ขอบฟ้าจรดขอบน้ำ บทที่ 15 : ฝันถึงพี่ ฝันดีจนไม่อยากตื่น

ขอบฟ้าจรดขอบน้ำ บทที่ 15 : ฝันถึงพี่ ฝันดีจนไม่อยากตื่น

โดย : กฤษณา อโศกสิน

ขอบฟ้าจรดขอบน้ำ บทสรุปของความรักที่ดูเหมือนจะเป็นไปไม่ได้ของสมุทรไทและบนฟ้า นวนิยายยอดนิยมในอ่านเอา จากปลายปากกาของกฤษณา อโศกสิน ศิลปินแห่งชาติสาขาวรรณศิลป์ นิยายออนไลน์ ที่ อ่านเอา อยากให้คุณ อ่านออนไลน์

***************************

– 15 –

เพียงแค่พบหน้ากันเช้าวันนี้ ยาเยียก็เอ่ย

“พี่ไทขา เมื่อคืนน้องฝันถึงพี่ด้วยละค่ะ”

ปู่กับย่าก็เลยสะดุ้งเกือบสุดตัว ไม่กล้าเหลือบมองหน้าหลานกับชายหนุ่มผู้เพิ่งพารถมาจอดตรงหน้า

“อ้าว…แล้วทำไมถึงไม่ฝันถึงพี่มั่งล่ะ” ปรายถามเสียงดัง “ถ้าลำเอียงแบบนี้ก็เห็นจะไม่ยอมแล้วละนาน้องนา”

ยาเยียก็เลยหัวเราะคิกคัก ช่วยสามชายยกย้ายสัมภาระเข้าท้ายรถขณะที่บนฟ้าเมินไป หากก็เม้มริมฝีปากแน่น พาย่ากับปู่ขึ้นนั่ง ตนเองเลยเข้าไปด้านใน จนกระทั่งทั้งยงยุทธและเด็กคนนั้นก้าวขึ้นมา ปรายจึงตามมาท้ายสุด

“เอ้า…ไปเลยไท…ว่าแต่ว่าโย…มึงแน่ใจนะว่ามึงแม่น”

“เออน่า” โยธีหัวเราะๆ “เดี๋ยวก็รู้”

เพื่อนเจ้าชู้ผู้นี้ก็ดีอย่าง อารมณ์สุนทรีย์อยู่เสมอ ‘มันไม่ขี้วีน ถ้าวีนเมื่อไหร่ก็รู้ละว่ากำลังเครียด’

“แต่ผลงานมันที่ผ่านมาก็ใช้ได้ใช่ไหมไท” ปรายคอยทำลายความเงียบเป็นระยะ

“สุดยอด” เสียงเขาดังแว่วจากหลังพวงมาลัยที่บัดนี้พารถเคลื่อนที่จากซอยออกสู่ถนนใหญ่ซึ่งเมื่อคุ้นตาแล้ว ก็ไม่ดูว่าซับซ้อนกระไรนัก

“ถ้ากูเลือกไม่ดี มึงมิเอากูตายเหรอ…คุณปู่คุณย่าจะนอนได้ไง ที่นอนใช้ไม่ได้น่ะ แล้วน้องบนอีกล่ะ ใช่ไหมฮะน้องบน” ครั้นแล้วเจ้าตัวก็หันไปถาม

แต่ความหงุดหงิดเมื่อครู่ยังคุกรุ่น

‘มันเรื่องอะไรหล่อนถึงจะมาฝันถึงผู้ชาย พูดออกมาได้ อายคนมั่งหรือเปล่า’

ดังนั้น จึงประดิษฐ์เสียงจนใส

“ต้องใช่อยู่แล้วละพี่ แต่นี่พี่เลือกเก่งไงคะที่นอนสบายมาก ใช่ไหมย่า”

ย่าไม่ตอบว่ากระไร ปู่ก็เลยตอบแทน

“เลือกได้เหมือนตาเห็น”

