หนึ่งในหล้า บทที่ 15 : ฝีไม้ลายตีน

หนึ่งในหล้า บทที่ 15 : ฝีไม้ลายตีน

โดย : กฤษณา อโศกสิน

หนึ่งในหล้า นวนิยายชุดโหราศาสตร์ของ กฤษณา อโศกสิน เล่าถึง ‘ยุคทอง’ ชายหนุ่มผู้มีดาวพฤหัสเป็นดาวสำคัญที่มีอิทธิพลโน้มนำชีวิตของเขาจนได้พบกับหญิงสาวนาม ‘ปรางสี’ จุดเริ่มต้นของความสัมพันธ์เกิดขึ้นเพราะความตั้งใจหรืออิทธิพลของดวงดาว และเขาจะเลือกเดินบนเส้นทางใด นวนิยายออนไลน์ที่อ่านเอาอยากให้คุณได้อ่านออนไลน์

 

แต่บัดนี้ อินทรีกำลังดีใจที่จับพลัดจับผลูอย่างไรมิรู้ จึงมีผู้นำดวงชะตาของคนหมู่หนึ่งมามอบให้จนถึงมือ ถือเป็นโอกาสอันงามที่ความบังเอิญอื่นใดก็สู้มิได้ นี่ถ้าเขายังไม่คิดจะเขียนหนังสือขึ้นมาเพื่อรวบรวมเกร็ดเล็กเกร็ดน้อยที่พบบ่อย หรือไม่ค่อยได้พบจากดวงชะตาของแต่ละบุคคลทุกราศี โดยแยกชั่วดีถี่ห่างจากอิทธิพลของดวงดาว นับแต่อาทิตย์ จันทร์ อังคาร พุธ พฤหัส ศุกร์ เสาร์ ราหู เกตุ มฤตยูที่แต่ละดวงมีทั้งพระเดชและพระคุณ…ก็คงไม่ยินดีปรีดิ์เปรมดังเช่นยามนี้ที่ท้ายสุด อัจฉราก็แอบหลบไปชวนชะอม ขับรถไปซื้ออาหารเย็นมาต้อนรับทั้งคณะ หลังจากเห็นแล้วว่า ต่างก็เพลินอยู่กับคำทำนายของอินทรีที่ตั้งใจสมานไมตรีกับทุกคนด้วยการตอบคำถามที่อีกฝ่ายผลัดกันป้อนคนละประโยคสองประโยค

ดังที่นภากาศถามว่า

“พรุ่งนี้ น้องยุคจะพาผมไปพบซีอีโอของบริษัทเพื่อจะให้เขาสัมภาษณ์เป็นทางการนี่…จะตกลงกันได้ไหมครับคุณลุง…ถ้าตกลงกันได้…ก็ยังเหลืออีกหนึ่งขั้นตอน นั่นก็คือบริษัทที่เราจะต้องเข้าไปรับตำแหน่ง จะสมพงศ์กับผมหรือไม่”

ที่จริง ยุคทองก็มีคำตอบที่สามารถตอบแทนเขาได้อยู่แล้ว หากแต่ชั่วโมงนี้ ชายหนุ่มกำลังลองตามความมีอยู่จริงของเหตุและผลจากวิชาโหราศาสตร์ที่ลุงเขยของเขาชำนิชำนาญ เพราะถึงอย่างไรเขาก็เรียนจบด้านพอลิเมอร์และสถิติอยู่แล้ว จึงไม่ยากที่จะเข้าใจ

“ได้แน่นอนเลยฮะ…ไม่ใช่แค่ร้อยเปอร์เซนต์ด้วยซ้ำ” อินทรีบอกกล่าวขณะเพ่งมองตัวเลขในมือถือ เทียบกับปฏิทินประจำปี 2562 “คือตอนนี้ ดาวพฤหัสหรือเลข 5 ดาวส่งเสริมความดีงาม ‘หนึ่งในหล้า’ ของคุณสถิตอยู่ที่ดีมากเลยคุณกาศ…คือกำลังอยู่ในตำแหน่งใหญ่ที่ให้คุณมาก…แล้วถ้าจะถือสาเลยไปถึงวันที่ไป…พรุ่งนี้ก็วันอังคารไงฮะ ถ้าคุณไปถึงนั่นไม่เกิน 14.18 น. ก็ดีเลย…”

