พรางพัสตรา บทที่ 7 : หมอภารดี

พรางพัสตรา บทที่ 7 : หมอภารดี

โดย : พงศกร

พรางพัสตรา นวนิยายออนไลน์เรื่องล่าสุดโดย พงศกร ที่อ่านเอาอยากให้คุณได้อ่านออนไลน์ เมื่อผ้าคลุมผมเจ้าสาวไม่ได้เป็นเพียงส่วนประกอบหนึ่งในชุดเจ้าสาว แต่คือสิ่งที่นำ ‘ลดานิดา’ ไปเห็นบางสิ่งที่แตกต่างไปจากเดิม ความรักของเขาคือความจริงหรือความลวง ผ้าคลุมผมเจ้าสาวนี้มีคำตอบ

***************************

สนับสนุนอ่านเอาด้วยการสั่งซื้อหนังสือ “ในสวนอักษร” คลิกที่นี่

“ภารดี…ยัยภารดีขี้โกงนั่นนะหรือ” ลดานิดาถึงกับอ้าปากค้าง เธอหันไปมองเพชรพธู “นี่ยัยหมอคนนั้นยังไม่เลิกนิสัยหัวขโมย ฉกเอาคนไข้ของคลินิกเราไปอีกหรือ”

เพชรพธูยักไหล่ แบสองมือออกไปข้างหน้า เป็นทำนองว่าไม่รู้เรื่องนี้มาก่อน

“หนูเคยได้ยินคนไข้ที่นั่งรอตรวจในลอบบีคุยกัน” คิตตี้มีท่าทางลังเลในตอนแรก เธอหันไปมองณิชชา ครั้นพออีกฝ่ายพยักหน้าให้ คิตตี้ก็เล่าออกมาชุดใหญ่ “แล้วก็หยิบยามาให้ดู พร้อมกับชวนให้อีกคนลองไปหาคุณหมอภารดีที่คลินิก หลังจากนั้นหนูก็ไม่เห็นคนไข้สองคนนั่นกลับมาหาเราอีกเลย…หนูคิดว่า ที่คนไข้ของเราหายไป…ส่วนหนึ่งน่าจะเป็นเพราะเหตุนี้”

“ร้ายกาจมาก…ฉันนึกว่าภารดีจะสงบเสงี่ยม ต่างคนต่างอยู่ ต่างคนต่างทำงานไปแล้วนะ” ลดานิดาส่ายหน้า มือสองข้างกำแน่นด้วยความเจ็บใจ

เรื่องราวของหมอภารดีก็เป็นอีกหนึ่งเหตุการณ์ที่ฝากรอยแผลไว้ในใจของลดานิดา

ปีที่ผ่านมาเป็นปีชงหรืออย่างไร คลินิกถึงได้เกิดเรื่องวุ่นวายต่างๆ มากเหลือเกิน

เรื่องของหมอภารดี เกิดขึ้นหลังจากเกิดเรื่องเอกภูมิได้ไม่นาน

ภารดีเป็นรุ่นน้องของลดานิดาและเพชรพธู เรียนจบแพทย์จากมหาวิทยาลัยเดียวกัน ระหว่างเรียนไม่ได้สนิทกันมากนัก เพราะอายุห่างกันหลายรุ่น

หลังจากที่ภารดีเรียนจบและทำงานใช้ทุนรัฐบาลเรียบร้อยแล้ว หญิงสาวก็ลาออกจากราชการ เพื่อไปเรียนต่อด้านเวชศาสตร์ชะลอวัย ก่อนจะมาสมัครเข้าทำงานที่คลินิกของลดานิดา ซึ่งเป็นคลินิกทางด้านเวชศาสตร์ชะลอวัยที่ดังที่สุดในเวลานั้น

ช่วงที่ภารดีมาสมัครทำงานเป็นช่วงเศรษฐิกิจขาขึ้น คลินิกมีคนไข้เพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ จนกระทั่งหมอที่มีอยู่เพียงแค่สามคนเริ่มจะไม่เพียงพอ ประกอบกับตอนสัมภาษณ์งาน ลดานิดาเห็นภารดีเป็นคนร่าเริง ยิ้มแย้มแจ่มใส คุยเก่ง หมอลักษณะนี้คนไข้น่าชอบได้ไม่ยาก ลดานิดาจึงรับภารดีเข้ามาทำงานด้วยความเต็มใจ

