รสอมฤต บทที่ 6 : เซอร์ไพรส์?

รสอมฤต บทที่ 6 : เซอร์ไพรส์?

โดย : กฤษณา อโศกสิน

รสอมฤต นวนิยายเรื่องล่าสุดที่ร้อยเรียงเรื่องราวและทุกตัวอักษร โดย กฤษณา อโศกสิน ศิลปินแห่งชาติ สาขาวรรณศิลป์ ปี พ.ศ. 2531 นักเขียนอาชีพผู้สร้างคุณูปการมากมายให้กับวงการวรรณกรรมและประเทศไทยมานานกว่า 50 ปี นวนิยายออนไลน์ทรงคุณค่าที่ อ่านเอา อยากให้ผู้รักการอ่าน ได้อ่านออนไลน์

*******************************

สนับสนุนอ่านเอาด้วยการสั่งซื้อหนังสือ “ในสวนอักษร” คลิกที่นี่

“คุณสองคนทราบไหมครับว่าวันนี้ผมปลอดโปร่งมีความสุขสุดสุด” โจมเอ่ยด้วยใจจริงหลังจากทิ้งภาพปารีสที่ชวนกันชะโงกมองจากรั้วกั้นไว้เบื้องหลัง ตามกันเดินลงมาขึ้นรถออกจากมองมาร์ตเพื่อตระเวนชมถนนหนทางอันมีสถาปัตยกรรมสูงใหญ่อลังการ “นี่ผมก็เลยให้คนขับเขาพาเราวนดูปารีสให้ครบเขตของเขาเลย…ดีไหมฮะ…คุณร้อยคุณวัน…เราจะได้ดูวิวเลียบแม่น้ำด้วยกันไงครับ…แต่ผมก็ไม่มีอารมณ์ลงเรือหรอกนะ…อยากไปเยี่ยมนอเตรอดามมากกว่า…ไปไหมครับ”

“ว่าแต่ว่า…ค่าโดยสารรถคันนี้ เราสองคนขอแชร์ได้ไหมคะ” ร้อยรัดถามไถ่…เนื่องด้วยไม่อยากให้กลายเป็นบุญคุณ…เพราะยังไม่รู้จัก…จะเรียกว่า ยังไม่รู้จัก ‘หัวนอนปลายเท้า’ ก็คงไม่ผิด เมื่อเลยไปถึงจิตใจ ก็ยิ่งใคร่ระแวดระวัง มิให้ความไว้ใจง่ายกลายเป็นโทษในภายหลัง

“จริงค่ะ…ควรแชร์” วันทาเห็นด้วย พลางถามปูนปั้น “คุณปั้นก็แชร์ไม่ใช่หรือคะ”

“แชร์ครับ” เสียงจากข้างหลังดังหนักแน่น

“เห็นไหมคะ จะไม่แชร์ได้ไง” ร้อยรัดคิดว่า ทำอย่างไรเสียหล่อนก็จะไม่ยอม จึงทอดเสียงเกลี้ยกล่อม “ปารีสมีตั้งยี่สิบเขต กินเวลาเท่าไหร่ถึงจะไปจนครบ”

“ผมเหมาเขาแล้ว ก็น่าจะจบแล้วนี่คุณ” โจมว่า

“เอาสี่หารได้ไม่ยาก”

“ดีกว่าน่า” ปูนปั้นตัดบท “คุณสองคนจะได้สบายใจ”

“ตกลง” โจมก็เลยยอมตาม หากก็ต่อว่านิดหนึ่ง “ใจคอคุณจะไม่คิดติดหนี้อะไรไว้สักนิดให้เราได้พบกันอีกเลยหรือฮะ”

“ก็ไปศรีสัชนาลัย บ้านคุณปั้นไงคะ”

“จริงด้วย” หนุ่มโก้ออกอุทาน ครั้นแล้วจึงคราง “ผมเผลอลืมศรีสัชนาลัยไปได้ไงกันเนี่ย”