“ว่าจะไปราวๆสิบโมงครับคุณลุง บริษัทเปิดทำการ ผมก็นั่งป๋อคอยอยู่แล้ว” อีกฝ่ายหัวเราะๆ

“เงินเดือนสูงเชียวนะฮะคราวนี้ ทำเล่นไป” ผู้พยากรณ์ยืนยัน

ดร.นภากาศก็เลยพนมมือ

“ขอบพระคุณคุณลุงครับที่ให้พร”

“จะได้สักเท่าไหร่ฮะ ผมก็อยากรู้เหมือนกัน” ทนงเดชโพล่งขึ้น

คุณเปล่งเผลอตัว จึงหันมามองเขม็งเชิงตำหนิว่าอีกฝ่ายเสียมารยาท

แต่ลูกชายนายตือยกมือพนม

“ขอโทษด้วยฮะ…เผอิญผมเป็นชาวบ้านไม่ค่อยเคยเข้ามาในกลุ่มชาวกรุง” ทนงเดชไม่เว้นโอกาสกระแนะกระแหนเนื่องด้วยนึกหมั่นไส้ยุคทองพลุ่งขึ้นมา

ไอ้หมอนี่ทำท่าหยิ่งอย่างน่าเตะที่สุด

ก็ตั้งแต่พบกันวันก่อนจนถึงวันนี้ดูเหมือนมันจะไม่เคยปริปากพูดกับพ่อและเขาเลยสักคำกระมัง หรือถ้าพูดก็นับคำได้ มึงเป็นผู้ลากมากดีมาจากไหนวะ ถามคำ ผู้ว่าฯยังคุยกะกูคล่อกไปเลยนี่นา

แล้วนี่จะเอายังไงดี

คุณเปล่งทำท่าเข้าข้างมันขนาดนี้

คอยดู๊ ดอยดู ถ้าคิดจะยกหนูปรางให้ไอ้หมอนี่ละก็ คงได้เห็นกันละว่าฝีไม้ลายตีนของกูหรือของมึงจะสยิวกว่ากัน

บรรยากาศที่ควรผาสุกสนุกสนานกว่านี้ จึงลดความรู้สึกดีที่น่าจะมีได้ในยามค่ำคืนที่อินทรีสามารถกวาดต้อนผู้คนที่ทั้งแปลกหน้าและแปลกถิ่นมารวมกันได้ภายใต้ชายคาเรือนไม้ค่อนข้างเก่าของเขา…

ยุคทองเองก็แสนเสียดาย

นี่ถ้ามีแค่คุณเปล่ง นภากาศ และปรางสี ก็คงจะไปกันได้ด้วยดีกว่านี้มาก

แต่จะทำอย่างไรได้ ในเมื่อดูเหมือนเหตุการณ์ทั้งหลายจะบังคับให้เป็นไป

มีเพียงอินทรีที่ดีใจ

นั่นก็เนื่องด้วยได้ ‘ดวงชะตา’ ของคน…ทั้งดีและร้ายมาเป็นของขวัญชิ้นใหม่แก่สมุดเล่มเก่าของเขาถึง 6 คน

เพราะท้ายที่สุด เขาก็ได้ดวงของประทินเข้ามาเพิ่มจนครบแขกทุกคนในค่ำคืนนี้

พร้อมข้อมูลใหม่

“ที่จริง พ่อยังมีลูกชายลูกสาวอีกสองคนนะคะคุณอิน…ฉันนี่น่ะเป็นคนที่สอง…ลูกชายคนโตของพ่อเสียตั้งแต่อายุ 18 พ่อร้องไห้จนป่วยไปครึ่งปี ลูกสาวอีกคนเป็นน้องของพี่ก็เสียตั้งแต่ 3 ขวบ”

“นั่นเอ็งจะมาสาธยายหาอะไร” คุณเปล่งเลยแหวขึ้นมา “กูเองยังไม่เคยเล่าให้ใครฟัง”