“ใช้เวลามากเหมือนกันฮะ กว่าจะตกลงใจได้ คือ ต้องเลือกหลายที่ เช็คจนแน่ใจครับคุณปู่”

“แบบนี้ทำทัวร์สบายๆ”

“ปรายถึงจะชวนมันมาทำด้วยกันไงครับ”

แต่ปู่นึกในใจ

‘แล้วจะหมายถึงกำลังหาเรื่องเดือดร้อนด้วยหรือเปล่า’

“อย่างปาร์มานี่…ที่จริงจะไม่แวะก็ได้ แต่ผมเห็นว่าไหนๆก็ใกล้แค่นี้เอง แวะเสียหน่อย ผมจะได้พาคุณปู่คุณย่าน้องบนไปชิมพาร์มาแฮมของเขาไงครับ” โยธียังคงบรรยายเรื่อยไป ไม่เคยรู้ว่าใครกำลังคิดอะไร มิหนำซ้ำยังไม่สนใจใคร่รู้ มัวแต่จดจ่ออยู่แต่เส้นทางที่จะไป “เมืองนี้เป็นต้นกำเนิดแฮมนะฮะคุณปู่ ผลิตแฮม ชีสมีชื่อเสียงทั่วโลก ก็อย่างที่คุณปู่ทานในโรงแรมทุกแห่งที่บ้านเรานั่นแหละครับ”

“ปู่ชอบไม่ใช่เหรอฮะพาร์มาแฮม” ปรายก็เลยยื่นหน้าออกไประหว่างบ่าย่ากับปู่

มิรู้เลยว่าผู้อาวุโสคิดอย่างไร

“น้องบนล่ะฮะ ชอบพาร์มาแฮมไหม” โยธีถาม

“น้องชอบ” เสียงยาเยียตอบจากท้ายรถ

“ถ้าชอบทุกคนก็ดีเลยฮะ” พี่ชายของน้องสาวยังคงความแจ่มใส ประจวบกับถนนไปเมืองปาร์มาไม่อยู่ในเส้นทางยากยุ่ง คนขับรถก็เลยขับค่อนข้างสบาย พ้นเมืองเล็กๆริมทางรถไฟมาแล้ว มุ่งตรงไปได้เลย

เพียงไม่นานก็ถึงเมืองปาร์มา (Parma) ที่คนไทยเรียกแฮมของเขาว่าพาร์มาแฮม…ก็ถึงเวลาอาหารกลางวันพอดี

โยธีบอกทางให้สมุทรไทเลี้ยวเข้าซอยเล็กอันเป็นที่จอดรถสาธารณะ จอดแล้วจึงเดินไปยังร้านที่โยธีเลือกแล้วว่าเป็นร้านเด่นดังยกป้ายใหญ่ ภายในตั้งโต๊ะเก้าอี้แน่นขนัดอุ่นหนาฝาคั่ง บริกรชายพาไปนั่งที่โต๊ะยาวถัดจากเคาน์เตอร์เก็บเงิน

“โชคดีหน่อยที่ยังไม่ถึงเวลาคนมากัน” โยธีเอ่ยขณะนั่งลงราวกับร้านนี้คือร้านของเขา “นะพ่อนะ”

ครั้นแล้วจึงส่งภาษาอิตาเลียนกับบริกรขณะดูเมนู พลางหันมาทางปู่ย่า

“คุณปู่คุณย่าอยากทานอะไรนอกจากพาร์มาแฮมไหมครับ”

“ไทช่วยสั่งแล้วกัน” ปู่พยักหน้าไปทางชายหนุ่มผู้นั่งติดกับปู่ บนฟ้ากับย่าอยู่อีกฟาก ซ่อนอาการยินดีที่ปรายทำไม่รู้ไม่ชี้เข้ามาแทรกระหว่างยาเยียและเพื่อนของเขา โยธีก็เลยนั่งถัดจากย่า มียงยุทธอยู่หัวโต๊ะ

กำลังพอดีพองามที่มีเขากับหล่อนอยู่ตรงข้ามกัน ได้สบตากัน ได้ประจักษ์ในความรู้สึกของกันและกัน

