สาป บทที่ 9 : เพื่อนทรยศ

สาป บทที่ 9 : เพื่อนทรยศ

โดย : เยาวเรศ

สาป นวนิยายลึกลับ โดย เยาวเรศ เรื่องราวของสาวไทยที่ต้องไปเผชิญกับความลึกลับในบ้านชนบท ประเทศอังกฤษ โดยมีความรัก…ความแค้น…และความอาฆาตพยาบาทที่มาเดิมพันกับชีวิตของเธอ นิยายออนไลน์จากเว็บไซต์อ่านเอาที่เราอยากให้คุณได้อ่านออนไลน์อีกเรื่อง

*************************

– 9 –

สนับสนุนอ่านเอาด้วยการสั่งซื้อหนังสือ “ในสวนอักษร” คลิกที่นี่

ทริสตันขับรถออกมาจากคฤหาสน์เพเพอร์มิลล์ ล็อค ด้วยหัวใจที่หนักอึ้ง จู่ๆ ลุงของเขาก็ทำตัวประหลาดๆ โดยไม่มีเหตุผล เพียงเพราะว่าลอร์ดเรย์มอนด์ล่วงรู้โดยบังเอิญว่าเขาตกหลุมรักไอลดา และฝ่ายหญิงก็ดูเหมือนจะมีใจให้เขาเช่นกัน

ความดีใจเมื่อวันก่อน กลายมาเป็นความขุ่นมัวเมื่อท่านลอร์ดบอกเขาว่า ท่านไม่ยินดีที่จะให้ไอลดาอยู่ที่บ้านหลังนั้นต่อไป เขานึกเหตุผลอะไรไม่ออกนอกจากลุงของเขาไม่อยากให้เขากับไอลดาคบหาสมาคมกันเพราะท่านสนับสนุนอย่างออกหน้าออกตาเมื่อรู้ว่าแดฟนีสนใจชายหนุ่มและต้องการจะเดตเขา ลอร์ดเรย์มอนด์ถึงกับขอร้องแกมบังคับให้เขาไปงานสังคมที่เลดี้ไวโอเล็ตเป็นประธานในการจัดงานการกุศล และนั่นก็คือจุดเริ่มต้นที่แดฟนีพาเขาเข้ามาเกี่ยวพันกับหญิงสาวชาวไทยผู้นั้นโดยที่ตัวเธอเองก็ไม่ได้ตั้งใจ

แต่เมื่อหลังจากที่ท่านลอร์ดชราโกรธจนเป็นลมวูบไปด้วยฤทธิ์โทสะแล้วรู้สึกตัวขึ้นมา ก็ดูเหมือนว่าท่านจะปรับอากัปกิริยาจนเกือบเป็นปกติได้ ทริสตันรู้จักลุงของเขาดี แค่มองตาเท่านั้น เขาก็รู้ว่าท่านมีเรื่องบางอย่างที่ปิดบังเขาไว้โดยไม่ยอมบอกเหตุผลที่แท้จริง การออกคำสั่งให้เขาทำในสิ่งที่ไม่ควรทำหรือไม่ถูกต้อง ไม่ใช่เป็นเรื่องที่น่าแปลกใจ ใครที่รู้จักลอร์ดเรย์มอนด์ดีก็จะรู้ว่าท่านเป็นคนเช่นไร เรย์มอนด์ เรย์ลีย์ เป็นคนเข้มแข็ง เหี้ยมเกรียม เด็ดขาดและสามารถทำทุกสิ่งได้เพื่อให้บรรลุถึงเป้าหมายของเขา แต่ส่วนใหญ่ท่านก็มักจะยกเหตุผลมาประกอบเสมอ ยกเว้นครั้งนี้…ช่างเป็นคำสั่งที่มีเหตุผลน้อยเสียเหลือเกินจนเขาอดประหลาดใจไม่ได้

นอกจากนั้น ท่านยังเผลอท่องบทกลอนเกี่ยวกับหญิงสาวจากแดนไกล ซึ่งเป็นเรื่องที่ทริสตันเห็นว่าเหลวไหลที่สุดหากลุงของเขาพยายามที่จะโยงไอลดาเข้ากับบทกลอนเก่าแก่ที่ได้ยินกันมานานในตระกูลของเขา เขาเองก็ไม่สนใจรายละเอียดอะไรมากนักด้วยเห็นว่าเป็นเรื่องไร้สาระที่คนเล่าลือกันไปเอง ประกอบกับเมโดว์บรุคที่เคยเป็นบ้านประจำตระกูลของเขาถูกปิดตาย ไม่ได้ใช้สอยหรือทำประโยชน์อะไรมานานนับร้อยปี สถานที่ทุกแห่งที่เป็นบ้านเก่า บ้านร้าง ก็มักจะมีเรื่องเล่าแบบนี้เสมอ ทริสตันไม่เห็นว่าเป็นเรื่องที่น่าใส่ใจด้วยซ้ำ

