พรางพัสตรา บทที่ 12 : โฉมหน้า

พรางพัสตรา บทที่ 12 : โฉมหน้า

โดย : พงศกร

พรางพัสตรา นวนิยายออนไลน์เรื่องล่าสุดโดย พงศกร ที่อ่านเอาอยากให้คุณได้อ่านออนไลน์ เมื่อผ้าคลุมผมเจ้าสาวไม่ได้เป็นเพียงส่วนประกอบหนึ่งในชุดเจ้าสาว แต่คือสิ่งที่นำ ‘ลดานิดา’ ไปเห็นบางสิ่งที่แตกต่างไปจากเดิม ความรักของเขาคือความจริงหรือความลวง ผ้าคลุมผมเจ้าสาวนี้มีคำตอบ

***************************

สนับสนุนอ่านเอาด้วยการสั่งซื้อหนังสือ “ในสวนอักษร” คลิกที่นี่

ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อ ผ้าคลุมผมโบราณจากเวนิสผืนนั้น ทำให้หล่อนล่องหนได้จริงๆ นั่นละ

ลดานิดาจ้องมองภาพสะท้อนในกระจกด้วยความสนใจ…ไม่มีภาพของเธอปรากฏอยู่ในนั้น เฟอร์นิเจอร์ทุกอย่างในห้องตั้งอยู่ในตำแหน่งของมัน กุหลาบในโถแก้วก็ยังคงวางอยู่ที่เดิม กรุ่นหอมของมันยังรวยรินอยู่ในอากาศ…

ทุกอย่างอยู่ในที่ในทางของตัวเอง…เว้นแต่ว่า ไม่มีลดานิดาในห้องนี้!

ไม่ใช่เรื่องที่จะยอมรับง่ายๆ ไม่รู้ว่าเกิดขึ้นได้อย่างไร แต่มันเกิดขึ้นแล้วจริงๆ มีคำถามมากมายอึงอลอยู่ในหัวของลดานิดา และทุกคำถามยังไม่มีคำตอบ

เอาละ…เก็บข้อสงสัยพวกนั้นเอาไว้ก่อน

ในเมื่อล่องหนหายตัวได้ เธอก็จะใช้สิ่งนี้ให้เกิดประโยชน์

เฌอแตมทำท่าไม่อยากให้เธอออกไปจากห้อง และลดานิดาไม่ได้ใสซื่อจนสังเกตท่าทางมีพิรุธของอีกฝ่ายไม่ออก

คนอย่างหล่อน…ยิ่งห้ามก็เหมือนยิ่งยุ

อะไรที่ถูกห้าม  ลดานิดาถือว่าเป็นความท้าทาย เธอจะออกไปให้เห็นกับตา ว่าเกิดอะไรขึ้นกันแน่

ลดานิดาลองเอื้อมมือไปแตะประตู

แอ๊ด…

มันขยับได้

ถึงแม้ตอนนี้ร่างกายของเธอจะล่องหน อันตรธานไปจากสายตาของผู้คน ส่งเสียงพูดก็ไม่มีใครได้ยิน หากทว่าร่างกายของเธอยังคงอยู่เป็นปกติ สามารถจับต้องวัตถุและสิ่งของได้

สายลมจากภายนอกพัดมาปะทะดวงหน้าของลดานิดาวูบหนึ่ง ปลายผ้าคลุมศีรษะที่ยาวจนจรดบั้นเอวพลิ้วไหวราวมีชีวิต

หล่อนสวนกับลูกน้องของเฌอแตมคนหนึ่ง และเด็กสาวคนนั้นก็เดินผ่านเลยไป โดยไม่แม้แต่จะส่งยิ้มหรือเอ่ยทักทาย