“เริ่มละ…เริ่มแล้ว” ประทินหันมายิ้มๆกับนภากาศพร้อมพยักพเยิดกับชัยเดช “เริ่มอารมณ์ไม่ดีละ…”

มิน่า…อินทรีนึกในใจ

รับประทานอาหารเสร็จสิ้นเรียบร้อยแล้ว จึงต่างก็หันมาสนใจดูดวง

ครั้นแลเห็นคุณเปล่งชักจะหงุดหงิด เจ้าของบ้านก็เลยเปลี่ยนเรื่อง หันไปทางชัยเดช

“คุณอยากทราบเรื่องธุรกิจไม่ใช่หรือครับ”

“ใช่ฮะ…คือผมเตรียมจะต่อยอดงานที่เราทำๆอยู่ให้มันกว้างขวางออกไป ให้พัฒนาไปไกลเท่าที่จะเป็นไปได้น่ะ คุณอิน” อีกฝ่ายเพียงแต่ขยายความในใจเพียงผิวเผินไม่ปิดบังซ่อนความหวังอื่นไว้ก่อน “จะทำได้ไหมฮะ”

“ได้เลยครับ…เพราะพื้นดวงคุณดีอยู่แล้ว ผมไม่ห่วง…ดูยังไงก็ไม่ห่วง” อินทรีตอบพลางมองดูตัวเลขในวงกลมตรงหน้า “อยากยิ่งใหญ่แค่ไหน ดวงแบบนี้สามารถพาไปได้ทุกรูปแบบนะครับ”

“แหม…ขอบคุณมากเลย” ชัยเดชยกมือไหว้ “ผมถือว่า คุณให้พรผมนะนี่”

“ดวงดีก็ต้องว่าไปตามนั้นอยู่แล้วครับ” เจ้าของสถานที่บอกกล่าวอย่างจริงใจ “ใครดวงไม่ดีหรือขณะนั้นยังไม่ดีพอ…ผมก็จะขอให้รอไว้ก่อน…เมื่อไหร่ทำได้ ทำแล้วดี เมื่อไหร่ทำไม่ได้ ทำแล้วไม่ดี มันคือของจริงที่หมอดูรู้นะฮะ เพียงแต่เขาอาจไม่กล้าบอก หรือบอกแต่เรื่องดีให้เจ้าของดวงถูกใจ เรื่องร้ายไม่บอกซึ่งนั่นผมจะไม่ทำ”

คำของอีกฝ่ายนำให้ผู้ฟังนึกในใจว่า ถ้าคบชายนี้ไว้คงไม่เสียหลาย จะได้พึ่งพาอาศัยกันสืบไป รวมทั้งแอบมาพบเขาเป็นการส่วนตัววันหลัง ชัยเดชวางแผนไว้เสร็จสรรพ

“ส่วนอาจารย์นภากาศก็จะดีตามที่ผมบอกไว้แล้วนะครับ…พรุ่งนี้ก็อย่าลืมเวลา…”

“แล้วผมจะส่งข่าวให้คุณลุงทราบแน่นอนฮะ” ยุคทองเอ่ยขึ้นบ้าง

“หลานชายผมคนนี้เก่งนะอาจารย์ ไว้ใจได้เรื่องเลือกคน” อินทรีก็เลยตบท้ายให้แขกยามค่ำได้รับรู้

 

ถึงโรงแรมแล้ว คุณเปล่งค่อยคลายความอึดอัด

เพียงแต่ก้าวเข้าห้อง ก็ถอนหายใจเฮือกใหญ่พร้อมบ่นดังๆ

“แล้วนี่จะทำยังไงกะมันสองคนนั่น” พลางก็บุ้ยปากไปที่ห้องสองพ่อลูกอีกฟาก “นึกไม่ออกเลยว่าในชีวิตไปเป็นหนี้มันตั้งแต่ครั้งไหน ถึงได้มาตามได้ตามเอา…ตามจะเอาหนูปรางให้ได้ มันยังไงกันฮะ”

ว่าพลางก็ทิ้งตัวลงบนเก้าอี้รับแขกที่วางอยู่กลางห้องชุดอย่างสุดแสนจะละเหี่ยเพลียใจ