‘ผมไม่อยากรู้เรื่องตำนานของบ้านนั้นหรอกครับลุง’ เขาบอกเมื่อพยุงผู้เป็นลุงนั่งลงบนเก้าอี้ ก่อนจะเดินไปมุมห้อง ริน สกอตช์วิสกี้ส่งให้ท่าน ‘เท่าที่ผมได้ฟังจากช่างที่มาซ่อมบ้าน จากพี่เลี้ยง คนรับใช้สมัยที่ผมเด็กๆ มันก็มากเกินพอ นี่คุณลุงก็มาท่องกลอนนั่นในห้องทำงานผมตอนบ่ายเมื่อวานตอนเห็นไอลดาอีก…นี่มันอะไรกันครับ’

มืออันสั่นเทาของลอร์ดเรย์มอนด์ยื่นออกไปรับแก้ววิสกี้จากทริสตัน แล้วดื่มรวดเดียวหมด

‘ลุงก็ไม่อยากเชื่อนะ…แต่มันไม่ใช่แค่ตำนานนะทริสตัน มันเกิดขึ้นจริงๆ’

‘คุณลุงครับ’ เขาส่ายหน้า ‘อะไรที่มันเกิดขึ้นตรงตามตำนานเหรอครับ ช่วยบอกผมที…แล้วมันเกี่ยวข้องอะไรกับไอลดาเขาล่ะครับ ผมงงไปหมดแล้ว’

‘หลานไม่คิดว่าแปลกเหรอ ที่ตระกูล ‘เรย์ลีย์’ ของเราน่ะ ไม่มีคนใช้นามสกุลนี้ที่เป็นผู้หญิงเหลืออยู่เลย! มันไม่ใช่เหตุบังเอิญไปหน่อยเหรอ’

‘ก็แปลกนะครับถ้าจะว่าไป แต่มันก็เกิดขึ้นได้กับตระกูลไหนๆ ทั้งนั้น ไม่ใช่แต่เฉพาะตระกูลเรา’

‘ใช่ เพราะตระกูลอื่นเขาไม่ได้โดนคำสาปอย่างพวกเรา!’

‘คำสาป…’

‘หลานฟังไม่ผิดหรอก’ ลุงของเขายืนยันหนักแน่น ‘ถ้าไม่เป็นเพราะคำสาปบ้าๆ นั่น ป่านนี้ทั้งป้าสะใภ้กับ…กับ…ลูกพี่ลูกน้องของหลานก็คงจะอยู่กับเราในวันนี้’

‘แต่คุณลุงครับ…’

‘ลุงรู้’ คนฟังโบกมือห้าม ‘ทริสตันกำลังจะบอกลุงว่า ทุกอย่างเป็นเรื่องบังเอิญใช่ไหม ถ้าเราจะมองกันแค่เฉพาะภรรยากับลูกสาวของลุง แม่ของหลาน…มันก็คงเป็นแค่เหตุบังเอิญ แต่ถ้าเรามองย้อนกลับไปอีกหลายชั่วคน ลุงขอยืนยันว่า มันไม่ใช่เรื่องบังเอิญอย่างแน่นอนที่ผู้หญิงในตระกูลเรย์ลีย์ต้องมีอันเป็นไปก่อนเวลาอันสมควรทุกคน’

‘คุณพ่อ คุณแม่ผมเสียชีวิตเพราะอุบัติเหตุเฮลิคอปเตอร์ตกนะครับคุณลุง ถึงตอนนั้นผมจะยังเด็กอยู่มากแต่ผมก็จำได้’ เขาตอบเสียงขื่นๆ ‘ไม่ใช่แต่คุณแม่ที่เสียชีวิต คุณพ่อ คนขับคอปเตอร์…อีกสองคนนี่เป็นผู้ชายนะครับ คุณพ่ออาจจะเกี่ยวถ้าจะคิดว่าท่านคือคนในตระกูลเรย์ลีย์ แต่คนขับล่ะ…เขาไม่ได้เกี่ยวอะไรกับพวกเราเลย’

‘แล้วลูกสาวกับเมียของลุงล่ะ’ ท่านลอร์ดขึ้นเสียง ‘ไม่ได้เกี่ยวเหรอ’

‘เกี่ยวยังไงล่ะครับ…’

‘ถ้ามันเป็นอุบัติเหตุ มันจะเกิดขึ้นได้ยังไงกับคนในครอบครัวเราซ้ำแล้วซ้ำอีก หนำซ้ำ…มันก็ไม่ใช่อุบัติเหตุด้วย’ คนฟังโพล่งออกมาในที่สุด ‘ลุงต้องบอกคนอื่นว่ามันเป็นอุบัติเหตุ แต่ว่ามัน…มันไม่ใช่…ไม่ใช่เลยจนนิดเดียว’