ห้องวินเทจอยู่ที่สุดปลายของอาคาร เคราะห์ดีที่ประตูบานใหญ่เปิดแง้มเอาไว้ เพราะมีทีมงานเดินเข้าออกอยู่ตลอดเวลา นั่นทำให้ลดานิดาได้ยินเสียงวุ่นวายของใครหลายคน ลองชะโงกหน้าเข้าไป ก็เห็นเฌอแตมกำลังสั่งให้แม่บ้านเร่งมือเก็บเศษแจกันที่แตกกระจายอยู่กลางห้อง ถัดไปเจ้าหน้าที่สตูดิโอกับพี่เป้กำลังยืนตรวจความเรียบร้อยของเสื้อผ้าของพีธันดรอยู่

ลดานิดาเดินเข้าไปในห้อง หากทว่าไม่มีใครหันมามองหล่อนแม้แต่คนเดียว…

ไม่ใช่เพราะพวกเขาไม่สนใจ

แต่เพราะว่าพวกเขาไม่เห็นเธอต่างหาก!

ลดานิดาเดินเข้าไปจนใกล้พีธันดร และอดตกใจมิได้เมื่อชายหนุ่มหันขวับมา…สายตาเขาไม่ได้มองเธอ หากมองแลเลยไปทางเฌอแตมต่างหาก หน้าตาว่าที่เจ้าบ่าวของเธอยุ่งเหยิง เสียงที่ถามเกือบเป็นกระชาก

“นิดาอยู่ไหมคุณแตม”

คำถามนั้นของดาราหนุ่มทำให้ลดานิดารู้สึกสะดุดหู ด้วยไม่เคยได้ยินน้ำเสียงแบบนี้มาก่อน ดวงหน้าคมสันแลดูหงุดหงิด หล่อนสังเกตเห็นรอยเปื้อนสีม่วงแดงบนอกเสื้อสูทผ้าไหมสีงาช้าง กลิ่นของแอลกอฮอล์ที่กรุ่นอยู่รอบตัวเขา ทำให้ลดานิดาพอจะเดาได้ว่านั่นเป็นคราบของไวน์แดง

“อยู่ค่ะ” เฌอแตมตอบ

“แต่ตอนผมเข้าไป…ไม่เห็นนะ ไม่รู้หายไปไหน” พีธันดรยังหน้ายุ่ง

“ตอนแตมเปิดประตูเข้าไป ก็เห็นคุณหมอนั่งอยู่ในห้องนี่คะ” เฉอแตมว่า “เธออาจจะเดินไปห้องน้ำก็ได้นะคุณพีท”

“หวังว่านิดาคงไม่เห็น…ตอนที่คนนั้นเข้ามาโวยวายนะ” เขาถอนใจยาว และลดานิดาก็แทบจะกลั้นใจรอฟังว่า ‘คนนั้น’ คือใคร

“ไม่หรอกค่ะ” เฌอแตมรีบบอก “ตอนเกิดเรื่อง แตมให้ป้อมไปคอยเฝ้าอยู่แถวหน้าห้องแต่งตัวแล้ว คุณหมอไม่ได้อยู่แถวนี้แน่นอน…อีกอย่าง ห้องแต่งตัวอยู่ไกลจากห้องวินเทจ คุณหมอไม่ได้ยินหรอก”

“พี่เป้แน่ใจนะว่าจะไม่โผล่มาอีก” เขาหันไปทางปรมะ

“ไม่แน่ใจ” ปรมะส่ายหน้า “ระเบิดเวลาดีๆ นี่เลย…เมื่อตะกี้ แกไปสัญญาอะไรเอาไว้ ก็รีบจัดการให้เรียบร้อย แล้วรีบปิดเกมให้เร็วที่สุด”

“ผมรู้น่ะ” พีธันดรถอนใจด้วยท่าทางเบื่อหน่าย “ไม่นึกเลยว่าจะยุ่งแบบนี้”