“คุณตาขา…ก็ช่างเขาเถอะค่ะ…แล้วเราค่อยมากันใหม่ก็ได้” หลานคนเดียวที่มีอยู่…ที่เหลืออยู่ อดเห็นใจผู้เป็นตามิได้ รวมทั้งเริ่มเห็นด้วยว่าสองพ่อลูก ‘เยอะไป’ จะอยากได้อันใดเสียนักหนาจนถึงแก่ตามจองตามตัดหน้าใครต่อใครอย่างออกนอกหน้า อย่างสิ้นความเกรงใจ

“มันไม่ใช่ยังงั้นหรอกลูก” คุณเปล่งลูบผมหลานขณะที่หล่อนเอนตัวเข้ามา ซบใบหน้าอยู่กับบ่าของบุพการี “คือมันทำไม่ถูกไง ไม่มีมารยาท…อยากได้น่ะไม่ว่า หลานตามีดี ใครๆก็ต้องมาชอบมาติดเป็นธรรมดา…”

ปรางสีอดนึกถึงเพื่อนชายอีกสองคนมิได้ที่เข้ามาเกาะแกะแทะโลม แต่ก็อย่างห่างๆ เนื่องด้วยเกรงบารมีบิดาทนงเดช ผู้มีอิทธิพลคนหนึ่งของจังหวัด

ประทินนั่งเงียบๆอยู่ถัดไป…ยังไม่คิดจะแยกไปอาบน้ำ เนื่องด้วยยังติดใจความรู้สึกของบิดาผู้ขัดข้องกับการมารบกวนความสำราญของสองพ่อลูก ราวกับเคยไปไหนไปกัน

เธอก็เลยเอาใจขึ้นว่า

“มาเที่ยวนี้ฤกษ์ไม่ค่อยดีมังพ่อ หนูก็ชอบซะเมื่อไหร่ที่เขาตามมา จะถามไถ่คุณอินทรีเรื่องส่วนตัวก็ยังไม่อยากถาม จริงไหมลูก” พลางก็หันไปพยักหน้ากับธิดาคนเดียว

คุณเปล่งแลเห็นลูกสาวเอาเรื่องทั้งๆเคยใจดี ก็เลยโบกมือ

“เอ็งก็ไม่ต้องไปโมโหอะไรจนมันจับได้นะทิน…” พ่อของเธอกลับเป็นฝ่ายห้ามจนลูกสาวต้องแอบยิ้มอยู่ในใจ

ด้วยว่า รู้นิสัยพ่อเป็นอย่างดีว่า ถ้าเธอเห็นแย้งเมื่อไรละก็ เป็นด่าเปิดเปิงเมื่อนั้น

แต่ถ้าเห็นด้วยยามใด ก็จะห้ามปรามทันควัน

“เอางี้…พ่อกำลังอารมณ์ไม่ดีเพราะเจ้าสองคนนั่น ไปอาบน้ำซะก่อนดีกว่านะ…เดี๋ยว…ถ้ายังไม่ง่วง หนูชงชาให้ ที่นี่มีครบเลยพ่อ ทั้งชา กาแฟ โกโก้ที่พ่อชอบไงจ๊ะ” ประทินก็เลยสวมรอยเอาใจ

มีปรางสีเป็นลูกคู่

“จริงด้วยค่ะ คุณตา อาบน้ำก่อนดีกว่า”

นั่นเอง ตาของหล่อนจึงพยักหน้า พยุงตัวลุกจากเก้าอี้ มีประทินกับปรางสีตามไปส่งโดยเตรียมเสื้อกางเกงหลวมสบายไว้ให้พร้อมสรรพ

เพียงครู่เดียว คุณเปล่งก็อาบน้ำเรียบร้อย ทาโคโลญจน์หอมฟุ้งเดินออกมา

“พ่อเก่งจังเลยคืนนี้” ลูกสาวแสร้งยกยอปอปั้นเหมือนบิดาเป็นเด็กเล็กๆ…จนอีกฝ่ายส่งเสียง

“ไม่ต้องมาทำเจ้าเล่ห์ปะเหลาะกูหรอกน่านังทิน”

