รัก (จัง) ปักใจ บทที่ 8 : เมื่อตาต่อตามาประสบ

รัก (จัง) ปักใจ บทที่ 8 : เมื่อตาต่อตามาประสบ

โดย : ปิยะพร ศักดิ์เกษม

รัก (จัง) ปักใจ นวนิยายรักโรแมนติกเรื่องล่าสุด จากปลายปากกาของ ปิยะพร ศักดิ์เกษม ที่นักอ่านรอคอย กับเรื่องวุ่นๆ ของเจ้าคอร์กี้ตัวเปี๊ยกนาม “รักจัง” และ “ปักใจ” ที่ป่วนปั่นอลวนอลเวง พาให้เจ้าของของทั้งสองมาพบกัน ตกหลุมรักกันและเผชิญกับอุปสรรคมากมายด้วยกัน นิยายออนไลน์ที่อ่านเอาอยากให้คุณได้อ่านออนไลน์

*****************************

สนับสนุนอ่านเอาด้วยการสั่งซื้อหนังสือ “ในสวนอักษร” คลิกที่นี่

“สวัสดีค่ะ เป็นอะไรมาคะ น้องรักจัง”

แม้หมอปลื้มใจจะบอกสวัสดีค่ะ หากดูเหมือนเธอจะไม่ได้มองเขาเลย ฐิติคิดอย่างขัดใจนิด ๆ ก็ทุกครั้งที่เขาปรากฎตัว ไม่ว่าจะเป็นในงาน หรือในกลุ่มยามพักผ่อนกับเพื่อน ๆ ที่เป็นเหมือนญาติ เขาก็จะโดดเด่นเป็นดาวฤกษ์อยู่เสมอ ในสังคม พวกเขาทุกคนเป็นกลุ่มดาวฤกษ์ที่ต่างมีแสงในตัวเอง

หากวันนี้ ในห้องตรวจแคบ ๆ คุณหมอให้ความสนใจแต่ แม่หนูรักจัง ไม่แม้แต่จะปรายตามองหน้าเขาเลย

“รักจังท้องเสียครับ และอาเจียนด้วย มีแต่น้ำ ถ่ายก็เป็นน้ำ” ฐิติบอก หวังว่าคำพูดของเขาจะช่วยดึงความสนใจให้คุณหมอมองหน้าเขาบ้าง หากเธอกลับก้มลงมองรักจังชิดกว่าเดิม เปิดดูเหงือก ใช้มือในถุงมือคลำไปทั่ว ๆ ตามเนื้อตัว กดเบา ๆ ที่ท้อง และก็น่าแปลกที่รักจังจอมพยศกลับสงบนิ่งเกือบเคลิบเคลิ้มไปกับสัมผัสของเธอ

สุดท้ายเพียงแค่คุณหมอแบมือไปทางด้านหลัง ผู้ช่วยก็ส่งไม้พันสำลีอย่างยาวใส่มืออย่างรู้ใจ

ผู้ช่วยของเธอจับตัวนางหมาน้อยไว้ ส่วนคุณหมอก็เปิดก้นกลม ๆ ดำแซมขาวขนปุกปุยนั้นเสียบสำลีกวาดก้นของมันอย่างว่องไวจนหมาน้อยแทบไม่รู้ตัว ก่อนบอกเบา ๆ

“ให้หมอส่องดูก่อนนะคะ ว่าเชื้ออะไร”

วินาทีนั้นเองที่ชายหนุ่มได้รู้ชัดว่าในสายตาของคุณหมอ…เขาน่าสนใจน้อยกว่าก้นของรักจัง!