และภารดีก็ไม่ทำให้ผิดหวัง หญิงสาวเป็นคนหัวไว ลดานิดาและเพชรพธูสอนภารดีเรื่องการผสมยาที่เป็นสูตรพิเศษของทางคลินิก สอนเรื่องการใช้เครื่องไม้เครื่องมือต่างๆ ในการดูแลรักษาคนไข้ ถ่ายทอดความรู้เชิงลึกให้จนหมด ภารดีเรียนรู้ทุกอย่างภายในเวลาอันรวดเร็ว เธอตั้งอกตั้งใจทำงาน ดูแลเอาใจใส่คนไข้เป็นอย่างดีจนคนไข้ติดใจ จึงไม่ใช่เรื่องแปลกที่คนไข้ของภารดีจะมีจำนวนเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ

แต่แล้ววันหนึ่งภารดีก็ไม่มาทำงานเสียเฉยๆ ทิ้งคนไข้ที่นัดให้นั่งรออยู่นานนับชั่วโมงจนคนไข้หลายคนเริ่มไม่พอใจ สุดท้ายลดานิดาก็ต้องสั่งให้พยาบาลกระจายคนไข้มาให้เธอ เพชรพธูและอาณัฐช่วยกันตรวจ

เมื่อเคลียร์คนไข้ของภารดีจนเสร็จเรียบร้อย ลดานิดาก็โทรไปหาหมอรุ่นน้องด้วยตัวเอง เพื่อสอบถามว่าเกิดอะไรขึ้น และคุณหมอภารดีก็ตอบว่าเธอขอลาออกนับตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป

‘อ้าว’ ลดานิดาจำได้ว่าส่งเสียงไปด้วยความประหลาดใจ ‘ทำไมลาออกเสียล่ะภา…มีอะไรที่หนูไม่พอใจที่คลินิกของเราหรือเปล่า มีอะไรภาบอกพี่ได้นะ พี่จัดการแก้ไขให้’

‘ไม่มีอะไรไม่ดีหรอกค่ะ คลินิกพี่นิดาดีหมด…ดีทุกอย่าง’ ภารดีตอบใจเย็น

‘ถ้าทุกอย่างดีหมด แล้วทำไมภาถึงจะลาออกเสียล่ะคะ’ ลดานิดานิ่วหน้า

‘เหตุผลส่วนตัวค่ะ พี่นิดาอย่ารู้เลยดีกว่า’

‘ไม่…ในฐานะเจ้าของคลินิก พี่คิดว่าพี่สมควรรู้ เผื่อว่ามีอะไรบกพร่อง พี่จะได้ไปปรับปรุง’ ลดานิดายังคงอยากทราบเหตุผลของอีกฝ่าย ‘อีกอย่าง…ถ้าภาคิดจะลาออก ทำไมไม่บอกล่วงหน้า อยู่ๆ ก็หายตัวไปแบบนี้ ทิ้งให้คนไข้นั่งรอ แบบนี้ไม่โปรเฟชชั่นนอลเลยนะคะ’

ด้วยถือว่าตัวเองเป็นรุ่นพี่ ลดานิดาจึงอดไม่ได้ที่จะดุอีกฝ่ายว่าไม่ใช่มืออาชีพ

‘ไม่มีเวลาบอกล่วงหน้า เพราะภาเพิ่งตัดสินใจวันนี้ค่ะ’ ภารดีเสียงเข้มด้วยความไม่พอใจ

‘เหตุผล พี่อยากทราบเหตุผลของหนู’ ลดานิดายังคงอยากได้คำตอบ

‘เพราะภาคิดว่า ถึงเวลาที่ภาจะออกไปทำทุกอย่างด้วยตัวเองแล้วนะสิคะ’ ภารดียังคงตอบอย่างเยือกเย็น ราวกับรู้อยู่แล้วว่าลดานิดาจะโทรมาหา

‘หมายความว่าอย่างไร’ ลดานิดาถามทั้งที่ไม่น่าจะถาม ด้วยคำตอบของภารดีนั้นชัดเจนอยู่ในตัวแล้ว

‘คลินิกส่วนตัวของภายุ่งมากขึ้นเรื่อยๆ ยุ่งเสียจนภาไม่มีเวลาไปทำให้คนอื่นแล้วละค่ะ’ น้ำเสียงของภารดีติดจะถือดี