ประทินก็เลยหัวเราะกิ๊กออกมา

“ก็อยากให้พ่อหายหงุดหงิดไงคะ…” เธอเกลี้ยกล่อมพลางหันไปชงโกโก้ร้อนมาวางตรงหน้า “พ่อดื่มซะหน่อยจะได้อารมณ์ดี”

ครู่ต่อมา ทั้งพ่อลูกและหลานก็นั่งล้อมวงคุยกัน ถึงความแม่นยำจากคำทำนายของอินทรี

เพียงแต่มีทุกข์เกิดขึ้นแทนชายวัยหกสิบคนนั้น

“เดี๋ยวไอ้ตือกะไอ้เต็นก็มาเที่ยวกวนใจคุณอินเขาจนเขาไม่มีอันทำงาน” คุณเปล่งปรารภด้วยใจที่นึกรำคาญแทน “เห็นเขาว่าเขาจะเขียนหนังสือไม่ใช่เรอะ”

“เขาก็ขอตัวเองละน่าพ่อน่า…อีกอย่าง พรุ่งนี้เขาอาจจะไปกับหลานเขา พาหลานเราไปสัมภาษณ์ก็ได้” ประทินรู้จากอัจฉราเมื่อหัวค่ำ “ดูเหมือนสองผัวเมียจะชอบหลานกาศมาก”

“หลานชายเขาก็ใช่เล่นเมื่อไหร่” คุณเปล่งพึมพำอย่างยังติดใจมิรู้หาย “ตาชอบเชียวแหละ หนู…ยุคทองนั่นน่ะ”

“แต่เขาก็พูดน้อยจังคุณตา”

“ตาก็ว่าดีแล้ว…เทียบกะไอ้เต็นที่มันพล่ามน้ำลายแตกคอละก็นะ…ไอ้นั่นชิดซ้ายไปตั้งแต่มืดแล้วละ…ถ้าตาเป็นผู้หญิง คงไม่ชายตามองให้เดือดร้อนเล็นส์”

ทั้งแม่และลูกก็เลยได้ครึกครื้นก่อนนอนไปด้วยกัน ต่างก็ตรงเข้าไปกอดจูบคุณเปล่งดังฟอดๆ

ชายสูงวัยได้แต่รู้สึกอบอุ่นเป็นสุขเต็มอารมณ์ที่อย่างน้อยในวัยนี้ ก็ยังมีลูกและหลานอยู่เคียงใกล้ แม้จะขัดคอกันไปมาบ้างก็ถือเป็นของเปรี้ยวสำหรับกินคั่นเวลา เพราะแท้จริงแล้ว โดยหน้าที่ลูกและหลานก็ได้ใช้ชั่วโมงนาทีทุกเข็มนาฬิกาเอาใจใส่เขาแต่เพียงผู้เดียว โดยมิได้นำพาผู้ใดอื่น คนทั้งบ้านก็เช่นกัน ไม่มีเด็กหนุ่มเด็กสาวผู้เป็นญาติติดยาเสพติด เล่นการพนัน หรือเป็นคนเกเร พาเรื่องร้ายต่างๆเข้าบ้าน…ไม่มีเลย…ด้วยว่าอรุณีก็คอยดูแลหลังบ้าน ต่างหูต่างตาแทนประทินได้โดยมิต้องระแวงใดๆ

“พ่อเป็นห่วงแต่หนูจะไปรักเต็น” ประทินพึมพำ

“ไม่รักหรอกค่ะ คุณตา” หญิงสาวก็เลยลงเสียงบอกกล่าวบุพการี “หนูทราบดีว่า การเลือกคนมาอยู่ด้วยในบ้านเรา…ต้องรอบคอบ…เพราะคู่นี่…เลือกแล้วเลือกเลย ไม่เหมือนเลือกของอื่น”

“หนูพูดยังงี้ ตาก็เลยชื่นใจใหญ่ละซี…” คุณเปล่งอ้าแขนออกอย่างโสมนัส “ไหน…มาให้ตาหอมที…”

ปรางสีก็เลยเอียงแก้มให้คุณเปล่งจูบดังฟอด พลางบอก

“พรุ่งนี้เราไปเชียร์พี่กาศด้วยกันนะคะ” 



Don`t copy text!