ทริสตันนิ่งงัน นี่คือความรู้ใหม่…เขาเข้าใจมาตลอดว่า ป้าสะใภ้และลูกผู้พี่ของเขาเสียชีวิตเพราะอุบัติเหตุ เทเรซา…ผู้เป็นแม่กระโดดลงแม่น้ำเแบลค วอเทอร์เพราะลงไปช่วยชีวิตลูกสาวตัวน้อยที่โดดลงน้ำไปยามเธอเผลอด้วยความไร้เดียงสา แต่นี่ผู้เป็นลุงบอกกับเขาว่ามันไม่ใช่ ถ้าเช่นนั้น…อะไรคือความจริง

‘เทเรซา…ไม่ได้กระโดดลงไปช่วยเมแกนที่จมน้ำ แต่เธอ…เธอฆ่าเมแกนแล้วก็ฆ่าตัวตายตาม ในบึงหลังเมโดว์บรุค…’ ท่านลอร์ดเอ่ยเสียงตะกุกตะกัก พยายามสะกดกลั้นอารมณ์อย่างเต็มที่ ‘เข้าใจหรือยังว่าเรื่องทุกอย่างที่เกิดขึ้นมันไม่ใช่เรื่องปกติ’

ทริสตันตะลึง ในขณะที่ลุงของเขาพูดต่อไป

‘ตั้งแต่เทเรซาแต่งงาน ก็เกิดเหตุการณ์แปลกๆ ลุงต้องพาเธอไปหาจิตแพทย์เป็นประจำเพื่อรับการบำบัด เธอได้ยินเสียงแปลกๆ ฝันเรื่องราวเดิมๆ ซ้ำๆ ซากๆ จนเธอไม่กล้านอนหลับในตอนกลางคืน ในที่สุดก็กลายเป็นโรคซึมเศร้า ขนาดไม่ยอมออกจากบ้านไปไหน ไม่พบใคร ตัวลุงเองก็ไม่ค่อยมีเวลาให้เธอมากนักเพราะมัวแต่ทำงาน เดินทางไปโน่นไปนี่…ก็เกี่ยวกับงานนั่นแหละ จนกระทั่งเมื่อเธอตั้งท้อง ทุกอย่างก็ดีขึ้น…เทเรซาไม่ฝันแปลกๆ ไม่บ่นว่าได้ยินเสียงอะไรอีกเลย ลุงก็เลยคิดว่าที่ผ่านมาก็คงเพราะเธอเป็นโรคซึมเศร้าเท่านั้นเอง…แต่ที่ไหนได้…’

ท่านลอร์ดนิ่งไปชั่วครู่เพื่อสะกดกลั้นความรู้สึกในใจ ก่อนจะกล่าวต่อไปช้าๆ

‘ลุงมารู้เอาก็เมื่อสายไปแล้ว อีกอย่างลุงก็ไม่เข้าใจว่าทำไมเขาทำเช่นนั้น แต่จะให้ใครๆ รู้ว่าเขาคลุ้มคลั่ง กลายเป็นฆาตกรฆ่าลูกตัวเอง แล้วก็ฆ่าตัวตายนี่ ลุงทำไม่ได้…ลุงต้องปกป้องชื่อเสียงของเธอ จนเมื่อมาเสร็จงานศพ…ลุงเจอไดอารี่ เทเรซาเขียนระบายทุกสิ่งทุกอย่างลงในนั้น แม้ลุงจะมาเข้าใจในตอนหลังว่าเขาไม่ได้ตั้งใจที่จะทำอะไรแบบนั้นเลย…โดยเฉพาะกับลูกของตัวเอง แต่เป็นเพราะนังแม่มดนั่น…มันก็สายเกินไปจริงๆ’

แม้จะเห็นใจและสงสารลุงของเขาเป็นอย่างมากเมื่อได้รู้ความจริงจากปากของท่านลอร์ด ว่าการตายของคนทั้งคู่ไม่ใช่อุบัติเหตุอย่างที่เขาได้ทราบมาตั้งแต่ยังเป็นเด็ก ทริสตันก็อดจะรู้สึกเหนื่อยหน่ายใจไม่ได้เมื่อท่านลอร์ดเอ่ยถึงเรื่องตำนานแม่มดนั่นขึ้นมาอีก

‘ช่วงนี้ดูคุณลุงเหมือนจะเชื่อเรื่องลึกลับ เหลวไหลเป็นพิเศษนะครับ หวังว่า…เหตุผลที่คุณลุงไม่ชอบไอลดาคงไม่ใช่เธอดูเหมือนแม่มดหมอผีที่จะมาทำอันตรายผมหรือใครๆ…’

‘แล้วหลานรู้ได้ยังไงว่าผู้หญิงคนนั้นไม่ใช่แม่มด’

‘คุณลุงครับ’ เขาถอนใจ ‘นี่ผมงงไปหมดแล้ว คุณลุงไปโยงไอลดาว่าเป็นแม่มดที่สั่งให้คุณป้าฆ่าเมแกนเลยเหรอครับ ผมว่ามันไม่น่าจะเกี่ยวเลยนะครับ แถมเขาก็ยังเป็นสาว…ไม่น่าจะอยู่ร่วมสมัยกับรุ่นคุณลุงหรือคุณป้าด้วยซ้ำ’

‘หลานรู้จักเธอมากแค่ไหน’