“มันจะยุ่งกว่านี้ ถ้าแกยังไม่รีบจัดการ” ปรมะแค่นเสียง

“พี่แตม…พี่แตมต้องช่วยผมนะ” เขาหันไปทางเจ้าของสตูดิโอ

“ช่วยสิ” เฌอแตมรับปาก “คุณพีทกับพี่รู้จักกันมาตั้งนาน ตอนพี่ลำบาก คุณพีทก็เคยช่วยพี่ ถึงคราวคุณพีทลำบากบ้าง ยังไงพี่ก็ต้องช่วยน้องชายคนนี้”

ฟังแล้วลดานิดาได้แต่อ้าปากค้าง ด้วยบทสนทนานั้นบอกถึงความสนิทสนมระหว่างออร์แกไนเซอร์สาวกับว่าที่เจ้าบ่าวของเธอ ทั้งสองเคยรู้จักกันมาก่อน พีธันดรกลับบอกเธอว่าเพิ่งจะรู้จักกันตอนที่จ้างเฌอแตมมาจัดงานวิวาห์ให้

…เขาโกหกหล่อนอีกแล้ว…

“ต้องช่วยกันนะคุณแตม” ปรมะว่า ลดานิดาไม่ชอบสายตาของอีกฝ่ายเลย มันเหมือนดวงตาของงูพิษที่พร้อมจะฉกทุกคนที่เข้าใกล้ “พยายามให้ผ่านสองสามเดือนนี้ไปให้ได้ อย่าให้งานแต่งงานล่มเด็ดขาด”

“เชื่อมือแตมเถอะค่ะพี่เป้” เฌอแตมพยักหน้า ขณะที่ลดานิดาได้แต่ยืนนิ่งงัน ไม่คิดว่าความจริงที่ได้ยินได้ฟังจะสลับซับซ้อนแบบนี้

“คุณพีทไม่ต้องกังวลไปนะ” เธอหันไปทางดาราหนุ่ม “เด็กทุกคนในนี้เป็นคนของพี่ รับรองไม่มีใครแพร่งพรายเรื่องเมื่อสักครู่นี้ออกไปแน่นอน”

“ผมขอบคุณพี่แตมมากนะครับ” พีธันดรยกมือไหว้เฌอแตม “ว่าแต่…นิดาสงสัยอะไรหรือเปล่า อยู่ๆ พี่แตมก็ไปห้ามไม่ให้ออกมาจากห้อง”

“คุณหมอไม่ได้ถามอะไร แต่คุณหมอไม่ใช่คนโง่ แตมคิดว่าเธอน่าจะสงสัยอยู่ค่ะ เพียงแต่ไม่ได้พูดอะไรออกมา”

เฌอแตมหันมาตอบพีธันดร สายตาของเธอจ้องมองดูเสื้อสูทของดาราหนุ่มด้วยความกังวล

“แตมถ่วงเวลาได้ไม่นานหรอกนะ คุณพีทเตรียมหาคำอธิบายไว้ดีกว่าค่ะ ว่าเกิดอะไรขึ้น ทำไมไวน์แดงถึงมาหกเลอะเสื้อคุณพีทได้”

“ก็บอกไปสิ ว่าเราเปิดไวน์เพื่อใช้ประกอบการถ่ายภาพ”

ปรมะส่งเสียงแหลม จงใจให้ทุกคนในห้องได้ยิน

“แล้วเกิดอุบัติเหตุ ไวน์หกเลอะเสื้อของพีท…โกหกไปเหอะ คนเดินชน หมาเดินชน อะไรก็ได้ โกหกไปก่อน หมอเขาเป็นคนง่ายๆ ไม่ติดใจอะไรหรอกน่ะ”

“เอางั้นนะคะ” เฌอแตมถามอย่างจะให้แน่ใจ

“ก็มันเป็นอย่างนั้น ทุกคนก็เห็นว่าฉันเดินไปชนพีท ไวน์เลยหกเลอะเสื้อ…ใช่ไหม” ปรมะส่งเสียงดัง เขากวาดตามองไปรอบๆ ห้อง และลูกน้องของเฌอแตมพากันหลบตาวูบวาบ “ว่าไง…มีใครเห็นเป็นอย่างอื่นหรือเปล่า”

