดนแทงเจ็บแปลบ กรรไกรแค่นั้นแทงมาไม่ถึงตาย แต่สนิมบนกรรไกรก็น่ากังวล ถึงอย่างนั้น กานต์ก็ต้องปรับความเข้าใจกับปรียาก่อน
“แกฆ่าพี่สายฟ้า แกฆ่าเบญ นี่คือเรื่องที่แกทำเพื่อเรางั้นเหรอ”
“สายฟ้าเจ้าชู้ คนแบบเขาไม่มีทางทำให้คุณมีความสุขหรอก” กานต์พูด “แถมมันยังกล้าฝันเฟื่อง เตรียมขอคุณแต่งงานหลังเขียนงานเสร็จ กะจะใช้นิยายเป็นของหมั้น งี่เง่าสิ้นดี คนที่คู่ควรกับคุณคือผมต่างหาก ไม่อย่างนั้น ตอนที่คบกับมัน คุณคงไม่คอยโทรหาผมตลอดหรอก ปรียา คุณรักผม คุณแค่เป็นคนดีเกินกว่าจะบอกเลิกกับมันเท่านั้น”
ปรียาชะงัก “พี่สายฟ้าจะขอฉันแต่งงานเหรอ แต่เขาเอาแต่โพสต์เรื่องจีบสาวไปวันๆ”
“ผมโพสต์แทนมันเอง” กานต์สารภาพ “ผมเข้าใกล้มัน ปลอมตัวเป็นแฟนคลับมัน จนมันเห็นผมเป็นเพื่อน และเล่าทุกอย่างให้ฟัง แต่ผมเห็นตัวตนของมัน ผู้ชายอย่างมันรักใครไม่เป็นหรอก สายฟ้าก็แค่ฝันหวานถึงความโรแมนติกและรักแท้ ทั้งที่มันไม่มีสิทธิ์”
“แกสวมรอยเป็นพี่สายฟ้า เพื่อให้เราเลิกกัน คนที่แช็ตกับฉันตอนพี่สายฟ้าตายก็คือแกจริงๆ ด้วย”
“ปรียา มีแค่ผมที่รักและเฝ้ามองแค่คุณนะ”
“แต่ฉันไม่ได้รักแก ฉันรักพี่สายฟ้า”
จังหวะนั้น กานต์วิ่งลงมาทันปรียาที่ยืนอยู่ตรงชานพักบันได พอเห็นเขา เธอก็รีบวิ่งลงบันได แต่คงเพราะอ่อนแรงเลยเซน้อยๆ กานต์กระชากผมปรียาด้วยความโกรธจนเธอหน้าหงาย หญิงสาวสะบัดตัวเพื่อดิ้นให้หลุด
“รักมันงั้นเหรอ มันเน่าตายไปแล้ว มีแค่ผมที่อยู่ข้างๆ คุณ”
“ไอ้ฆาตกร”
“ปรียา อยู่นิ่งๆ สิครับ” กานต์บอก “ใจเย็นๆ นะครับคนดี”
แต่ปรียาไม่ฟัง เธอเอาข้อศอกถองมาโดนแผลของกานต์เต็มแรงจนเขาครางอู้ ทรุดลงไปบนพื้น ปล่อยมือที่กระชากผมปรียาออก พอรู้ตัวอีกที ร่างของปรียาที่เซตามแรงปล่อยของกานต์ก็กลิ้งหลุนๆ ตกจากขั้นบันได ลงไปนอนแน่นิ่งบนพื้นด้านล่าง
กานต์คำรามก้องราวสัตว์เจ็บ รีบวิ่งไปยังร่างที่ยังหายใจรวยรินของปรียา เขากอดเธอไว้ พร่ำเรียกชื่อของเธอครั้งแล้วครั้งเล่า
มันต้องไม่เป็นแบบนี้สิ ปรียาต้องไม่มานอนหายใจรวยรินอยู่แบบนี้ กานต์แค่อยากอยู่กับคนที่ตัวเองรัก ความปรารถนาหนึ่งเดียวของเขาทำไมถึงไม่สมหวังล่ะ
พลันกานต์ได้ยินเสียงตุบ เหมือนมีวัตถุหนักๆ หล่นจากชั้นบนของบ้าน ตำแหน่งเดียวกับห้องที่เขาขังมาริษาไว้
กานต์ถลันไปยังห้องที่ขังมาริษา ใช้กุญแจไขเปิดประตู พอเห็นหน้าต่างที่เปิดอ้าก็สบถออกมาในความประมาทของตัวเอง กานต์วิ่งไปยังหน้าต่าง แต่พอมองลงไปก็พบว่าของที่ตกเป็นเพียงเก้าอี้ไม้ตัวหนึ่ง!