ฐิติอุ้มรักจังกลับมานั่งรอผลที่หน้าล็อบบี้ มีสมพิดนั่งหน้าจ๋อยอยู่ที่เก้าอี้นั่งรอด้านหลัง นางหมาน้อยขดตัวเงียบอยู่บนตักเขา คิดว่ามันคงไม่สบายเนื้อไม่สบายตัว ไม่สบายท้องจริง ๆ อย่างมากที่สุดจึงแค่ขยับลุกขึ้นเวลามีผู้ปกครองพาสัตว์ป่วยตัวอื่นผลักประตูเข้ามา ต่างจากเวลาปกติที่มักป่วนและแสดงความกร่างใส่ทุกคนและทุกตัว ราวกับตนเองไม่ได้มีขนาดตัวโตกว่าแมวนิดหน่อยเท่านั้น

อีกครู่ใหญ่ คุณหมอปลื้มใจก็เดินออกมาจากห้องทำงาน เธอเดินตรงมาทางเขาแต่ในสายตาของเธอก็คงมีแต่ร่างเล็ก ๆ สีดำแซมขาว สี่ขาและไม่มีหางของรักจังอีกเช่นเคย เธอมองหน้ารักจังที่ตอนนี้ลุกขึ้นนั่งอยู่บนตักเขา แล้วลูบศีรษะมันเบา ๆ จับปากเล็ก ๆ ให้อ้าขึ้นก่อนใช้นิ้วแทรกเข้าไปในปากอย่างว่องไว ดูเหมือนจะดันปลายนิ้วลงไปจนถึงโคนลิ้น แล้วดึงมือออกก่อนที่รักจังจะรู้ตัวเสียด้วยซ้ำ

เธอจับปากมันไว้นิ่ง ๆ อึดใจหนึ่งก่อนปล่อยให้มันเลียปากตัวเองหนึ่งแผลบเป็นสัญญาณว่าอะไรก็ตามที่คุณหมอใส่ลงไปมันกลืนลงท้องไปเรียบร้อย

“เป็นเชื้อแบคทีเรียค่ะ นี่หมอป้อนยาให้แล้ว ไม่เป็นอะไรแล้วนะ รักจัง พรุ่งนี้ก็หายสบายดี วิ่งปร๋อได้เหมือนเดิม” เธอพูดกับรักจังอีกเช่นเคย “รักจังต้องงดอาหารสักมื้อ และทานยาทุกสี่ชั่วโมงนะ ที่บ้านมีใครป้อนยาให้รักจังได้ไหมคะ”

เป็นคำถามที่ยากที่สุด! คำถามที่บรรดาคู่ค้าที่เขาเคยร่างสัญญาให้ยังไม่ยากเท่านี้ ชายหนุ่มคิดว่าแม่บ้านบังอรน่าจะป้อนได้ แต่ก็ไม่แน่ใจนัก คุณฐปนาก็น่าจะป้อนได้ แต่ไม่รู้ว่าคืนนี้เธอจะกลับกี่โมง…เขากับคุณประวุฒิน่ะ ป้อนไม่เป็นแน่ ๆ ส่วนแม่ของเขาก็ไม่น่าจะเป็น เอ…หรือเธอจะป้อนเป็น

ความอึกอักลังเลของชายหนุ่มทำให้คุณหมอพูด

“ถ้าไม่มีใครทำได้ เอาฝากไว้ที่นี่สักคืนก็ได้นะคะ เรามีเจ้าหน้าที่คอยดูแล ป้อนยาให้ตามกำหนด  หรือจะให้เจ้าหน้าที่สอนวิธีการป้อนยาให้ก็ได้ค่ะ ไม่ยาก ถ้าเอากลับไปก็สังเกตดูแล้วกัน ถ้าไม่ดีขึ้นหรือซึม หรือมีอาการอะไรอีกก็รีบพากลับมา”

“ฝากไว้ดีกว่าครับ” อยู่ใกล้มือหมอน่าจะดีที่สุด ที่นี่เป็นโรงพยาบาลต้องมีหมอประจำอยู่ยี่สิบสี่ชั่วโมงอยู่แล้ว

“งั้นรักจังค้างที่นี่นะ มีเพื่อน ๆ เยอะแยะ ไม่เหงาแน่” เธอก้มหน้าพูดกับนางหมาน้อยอีกเช่นเคย ฐิติมองผิวใสปราศจากแป้ง ริมฝีปากเป็นมันวาวด้วยลิปกลอส และแนวคิ้วเข้มเรียว แล้วนึกเผลอ ๆ ว่าก็ดีเหมือนกัน พรุ่งนี้จะได้เจอคุณหมออีกครั้ง

