อุมาวสี บทที่ 10 : แผนต่อไป

อุมาวสี บทที่ 10 : แผนต่อไป

โดย : ตรี อภิรุม

อุมาวสี ภาคต่อของ “หิมพาลัย” โดย ตรี อภิรุม เรื่องราวชีวิตหลังงานแต่งงานของพิชญ์และอุมาวสีในโลกที่แตกต่างจากโลกลับแลจะเป็นอย่างไร ความรักที่พิชญ์มีให้เธอ จะเพียงพอที่จะช่วยหล่อเลี้ยงจิตใจของหญิงสาวผู้แสนดีคนนี้ได้หรือไม่ ‘อุมาวสี’ นวนิยายออนไลน์ที่พาชาวอ่านเอาเดินทางไปกับจินตนาการที่สวยงามและความรักที่มีอยู่จริง

ได้เงินทิปสะสมไว้จำนวนหนึ่ง อุมาวสีปรึกษาหารือคุณยาย ว่าจะขอร่วมตักบาตรตอนเช้า นางมณีวงศ์ยินดีด้วยที่หลานสะใภ้ใจบุญสุนทาน เด็กสาวมอบเงินแม่ครัว ให้จัดซื้อวัตถุดิบตามคำแนะนำของสตรีผู้อาวุโส

ดังนั้น เช้าตรู่วันรุ่งขึ้น นางมณีวงศ์กับหลานสะใภ้รอตักบาตรคู่กันหน้าประตูรั้ว แน่ละ ย่อมไม่พ้นการสังเกตการสังกาของพีรวรรณ-พิณทิพย์

เสร็จจากภารกิจการบุญ อุมาวสีรีบอาบน้ำแต่งตัวเรียบร้อยรัดกุม ก่อนอื่นลงไปกรวดน้ำข้างกอมะลินอกชายคาตึก

แว่วเสียงสืบเท้าเข้ามาใกล้ทางเบื้องหลัง ด้วยสัญชาตญาณรู้ว่าพี่สาวคนกลางของพิชญ์ แต่เฉยเสีย เมื่ออุทิศส่วนกุศลให้ญาติเจ้ากรรมนายเวร ก็ยกมือขึ้นจบทั้งขันเงินใบจิ๋ว

“รดน้ำต้นไม้หรือจ๊ะ”

พิณทิพย์แสร้งถามมา ทั้งที่รู้แก่ใจแล้ว

“กรวดน้ำอุทิศผลบุญให้ผู้ล่วงลับค่ะ”

“แหม เธอนี่จิตใจใฝ่กุศล ส่วนฉันไม่ประสีประสา นานๆ จะใส่บาตรสักครั้ง”

“สมัยอยู่หิมพาลัย อุใส่บาตรเป็นประจำค่ะ สำหรับที่กรุงเทพนี่เพิ่งจะครั้งแรก”

เชิดใบหน้าที่แต่งสวยพริ้ง พิณทิพย์อมยิ้มพริ้มพรายเยาะเย้ยในที

“โหน่งว่าอุไม่ฆ่าสัตว์ตัดชีวิต จริงรึ”

“จริงค่ะ”

“ใกล้จะสำเร็จโสดาบันหรือยังเนี่ย”

อุมาวสีไหวกายจวนเจียนสะดุ้ง รู้ว่าภายใต้ใบหน้าเปื้อนยิ้มของหล่อน หัวใจเต็มไปด้วยความอิจฉาดูถูกดูแคลน

“อุไม่หวังถึงขนาดนั้นหรอกค่ะ การไม่ฆ่าสัตว์ เบียดเบียนผู้อื่น ไม่อิจฉาริษยา ก็เป็นกุศลอย่างหนึ่ง ทำให้จิตใจปลอดโปร่งเยือกเย็นสุขุม อายุยืน โรคภัยไข้เจ็บไม่ค่อยจะเบียดเบียน”

ด้วยไหวพริบ ตระหนักว่าฝ่ายตรงข้ามเหน็บแนมกรายๆ สาวสวยไหวไหล่ท่วงท่างดงาม

“เผื่อสำเร็จโสดาบันแล้วละก็ อย่าลืมบอกเชียวนะ ฉันหวังจะเกาะชายเสื้อเธอขึ้นสวรรค์ตอนอำลาโลก”

กล่าวจบ พิณทิพย์ก็เดินไปที่เก๋งคันงาม กดกุญแจรีโมต ไฟหน้าไฟท้ายสว่างแว็บ

ที่ตึกขาว อุมาวสีร่วมโต๊ะอาหารกับพิชญ์ การแขวะกระแนะกระแหนของคู่ปรับไม่ทำให้อารมณ์ขุ่นมัวแม้แต่น้อย ปลงตกตั้งแต่เหยียบย่างเข้าเขตกรุงเทพฯ ว่าจะผจญคนที่กิเลสเยอะมาก นี่แหละกระแสโลกโลกาภิวัตน์

เช้านั้น พิชญ์ขับยานพาหนะคู่ชีพไปส่งแฟนสาว เพลงจากวิทยุเอฟเอ็มกำลังระบบดิจิทัลกระหึ่มไพเราะ

“วันหลังพี่จะฝากเงินน้องอุไปทำบุญ”