‘คลินิกส่วนตัว…ของภา…’ ลดานิดาฟังแล้วได้แต่อ้าปากค้าง

‘ค่ะ ภามีคลินิกของตัวเอง และตอนนี้คลินิกกำลังไปได้ด้วยดี ภาไม่มีเวลามาทำงานให้พี่นิดาแล้ว ภาขอลาออกไปดูแลคลินิกของตัวเอง นับตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป’

‘เดี๋ยวก่อน…ภาเปิดคลินิกตั้งแต่เมื่อไร เปิดอยู่ที่ไหน…ทำไมพี่ไม่เคยรู้ นี่พี่งงไปหมดแล้วนะคะหนู’

หากย้อนเวลากลับไปได้ ลดานิดาคิดว่าเธอคงไม่ถามออกไปเช่นนั้น เพราะมันดูโง่มากในสายตาของรุ่นน้อง

‘ไม่ต้องงงหรอกค่ะ ภาเปิดคลินิกได้หลายเดือนแล้ว แต่พี่นิดาไม่จำเป็นต้องรู้หรอกนะคะว่าคลินิกของภาอยู่ที่ไหน เพราะถึงรู้ไปพี่นิดาก็ทำอะไรไม่ได้อยู่ดี’ ลดานิดาได้ยินเสียงหัวเราะเบาๆ จากอีกฝ่าย

‘เอาเป็นว่า ภาขอบคุณนะคะ ที่พี่นิดาดูแลภาเป็นอย่างดีตลอดสองสามปีที่ผ่านมา แถมยังสอนวิชาให้ภาอย่างไม่เสียดาย บอกเลยว่าความรู้เรื่องยาที่ได้จากคลินิกพี่นิดา มีประโยชน์กับภามากๆ’

เสียงหัวเราะของภารดีเสียดลึกไปในอก ลดานิดารู้สึกเหมือนจะเป็นลม

‘รู้ไหมคะ ภาสั่งยาแบบเดียวกันกับพี่นิดาให้คนไข้ และคนไข้ก็ชอบมาก เพราะภาคิดเงินค่ายาคนไข้ ถูกกว่าของคลินิกพี่นิดาหลายเท่า ส่วนเรื่องพยาบาล…ภาก็ต้องขอบคุณเช่นกัน เพราะคนของพี่นิดาที่ลาออกมาอยู่กับภา เป็นพยาบาลที่ถูกฝึกมาจนเก่ง ฝีมือดี ดูแลคนไข้ดี…พยาบาลที่ทั้งเก่งและดีแบบนี้ สมควรได้รับเงินเดือนสูงๆ และภาก็จัดเต็มให้ได้มากกว่าสมัยที่พวกเขาทำงานอยู่กับพี่นิดาถึงสองสามเท่า…เป็นยังไงคะ พี่นิดาเห็นไหมว่าทุกคนที่ลาออกมาอยู่กับภา ล้วนแต่สุขสบายดี มีอนาคตที่ดี’

‘ภา…’ ลดานิดารู้สึกจุกจนพูดแทบไม่ออก

ต่อให้โง่ขนาดไหนก็ฟังออกว่า ภารดีได้สูตรยา ได้เคล็ดลับการดูแลคนไข้ ได้ทุกอย่าง ได้ทั้งหมดไปจากคลินิกของเธอ

ลองนึกย้อนกลับไปถึงตอนนั้น ลดานิดาถึงได้เห็นความผิดปกติที่เกิดขึ้นในช่วงสองสามเดือนที่ผ่านมา…

ภารดีกลับบ้านหลังคลินิกปิดทุกวัน สิ่งนี้ผิดไปจากวิสัยปกติที่เคยทำมา เมื่อสอบถามหญิงสาวอ้างกับลดานิดาว่าจะอยู่เคลียร์งาน ในช่วงเวลาเดียวกัน….พยาบาลในคลินิกของเธอหลายคน พร้อมใจกันลาออกไปทำงานที่อื่น ไม่ได้บอกว่าไปทำที่ไหน

ถ้าเพียงแต่ลดานิดาจะรู้สึกได้ถึงความผิดปกติ…ตั้งแต่ตอนนั้น…

‘ภาทำกับพี่แบบนี้ได้ยังไง’