‘ผมก็ไม่ได้รู้จักเรื่องส่วนตัวอะไรของเธอมากหรอกครับ’ เขายอมรับ ‘ทุกอย่างที่ผมรู้เกี่ยวกับเธอ ก็มาจากแดฟนีทั้งนั้น…ผมไม่เคยได้มีโอกาสอยู่ลำพังสองต่อสอง หรือสนิทสนมอะไรกับเธอมากมายพอที่จะคุย อย่าว่าแต่เรื่องส่วนตัวเลย อย่างมากก็ทักทายกันแค่สองสามประโยคตามมารยาท…เท่านั้นเอง’

‘เรื่องนี้ลุงจะจัดการเอง เราต้องรู้เรื่องของเธอให้มากกว่านี้’

‘เอาเถอะครับ’ เขาไม่เห็นประโยชน์ที่จะห้ามปราม ด้วยรู้นิสัยของผู้เป็นลุงดี ‘ถ้าสืบไป แล้วพบว่าเธอไม่ใช่แม่มด คุณลุงก็อย่าผิดหวังก็แล้วกัน’

‘ทริสตัน…ลุงรู้ว่ามันเป็นเรื่องเหลือเชื่อ แต่ก็อยากให้หลานเปิดใจสักนิด แล้วหลานจะรู้ความจริงว่าที่ลุงพูดมาทั้งหมดน่ะ มันไม่ใช่เรื่องเหลวไหลอย่างที่ใครๆ คิด’

ทริสตันนิ่งงัน ความคิดที่ว่าไอลดาเป็นแม่มดนั้น เกินกว่าที่เขาจะรับได้จริงๆ

‘ผมคงต้องรีบไปแล้วแหละครับ นี่กลับมาก็เข้ามาหาคุณลุงก่อนเลย ยังไม่ได้อาบน้ำ’

‘เก็บเรื่องที่ลุงเล่าให้ฟังไปคิดให้ดีๆ นะ แต่ขอบอกว่า ลุงยอมให้ผู้หญิงคนนั้นเข้ามายุ่งเกี่ยวกับครอบครัวเราไม่ได้ เธอจะต้องย้ายออกไป แล้วตัวหลานเองก็ต้องเลิกคบหากับเธอ ไม่เช่นนั้น…เรื่องร้ายๆ จะเกิดขึ้น และถ้าเกิดมันเป็นความจริงขึ้นมา…มันหมายถึงชีวิตของตัวหลานเองและลุงด้วยนะ…ทริสตัน’

เขาขอตัวออกมาจากห้องทำงานในที่สุด รีบอาบน้ำแต่งตัวก่อนที่จะขับรถตรงไปหาแดฟนี เพื่อจัดการกับสิ่งที่คั่งค้างอยู่ในจิตใจของเขาให้หมดไปเสียที

ทันทีที่ได้ยินเสียงกริ่งประตูดัง แดฟนีก็แทบจะวิ่งถลาไปเปิดประตูด้วยความดีใจ ภาพที่เห็นตรงหน้าทำให้หล่อนน้ำตารื้นขึ้นมาอย่างช่วยไม่ได้ ในที่สุดทริสตันก็มาตามนัดจริงๆ

ใบหน้าหล่อเหลานั้นดูเคร่งขรึม ดวงตาสีฟ้าเข้มที่เป็นประกายแจ่มใสอยู่เสมอนั้นดูแห้งแล้งอย่างประหลาด แต่ในเมื่อเขามาหาหล่อนแล้ว ไม่ว่าเขาจะอารมณ์ดีหรือไม่ แดฟนีก็รู้สึกยินดีเกินกว่าจะใส่ใจ

“อาหารพร้อมแล้วค่ะ…ฉันให้คนมาจัดให้ล่วงหน้าเลย คุณจะดื่มอะไรก่อนไหมคะ ฉันมีทั้งไวน์ เบียร์ แชมเปญ…”

“ผมขอเป็นน้ำแร่ได้ไหม” เขาตอบเนือยๆ พร้อมกับยกมือขึ้นเสยผมอย่างใจลอย “วันนี้เหนื่อยมากจริงๆ ไม่อยากดื่ม แล้วอีกอย่าง…ผมขับรถมาเองด้วย”

“ได้ค่ะ ถ้าอย่างนั้นคุณคงไม่ถือนะคะถ้าฉันจะดื่ม”

“อย่าเพิ่งรีบเมาแล้วกัน ผมมีเรื่องสำคัญจะคุยกับคุณ”

แดฟนีทรุดตัวลงนั่งบนโซฟาหนังสีน้ำตาลเคียงข้างเขา หล่อนยกขาขึ้นไขว่ห้างอย่างจงใจ เพื่ออวดเรียวขางดงามให้ชายหนุ่มเห็น ทริสตันรับแก้วน้ำดื่มมาวางไว้โต๊ะข้างๆ ตัว ก่อนจะเอ่ยขึ้นอย่างไม่รอช้า

“ผมมาหาคุณก็เพราะไอลดาเขาไปพบผม…”