“พรุ่งนี้เก้าโมงเช้าหมอจะตรวจร่างกายให้รักจังก่อนกลับบ้านอีกรอบค่ะ แต่เชื่อว่าไม่เป็นอะไร เชื้อแบคทีเรียทำให้ท้องเสียธรรมดา ๆ แต่ถ้าเป็นเรื้อรังหรือเป็นมากแบบเฉียบพลันถึงขั้นลำไส้อักเสบก็อันตรายมาก แค่ไม่กี่ชั่วโมงก็ซึม ถึงขนาดไปได้ง่าย ๆ”

ฟังแล้วฐิติแทบขนหัวลุกเพราะนึกถึงใจคุณป้าของเขา นี่ถ้ารักจังเป็นอะไรไป เธอคงแหลกสลายไม่มีชิ้นดี ชายหนุ่มกอดรักจังแน่นกว่าเดิม เมื่อรำพึง

“แปลกจริง ๆ รักจังกินอาหารเม็ด กินแต่ของดี ๆ แล้วมันไปเอาเชื้อแบคทีเรียมาจากไหน”

“ไม่มีใครตอบได้หรอกค่ะ เราไม่ได้เฝ้าเขาอยู่ตลอดเวลา อาจจะมีเชื้อตามพื้น หมาพันธุ์นี้ชอบเลียพื้นนะคะ” เพียงแค่สิ้นคำคุณหมอ รักจังก็ตวัดลิ้นสีชมพูเลียพนักเก้าอี้ตัวที่นั่งอยู่ ทำเอาปลื้มใจหัวเราะ…นี่ก็เป็นท่าเดียว วิธีการเดียวกับที่ปักใจชอบทำ เธออดให้ความรู้เพิ่มเติมไม่ได้

“หมามีอาหารที่กินเข้าไปแล้วเป็นพิษนะคะ อย่างช็อคโกแลต แอลกอฮอ ชากาแฟ องุ่น  อาหารสกปรก คนชอบเอาเศษอาหารเหลือ ๆ บางทีก็บูดเน่าเทให้มัน คนกินท้องยังเสีย แล้วหมาจะไม่แย่ได้อย่างไร กระเพาะมันเล็กกว่าคนเสียอีก อย่างรักจังนี่ตัวแค่นี้กระเพาะก็นิดเดียว เวลาโดนอะไรเข้าไป จะส่งผลมีอาการหนักและเร็วกว่าคน…”

ปลื้มใจพูดยังไม่ทันจบ เด็กหญิงที่นั่งอยู่ข้างหลังชายหนุ่มเจ้าของสุนัขก็ร้องไห้โฮออกมา เมื่อบอกว่า

“รักจังกินส้มตำปูปลาร้าของหนูค่ะ…มันจะเป็นอะไรไหมคะ มีพิษอะไรกับกระเพาะหมาหรือเปล่า ฮือ ๆ หนูกลัวรักจังตาย…” เมื่อฐิติหันกลับไปมอง เจ้าหล่อนก็ยิ่งพรั่งพรู เล่าเรื่องที่เกิดขึ้นทัังหมด ไม่คิดจะปิดบังอีกต่อไปแล้ว…บอกให้หมดเพื่อให้คุณหมอใช้ประกอบการวินิจฉัยโรค ความกลัวว่ารักจังจะเป็นอะไรไปมีอำนาจเหนือความกลัวถูกดุแล้วในตอนนี้

“แต่หนูสาบานนะคะ ว่าหนูทิ้งถุงลงถังขยะแล้ว ปิดฝาแล้วจริง ๆ”

“คุณหมอบอกว่าไม่เป็นไรก็ไม่เป็นไรแล้วซิ สมพิด อยู่โรงพยาบาล อยู่ในมือหมอแล้วก็สบายใจได้แล้วละ คราวหลังก็ระวังให้มากกว่านี้ก็แล้วกัน…กลับไปถึงบ้านก็ไปสารภาพผิดกับน้าบังอร กับคุณนาเสียดี ๆ”