‘ภาทำอะไร…ภาไม่ได้ทำอะไรสักอย่าง ภาแค่ทำธุรกิจของภา…ก็เท่านั้น’ ภารดียังคงเยือกเย็น ขณะที่ลดานิดาโมโหจนมือสั่นเสียงสั่น

‘ภาโกรธ ภาไม่พอใจตรงไหน ก็บอกพี่มาตรงๆ ทำไมต้องทำกันถึงขนาดนี้ด้วย’ ลดานิดาพยายามอย่างสุดความสามารถที่จะควบคุมตนเองไม่ให้โกรธจนขาดสติ

‘ตอนนี้…ภาไม่โกรธอะไรพี่แล้วละค่ะ’ ภารดีหัวเราะเสียงแผ่วต่ำ

‘แสดงว่าเคยโกรธ’ ลดานิดาพึมพำ

‘ค่ะ…ตอนที่รู้ว่าคลินิกพี่ทำรายได้ต่อปีเป็นมูลค่ามหาศาล แต่กลับเอาเปรียบจ่ายเงินเดือนให้ภานิดเดียว…ภาโกรธมาก เพราะอุตส่าห์ทุ่มเททำงานอย่างตั้งใจ ไม่คิดเลยว่าจะถูกเอาเปรียบมากถึงขนาดนี้’

‘เอาเปรียบ…เอาเปรียบยังไง’ ลดานิดายังนึกไม่ออก ‘อัตราเงินเดือนของทุกคนยุติธรรมที่สุดแล้ว และการที่คลินิกมีรายได้เยอะ แต่เราก็ต้องลงทุนอะไรไปเยอะเช่นเดียวกัน ทั้งการซื้อเครื่องมือใหม่ๆ การบริหารจัดการต่างๆ ค่าน้ำ ค่าไฟ จิปาถะ…พี่จะอธิบายให้หนูเข้าใจได้อย่างไรกันนะ’

ภารดีทำงานเป็นแพทย์ประจำคลินิก มีเงินเดือนให้ และยังมีเงินเปอร์เซนต์ส่วนแบ่งจากรายได้สุทธิให้ตอนสิ้นเดือนอีก รวมกันแล้วรายได้ต่อเดือนเป็นเงินจำนวนไม่น้อย

‘ไม่มีประโยชน์ค่ะ ภาไม่สนใจ’ ภารดีแค่นเสียงหัวเราะ ‘ถึงตอนนี้ ภารู้แล้วว่าออกมาทำเองได้เงินมากกว่าเป็นลูกน้องคนอื่นหลายเท่า’

‘แต่พี่ยังยืนยันว่า Wellness by Nida ไม่ได้เอาเปรียบใคร ถ้าภาลองเทียบกับเพื่อนที่ทำงานในคลินิกลักษณะเดียวกันกับของเรา พี่กล้าพูดได้เลยว่าในบรรดาคลินิกเอกชนด้วยกัน ที่นี่ให้เงินเดือนมากสุดแล้ว ยังจะเงินส่วนแบ่งในแต่ละเดือนอีก…แต่ถ้าภาคิดว่ารายได้ของภาน้อยเกินไป ทำไมตอนนั้นถึงไม่คุยกับพี่ตรงๆ’ ลดานิดาย้อนถาม ‘หนูก็น่าจะรู้ว่าสามารถคุยกับพี่ได้ทุกเรื่อง’

‘สายไปแล้วละค่ะ’ ภารดียังคงหัวเราะด้วยน้ำเสียงดุจเดิม ‘ภาตาสว่างแล้ว ต่อจากนี้ ภาจะทำทุกอย่างด้วยตัวเอง ถ้าจะรวยก็รวยด้วยตัวของภา ไม่จำเป็นต้องไปเป็นลูกจ้างให้ใครเอาเปรียบอีกต่อไป ถ้าพี่นิดาไม่มีอะไรแล้ว ก็แค่นี้นะคะ แล้วไม่ต้องโทรมาอีก เพราะเสียเวลาทำงานของภา…’

‘ภา…เดี๋ยวก่อน…ภา’

ลดานิดามีคำถามมากมาย มีเรื่องที่อยากพูด อยากอธิบาย หากไม่มีโอกาส เพราะภารดีวางสายไปแล้ว และเมื่อเธอพยายามโทรกลับไป ภารดีก็ตัดสายทิ้ง หนักเข้าก็ปิดโทรศัพท์ไปเลย

