
บุปผาตีตรา บทที่ 23 : คืนวันที่ผันผ่าน
โดย : สีน้ำฟ้า
![]()
บุปผาตีตรา โดย สีน้ำฟ้า นวนิยายสะท้อนอคติและพลังคำพูด ผ่านชีวิต “นวลปราง” ที่ใช้การศึกษาโต้กลับคำครหา และ “อุรา” ผู้หลงทางจนกลายเป็นเมียเช่า เรื่องราวในอีสานยุคสงครามเวียดนาม ถ่ายทอดมิตรภาพ ความรัก และบาดแผลจากการถูกตีตรา ชี้ให้เห็นว่าคำพูดบางคำอาจผลักดันหรือทำลายชีวิตคนได้ อ่านออนไลน์ได้แล้วบนเว็บไซต์อ่านเอา anowl.co
เช้าวันถัดมา สายหมอกลอยอ้อยอิ่งเหนือยอดไม้ ควันไฟจากหลายบ้านลอยสูง กลิ่นอาหารหอมฟุ้งกระจาย หนุ่มสาวทั้งห้ากำลังเดินอย่างรีบเร่งเพื่อไปรอรถเมล์เพื่อกลับเข้าเมืองเที่ยวแรกสุด เนื่องจากควรกลับตั้งแต่เมื่อวานบ่าย เพื่อเช้านี้ดวงฤดีจะได้เข้างานแบบสบายๆ แต่ก็เสียดายโอกาสการพักผ่อนครบทั้งห้าคนแบบนี้ จึงบอกว่านอนอีกคืนแล้วไปรถเที่ยวแรก ปรากฏว่าอุราตื่นสายกว่าใครเพื่อน รอกันไปมา ทำให้ต้องรีบเร่ง ถ้าไม่ทันรถเที่ยวแรก ดวงฤดีจะถูกหัวหน้าตำหนิเพราะไปทำงานสาย อาจจะได้รับโทษด้วย
เสียงนวลบ่นกระปอดกระแปด แต่อุราทำหูทวนลม เดินจ้ำพรวดๆ นำหน้าไปปรากฏว่าโชคดี รถเมล์สีขาวกำลังแล่นผ่านโค้งมาแต่ไกล อุราดีใจกระโดดโบกรถทั้งที่รถยังอยู่ไกลโข เธอดันนวลขึ้นไปหาที่นั่งบนรถก่อน แล้วตามไปเบียด กันเจสันออกไปนั่งคนเดียว เพราะอุระทำท่าทางประคับประคองดวงฤดีไปหาที่นั่งไกลๆ โดยไม่สนใจทั้งสาม เสียงของอุราคุยเจื้อยแจ้ว นวลผสมโรงด้วยเป็นบางที เจสันนั่งมองสองสาวสลับกับวิวข้างทาง
พอถึงจุดจอดรถในเมือง อุระเรียกสามล้อไปและนั่งไปส่งดวงฤดีด้วย อุราแยกไปหาเพื่อน นวลกับเจสันเลยเดินไปยังร้านอาหารเช้าที่เคยไปประจำ พอเจ้าของร้านเห็นเดินมาด้วยกันก็ตะโกนเรียกอย่างดีใจ
“นวล นวล นายเจสัน เป็นไงบ้าง หายไปหลายวัน ทำไมมาด้วยกันได้ล่ะ”
“เจสันชวนมากินข้าวก่อนเข้าสำนักงาน เห็นว่าเขาต้องไปรับเอกสารอะไรสักอย่าง เขาหมดภารกิจแล้วรอคำสั่งส่งตัวกลับ ส่วนนวลกลับบ้านเพิ่งมา”
“อ้าวเหรอ ครบกำหนดแล้ว ไวจัง ไปบ้านสนุกไหม หน้าตาอิ่มเอิบเชียว”
“นวลไปดูแลพ่อเพราะแม่ไปบวชชี นวลทำอาหารใส่บาตร ได้ทำบุญกับครอบครัว อีกอย่างที่หมู่บ้านก็มีงานวัดก็อยู่เที่ยวต่อ คุณดวงฤดี พยาบาลคนสวยๆ พี่จำได้ไหม”
“ฮื่อ จำได้ๆ”
“นั่นแหละ คุณดวงกับเจสันตามไปที่หมู่บ้าน เลยกลับมาพร้อมกันนี่แหละค่ะ”