“ค่ะ ฉันทราบแล้ว”

“คือ…ผมก็ต้องขอโทษคุณด้วย สำหรับเหตุการณ์ในคืนนั้น…”

“อุ๊ย” คนฟังหัวเราะเสียงใส “ไม่ต้องขอโทษหรอกค่ะ ฉันเองก็…ทำไม่ถูกเหมือนกัน…เป็นอันว่า เรื่องมันแล้วไปแล้วก็ให้มันจบไปเถิดค่ะ ถือเสียว่าไม่มีอะไรเกิดขึ้น เราก็จะได้กลับมาเป็นเหมือนเดิม”

“เพื่อนคุณเขาบอกคุณว่าผมพูดแบบนี้หรือ” ทริสตันถามเสียงต่ำ “เขาพูดอะไรกับคุณบ้าง”

“เขาไม่ได้บอกอะไรหรอกค่ะ” หญิงสาวปฏิเสธ “เรายังไม่มีโอกาสได้คุยอะไรกันเลย ไอลดาเขาป่วย…อยู่ที่โรงพยาบาล ฉันก็เลยไม่อยากรบกวนถามรายละเอียดมากมาย”

“ไอลดาอยู่โรงพยาบาลหรือ” ทริสตันผลุดลุกขึ้นยืนในทันที “เธอเป็นอะไรไป…อาการหนักหรือเปล่า อยู่โรงพยาบาลไหน”

“ไม่ได้เป็นอะไรมากหรอกค่ะ แค่เป็นลมหมดสติไปแต่หมอบอกว่าร่างกายอ่อนเพลีย ก็เลยนอนให้น้ำเกลือ…ตอนนี้ก็คงกลับไปค้างบ้านแฟนเขาแล้วค่ะ”

“บ้านแฟน…”

“ค่ะ ฉันเองก็เพิ่งรู้ว่าลดามีแฟนแล้ว พอดีไปเจอกันที่โรงพยาบาลตอนฉันไปเยี่ยม”

ทริสตันนิ่งงัน…ไอลดามีแฟนแล้ว…

“ฉันก็ไม่รู้จักแฟนเขาหรอกค่ะ เขาอยู่ในหมู่บ้านนี้เองชื่อลุคค่ะ คุณรู้จักไหม”

ชายหนุ่มได้แต่ส่ายหน้าพร้อมกับทรุดตัวลงนั่งอย่างหมดแรง

“ดูเขาก็รักลดาดีนะคะ ทีแรกฉันก็คิดว่าจะไปรับลดากลับบ้าน แต่เขาบอกเองว่าอยากไปอยู่กับลุคก่อนสักพักจะได้มีคนดูแล…ฉันก็ตามใจเขาค่ะ แฟนดูแลก็จะหายเร็วกว่าเพื่อนดูแล…จริงไหมคะ”

“ก็คงจะอย่างนั้นกระมังครับ”

“อาหารน่าจะพร้อมแล้ว ฉันก็หิวนิดๆ แล้วด้วย คุณพร้อมหรือยังคะ”

“ผมต้องขอโทษจริงๆ แดฟนี ผมไม่หิวเลย ถ้าคุณหิว…ผมไปนั่งเป็นเพื่อนที่โต๊ะอาหารก็แล้วกัน”

“อ้าว…” หญิงสาวอุทานอย่างผิดหวัง “ถ้าอย่างนั้นรอต่ออีกสักนิดก็ได้ค่ะ เผื่อคุณจะหิว ฉันดื่มไปพลางๆ ก่อนก็ได้”

“ไอลดาเขาไปหาผมที่ทำงาน ขอร้องให้ผมกลับมา…เอ้อ…หาคุณ ผมก็เลย…”

“ฉันโชคดีมากเลยที่มีเพื่อนอย่างลดา ตั้งแต่เรียนปริญญาตรีมาด้วยกัน ลดาช่วยฉันทุกอย่าง…ไม่ว่าจะเป็นเรื่องเรียน เรื่องแฟนหรือเรื่องอะไรก็แล้วแต่ บางทีฉันไม่ต้องเอ่ยปากขอร้องด้วยซ้ำ…”

“ผมรับปากว่าจะมาหาคุณ เพื่อมาขอโทษด้วยตัวเอง แล้วก็อยากจะทำความเข้าใจกับคุณนะแดฟนี ถ้าหากผมทำอะไรที่ทำให้คุณคิดไปว่า ผมคิดกับคุณมากกว่าเพื่อน…ผมก็ต้องขอโทษด้วย ผมไม่มีเจตนาจะหลอกคุณหรืออะไร แต่ผมมาคิดทบทวนดูแล้วหลังจากคืนที่เกิดเรื่อง ผมก็ต้องขอยืนยันว่า ผมคงเป็นมากกว่าเพื่อนไม่ได้จริงๆ”

แดฟนีเลิกคิ้ว มือสั่นระริกจนต้องวางแก้วแชมเปญลง

“เป็นแค่เพื่อนเหรอ”