คำพูดสบาย ๆ หากเปี่ยมด้วยเมตตาของเขาทำให้ ปลื้มใจเหลียวมอง…เป็นครั้งแรกที่เธอมองเห็นเจ้าของรักจัง…เพิ่งมองเห็นว่าเขาคือชายหนุ่มหน้าตาดีผู้มีอากัปกิริยาอันสุภาพและมั่นคง แม้จะสัมผัสได้ว่าเขาเป็นห่วงนางสุนัขน้อยมากมาย หากก็ยังมีสติ และที่สำคัญคือเขาไม่กล่าวโทษใคร

ความมีเมตตากับคนที่อยู่ในฐานะต่ำกว่า ทำให้ฐิติบอกซ้ำ

“ไม่ต้องร้องไห้ไปหรอก สมพิด ยังไงน้าบังอร กับคุณนาก็ไม่ตีหรอกน่า เราก็รู้กันทุกคนว่ารักจังฉลาดและซนจะตาย”

ท่าทีและถ้อยคำของเขายิ่งสร้างความประทับใจให้ปลืัมใจ บิดาและมารดาของเธอพูดอยู่เสมอ การที่เราจะรู้ว่าใครมีนิสัยเป็นอย่างไร ให้ดูจากวิธีการที่คนคนนั้นปฏิบัติตัวต่อผู้ที่อยู่ในฐานะต่ำกว่า เด็กหญิงคนนี้แค่พูดออกมาเธอก็รู้แล้วว่าเป็นเด็กรับใช้อยู่ในบ้านและไม่ใช่คนไทย หากชายหนุ่มผู้เป็นเจ้าของรักจังคนนี้กลับพูดด้วยอย่างสุภาพ เต็มไปด้วยความเมตตา

เธอเพิ่งได้เห็นเขาชัดเจนเท่า ๆ กับที่ได้เห็นดวงหน้าเล็ก ๆ ดำแกมขาวมีแต้มสีน้ำตาลที่เหนือดวงตา และก้นปุกปุยด้วยขนสีขาวเป็นวงของรักจังเมื่อครู่

วินาทีนี้หญิงสาวจึงมองฐิติด้วยสายตาแบบเดียวกับที่มองรักจังเป็นครั้งแรก แล้วจู่ ๆ ดวงตาคมดำของเจ้าของรักจังก็แลสบ

“ได้รู้แล้วว่ารักจังกินอะไรเข้าไป เดี๋ยวหมอจะดูแลเพิ่มเติมให้นะคะ” ปลื้มใจบอกแก้เก้อแล้วจัดการรับตัวรักจังมาจากเขา นางหมาน้อยเหมือนรู้ดี มันเลียมือฐิติ กระโดดกอดเขาสองครั้ง ก่อนหันไปกระโดดกอดสมพิดที่น้ำตาแห้งแล้ว ก่อนที่เจ้าหน้าที่อีกคนจะมารับตัวไป

พรรษาผู้ช่วยของคุณหมอปลื้มใจพาฐิติไปชำระเงินที่แผนกการเงินแล้วออกใบนัดให้มารับตัวรักจังในวันรุ่งขึ้นเวลาประมาณสิบโมงเช้า ชายหนุ่มขับรถกลับบ้าน อันที่จริงก็ห่างกันแค่สองซอยเท่านั้นแถมยังมีถนนซอยเล็ก ๆ เชื่อมถึงกันอีก แต่เขาไม่อยากเสี่ยงเข้าไปในทางเล็กที่ค่อนข้างจอแจจึงออกทางถนนใหญ่ ยอมไปทำยูเทิร์นกลับมาอีกรอบ