‘เพชร’ ลดานิดาหันมาทางเพชรพธู เพื่อนของเธอเพิ่งตรวจคนไข้เสร็จและเดินเข้ามาในห้องพัก ‘ยัยภา…’

‘เพชรรู้แล้ว’ เพชรพธูส่ายหน้า ‘พยาบาลพูดกันมาตั้งแต่เช้าแล้วละ…อีกอย่าง เสียงที่เธอคุยกับภาก็ดังไปถึงข้างนอกโน่น’

‘เพชรเพิ่งรู้เรื่องนี้ หรือว่ารู้นานแล้ว’ ลดานิดาซักเพื่อน

‘ก็รู้พร้อมๆ กับนิดานี่ละ’ เพชรพธูถอนใจ ‘แต่เพชรก็สังเกตมาระยะหนึ่งแล้วว่ายัยภามีอะไรแปลกๆ สองเดือนมานี้ ยัยภาชอบกลับบ้านดึกๆ รอจนคลินิกปิดแล้วก็ยังนั่งทำงานส่วนตัวอยู่จนเกือบเที่ยงคืน มีอยู่วันหนึ่งเพชรลืมของที่ห้องทำงาน ย้อนกลับมาเอา ก็เห็นยัยภาอยู่ในห้องยาพอดี ดูเหมือนกำลังค้นอะไรอยู่สักอย่าง พอหันมาเห็นเพชรเข้าก็ทำท่าตกใจ บอกว่านั่งทำงานจนปวดหัว เลยเข้ามาหยิบยาไปกิน…’

‘ทำไมเพชรไม่บอกนิดา’ พอไม่รู้จะทำอย่างไร ลดานิดาก็หันไปไล่เบี้ยเอากับเพื่อนสนิทเหมือนที่ชอบทำอยู่เสมอ

‘บอกอะไรล่ะ’ เพชรพธูย้อนถาม ‘จะให้เพชรบอกอะไร…บอกว่าภารดีเข้าไปหยิบยาในห้องยา หลังจากคลินิกปิดอย่างนั้นหรือ…เรื่องไม่เห็นจะเป็นเรื่องเลย’

‘ก็จริงของเธอ’ ลดานิดาพลอยถอนใจไปด้วยอีกคน

‘แล้วเราจะเอายังไงต่อ’ เพชรพธูถาม ‘จะปล่อยไปอย่างนี้ หรือจะไปแจ้งความจับภารดี’

‘จะแจ้งความเรื่องอะไร ข้อหาอะไร’ ลดานิดาตั้งสติได้แล้วในตอนนั้น ‘ไม่มีหลักฐาน ไม่มีมูลเหตุความเสียหายใดๆ ที่จะไปแจ้งความเอาเรื่องยัยภาได้เลย การเปิดคลินิก ใครๆ ก็เปิดได้…ยาที่จ่ายให้คนไข้ หมอทุกคนก็สั่งจ่ายได้…จะเจ็บใจก็ตรงที่ยัยภาได้สูตรยา ได้วิธีจ่ายยาของเราไปหมดเลยนี่ละ…’

‘น่าเจ็บใจ’ เพชรพธูโกรธ หากท่าทางดูไม่โกรธมากเหมือนกับลดานิดา อาจจะเป็นเพราะนิสัยใจเย็นของอีกฝ่าย ‘รอณัฐกลับมาก่อน แล้วค่อยปรึกษากันดีไหม’

อาณัฐไปประชุมวิชาการที่ต่างประเทศพอดี พอเขากลับมาถึงและรู้เรื่อง ชายหนุ่มก็นิ่งไปพักใหญ่ ก่อนจะออกความเห็นคล้ายๆ กับลดานิดาว่า

‘ผมว่าเรื่องนี้เราคงทำอะไรภารดีไม่ได้’ มือเรียวยาวของเขาขยับแว่นสายตากรอบทอง ด้วยท่าทางครุ่นคิด ‘ถ้าจะทำอะไรสักอย่าง ผมคิดว่าเราต้องทำบริการของเราให้ดียิ่งขึ้น ให้คนไข้ประทับใจจนไม่อยากไปหาหมอที่อื่น แล้วถ้าเป็นไปได้ เราอาจจะจัดแพ็คเกจ ลดราคาค่าตรวจเลือด หรือตรวจสุขภาพบางอย่างให้กับคนไข้ แบบนี้น่าจะพอสู้ได้ในระดับหนึ่ง’