“ผมขอโทษด้วย”

“ไม่ต้องขอโทษแล้วค่ะ” คนฟังขึ้นเสียงแหลมอย่างลืมตัว “ตลอดเวลาที่ไปไหนมาไหนด้วยกัน ไปดินเนอร์ ไปออกงานด้วยกันมาสี่ห้าเดือนนี่ เป็นได้แค่เพื่อนเท่านั้นนะ งั้นที่คุณมาคืนนี้ก็เพราะคุณจะมาบอกเลิกกับฉันใช่ไหม ไม่ใช่มาขอคืนดีอย่างที่ลดาไปบอกคุณใช่ไหม”

“ผมขอโทษจริงๆ แดฟนี” เขาย้ำอีกครั้ง ก่อนจะลุกขึ้นยืน “ผมขอตัวกลับก่อน หวังว่าคุณคงจะยกโทษให้ผมนะที่หายไปนาน ผมควรจะรีบปรับความเข้าใจกับคุณในตอนนั้นเลย คุณจะได้เข้าใจถูกต้อง”

“คุณบอกมาตรงๆ ดีกว่าค่ะ คุณเลิกกับฉันเพราะคุณมีคนใหม่ใช่ไหม”

“แดฟนี” ทริสตันจับต้นแขนหล่อนให้หันมาเผชิญหน้าเขา “ผมไม่ได้มีใครทั้งก่อนเจอคุณ ตอนที่คบกับคุณแล้วก็ตอนนี้ คุณเองก็รู้ดี…ผมรู้นะว่าคุณจ้างนักสืบติดตามตัวผมอยู่ ถ้าผมมีคนอื่นคุณก็คงจะรู้แล้วใช่ไหม คุณจะโกรธผมก็ไม่เป็นไร ผมเข้าใจ แต่ผมยังไม่พร้อมที่จะรักใคร…อย่างน้อยผมก็ให้โอกาสตัวเองได้คบกับคุณ และคุณเองก็เปิดใจยอมคบกับผม อย่างน้อยก็เป็นเรื่องดีที่เราไม่ดึงดันจนเรื่องราวมันเลยเถิดไปไกล…”

“ขนาดนี้ยังไม่เลยเถิดไปไกลเหรอคะ” หล่อนย้อนถามอย่างประชด “ใครๆ เขาก็รู้กันหมดแล้วว่าคุณกับฉันคบกันในฐานะอะไร แล้วจู่ๆ คุณก็มาบอกกับฉันตอนนี้ว่าคุณไม่คิดอะไรเกินกว่าความเป็นเพื่อนเหรอคะ ถ้าจะคิดกับฉันเป็นเพื่อนตั้งแต่ทีแรก…ทำไมต้องคบยืดเยื้อมานานขนาดนี้…”

“ผมว่าผมกลับก่อนดีกว่า รอให้คุณอารมณ์เย็นลงกว่านี้แล้วผมอาจจะมาหาคุณใหม่”

“ไม่ต้องมาแล้วค่ะ ฉันไม่อยากเจอหน้าคุณ” คนพูดน้ำตาไหลพราก “ที่ฉันรอมาทั้งวันนี่ ก็เพื่อจะให้คุณมาบอกเลิกด้วยตัวเองงั้นหรือ…ที่จริงคุณไม่ต้องเสียเวลามาก็ได้ แค่บอกฉันทางโทรศัพท์ตอนนั้น หรือจะส่งข้อความ หรือไม่ก็ส่งอีเมลมาก็ได้ จะง่ายกว่าไหม แล้วก็อย่าแก้ตัวเลยค่ะว่าคุณไม่มีใคร…ฉันไม่เชื่อ คุณบอกฉันมาตรงๆ ก็ได้ค่ะ ไหนๆ ฉันก็เจ็บขนาดนี้แล้ว ถ้าจะเจ็บเพิ่มไปอีกสักหน่อยก็คงไม่เปนไร”

“ผมจะรักใครก็คงไม่มีความหมายอะไรหรอก” ชายหนุ่มตอบเสียงขื่นๆ “เพราะมันก็คงเป็นไปไม่ได้อยู่ดี เอาเป็นอันว่า…ขอให้คุณรับรู้ไว้ว่าผมไม่มีใครก็แล้วกัน แล้วผมก็ขอย้ำอีกทีว่าผมขอโทษที่ทำให้คุณเข้าใจผิด”

“คุณแน่ใจนะคะว่าคุณไม่ได้รักใคร” แดฟนีตรงเข้าไปเผชิญหน้าเขา น้ำตายังคงไหลพรากไม่ขาดสาย “คุณบอกฉันว่าคุณไม่มีใคร…ฉันเชื่อ…คุณไม่ได้โกหก แต่อย่าบอกฉันนะว่าคุณไม่ได้รักใคร…”

“ผมบอกแล้วยังไงว่ามันไม่มีความหมายอะไร”

แดฟนีสะอื้นฮัก ความโทมนัสแล่นเข้าสู่ร่างกายจนเกินจะทนไหว หล่อนทรุดตัวลงนั่งกับพื้นอย่างหมดเรี่ยวแรง ความหวังที่จะได้ชายหนุ่มกลับมาเคียงข้างอีกครั้งต้องมลายหายไปอย่างสิ้นเชิง…

หรือที่ไอลดาไปพบเขา กลายเป็นการกระตุ้นให้ชายหนุ่มตัดสินใจไปอีกทาง เพราะสิ่งที่หล่อนเคยสงสัยกลับเป็นความจริง!