ฐิติตกลงใจไม่แจ้งข่าวนี้กับคุณฐปนาด้วยไม่อยากทำลายค่ำคืนอันแสนสนุกของเธอ หากก็ตั้งใจว่าจะแจ้งให้เธอทราบด้วยตัวเองตอนไปรับเธอกลับจากบ้านเพื่อนในตอนดึกคืนวันนี้  แต่เมื่อถึงตอนดึกเข้าจริง ๆ ระหว่างที่เขาเตรียมตัวจะออกจากบ้านนั่นเอง เสียงกริ่งโทรศัพท์ก็ดังขึ้น

“ฐิติไม่ต้องมารับป้าแล้วนะ ป้าจะค้าง พรุ่งนี้กินข้าวเช้าแล้วรถที่บ้านนี้จะไปส่งป้าเอง”

“เอางั้นหรือครับ” เสียงที่ดังลั่นแทรกเข้ามา นอกจากจะเป็นเสียงร้องเพลงแล้วยังมีเสียงพูดคุย เสียงหัวเราะลั่น เสียงกรีดร้อง เสียงปรบมือ ราวกับเป็นการนัดปาร์ตี้ของกลุ่มสาวน้อยวัยยี่สิบเศษไม่ใช่หกสิบเศษอย่างที่เป็นอยู่

แถมเสียงพูดของคุณป้าของเขาดูเหมือนจะลิ้นพันกันอยู่นิดหน่อย…ไวน์ที่ว่าเตรียมไว้มากมายนั้นคงหมดไปแล้วหลายขวด…

ทั้งหมดนั้นทำให้ชายหนุ่มยิ่งตัดสินใจเก็บเรื่องอาการของรักจังไว้เป็นความลับต่อไป…มันไม่ได้เป็นอะไรมากนี่นะ เขาเชื่อมั่นและไว้ใจคุณหมอหน้าใสคนนั้น

“เป็นห่วงแต่รักจัง ให้สมพิดมานอนเป็นเพื่อนมันได้ไหม มันจะได้ไม่เหงา”

“ไม่ต้องห่วงหรอกครับป้านา ผมจัดการให้เรียบร้อยทุกอย่าง รักจังไม่เหงาแน่” ฐิติปลอบใจตัวเองว่าเขาไม่ได้โกหก รักจังไม่เหงาแน่เพราะวันนี้มันคงมีเพื่อนร่วมห้องหลายตัว!

โชคดีที่คุณฐปนาไม่ได้ขอพูดกับรักจังหรือขอให้เขาเปิดกล้องที่โทรศัพท์ให้ดูนางหมาน้อยยอดหัวใจของเธอ ชายหนุ่มจึงยังเก็บความลับไว้ได้และงานเลี้ยงสนุกสนานกับเพื่อน ๆ ของเธอก็ไม่ล่มลงกลางคัน

 

รักจังถูกคุณหมอคนสวยพลิกคว่ำพลิกหงายอยู่ในห้องตรวจอีกรอบ แปลกแท้ที่มันไม่รู้สึกกลัวหรือตกใจเลยสักนิด มือนุ่มเย็นในถุงมือของคุณหมอกลับทำให้มันสบายใจอย่างประหลาด ไม่เหมือนกับมือใหญ่รกขนของคุณหมอที่มันเคยไปหาเมื่ออยู่เมืองไกล

ครั้งหนึ่งคุณฐปนากับคุณนอร์แมนพามันไปฉีดวัคซีนและตรวจร่างกายประจำปี ทันที่ที่เห็นหน้าคุณหมอสูงใหญ่ผมสีทราย รักจังก็ทิ้งตัวโครมลงไปกลางล็อบบี้ไม่ยอมลุกขึ้นยืน ไม่ยอมนั่ง ไม่ยอมนอน ทำตัวเหมือนกลายเป็นหิน จนเจ้าหน้าที่ประจำคลีนิคต้องเอารถเข็นมารับเข้าห้องตรวจ

แต่กับคุณหมอคนสวยคนนี้ นางหมาน้อยกลับให้ความร่วมมืออย่างดีไม่ดื้อไม่ซนไม่เอาแต่ใจ หรืออาจเป็นเพราะมันหมดแรง หรืออาจเป็นเพราะตัวอะไรที่ดิ้นรนอยู่ภายในท้องยังไม่สงบดี หรืออาจจะเป็นเพราะรักจังรู้ดีว่าตอนนี้ไม่มีคุณฐปนาที่คอยเข้าข้างและตามใจอยู่ใกล้ตัว