ลดานิดาพยักหน้าเห็นด้วย ขณะที่เพชรพธูนิ่งคิด

‘นิดาเห็นด้วย’ หญิงสาวสนับสนุน ‘นิดาคิดว่าเราควรจะปรับเงินเดือนให้กับพยาบาลและพนักงานที่เหลืออีกสักสิบถึงสิบห้าเปอร์เซนต์ ให้พวกเขารู้ว่าเราเห็นว่าพวกเขาทำงานหนักแค่ไหน’

‘เรื่องขึ้นเงินเดือนพนักงาน เพชรไม่เห็นด้วย’ เพชรพธูส่ายหน้า แย้งลดานิดาด้วยน้ำเสียงราบเรียบเยือกเย็น ‘ขึ้นเงินเดือนเพราะมีหมอของเราไปเปิดคลินิกใหม่ แบบนี้ไม่มีเหตุผลสักเท่าไรเลย’

‘แต่ภารดีใช้วิธีสกปรก ซื้อตัวคนของเราไป’ ลดานิดาเม้มริมฝีปาก

เธอไม่ชอบวิธีแทงข้างหลังคนอื่นเช่นนี้ ความที่เป็นลูกทหาร ลดานิดาจึงถูกสอนให้ทำทุกอย่างตรงไปตรงมา และนั่นเลยไปถึงวิธีการพูดจาของหญิงสาวด้วย หลายครั้งที่ลดานิดาพูดตรงจนคนฟังรู้สึกไม่พอใจ

‘ภารดีให้เงินเดือนสูง ฉันไม่โทษคนของเราหรอกที่อยากได้เงินเดือนสูงๆ ทุกคนย่อมอยากก้าวหน้าและมีเงินใช้…นิดากำลังคิดว่าเราใช้เวลาไม่น้อย กว่าจะเทรนพยาบาลแต่ละคนขึ้นมาได้ เครื่องมือของคลินิกเราแต่ละชิ้นมีราคาแพง และต้องอาศัยพยาบาลที่ชำนาญในการใช้เครื่อง ถ้าเราปล่อยคนเก่งๆ ไป แล้วฝึกคนใหม่…ต้องใช้เวลาอีกนาน และระหว่างนี้เราก็อาจจะเสียคนไข้ไปอีก’

‘ผมเห็นด้วยกับนิดา’ อาณัฐสนับสนุน เมื่อสองหุ้นส่วนลงความเห็นเช่นนี้ เพชรพธูเพียงเสียงเดียวจึงไม่อาจจะโต้แย้ง เธอได้แต่พยักหน้ายินยอมให้ลดานิดาขึ้นเงินเดือนให้กับพนักงานในคลินิก ทั้งที่ในใจรู้สึกไม่เห็นด้วย

หลังจากขึ้นเงินเดือนให้กับพนักงานทุกคน ปรับกลยุทธ์และราคาให้ดึงดูดใจคนไข้ได้สักพัก ก็ดูเหมือนกับสถานการณ์ต่างๆ เริ่มดีขึ้น

จนกระทั่งลดานิดากลับมาจากเวนิส และพบว่าประวัติศาสตร์กำลังจะซ้ำรอยเดิมอีกครั้ง เมื่อดึงสถิติย้อนหลังของคลินิกมาดู แล้วพบว่าคนไข้ของคลินิกเริ่มลดจำนวนลงอย่างต่อเนื่อง  และภายในสองสามเดือนนี้ก็มีพยาบาลทยอยลาออกไปอีกหลายคน ขณะที่บางคนกำลังเริ่มลังเลใจ และดูเหมือนครั้งนี้ก็เป็นฝีมือของภารดีอีกเช่นกัน

“คราวนี้เธอจะทำอย่างไร…นิดา จะปล่อยให้ยัยภารดีแย่งพยาบาลของเรา แย่งคนไข้ของเราไปอีกอย่างนั้นหรือ”

เพชรพธูถามลดานิดาด้วยคำถามเดิม ที่เคยถามมาแล้วครั้งหนึ่ง

“จะแก้ปัญหาอย่างไร…ต้องเพิ่มเงินเดือนให้พนักงานอีกไหม จะได้ดึงดูดใจให้ทุกคนยังคงอยู่กับเรา…”



Don`t copy text!