ฤดูร้อนเป็นของเขา ฤดูหนาวเป็นของเธอ บทที่ 14 : มาสเตอร์เชฟชุมพร

ฤดูร้อนเป็นของเขา ฤดูหนาวเป็นของเธอ บทที่ 14 : มาสเตอร์เชฟชุมพร

โดย : วิตต ตุลยธัญ

Loading

เมื่อความตายไม่ใช่จุดจบ แต่คือจุดเริ่มต้นของการแชร์ร่าง! ‘ณดา’ ต้องรับภารกิจเป็นร่างทรงไทม์แชร์ให้สองวิญญาณข้ามฤดูหนาวและฤดูร้อน ในนวนิยายแฟนตาซี-ฟีลกู๊ด ‘ฤดูร้อนเป็นของเขา ฤดูหนาวเป็นของเธอ’ โดย วิตต ตุลยธัญ อ่านเลย

เมื่อณดาเดินมาถึงห้องครัว ป้านวลและพิชชาก็รอเธออยู่แล้ว หัองครัวที่นี่เป็นครัวไทยโบราณแท้ๆ ฝาผนังไม้สีเข้มผ่านการใช้งานมานานจนดูขลัง แสงแดดรำไรที่ลอดผ่านหน้าต่างลูกกรงไม้มาตกกระทบกลุ่มควันจากเตาฟืนทำให้บรรยากาศในห้องดูฟุ้งฝันราวกับภาพถ่าย ทันทีที่เดินเข้ามาในห้อง กลิ่นหอมของสมุนไพรและเครื่องแกงใต้ก็ลอยเข้ามาแตะปลายจมูกของณดา

บนโต๊ะไม้ตัวใหญ่มีวัตถุดิบมากมายวางเรียงรายอยู่ทั้งพริกขี้หนูแห้งสีแดงเข้ม ขมิ้นสดสีเหลืองทอง หอมแดงไทยหัวเล็ก กระเทียมกลีบขาว ถ้วยเล็กใส่กะปิสีม่วงเทา และถ้วยเกลือสมุทรสีขาวนวล ที่วางอยู่ข้างๆ กันคือเขียงไม้ทำมือ มีดปลายแหลม และครกหินใบใหญ่ ถัดจากโต๊ะไม้คือที่ตั้งของเตาฟืนบนเคาน์เตอร์หินที่จุดไฟเตรียมไว้อยู่แล้ว อุปกรณ์ทำครัวต่างๆ ทั้งทัพพี ตะหลิว และหม้อถูกแขวนเอาไว้บนผนังไม้อย่างเป็นระเบียบ

สิ่งเดียวที่ณดาแปลกใจก็คือวัตถุดิบและอุปกรณ์ทั้งหมดถูกจัดเตรียมเอาไว้สองชุด

ในตอนนั้นเองที่ณดาได้ยินเสียงฝีเท้าดังมาจากด้านหลัง เด็กสาวร่างเล็กคนหนึ่งเดินเข้ามาในห้องครัว เธอมีผิวสีเข้มและดวงตากลมโตอย่างสาวใต้แท้ๆ เด็กสาวใส่เสื้อผ้าฝ้ายแขนกุดคู่กับผ้าถุงสีเรียบ ผมยาวดำสลวยถูกรวบเอาไว้ด้านหลัง

“นี่หนูเย็นจ้ะ เป็นคู่แข่งของหนูในวันนี้” ป้านวลเอ่ยแนะนำเด็กสาว

คู่แข่งเหรอ หัวใจของณดากระตุกวูบในทันทีที่ได้ยิน

(นี่เรามีคู่แข่งด้วยเหรอ ฉันนึกว่าเรามาทดสอบทำอาหารกันเฉยๆ ซะอีก) ณดาเอ่ยถามดวงวิญญาณหนุ่มในร่าง (นี่เรามาสมัครงานหรือมาแข่งมาสเตอร์เชฟชุมพรกันแน่เนี่ย)

(คุณไม่ต้องกลัวนะ ฝีมือทำอาหารผมไม่แพ้ใครอยู่แล้ว) ดวงวิญญาณหนุ่มตอบด้วยน้ำเสียงมั่นใจ

“วันนี้เมนูที่เราต้องทำคือแกงเหลืองปลากะพงหน่อไม้ดองจ้ะ กติกาง่ายๆ คือใครทำได้ถูกปากป้านวลมากกว่า คนนั้นก็ได้งานนี้ไป” ป้านวลประกาศด้วยน้ำเสียงก้องกังวานราวกับพิธีกรมืออาชีพ

สีหน้าของป้านวลในตอนนี้ดูจริงจังจนณดาเริ่มกลัว แต่ดูเหมือนว่าดวงวิญญาณหนุ่มในร่างจะยิ่งฮึกเหิมเมื่อรู้ว่าตัวเองต้องเข้าร่วมการแข่งขัน หลายเดือนที่ผ่านมา ณดารู้ดีถึงนิสัยไม่ชอบแพ้ใครของรวีเป็นอย่างดี

“ถ้าพร้อมแล้วเราเริ่มกันได้เลยจ้ะ”