“โอ้ ท่าจะรักจริงหวังแต่งแน่แล้ว เออ นั่งๆ กินอะไรกัน”
สบจังหวะสองสาวหยุดคุย เจสันสั่งอาหารเช้าของเขา นวลก็สั่งเหมือนกัน ในร้านมีคนนั่งเกือบเต็ม เป็นปกติของร้านนี้ขายดี ลูกค้าประจำมีเยอะ
“ตอนอยู่ที่บ้านนวลคุยกันไม่สะดวก ผมขอบอกคุณเดี๋ยวนี้เลยได้ไหม”
“คะ บอกอะไร”
“ผมจะไปธุระกรุงเทพ จากนั้นจะบินกลับอเมริกา คุณอยากไปพร้อมผมไหม”
เจสันท่าทางจริงจัง จ้องตานวลไม่กะพริบเลย นวลยิ้มไม่หลบตาเขาด้วย
“อืม นวลเป็นลูกคนเดียว ไม่อยากทิ้งพ่อแม่ไปค่ะ อเมริกาคือที่ไหนก็ไม่รู้สำหรับนวล มันไกลมาก”
“ก็จริง แต่ที่นั่นคือบ้านผม”
“ที่นี่คือบ้านของนวลค่ะ”
“ถ้าไปแล้วกลับมาอีก ผมจะมาขออยู่บ้านนวลด้วย คุณยินดีไหม”
“หืม…คุณอยู่ได้หรือคะ คุณก็เห็นกับตาว่าพวกเราเป็นอยู่อย่างไร”
“ผมเริ่มรักที่นี่แล้วละ ผู้คนก็มีน้ำใจ”
“จริงรึ ที่นี่ไม่สวยงาม ถนนยังเป็นลูกรังอยู่เลย ความแตกต่างระหว่างเรา จะก่อให้เกิดปัญหานะ”
“ไม่เป็นไร ผมอยู่ได้ สองปีที่ผ่านมาผมยังอยู่ได้ จะอยู่ต่ออีกตลอดไปผมก็ยินดี”
“คุณจะมาอยู่ในฐานะอะไร”
“ผมอยากสร้างครอบครัว ผมชอบเด็กๆ ผมเชื่อว่าที่นี่ไม่มีใครเดียดฉันท์คนผิวดำอย่างผม”
“เป็นไปได้ค่ะ พวกเราอยู่แบบไม่แบ่งแยก อาจจะมีติฉินนินทากันแต่ไม่เคยรังเกียจเหยียดหยามใคร เพราะบารมีของพระเจ้าอยู่หัวคุ้มครองพวกเราให้อยู่เย็นเป็นสุข”
“ผมรักคิงของคุณ ผมชอบดูข่าว ผมส่งข่าวไปบอกพ่อกับแม่ผมแล้ว ถ้าผมไม่กลับไปพวกเขาจะบินมาเดือนหน้า”
“หือ มาทำไม” นวลขมวดคิ้วสบตากับเขาแต่ต้องหลบตาลงต่ำ
“มาดูตัวลูกสะใภ้” คนพูดมองคนที่อยู่ข้างๆ เอียงอายด้วยสายตาเปี่ยมรัก
“ว้าว ดีใจด้วยนะ” ก้มหน้า พูดดี แต่ไม่กล้าสบตาคู่นั้น
“อื้ม ดี…ผมก็ว่าดี” น้ำเสียงเขาเจือความสุขอย่างปิดไม่มิด
เจสันอมยิ้มแก้มตุ่ย นวลเงยหน้ามาสบตากับชายหนุ่ม ดวงตาของเขาเป็นประกายวิบวับเสียจนคราวนี้เธอต้องเสหลบตาด้วยความเขินอายอีกครั้ง
“ฉันจะรอดูเจ้าสาวของคุณ” เสียงอุบอิบๆ ในลำคอ
“คุณต้องรักเธอ” เสียงเขาหนักแน่นอย่างคนเป็นต่อ ยิ้มกว้างจนเห็นฟันขาว
“อืม คงจะสวยสินะ” เขินจนมือไม้เกะกะไปหมดแล้ว
“สวย อ่อนโยน ผมตกหลุมเธอตั้งแต่เจอครั้งแรก” เขาโอบกอดเธอด้วยสายตา เพราะรู้ว่าผู้หญิงไทยอย่างนวลไม่ชอบให้ถึงเนื้อถึงตัว
“ว้าว รักแรกพบซะด้วย ยินดีด้วยค่ะ”