“เอ้อ…ไม่มีค่ะ” เห็นทุกคนยังคงนิ่ง ป้อมเลยพึมพำตอบเสียงแผ่ว “ไม่มีใครเห็นอะไรอื่นๆ เลย เห็นแค่ไวน์หกค่ะ”

ร้ายกาจที่สุด…ลดานิดานึกก่นว่าผู้จัดการของพีธันดรในใจ…นี่บังคับให้ทุกคนรวมหัวกันโกหกหล่อนแบบนี้เลยหรือ

“ดีมาก” ปรมะยิ้มเจ้าเล่ห์ “ถ้าฉันรู้ว่าใครเป็นคนทำเรื่องแตกละก็…ฉันเอาตายแน่”

“คุณพีทรีบเปลี่ยนเสื้อผ้าชุดใหม่ตอนนี้เลย” เฌอแตมกวาดสายตามองไปรอบๆ ขณะที่ลดานิดานิ่งรอดูว่าจะเกิดอะไรขึ้นต่อไป “แตมว่าเปลี่ยนเป็นเซตเอาต์ดอร์…ออกไปในสวน ถ่ายชุดล้านนาก่อน…ไปค่ะ”

ร่างสูงโปร่งของเฌอแตมหันกลับรวดเร็ว เธอเดินนำหน้าพีธันดรไปยังห้องแต่งตัว ลดานิดาหันหลังกลับบ้าง อาศัยจังหวะที่พี่เป้เรียกดาราหนุ่มเอาไว้ รีบวิ่งแซงเฌอแตมกลับไปที่ห้องแต่งตัวอย่างรวดเร็ว

ทรุดกายลงนั่งที่หน้ากระจกเงาบานยาว ค่อยๆ ถอดผ้าคลุมผมออกจากศีรษะ

เงาเลือนรางค่อยๆ ปรากฏชัดเจนขึ้นเรื่อยๆ

ลดานิดาถอนใจยาว…แล้วนั่งรอทุกคนอย่างใจเย็น

 

“นิดา…ที่รัก ผมขอเข้าไปหน่อยนะครับ”

ไม่กี่อึดใจต่อจากนั้น เขาก็มาถึงที่ห้องแต่งตัว

เสียงพีธันดรเรียกชื่อเธออ่อนหวาน ก่อนที่เขาจะชะโงกหน้าเข้ามาในห้องแต่งตัวด้วยความรู้สึกผิด

“ผมมีเรื่องสารภาพด้วยละ”

ร่างสูงใหญ่ก้าวเข้ามายืนตรงกลางห้อง อกเสื้อสีงาช้างมีรอยเปื้อนสีแดงอมม่วงเป็นวงกว้าง กลิ่นไวน์ลอยอวลผสมผสานไปกับกลิ่นหอมของกุหลาบ เขาผายมือกว้าง เผยความเลอะเทอะเปรอะเปื้อนให้ลดานิดาเห็น

“ดูนี่สิ”

“พีท…อุ๊ย…”

ลดานิดาแกล้งทำเสียงตกใจ ในเมื่อเขาเล่นละครตบตาหล่อนได้ หล่อนก็เล่นได้เช่นกัน

“ไปทำอะไรมาคะ…ตายจริง เสื้อเลอะหมดแล้ว”

“ไวน์แดงน่ะ” พีธันดรทำเสียงอ่อน “หกเลอะหมดเลย”

“ตายจริง” ลดานิดายกมือขึ้นแตะริมฝีปาก

“ก็พี่เป้น่ะสิ” เขาพูดตามแผนที่ผู้จัดการเตรียมไว้ให้ “ผมกับพี่แตมกำลังรินไวน์ เตรียมจะเอามาวางเป็นพร็อพประกอบฉาก”