สิ้นเสียงประกาศของป้านวล รวีก็พาร่างของณดาเดินไปที่ครกหินแล้วหยิบเอาวัตถุดิบต่างๆ ใส่ลงในครกอย่างคล่องแคล่ว เมื่อเห็นอย่างนั้น เย็นเองก็ไม่รอช้า แล้วเสียง ‘ตึก ตึก ตึก’ จากครกทั้งสองใบก็ดังขึ้นพร้อมกัน เสียงสากกระทบกับครกดังรัวเร็วราวกับปืนกลในสงคราม หัวใจของณดาเองก็เต้นโครมครามไม่แพ้กัน แต่เมื่อรู้ว่าตัวเองทำอะไรไม่ได้ หญิงสาวก็เลยปล่อยจอยให้รวีใช้ร่างเธออย่างเต็มที่

ทันทีที่ตำเครื่องแกงจนเนื้อเนียน รวีก็ค่อยๆ ละลายมันลงในน้ำเดือด กลิ่นหอมร้อนแรงของพริกและขมิ้นลอยคลุ้งไปทั่วห้องครัว จากนั้นดวงวิญญาณหนุ่มก็ใส่หน่อไม้ดองลงไป ค่อยๆ เคี่ยวจนกลิ่นเปรี้ยวของหน่อไม้กับความหอมของเครื่องแกงผสมผสานกันเป็นหนึ่งเดียว

รวีเหลือบไปมองคู่แข่งด้วยหางตา ดูเหมือนว่าชื่อ ‘เย็น’ จะเป็นชื่อที่ตั้งเพื่อหลอกคู่แข่งเท่านั้น ท่าทางการทำอาหารของเด็กสาวดูช่างคล่องแคล่วร้อนแรง และแกงในหม้อของเธอในตอนนี้ก็สีเข้มจัดราวกับเปลวไฟ

หลังจากปรุงจนพอใจ รวีก็ใช้ช้อนตักชิมแกงที่กำลังปรุงอยู่ ในตอนนั้นเองที่ณดารู้สึกถึงความเผ็ดร้อนที่แผ่ซ่านไปทั่วทั้งปาก เม็ดเหงื่อผุดขึ้นทั่วใบหน้าของหญิงสาวที่ตอนนี้เริ่มเปลี่ยนเป็นสีแดงระเรื่อ แล้วน้ำตาหยดเล็กๆ ก็ค่อยๆ ร่วงเผาะลงมาพร้อมกับเม็ดเหงื่อ

ณดารู้สึกราวกับว่าปุ่มรับรสทุกปุ่มที่ลิ้นของเธอถูกเข็มทิ่มแทงพร้อมๆ กัน!

(เฮ้ย! ทำไมมันเผ็ดแบบนี้) ณดาส่งเสียงกรีดร้องในหัวตัวเอง แต่ดวงวิญญาณหนุ่มยังคงเติมเครื่องปรุงต่างๆ ใส่ลงในหม้อแกงด้วยความมุ่งมั่น

ณดาเป็นคนไม่กินเผ็ดมาแต่ไหนแต่ไร ขนาดสั่งผัดกะเพรายังสั่งแบบไม่ใส่พริก ถึงรวีจะใช้ร่างณดาอยู่แต่หญิงสาวลืมไปเสียสนิทว่าเธอยังต้องใช้ประสาทสัมผัสทุกอย่างร่วมกับดวงวิญญาณหนุ่มและลิ้นของเธอที่รับความเผ็ดไม่ได้ก็กำลังลุกไหม้อยู่ในตอนนี้

(อดทนหน่อยนะคุณ ใกล้เสร็จแล้วละ) รวีบอกกับณดาระหว่างที่ใส่ชิ้นปลาลงไปในแกง ก่อนจะยกแก้วน้ำขึ้นดื่มจนหมดเพื่อบรรเทาความเผ็ดให้เจ้าของร่าง

“หนู…ไม่สบายหรือเปล่าจ๊ะ ทำไมหน้าแดงจัง” ป้านวลเอ่ยถามณดาด้วยสีหน้าเป็นห่วง

“ไม่เป็นไรค่ะ แค่ร้อนเฉยๆ” ณดาแก้ตัวทั้งๆ ที่หน้ายังแดงก่ำ

เมื่อเห็นอย่างนั้น ป้านวลก็รีบเอาพัดใบตาลมาพัดที่หน้าของณดาเพื่อช่วยคลายร้อน หญิงชรามองหน้าหญิงสาวที่กำลังขะมักเขม้นอยู่กับการทำอาหารด้วยสายตาเอ็นดู

“ขอบคุณค่ะ” ณดาหันมาขอบคุณ แม้ว่าใจจริงเธออยากให้ป้านวลเอาถังน้ำมาราดใส่เธอเลยมากกว่า

“ยังเหลือเวลาอีกสามนาทีนะจ๊ะ” ป้านวลประกาศ

“เสร็จแล้วค่ะ” เย็นส่งเสียงขึ้นในทันที สายตาเพชฌฆาตของรวีเหลือบไปมองคู่แข่งอีกครั้ง เด็กสาวหันมายิ้มเยาะณดาด้วยท่าทางเต็มเปี่ยมไปด้วยความมั่นใจ