แต่ปูนปั้นไม่ต่อความว่ากระไร

เพียงไม่นาน รถก็พาทุกคนข้ามไปสู่เกาะกลางน้ำ ‘อิลเดอลาซิเต’ อันเป็นที่ตั้งของมหาวิหารนอเตรอดาม แลเห็นนักท่องเที่ยวคับคั่ง กำลังเข้าแถวกันซื้อบัตรเข้าชมความอัครฐานภายใน ฝ่ายผู้คนที่ไม่เข้าชม ต่างก็เดินกันเป็นกลุ่มเป็นหมู่ ดูเพลิดเพลินสุขสันต์

“แล้วนี่เราจะเข้าคิวกะเขาด้วยหรือเปล่า” วันทาหันมาถาม

“เราคงไม่มีเวลาพอละมังครับ” โจมเอ่ยขณะยกมือถือขึ้นถ่ายภาพ อีกสามคนจึงทำตาม “มีข่าวว่า ตอนบ่ายฝนจะตกอีกด้วยซ้ำ…อีกอย่าง…เราก็เคยเข้าไปชมกันมาแล้ว”

ทุกคนก็เลยชวนกันแหงนมองท้องฟ้าที่อยู่เหนือยอดมหาวิหารอันเป็นสถาปัตยกรรมยุคโกธิคระบือนาม ประดับประดาโค้งหน้าต่างด้วยกระจกสีอันเป็นโค้งแหลมต้นแบบศิลปแห่งคริสต์ศตวรรษที่ 13

“เก่าดีจัง มองแล้วมองอีกไม่มีเบื่อ” ร้อยรัดพึมพำ

หารู้ไม่ว่า หนุ่ม ‘โก๋เก๋’ แอบถ่ายรูปหล่อนไว้

ครั้นก้มลงมองภาพในกรอบสี่เหลี่ยม ก็ถึงกับอุทาน

“อือ…ผมถ่ายรูปเก่งจัง สวยมากเลย คุณร้อยดูนี่” พลางเขาก็ยื่นมือถือมาตรงหน้า

“ชมตัวเองเสร็จสรรพ” วันทาขัดคอ

“อ๊ะ…ไม่ได้ซี…ไม่มีใครชมก็ต้องให้น้ำตัวเองนิดนึง ใช่ป่าว…ใช่ไหมคุณปั้น คุณนี่ก็เอาแต่ชมดินฟ้าอากาศ” โจมทำเสียงหยอกเอินขณะที่ร้อยรัดเขินนิดๆ ครั้นแล้วจึงถ่ายภาพบรรยากาศและผู้คน “ถึงกรุงเทพฯแล้วอย่ามาบ่นเสียดาย…”

ชายหนุ่มผู้ร่วมทางฟังแล้วได้แต่ยิ้ม

เมื่อคืน เขาก็เลยคุยกับ ‘หัวหน้า’ ถึงความเคลื่อนไหวที่ไม่ชัดเจนของ ‘มิสเตอร์’ ผู้ต้องสงสัย

‘เขาฉลาด คล่องตัว ชำนาญงานมาก น่าจะเปลี่ยนสีเก่งด้วยซ้ำครับ’

‘เอาเถอะ…ไงๆฉันก็เชื่อมือแก…สองเรื่องแล้วนี่ที่แกทำสำเร็จ…ไม่งั้นผู้ใหญ่ก็คงไม่เสี่ยงส่งมา’

‘ขอบพระคุณครับที่กรุณา’

การสนทนาไม่ยาวนักจึงจบลงอย่างเรียบง่ายพร้อมบันทึกไว้ด้วยเครื่องขนาดจิ๋วอย่างหมดจด

หลังจากนั้น เขาเองก็ยังต้องเขียนรายงานอย่างละเอียด แต่อ่านง่าย ย่อไว้อย่างสั้น หากก็ชัดเจน เพื่อให้ผู้ต้องอ่านรู้ความหมายและที่มาที่ไปในการสืบค้นซึ่ง ‘สำนักงาน’ ต้องส่งเขาดั้นด้นมา แม้จะตระหนักเป็นอย่างดีแล้วว่า การค้นหาข้อมูลนั้นต้องทำกันเป็นทีมอย่างต่อเนื่อง บางเรื่องยาวนานเป็นปี กว่าจะได้เบาะแสที่มักจะพลิกผันอยู่เสมอ คืออาจทั้งจริงและลวง