เขาหมายถึงสิ่งของที่ช่างภาพจะนำมาวางจัดประกอบสำหรับถ่ายภาพ

“แล้วพี่เป้วิ่งมาจากไหนก็ไม่รู้…ชนผมเข้าอย่างจัง สภาพก็เลยเป็นอย่างนี้”

“ใช่…คุณหมอ” ปรมะตามมาสมทบ “ฝีมือพี่เป้เอง”

“แบบนี้ก็ถ่ายชุดวินเทจไม่ได้แล้วสิคะ” ลดานิดานิ่วหน้า “ทำไงดีคะคุณแตม”

สายตาของหญิงสาวเหลือบมองผ้าคลุมหน้าเจ้าสาวที่วางอยู่บนโต๊ะด้วยความโล่งอก ถ่ายไม่ได้ก็ดีเหมือนกัน เพราะถ้าหล่อนเกิดล่องหนไปต่อหน้าต่อตาผู้คนมากมาย เรื่องนี้จะต้องกลายเป็นข่าวใหญ่ และชีวิตของเธอจะต้องเต็มไปด้วยความยุ่งยากอย่างแน่นอน

“ต้องขอโทษคุณหมอด้วยค่ะ วันนี้คงถ่ายชุดวินเทจไม่ได้แล้วจริงๆ สูทเลอะไวน์ขนาดนี้ ดีไม่ดีอาจจะต้องตัดใหม่เลยด้วยซ้ำ” เฌอแตมพูดคล่องแคล่ว “อุบัติเหตุเป็นเรื่องที่ไม่มีใครคาดคิดหรอกนะคะ จริงไหม แตมว่าเช้านี้ เราสลับมาถ่ายชุดล้านนากันก่อนดีกว่า…ออกไปถ่ายกันในสวน ส่วนชุดวินเทจค่อยถ่ายครั้งหน้า”

ล้านนา…

ชุดแต่งงานแบบล้านนาที่เฌอแตมนำเสนอสวยมาก หากลดานิดาไม่อยากใส่ เธออยากให้ภาพพรีเวดดิ้งทั้งหมดออกแนวยุโรปมากกว่า แต่พีธันดรบอกว่าชุดล้านนา เป็นชุดที่คุณแม่ของเขาขอมา

คุณพรรณอรมารดาของพีธันดรเป็นคุณแม่เลี้ยงเดี่ยว ไม่มีใครรู้ว่าบิดาของพีธันดรคือใคร เพราะคุณพรรณอรไม่เคยบอกให้สังคมรู้ เธอเลี้ยงดูบุตรชายคนเดียวให้มีชีวิตที่สุขสบาย เพราะครอบครัวมีกิจการร้านเพชรชื่อดังอยู่ที่เชียงใหม่ พีธันดรเติบโตมาอย่างลูกเศรษฐี อยากได้อะไรไม่เคยไม่ได้

จะว่าไปคุณพรรณอรไม่ชอบหน้าลดานิดานัก

เอาเข้าจริงลดานิดาก็ไม่เคยเห็นผู้หญิงคนนั้นชอบใคร คุณพรรณอรหวงลูกชายยิ่งกว่าจงอางหวงไข่ เธอไม่ชอบทุกคนที่เข้าใกล้ พีธันดรคบกับใครไม่เคยเกินหนึ่งปี มารดาของเขาจะต้องมีข้อตำหนิ มีข้อไม่พอใจ จนพีธันดรต้องเลิกรากับคนรักของเขาไปในที่สุด

คงจะมีแต่เธอเท่านั้นที่คุณพรรณอรแทบจะหาที่ติไม่ได้ แต่กระนั้นมารดาของพีธันดรก็ยังไม่ชอบหน้าว่าที่ลูกสะใภ้อยู่ดี

“แตมสัญญาว่าจะรีบจัดการเรื่องสูทของคุณพีทให้เรียบร้อย นัดถ่ายพรีครั้งหน้า คุณหมอได้ถ่ายชุดวินเทจแน่นอน”