รักจังนอนหมอบมองคุณหมอด้วยดวงตาใสแจ๋วจนกระทั่งพรรษาผู้ช่วยของคุณหมอมารับตัว…ไม่สบายนี่ก็ดีเหมือนกัน…รักจังไม่ต้องเดินไปเอง ได้เดินทางไปทางอากาศ พี่คนนี้อุ้มรักจังตัวลอยรวบแขนรวบขารักจังไว้อย่างมั่นคงไม่ต้องกลัวตก

วินาทีที่ตัวลอยอยู่กลางอากาศนั่นเองที่นางสุนัขน้อยมองเห็นเงาของอะไรบางอย่างเคลื่อนไหวอยู่ในห้องด้านในห้องตรวจของหมอปลื้มใจ ตรงนั้นเป็นประตูกระจกฝ้าสูงเพียงเอวมนุษย์ รักจังได้กลิ่นตัวอะไรสักตัวที่มีหน้าแหลม ๆ หูตั้ง และหางยาว…

รักจังขยับจะเห่าเรียก หากก็ไม่ทันเสียแล้ว พรรษาพารักจังเข้าไปในห้องแคบ ๆ แล้วประตูก็เลื่อนปิด อีกไม่กี่อึดใจถัดมานางสุนัขน้อยก็พบตัวเองนอนอยู่ในกรง ห่างออกไปมีกรงขนาดต่าง ๆ ตั้งเป็นหลืบเป็นมุมไม่รบกวนกัน ในกรงนั้นปูลาดด้วยผ้ารองซับของเหลวนุ่ม ๆ และชามน้ำเกี่ยวอยู่กับฝากรง

บรรดาสมาชิกที่ช่วยกันเห่าต้อนรับรักจังคงหายตื่นเต้นและคงเบื่อแล้วก็เลยพากันเงียบเสียงแล้วลงนอนเขลงกันหมด

รักจังคงจะหมดแรงจึงหลับลึก หลับไปนานทีเดียว จนกระทั่งมีเสียงขอเกี่ยวประตูกรงเลื่อนดังแกร๊ก ร่างเล็ก ๆ จึงผวาลุกขึ้นนั่งแล้วยิ้มแป้นเมื่อเห็นว่าเป็นหมอปลื้มใจกับพรรษา

“รักจังมา…มากินยา หมอปลื้มมาป้อนยาเองเชียวนา แต่อีกสองมื้อจะมีพี่มาป้อนให้ เพราะเดี๋ยวหมอก็จะกลับบ้านแล้ว” พรรษาบอกยืดยาว แล้วรักจังก็ฟังเพลินจนแทบไม่รู้ตัวว่านิ้วนุ่ม ๆ เย็น ๆ ของหมอดันยาเม็ดลงไปในคอแล้วมันก็กลืนเข้าไปโดยไม่รู้ตัว

ทันใดนั้นรักจังก็ได้กลิ่นรุนแรง ดวงตาสีน้ำตาลใสแจ๋วคู่หนึ่งมองตรงมาจากด้านหลังหมอปลื้มใจ แล้วดวงตากลมโตสีน้ำตาลสองคู่ก็แลสบ! พร้อม ๆ กับการสื่อความผ่านกลิ่นที่ต่างฝ่ายต่างส่งถึงกัน

กลิ่นที่ส่งมานั้นทำให้รักจังได้รู้ว่า…กรี๊ด!…หมอปลื้มใจรักไอ้นี่หรือ ไอ้หน้าแหลม ไอ้ผอมโซ ไอ้หูกาง ไอ้สีน้ำตาล ไอ้หางยาว ไอ้ขาสั้น…

โธ่! หมอนะหมอรักมันเข้าไปได้ยังไง มันน่าเกลียดที่สุด!

Don`t copy text!