เพียงแต่สีหน้าเขาดูคล้ายไม่เป็นสุข

“พาร์มาแฮมสองจาน” ปรายเป็นคนสั่งหลังจากดูเมนู “เอาสลัดมั่งนะฮะปู่ นะหนูเยีย”

“สปาเก็ตตี้เนื้อบดที่นี่เขาก็ไม่เลวปราย…พ่อล่ะฮะ…ชอบอะไร…กูขอสั่งข้าวคลุกชีสอีกหนละกันนะ”

“ตามสบาย” เจ้าของทัวร์และไอเดียใหม่พยักหน้า “คุณลุงกับหนูเยียชอบอะไรสั่งเลยนะครับ…ไท…มึงต้องกินให้อิ่มนะ เดี๋ยวจะไม่มีกะใจขับรถ…ชนอะไรชนได้นะเฟ้ย แต่อย่าชนสาวงาม”

“ทำไมจะชนไม่ได้คะพี่ปราย” สาวนั่งข้างพ่อแต่ติดกับปราย ถามพร้อมเอี้ยวตัวมองข้ามบ่าผู้พูดมาที่สมุทรไท กะให้อีกสาวล่วงรู้โดยนัย “ใช่ไหม พ่อคะ…ทำไมจะชนไม่ได้…ก็สาวน่ะ…พ่อยังอยากชนเลยนี่นา”

ยงยุทธก็เลยยิ้มๆ พลางบอกทุกคน

“ผมถูกลูกต้อนตลอด มีสามคน เก่งกว่าผมทั้งนั้น”

“คงไม่จริงเสมอไปหรอกฮะคุณปู่” โยธีเอาใจ “อย่างพ่อก็เก่งกว่าผมหลายอย่าง พ่อจบวิศวะนะฮะ…คนละทางกัน ผมก็เลยยกให้ว่าเก่งกว่า”

แต่ชายหนุ่มมองหน้าผู้ที่นั่งตรงข้าม ก็แลเห็นความขรึมยังตรึงอยู่ จึงถามไปอย่างนั้น

“น้องหิวไหมฮะ ท่าทางเหมือนหิว…อ้อ…มาพอดี”

พาร์มาแฮมจานใหญ่สองจาน สลัด ข้าวคลุกซีส สปาเกตตี้เนื้อบดรสชาติแสนพิเศษช่วยให้ทุกคนลงมือรับประทานอย่างเงียบๆ

มีเพียงเสียงชมเชยดังเป็นระยะ

“อร่อยมากเลย” สาววัยเยาว์เจรจาพร้อมส่งสายตาเหวี่ยงหวิวข้ามบ่าปรายมายังชายหนุ่ม “พี่ไทขา นี่น้องเลือกเองนะคะ”

ปู่ก็เลยเอาใจเนื่องด้วยอร่อยจริงดังถ้อยคำ

“ใช่…อร่อย…หนูเลือกเก่ง”

“แต่ทุกอย่างก็อร่อยหมดเลยนะ” ปรายว่า…มองหน้าน้องสาวแวบหนึ่ง เห็นอีกฝ่ายเม้มริมฝีปากก็ส่งสัญญาณตาไปเตือนใจให้สงบ ‘เราเหมือนเจ้าของบ้าน เขาเป็นแขกของเรานะน้องนะ’

ฝ่ายชายผู้ที่น้องถือว่าบัดนี้หล่อนคือ ‘เจ้าของ’ เขายังคงตักอาหารจากจานใหญ่ใส่ในจานปู่อย่างละน้อยๆ เสียงไม่เบานักของเด็กสาวบีบให้เขาเพียงแต่หันไปตอบด้วยคำสั้นๆ

“อร่อยดีฮะ”