ยังมีวันถ่ายพรีเวดดิ้งที่ทางออร์แกไนเซอร์นัดเอาไว้อีกหนึ่งวัน สำหรับเก็บตกฉากสวยๆ เสื้อสวยๆ ที่ยังถ่ายไม่ครบ

“มาค่ะ…คุณหมอเปลี่ยนชุดเลย” เฌอแตมไม่รอให้ลดานิดามีเวลาได้ครุ่นคิด เธอหันไปทางผู้ช่วยแล้วพยักหน้าให้อย่างรู้กัน

“ล้านนาจ้ะ ป้อม”

เฌอแตมสั่ง และป้อมก็รีบเดินไปหยิบชุดเจ้าสาวภาคเหนือที่เตรียมเอาไว้สำหรับถ่ายช่วงบ่ายมาตรวจดูความเรียบร้อย ก่อนจะส่งชุดให้กับว่าที่เจ้าสาว

“นิดารีบเปลี่ยนชุดนะครับ ผมว่านิดาในชุดล้านนาจะต้องสวยมากๆ เดี๋ยวผมไปเปลี่ยนบ้าง…เสร็จแล้วเดี๋ยวเราออกมาเจอกัน”

พีธันดรยิ้มหวาน ดาราหนุ่มชะโงกหน้าเข้ามาจนใกล้ ทำท่าเหมือนจะจูบหน้าผากหล่อน หากลดานิดาถอยหลังกลับไปนิดหนึ่ง จมูกโด่งๆ ของเขาจึงเฉี่ยวหน้าผากของเธอไป

ใช้เวลาในการแต่งตัวไม่นานนัก ถิงถิงเข้ามาแต่งหน้าให้ลดานิดาใหม่ เพื่อให้เข้ากับชุดเจ้าสาวภาคเหนือ เมื่อทุกอย่างเรียบร้อยลดานิดาก็เดินออกไปในสวน ท่ามกลางสายตาตื่นตะลึงของทุกคน

“สวยที่สุด” ปรมะเอ่ยชม “สมกับพีทที่สุด”

พีธันดรเดินออกมาในชุดเจ้าบ่าวล้านนา แสงแดดที่ส่องลอดม่านใบไม้ ส่องต้องเรือนร่างที่แลดูผึ่งผาย หล่อ สง่างามราวกับเจ้าชายในละครพีเรียดที่เขาเคยเล่น หากเป็นก่อนหน้านี้ลดานิดาคงมองพีธันดรด้วยสายตาชื่นชม หากหลังจากไปได้ยินถ้อยวาจาของชายหนุ่มเมื่อสักครู่ที่ผ่านมา ทำให้ลดานิดามองเขาใหม่…ในมุมที่ไม่เคยเห็นมาก่อน

“นิดาก็สวยมากครับ ผู้ชายทั้งประเทศจะต้องอิจฉาผมแน่นอน” พีธันดรยิ้มเห็นฟันขาวสะอาดที่เรียงกันเป็นระเบียบ

“ค่ะ นิดาก็ว่าอย่างนั้น” ลดานิดาตอบสั้นๆ น้ำเสียงราบเรียบเสียจนคนฟังไม่รู้ว่าเธอกำลังคิดอะไร

ปรมะเป็นคนไว เขารู้สึกแปร่งหูกับคำพูดของลดานิดา เมื่อหันไปสบตากับพีธันดร ก็รู้สึกได้ว่าดาราหนุ่มก็รู้สึกแบบเดียวกัน

“มาค่ะ…เริ่มถ่ายภาพกันเลยดีกว่า แสงกำลังสวยเลย” เฌอแตมรีบเข้ามาแก้สถานการณ์ความอึดอัด เธอหันไปโบกมือให้ช่างภาพและลูกน้อง ก่อนที่ทุกคนจะเข้าประจำหน้าที่ แล้วเริ่มลงมือทำงานชิ้นแรกของวัน…



Don`t copy text!