(ก็เขาบอกว่าเหลืออีกสามนาทีไม่เข้าใจหรือไง จะรีบอะไรนักหนา) ณดาเริ่มรู้สึกกดดัน

(ไม่เป็นไรหรอกคุณ ทำเสร็จก่อนใช่ว่าจะอร่อยกว่าซะหน่อย) รวียังใจเย็น

รวีตักแกงขึ้นชิมอีกครั้ง แล้วเม็ดเหงื่อก็ผุดขึ้นทั้วร่างณดาอีกครั้ง หญิงสาวรู้สึกถึงความร้อนแรงราวกับเปลวไฟที่พลุ่งพล่านจากปากทะลุไปจนถึงลำคอ

(โอ๊ย เผ็ดฉิบหาย!) ณดาอยากจะตะโกนออกไปอย่างนั้น แต่ก็ได้แต่กล้ำกลืนความเผ็ดเอาไว้ในใจ

(โอเค ผมทำเสร็จแล้วละ) รวีบอกกับเจ้าของร่างพร้อมกับวางอุปกรณ์ลงบนโต๊ะ

ณดารู้สึกโล่งใจราวกับยกภูเขาออกจากอก เธอยกแก้วน้ำขึ้นดื่มจนหมดแก้วอย่างไม่รักษาอาการ ก่อนจะหยิบผ้าเช็ดหน้าขึ้นมาซับเหงื่อที่เปียกชุ่มไปทั่วทั้งตัวเหมือนคนเพิ่งออกกำลังกายมา

“เสร็จแล้วค่ะ” ณดาหันไปบอกป้านวลเสียงอ่อน

ป้านวลเดินมาดูแกงทั้งสองหม้อด้วยท่าทีพินิจพิเคราะห์ หญิงชราตักแกงของเย็นขึ้นชิมก่อนจะยิ้มอย่างพออกพอใจ จากนั้นหญิงชราก็เดินมาหาณดาแล้วตักชิมแกงของรวีขึ้นชิมบ้าง แต่หลังจากที่ช้อนเข้าปาก ป้านวลก็นิ่งไปพักใหญ่ รอยยิ้มใจดีเมื่อครู่เหือดหายไปจากใบหน้า

ณดารู้สึกใจตุ๊มๆ ต่อมๆ กับท่าทีที่เปลียนไปของหญิงชรา คำถามมากมายผุดขึ้นในหัว

ไม่อร่อยเหรอ อย่าบอกนะว่าป้านวลไม่ชอบแกงหม้อนี้

ป้านวลทำท่าเหมือนครุ่นคิดอะไรบางอย่าง แวบหนึ่ง ณดามองเห็นแววเศร้าในดวงตาของหญิงชรา

“เหมือนมาก เหมือนมากจริงๆ” ป้านวลพึมพำกับตัวเอง

“เหมือนอะไรคะ”

“ไม่มีอะไรจ้ะ” ป้านวลหันมายิ้มให้ณดาอีกครั้ง นั่นทำให้ณดารู้สึกใจชื้นชึ้นเล็กน้อย

ณดาหันไปมองหน้าเย็น ก่อนจะหันมามองหน้าหญิงชราด้วยความตื่นเต้น

“ตอนนี้ป้าได้ชิมแกงของทั้งสองคนแล้ว แกงของเย็นเผ็ดถึงใจแบบแกงใต้แท้ๆ ส่วนของณดาเผ็ดน้อยกว่าแต่กลิ่นเครื่องแกงชัด ถ้าจะให้เลือก…” หญิงชราพูดแล้วก็เว้นจังหวะไป

หัวใจของณดาเต้นตุ๊มๆ ต่อมๆ เหมือนกำลังรอฟังผลสอบ เย็นเองก็ดูท่าทางตื่นเต้นไม่แพ้กัน

“ป้าขอเลือก…ทั้งสองคนเลยจ้ะ”

ณดาหันไปมองหน้าเย็นก่อนจะหันไปมองหน้าป้านวลอีกครั้งเหมือนไม่เชื่อหูตัวเอง

“ที่จริงป้าตั้งใจจะรับทั้งสองคนอยู่แล้วละ” ป้านวลหัวเราะ “แค่อยากให้ทั้งสองคนลองแข่งกันดูจะได้แสดงฝีมือให้เต็มที่ ต่อไปทำงานที่นี่ด้วยกันก็รักกันไว้ให้มากๆ นะ”

เมื่อได้ยินอย่างนั้น เย็นก็หันมายิ้มให้ณดาด้วยท่าทางโล่งใจ ณดาเองก็รู้สึกโล่งอกเช่นกัน

กลิ่นแกงเหลืองยังลอยอบอวลอยู่ในอากาศเหมือนเป็นร่องรอยที่หลงเหลือจากสงครามอาหารที่ผ่านมา

ณดายิ้มทั้งน้ำตา ไม่แน่ใจเหมือนกันว่ามันเป็นน้ำตาจากความเผ็ดหรือความดีใจกันแน่

 



Don`t copy text!