หลายครั้งที่แดฟนีแอบเห็นสายตาที่เขามองไอลดายามที่ชายหนุ่มเผลอตัว ดวงตาสีฟ้าจัดเปล่งประกายจ้า รอยยิ้มน้อยๆ ที่เขามักจะมีอยู่เสมอมักจะเปลี่ยนเป็นยิ้มกว้างเมื่อเขาเห็นไอลดายิ้มหรือหัวเราะ บ่อยครั้งที่เขาเปลี่ยนสถานที่นัดเป็นที่บ้านนี้แทนที่จะเป็นภัตตาคารหรือคลับหรูต่างๆ  ซึ่งหล่อนก็โอนอ่อนผ่อนตามโดยตลอด นั่นคงเป็นเพราะเขาอยากเจอเพื่อนสาวของหล่อนนั่นเอง

แม้ว่าหล่อนจะเคยสงสัย ถึงกับเอ่ยถามไอลดาตรงๆ มาแล้ว แต่ฝ่ายนั้นก็ยืนยันหนักแน่นว่าทริสตันและหล่อนเป็นแค่คนรู้จักกันเท่านั้น แดฟนีไม่มีเหตุผลอะไรที่จะไม่เชื่อเพื่อนสาวของหล่อน หญิงสาวรู้สึกไอลดามานานและมั่นใจว่าหญิงสาวชาวไทยผู้นี้รักหล่อนอย่างจริงใจ และกาลเวลาที่ผ่านมาก็พิสูจน์ให้หล่อนเห็นแล้วว่า ไม่ว่าจะเป็นเรื่องหนักหนาสาหัสไปจนถึงน้อยนิดแค่ไหน…ขอเพียงแค่หล่อนเอ่ยปากขอร้อง ไอลดาจะทำให้หล่อนทันทีอย่างไม่เกี่ยงงอน ไม่เคยมีคำถามใดๆ

“คุณบอกเลิกฉัน เพราะคุณมีอะไรกับไอลดาใช่ไหม” หญิงสาวหลุดปากโพล่งออกมาในที่สุด “ใช่ไหม…”

“ไม่ใช่…ผมไม่ได้มีอะไรกับไอลดา และผมก็ไม่ได้บอกเลิกคุณด้วย ผมมาชี้แจงให้คุณเข้าใจว่าผมไม่สามารถคบคุณในฐานะอื่นได้นอกจากเพื่อน ซึ่งเราก็คบกันแบบนี้มาตลอดจนถึงวันนี้ไม่ใช่หรือแดฟนี” ดวงตาสีฟ้าจัดนั้นเป็นประกายจ้าขึ้น “ไอลดาไม่ได้รู้เรื่องอะไรด้วย เขาไปต่อว่าผมเรื่องที่ผมหายหน้าไป เขาอยากให้ผมกับคุณเป็นแฟนกัน…แต่ผมก็บอกเขาไปเหมือนกับที่ผมบอกคุณนั่นแหละว่าความสัมพันธ์นี้มันไปต่อไม่ได้…”

“แล้วถ้าคุณไม่ได้มีอะไรกับไอลดาลับหลังฉัน ทำไมคุณถึงจะคบกับฉันในฐานะแฟนไม่ได้ล่ะ”

“ผมอยากให้คุณเข้าใจก่อนนะ” ทริสตันพยายามใจเย็นอย่างที่สุด “ผมขอย้ำ…ว่าตอนที่คุณและผมเริ่มไปมาหาสู่กัน ผมก็บอกกับคุณว่าเราคบกันในฐานะเพื่อนนะ คุณก็ไม่ได้ขัดข้องอะไร ผมก็เชื่อว่าผมไม่ได้ทำอะไรหรือแสดงท่าทีอะไรให้คุณคิดว่าเรามีอะไรมากไปกว่านั้น จนกระทั่งมาถึงคืนที่เกิดเรื่อง…ผมยอมรับว่าผมเผลอตัวไป…ผมไม่โทษใคร ถ้าผมรีบกลับบ้านเสียตั้งแต่ตอนนั้นเราก็คงไม่ต้องมาคุยกันแบบนี้ คุณก็คงไม่ต้องมาเสียใจ”

“ถ้าคืนนั้น ลดาไม่กลับบ้านมาเสียก่อน คุณจะพูดอย่างนี้ไหม”