กานต์หันขวับ มาริษาที่ซุ่มอยู่หลังประตูรีบวิ่งลงบันไดไป
เขาคำรามลั่น อะไรก็ไม่ได้ดั่งใจสักอย่าง กานต์วิ่งตามไปกระชากผมมาริษา น้องสาวไม่รักดีของเขาสร้างแต่เรื่อง กานต์ตบหญิงสาวจนเธอทรุดลงไปบนพื้น
“ปะ… ปล่อยนะ…” มาริษาส่งเสียงร้อง
“ปล่อยเมอร์รี่นะไอ้เวร” เสียงผู้ชายคนหนึ่งตวาดลั่น ณัฐนนท์วิ่งมาดึงตัวมาริษาออกไปหลบด้านหลัง
“แกตามมาได้ยังไง ฉันโยนกระเป๋าของเมอร์รี่ทิ้งไปหมดแล้ว ตอ่ให้แกใช้แอปติดตามในมือถือ ก็ไม่น่าตามมาบ้านหลังนี้ถูก”
ณัฐนนท์มองไปยังสร้อยคอที่มาริษาสวมไว้
“เครื่องติดตามในสร้อยคองั้นเหรอ” กานต์หัวเราะ “ไม่เลวนี่ ไอ้สตอล์กเกอร์โรคจิตที่บีบคั้นให้ผู้หญิงคนหนึ่งต้องตายแบบแก คิดอะไรแบบนี้เก่งจริงนะ”
ณัฐนนท์ชะงัก “ไม่ ฉันไม่ได้ตั้งใจ ฉันไม่รู้ว่าพิมพ์จะกลัวจนฆ่าตัวตาย”
“ไม่ว่ายังไง แกมันก็เป็นแค่ไอ้ฆาตกร”
“หุบปาก” มาริษาเอามือปิดหูณัฐนนท์ไว้จากด้านหลัง “แล้วแกล่ะ แกฆ่าคน สะกดรอยตามฉัน แล้วยังเอาฉันกับคุณปรียามาขังไว้อีก คนที่โรคจิตกู่ไม่กลับ แถมยังไม่สำนึกเสียใจสักนิดอย่างแกน่ะ ยังมีหน้ามาว่าคนอื่นอีกเหรอ”
กานต์ตาลุกวาวด้วยความโกรธ ถลันไปหามาริษา แต่ณัฐนนท์ขวางไว้ กานต์ต่อยณัฐนนท์เต็มแรง อีกฝ่ายเซไปด้านหลังราวตุ๊กตาเก่าๆ
“อ่อนแอขนาดนี้ จะเสนอหน้ามาทำไม”
ณัฐนนท์ยันตัวลุกขึ้น เช็ดเลือดที่มุมปาก แล้วพุ่งตัวมาหากานต์ แต่พละกำลังของพวกเขาต่างกันเกินไป กานต์วางแผนฆาตกรรมสายฟ้าไว้นานมาก และฝึกร่างกายให้พร้อมรับมือกับคนแข็งแรงอย่างสายฟ้า สำหรับเขา ณัฐนนท์เป็นแค่มดปลวก
“ฉันรู้นะว่าแกคิดอะไร” ณัฐนนท์พูดด้วยเสียงอ่อนแรง “ฉันเองก็เคยเหมือนแก ตกหลุมรัก หวังให้คนที่เรารัก กลับมารักเราตอบ พยายามเข้าใจความคิด ความชอบของคนคนนั้น ตามสตอล์กเธอทั้งในโซเชียลและในชีวิตประจำวัน แกคิดว่าแกทำเพื่อเธอ แต่ที่จริงแล้ว สำหรับเธอ แกมันน่ากลัว น่าขยะแขยง”
“หุบปาก ไอ้เวรเอ๊ย แกจะไปรู้อะไร ปรียารักฉัน เธอรักฉัน!” กานต์พูดพลางรัวกำปั้นไม่ยั้ง เขาต้องการให้ณัฐนนท์หุบปากไปซะ อยากให้น้ำเสียงเกลียดชังของปรียาที่ดังหลอกหลอนเขาหายไปเสียที
ใช้เวลาไม่นาน ณัฐนนท์ก็ลงไปนอนหมดสภาพบนพื้น บาดแผลท่วมตัว มาริษาถลันไปเขย่าตัวอีกฝ่าย
“หมดเสี้ยนหนามซะที จากนี้ พวกเราสามคนก็มาอยู่กันดีๆ นะเมอร์รี่” กานต์ปลอบหญิงสาว แต่มาริษาไม่สนใจเขา กานต์เองก็เพลียเกินกว่าจะสนใจเจ้าหล่อน แผลที่ปรียาแทงเขาด้วยกรรไกรปริออก ตอนที่เขาสู้กับณัฐนนท์ ทำให้กานต์เริ่มอ่อนแรง
วัตถุหนักๆ ฟาดบนหัวจนกานต์ตาพร่า สัมผัสได้ถึงรสสนิมของเลือดจากศีรษะไหลสู่ริมฝีปาก กานต์ล้มตึงลงไปนอนหงายบนพื้น เขาเงยหน้ามองปรียาที่ถือแจกันในมือไว้แน่น หญิงสาวคงใช้แรงทั้งหมดเพื่อฟาดเขา ปรียาเซถลาไปทรุดนั่งกับพื้น สีหน้าเหนื่อยล้าขีดสุด