แต่เจ้าของทรัพย์สินผู้ว่าจ้าง ยอมจ่ายเงินค่าจ้าง ‘วางดาวน์’ ไว้แล้วครึ่งหนึ่ง เพื่อเป็นค่าใช้จ่าย

แม้ว่าสุดท้ายแล้ว สมบัติชิ้นที่เจ้าของบอกว่า ‘หาค่ามิได้’ นี้จะสูญไปแล้วจริงๆก็ตาม

 

ครั้นแล้ว ค่ำนี้ก็ถึงเวลาที่สองสาวจะต้องกลับกรุงเทพฯอันเป็นธรรมดาแห่งการมาแล้วต้องกลับ

เพียงแต่จะชวนให้อัศจรรย์อยู่บ้างก็ตรงที่สองหนุ่มก็ต้องกลับบ้านโดยสายการบินเดียวกัน ในเวลาที่ตรงกันราวกับจับวางเท่านั้น

“คุณว่าแปลกไหมล่ะครับ” หนุ่มหนวดเรียว แววตาระยับถามไถ่เมื่อต่างก็จะแยกย้ายกันกลับที่พักเพื่อจะพบกันที่สนามบินในชั่วโมงข้างหน้า แล้วบินไปด้วยกัน “เดี๋ยวคอยดูก็แล้วกันว่าคุณจะเจอผมกับคุณปั้นที่ชั้นไหน ชั้นเดียวกันก็ดีเลย…จริงไหมคุณ”

ปูนปั้นฟังแล้วได้แต่ยิ้มนิดๆโดยมิตอบคำเช่นเคย เพียงแต่นึกขำที่ว่า ถ้าเป็นยามไปกลับปกติด้วยเงินในกระเป๋าของตัวเอง ก็คงไม่ยอมจ่ายเพื่อแลกกับความสบายที่เขาเองไม่ต้องการสักเท่าไหร่นี่หรอก แต่เป็นเพราะต้องมา ‘ทำงาน’ ให้ผู้ที่จ้างเขามากกว่า…

การทำงานที่ต้องเริ่มขึ้นจากสืบจนรู้ถึงวันเวลาและสายการบินที่บุรุษผู้กำลังยืนอยู่ข้างๆเขานี้จะออกเดินทางมาฝรั่งเศสซึ่งไม่ใช่เรื่องยากที่สามารถจะรู้ได้

เขามีหน้าที่เพียงจัดกระเป๋าเสื้อผ้าเตรียมบินมากับสายการบินเดียวกับชายผู้นี้เท่านั้น

ครั้นแล้ว ทุกอย่างก็เรียบร้อย…โดย…เขาจองที่นั่งหลังสุด จึงแลไม่เห็นกัน ยกเว้นยามใดชายผู้นี้เดินมาทำธุระที่ห้องสุขาที่อยู่ถัดออกไป ก็ได้อาศัยความมืดในเครื่องบินบดบัง

หรือหากต้องลงไปพักรอต่อเครื่องบินจนอาจจะต้องกระทบไหล่กันตามห้องอาหารหรือห้องน้ำ เขาก็หาทางเลี่ยงการประจันหน้าได้ไม่ยาก…จนกว่า…จะถึงที่หมายปลายทางคือโรงแรมที่พักซึ่งก็ไม่ยากจะล่วงรู้

ณ ที่นั้น หัวหน้าจึงยอมให้เขาเปิดตัว

เสมือนหนึ่งมาพบกันโดยบังเอิญ

บนที่นั่งเที่ยวกลับกรุงเทพฯนี้ จึงมีความบังเอิญที่ไม่ใช่บังเอิญเกิดขึ้นอีก…สืบเนื่องจากแผนของเขาที่บอกก่อนแยกกันขึ้นไปเก็บของเตรียมเดินทางค่ำนี้ด้วยกัน