“แดฟนี” เขาพยุงให้หล่อนลุกขี้น “ทั้งหมดนี่เป็นเรื่องของผมกับคุณเท่านั้นนะ ไม่มีอะไรเกี่ยวข้องกับไอลดาเลย ถ้าคืนนั้นเธอไม่กลับมา เหตุการณ์ก็คงไปไม่ไกลมากกว่านั้น คุณก็รู้ดีว่าผมขอตัวกลับบ้านตอนที่เพื่อนของคุณกลับมาพอดี ผมเป็นผู้ชาย…จะพูดอะไรมากให้คุณเสียใจก็คงไม่ดี แต่ขอให้รู้ไว้เลยนะครับว่าผมไม่ได้ตั้งใจจะทำให้คุณเสียใจถึงขนาดนี้ การที่เพื่อนของคุณไปพบผม ไม่ได้ทำให้ผมตัดสินใจอะไรได้เร็วขึ้นหรือเปลี่ยนความคิด การที่เธอไปพบผมทำให้ผมรู้สึกละอายใจมากกว่า ผมก็เลยตัดสินใจว่าจะมาคุยกับคุณให้เข้าใจ”

“ฉันกลับคิดว่าคุณใช้ฉันเป็นสะพานเพื่อจะมาหาไอลดา” หล่อนยืดตัวตรง ใบหน้างามนั้นเชิดขึ้นเล็กน้อย “ใช่ไหมคะทริสตัน…จริงๆ แล้วคุณไม่ได้รู้สึกอะไรกับฉันเลย”

ทริสตันไม่ตอบ เขาวางแก้วเครื่องดื่มลงช้าๆ

“ผมขอตัวกลับก่อนนะครับแดฟนี”

“ฉันพูดแทงใจดำคุณใช่ไหม”

“ราตรีสวัสด์นะครับแดฟนี”

“ถ้าคุณคิดว่าคุณเลิกคบกับฉัน แล้วไอลดาเขาจะมาคบกับคุณ…เป็นแฟนคุณ ขอบอกเลยว่าคุณคิดผิดถนัด” หญิงสาวกล่าวกลั้วหัวเราะ “ลดาไม่มีวันที่จะคบกับคุณไม่ว่าในฐานะใด แค่ฉันบอกว่าคุณมาบอกเลิกกับฉันคืนนี้ รับรองได้เลยว่าเขาจะไม่มีวันมองหน้าคุณอีก อีกอย่าง…ลดาเป็นคนรักเพื่อน เขาจะไม่แย่งของรักของฉันเด็ดขาด ไม่ว่าจะเป็นของที่ฉันใช้อยู่หรือของที่ฉันโยนทิ้งแล้ว…เข้าใจไว้ด้วย”

ชายหนุ่มหันขวับมาทันที ดวงตาสีฟ้าเปล่งประกายจัดจ้ากว่าเดิมด้วยความรู้สึกที่เขาพยายามปิดบังไว้ ในขณะที่แดฟนียังคงพูดต่อไป

“ก่อนคุณจะมาหาฉัน ลุงของคุณโทรศัพท์มาหา….ท่านบอกว่าจะขอเลิกสัญญาเช่าบ้านนี้ คงเป็นฝีมือของคุณอีกละสิที่คิดจะกำจัดฉันไปให้พ้นๆ ทาง แต่ขอบอกก่อนนะ คุณคงลืมไปว่าถ้าฉันไปไหน…ลดาก็ไปด้วย ท่านบอกกับฉันว่า ท่านไม่เห็นด้วยที่คุณกับไอลดาจะคบกัน…ก็เลยยื่นข้อเสนอให้ฉันอยู่ต่อได้ แต่มีข้อแม้เดียวว่าไอลดาต้องออกจากบ้านหลังนี้ไป แล้วนี่คุณยังจะโกหกฉันต่อไปหรือคะว่าคุณกับลดาไม่ได้มีอะไรกัน ฉันก็เลยบอกท่านไปว่า…ในเมื่อคุณอยากเลิกกับฉันนัก ฉันก็จะไปแต่ลดาจะไปกับฉันด้วย แล้วเราสองคนก็จะไม่มาเหยียบบ้านหลังนี้อีก”

ในทันทีที่แดฟนีพูดจบลง ทั้งทริสตันและหล่อนก็ได้ยินเสียงกรีดร้องแหลมเหมือนเสียงของเด็กที่ดังมาจากห้องครัวพร้อมกับเสียงฝีเท้าหนักๆ ที่วิ่งจากไป ชายหนุ่มหันมามองแดฟนีอย่างงงๆ ก่อนที่จะวิ่งตรงไปยังที่มาของเสียงนั้น เขาถึงกับตกตะลึงเมื่อเห็นรอยเท้าเล็กๆ เหมือนรอยเท้าเด็กเป็นทางจากห้องนั่งเล่นไปสู่ห้องครัว เมื่อเขม้นตามองอีกครั้ง…รอยเท้าเล็กๆ นั่นก็หายวับไปกับตาพร้อมๆ กับที่เขาได้ยินเสียงหัวเราะอย่างชอบใจของเด็กน้อยที่ก้องกังวานก่อนจะค่อยๆ จางหายไปเช่นกัน

Don`t copy text!