กานต์พยายามยันตัวลุกขึ้น เขาต้องไปประคองเธอ ปรียาของเขาช่างบอบบางเหลือเกิน แต่กานต์ขยับตัวไม่ได้ เขาเองก็ไม่มีแรงเหลือแล้ว
“ปรียาคนดี เจ็บตรงไหนไหมครับ” กานต์พึมพำ พยายามยื่นมือไปจับมือคนรัก แต่เอื้อมอย่างไรก็เอื้อมไม่ถึง แววตาหวาดกลัวที่ปรียามองเขาทำให้กานต์ใจสลาย
เขาพยายามยันตัวลุกขึ้นเพื่อไปหาคนรัก สายตาพร่าเบลอของกานต์พลันเห็นร่างบอบบางของมาริษาพุ่งตรงมาหาเขา ใบหน้าคลุ้มคลั่งราวสติหลุด หญิงสาวนั่งคร่อมเขา ในมือถือเศษแจกันแตก กำเอาไว้แน่นจนเลือดไหล มาริษาจ้วงเศษแจกันแทงใส่เขาไม่ยั้ง สีหน้าก้ำกึ่งระหว่างกลัวและเกลียด กานต์พยายามผลักเธอออกไป แต่แผลตอนโดนปรียาฟาดหนักเสียจนกานต์หมดแรง
ก่อนภาพตรงหน้าจะมืดสนิท กานต์เห็นภาพบ้านหลังนี้กลับมามีชีวิตชีวา กานต์กอดปรียาไว้จากระเบียงห้องนอน มองสวนหย่อมด้านล่าง ประดับไม้ใบ จัดแต่งเป็นรูปทรงเรขาคณิต มีเพลงบรรเลงเปิดคลอ หญิงสาวในอ้อมกอดของเขาฮัมเพลงตามเบาๆ จากนั้นก็มีเสียงเคาะประตู บานประตูเปิดออก พ่อแม่ที่แท้จริงของกานต์ พ่อแม่บุญธรรม แม่ดวงตาที่บ้านเด็กกำพร้ารั้วรัก เบญญาภา รวมทั้งครอบครัวของมาริษายืนรอเขา ส่งยิ้มให้ เรียกชื่อของกานต์ด้วยน้ำเสียงเปี่ยมรัก
- READ กานต์ปรียา บทที่ 21 : ยิ้มสิ พูดคำว่ารักออกมา
- READ กานต์ปรียา บทที่ 20 : เจ้าตุ๊กตาแสนดี เจ้าตุ๊กตาแสนหวาน
- READ กานต์ปรียา บทที่ 19 : ดวงตาที่คอยจับจ้อง
- READ กานต์ปรียา บทที่ 18 : รสจูบอาบยาพิษ
- READ กานต์ปรียา บทที่ 17 : คำโกหกแสนงดงามเพื่อคุณ
- READ กานต์ปรียา บทที่ 16 : ฉันไม่รู้อีกแล้วว่าคุณคือใคร
- READ กานต์ปรียา บทที่ 15 : หวังให้ความรักสมบูรณ์แบบด้วยรัก
- READ กานต์ปรียา บทที่ 14 : ความรักของคุณ ความรักของผม ความรักของเรา
- READ กานต์ปรียา บทที่ 13 : เด็กชายผู้ไม่เคยเป็นที่รัก
- READ กานต์ปรียา บทที่ 12 : ในห้วงเหวลึกสุดหยั่ง
- READ กานต์ปรียา บทที่ 11 : ความเย็บเยียบแสนร้อนระอุ
- READ กานต์ปรียา บทที่ 10 : ความสุขชั่วนิรันดร์
- READ กานต์ปรียา บทที่ 9 : ผมให้คุณเป็นที่หนึ่ง
- READ กานต์ปรียา บทที่ 8 : บทเรียนเรื่องจักรวาลที่ชื่อว่าคุณ
- READ กานต์ปรียา บทที่ 7 : บอกมาว่าคุณรู้สึกอย่างไร
- READ กานต์ปรียา บทที่ 6 : กล่องความทรงจำในดินแดนที่ถูกลืม
- READ กานต์ปรียา บทที่ 5 : คุณรักฉันมากแค่ไหน
- READ กานต์ปรียา บทที่ 4 : เรื่องทั้งหมดที่ฉันชอบ
- READ กานต์ปรียา บทที่ 3 : อยากชำแรกเข้าไปในทุกห้วงความคิด
- READ กานต์ปรียา บทที่ 2 : เส้นทางที่ไม่อาจหวนคืน
- READ กานต์ปรียา บทที่ 1 : อ้อมกอดแนบแน่นราวพยายามกลืนกินอีกฝ่าย