ด้วยมิใคร่ให้วันคืนที่จะเดินทางร่วมกันต่อไปนี้เกิดผิดเส้นผิดสีโดยมีเขาเป็นสาเหตุ

“น้องบนล่ะ ชอบอย่างไหนที่สุด” เขาก็เลยถามเมื่อเห็นในจานหล่อนมีแค่ซีซ่าร์สลัด เจ้าตัวกำลังจิ้มเข้าปากอย่างเนือยๆเหมือนไม่เต็มใจกิน ไม่เหมือนสองผู้สูงวัยที่กำลังอร่อยจริงจัง แม้ว่าย่าจะเหลือบมองที่จานหลานอยู่บ้าง ก็ไม่ปริปากถาม

เมื่อคืนปู่ก็ปรามจริงจัง

จึงหวังว่าหลานจะตระหนัก…อย่างน้อย มาคราวนี้ไม่ลอยตัว ด้วยยังมิรู้ว่าผู้ใดจะถูก ‘กิน’ หรือใครจะกินใคร

ใจส่วนลึกของทั้งปู่และย่าจึงพรั่นๆ

ยาเยียคงถูกฝึกมาด้วยสารพันรูปแบบของเด็กผู้หญิงขาดแม่แต่หวงพ่อ ท่าทางหล่อนที่แลเห็นเพียงเดือนครึ่ง ได้ใกล้ชิดสนทนา จึงพบว่าตามสมุทรไทไปมาโดยไม่หวั่นสายตาใครเหมือนท้าทาย

‘ฉันชอบชายคนนี้ ถ้าเช่นนั้นก็ใครดีใครได้ละกัน’

โชคยังช่วยอยู่นิดหนึ่งที่สมุทรไทตอบรับเป็นอาจารย์ ฝ่ายหล่อนก็เข้าเรียนในมหาวิทยาลัยที่เคยรำคาญความไกล แต่พอใจในบุคคลและสถานที่ที่เข้าไป ด้วยว่าเป็นคนไฝ่เรียน เพียรพาตนเองไปสู่โลกกว้างในมิติที่สว่างไสว หล่อนจึงมีเวลาไม่มากในการเป็น ‘มือซุ่ม’ ดึงชายหนุ่มเข้ามาใกล้

ย่าเองยังเคยปรารภ

‘น้องบนกับเด็กคนนั้นมันเก่งกาจผิดกัน หลานเราไม่เอาไหน ดีแต่น้ำไหลออกตา’

ปู่ก็ว้าวุ่นเช่นกัน

“พาร์มาแฮมของเขาอย่างสดเลยนะครับคุณปู่” โยธีบอกกล่าว “แฮมดิบแบบนี้ที่เมืองไทยไม่มีทางสู้เขาได้หรอกฮะ…ของเขาหอม ไม่มีเค็มโดดออกมา รสชาติก็กลมกล่อมมาก”

“จริงของโย” ยงยุทธเห็นด้วย “แฮมนี่รสดีมากนะครับคุณปู่”

อีกฝ่ายพลอยเรียกปู่ย่าตามลูก

“รสดี” ย่าพยักหน้า

“คุณย่าดีนะฮะ ทานอาหารฝรั่งได้หมด”

“บางอย่างก็ชอบมากค่ะ” ย่าพยายามแจ่มใส

“น้องบนล่ะหนู ชอบแฮมไหม ไม่เห็นทาน” พ่อของโยธีถาม

สมุทรไทก็เลยใช้ส้อมเกี่ยวแฮมชิ้นเล็กเอื้อมข้ามโต๊ะใส่จานให้

อีกฝ่ายจึงพึมพำขอบคุณ

“เสียอย่างเดียว ไม่มีเมล่อน” ชายหนุ่มบอกพลางสบตายิ้มๆ

“เมล่อนเป็นผลไม้ฤดูร้อนไงไท” โยธีชี้แจง หากก็มองเลยไปยังดวงหน้างดงาม นัยน์ตาช้ำนิดๆของหญิงสาว “แฮมดิบกับเมล่อนก็เลยเป็นเมนูฤดูร้อน พอหมดหน้าร้อนแล้วก็หมดกัน เหลือแต่แฮมดิบ ไม่มีเมล่อน”

Don`t copy text!