เจสันมองคนข้างๆ ด้วยความรัก ดูคนปากแข็งว่าจะเฉไฉไปยังไงอีกถ้าเขาจะบอกตรงๆ ทื่อๆ
“นวล ชีวิตมันสั้น ผมขอแค่ต่อไปได้มีโอกาสดูแลคุณก็พอแล้ว”
“มาดูแลนวลทำไม” นวลเงยหน้าขึ้นมองเขา ทำฉงนแต่ใจเต้นตึ้กตั้ก ใบหน้าร้อนฉ่า
“อยากดูแล” เขายิ้มอ่อนโยน
“นวลเป็นคนสวย อ่อนโยน มีคนอยากดูแลเยอะแยะเลยค่ะ ถ้าคุณอยากดูแลนวลอีกคน ก็ไม่รังเกียจค่ะ” คนพูดยิ้มกริ่ม
สายตานั้นยั่วยวนนัก เจสันอมยิ้ม ถ้าไม่ติดว่าอยู่กลางร้านอาหาร คนเต็มไปหมด ถ้าเขาไม่กลัวนวลจะอายคน จะลุกขึ้นดึงตัวมากอดจูบซะให้หนำใจทีเดียว นวลกล้าที่จะกลั่นแกล้งเขาอีกเพราะรู้ว่าเจสันไม่กล้า หนุ่มสาวสื่อสารกันด้วยสายตา หลายคนมองมาหลายความรู้สึก นาทีนี้นวลไม่ได้สนใจอีกแล้ว ใครต่อใครจะตีตราเธอเป็นคนแบบไหนอาชีพอะไรมันไม่สำคัญ เพราะเธอรู้ตัวว่าเธอเป็นใครและกำลังทำอะไร
- READ บุปผาตีตรา บทที่ 27 : บุปผาใกล้ใจ
- READ บุปผาตีตรา บทที่ 26 : ผมมันคนซื่อ
- READ บุปผาตีตรา บทที่ 25 : เมื่อบุปผาบาน
- READ บุปผาตีตรา บทที่ 24 : บทเรียนชีวิต
- READ บุปผาตีตรา บทที่ 23 : คืนวันที่ผันผ่าน
- READ บุปผาตีตรา บทที่ 22 : คนทำอาหาร
- READ บุปผาตีตรา บทที่ 21 : หนังกลางแปลง
- READ บุปผาตีตรา บทที่ 20 : เกิดมาเพิ่งเคยพบเคยเห็น
- READ บุปผาตีตรา บทที่ 19 : บ้านนอก
- READ บุปผาตีตรา บทที่ 17 : ดวงฤดี
- READ บุปผาตีตรา บทที่ 16 : โรงหนังใหญ่
- READ บุปผาตีตรา บทที่ 15 : ฤาจะเป็นโชคชะตา
- READ บุปผาตีตรา บทที่ 18 : เงินหาง่าย
- READ บุปผาตีตรา บทที่ 14 : สร้างตัวตน
- READ บุปผาตีตรา บทที่ 13 : โลกเป็นโรงละครใหญ่
- READ บุปผาตีตรา บทที่ 12 : ยินดีที่รู้จัก
- READ บุปผาตีตรา บทที่ 11 : ในเรื่องเล่า
- READ บุปผาตีตรา บทที่ 10 : ขวัญมาเด้อหล่า
- READ บุปผาตีตรา บทที่ 9 : บังเอิญมีจริงไหม ?
- READ บุปผาตีตรา บทที่ 8 : ชีวิตที่ต้องเรียนรู้
- READ บุปผาตีตรา บทที่ 7 : น้องเขาเพิ่งมาใหม่
- READ บุปผาตีตรา บทที่ 6 : ทางเลือกและทางรอด
- READ บุปผาตีตรา บทที่ 5 : เฮ้ย ! นั่นที่นาใคร
- READ บุปผาตีตรา บทที่ 4 : เอื้อยชอบแบบนี้
- READ บุปผาตีตรา บทที่ 3 : ฝันร้าย
- READ บุปผาตีตรา บทที่ 2 : เด็กเลี้ยงควาย
- READ บุปผาตีตรา บทที่ 1 : โนนบุปผาแดง