‘เดี๋ยวคุณคอยดู จะมีเซอร์ไพรส์ยังไงมั่ง’ โจมก็เลยบอกเขาบ้างอย่างหรรษา เชิงให้รู้ว่า ผมก็มีแผนเหมือนกัน

ที่จริง ชายผู้นี้ หากมองเพียงปราดแรก ถ้าจะให้เขาบรรยาย ก็คงไม่แคล้ว ‘โก๋เจ้าชู้ รักสนุก’ แม้เบื้องหลังแจ็กเก็ต อาจจะมีลายสักพราวพร้อยเต็มตัวดังเช่นชายหญิงยุคใหม่นิยมกัน แต่หน้าตายิ้มหัวที่ดูเปิดเผยก็ไม่ทำให้หนักไปข้างเป็นมาเฟียหรือคนชั่วร้ายโหดหินกระไรเลย

ครั้นแล้วก็มีเซอร์ไพรส์จริงๆ เมื่อต่างก็พบกัน เดินเข้าเลาจน์ กินอาหารค่ำด้วยกัน หลับใกล้ๆกันบนเครื่องบินจนกระทั้งถึงโดฮา ได้นั่งจิบกาแฟด้วยกัน ถึงกรุงเทพฯพร้อมกัน

ที่สำคัญก็คือได้แลกเบอร์โทรศัพท์กันและกัน

ดังนั้น เมื่อจะต้องแยกจากกันที่สนามบิน เพราะต่างคนต่างมีรถมารับ โจมจึงบอกหญิงสาวพร้อมยิ้มกริ่ม

“ถ้าคืนนี้มีสายของผมก็อย่าว่างั้นงี้เลยนะฮะ คือ ผมไม่มีอะไรมาก คิดถึงก็บอกกงๆ”

วันทาได้แต่ทำนัยน์ตาอย่างหนึ่งกับเพื่อนของหล่อน

ร้อยรัดจึงหัวเราะเปิดเผย

“ไปเที่ยวนี้ก็สนุกดีนะคะ…” หญิงสาวก็เลยเท้าความ “ว่าแต่ว่าคุณปั้นอย่าลืมเรื่องจะพาวันไปหาหมอนวดแผนโบราณที่ศรีสัชนาลัยก็แล้วกัน”

“ไม่ลืมครับ…” ชายหนุ่มตอบอย่างออมเสียงพลางสงวนทีท่าเหมือนเคย อย่างน้อย ‘หน้าที่’ ที่ได้รับมาทำก็ย้ำเตือนทุกขณะจิตให้คิดก่อนพูดทุกครั้ง “คุณวันทาอยากไปเมื่อไหร่ก็ไปได้ทุกวันนะฮะ”

“ทุกวัน” อีกฝ่ายก็เลยส่งเสียงสูง “แล้วคุณปั้นไม่ไปทำงานหรือคะ”

“ช่วงนี้ผมเผอิญได้พักร้อนสิบวันครับ ต่อเสาร์-อาทิตย์อีกสองวันเป็นสิบสองวัน ไปฝรั่งเศสแล้วยังเหลืออีก พอจะพาคุณไปนวดได้…ไปเช้ากลับดึกจะไหวไหมครับ”

“อยู่ที่คนพาแล้วละค่ะ” วันทาเริ่มลังเลพลางหันไปทางเพื่อนสนิท “ว่าแต่ว่าร้อยล่ะ สะดวกไหม…กลับถึงบ้าน…คุณแม่จะมีอะไรให้ทำอีกหรือเปล่า…”

“ยังไม่รู้เหมือนกัน” อีกฝ่ายเริ่มแบ่งรับแบ่งสู้เมื่อนึกขึ้นได้

ผู้ชายสองคนนี้คือใครก็ยังไม่ประจักษ์

คนแรกนั้น พอจะรู้ว่าร้านวัตถุโบราณของเขาอยู่ที่ไหน

ส่วนอีกคนสิ รู้แต่เพียงว่า เขาทำงานกับบริษัทนำเข้า-ส่งออกแห่งหนึ่งเท่านั้น

Don`t copy text!