“พระท่านบิณฑบาต หมายถึงเราต้องถวายภัตตาหาร การเอาเงินใส่ไปในบาตร ผิดประเพณีชาวพุทธค่ะ เท่ากับส่งเสริมให้พระสะสมกิเลสโดยปริยาย”

“โอ…ยังงั้นรึ เพิ่งรู้ ไม่เป็นไร จะฝากเงินแม่ครัวซื้อวัตถุดิบทำอาหารแทน”

การจราจรไม่ค่อยจะติดขัด พิชญ์ส่งอุมาวสีลงที่หัวมุมทางแยกเช้ากว่าปกติ เด็กสาวสืบเท้าไปตามบาทวิถี

สวนอาหารเพิ่งจะเปิดประตูแง้ม โต๊ะเก้าอี้ยังไม่จัดตั้งตามตำแหน่ง เพื่อนพนักงานเสิร์ฟดักพบ แจ้งว่าเฉิดโฉมเรียกให้ขึ้นไปหาที่ห้องนอนชั้นบน

อุมาวสีย่นหัวคิ้ว ห้องนอนเป็นสถานที่ส่วนตัว ไม่ควรให้พนักงานเข้าไปยุ่มย่าม สาวใหญ่เจ้าเสน่ห์ประสงค์สิ่งใดหรือ

ก๊อก-ก๊อก!

“พี่โฉมคะ”

“เข้ามาเลย น้องอุ”

เจ้าของนามเปิดประตูลวดสกรีนแกรก

เฉิดโฉมสวมชุดนอนแพรเยื่อไม้สีกลีบบัวยาวคลุมข้อเท้า ดูยาวรุ่มร่ามไม่ค่อยจะเหมาะกับรูปร่างสักเท่าใด หากปราศจากผ้าพันเอวก็คงเหมือนชุดทารกกำเนิด

“ทราบว่ายังไงคะ ว่าอุมาถึง”

“อ๋อ พี่มองจากหน้าต่างชั้นบน แลเห็นเธอเดินบนทางเท้าจ้ะ ของกำนัลจากคุณธวัชสวยไหม”

หล่อนหมุนกายลีลาแดนซ์ ชายกระโปรงส่ายพลิ้วดุจนางระบำบอร์ดเวย์ ผู้ชมรู้สึกว่าจะดูดีกว่านี้เยอะ หากเฉิดโฉมจะเพิ่มความสูงสักสิบเซนติเมตร

“ชุดสวย ราคาแพง มีคุณค่าค่ะ”

คนส่ายกระโปรงสะดุดหูคำท้ายวูบ

“เอ๊ะ เธอออกเสียงคุน-นะ-ค่า แทนคุณค่า”

“อุฟังวิทยุเอฟเอ็มของกระทรวงศึกษา อาจารย์ท่านใช้หลักภาษาค่ะ คำที่ใช้กันทั่วๆ ไปก็ไม่ผิด”

ใฝ่รู้ใฝ่เรียน เฉลียวฉลาดแตกต่างกว่าเพื่อนพนักงานเสิร์ฟทั้งหมด มิน่าเล่า หล่อนครอบงำความคิดจึงยากยิ่ง

“คุณโหน่งซื้อชุดแบบนี้ให้น้องอุบ้างหรือเปล่า”

“เปล่าค่ะ อุชอบชุดนอนราคาถูก ไม่เกินร้อยห้าสิบ ยึดหลักเศรษฐกิจพอเพียง ไม่ละโมบ”

ฟังแล้วคันหัวใจยิบยับ ห่างไกลจากทัศนคติของหล่อนคนละขั้ว ความโลภโมโทสัน สะสมวัตถุเป็นความสุขอย่างหนึ่ง ความอยากได้ขยายขอบเขตเรื่อยๆ ไม่มีที่สิ้นสุด เฉิดโฉมเหลือบมองแหวนเงินในนิ้วมือของเด็กสาว

“ถามจริงๆ คุณโหน่งไม่ซื้อเครื่องเพชรทองให้เธอบ้างเลยเชียวรึ”

“ไม่ซื้อ เพราะอุไม่ต้องการค่ะ”

หล่อนเปิดกล่องกำมะหยี่สี่เหลี่ยม เครื่องประดับเพชร แหวน สร้อยเป็นชุดๆ พลางอธิบายประกอบ

“นี่กลางวันนะจ๊ะ ถ้ากลางคืนต้องแสงไฟมุมเฉียงจะส่องประกายระยิบระยับ เธอลองคาดคะเน ราคาเท่าไหร่”

“ราวๆ สองหมื่น”

“นั่นมันคริสตัลจ้ะ” เฉิดโฉมหัวเราะรื่นเริงแกมเหยียดหยาม “นี่อัญมณีแท้ เพชรแท้ ราคาประเมินห้าล้านบาทจ้ะ”

อุมาวสีไม่ตื่นเต้นสักนิด แหวนเงินของบรรพบุรุษวงเดียวล้ำค่าเหนือกว่าเครื่องประดับในกล่องกำมะหยี่สักร้อยเท่า ระลึกถึงลำธารน้ำตกที่เมืองลับแลขยุ้มดินทรายที่ก้นลำธารเจอเม็ดแร่ทองคำ อัญมณีเยอะแยะ

“พี่โฉมสะสมไว้ทำไมคะ”

“ต๊าย! น้องอุไม่น่าถามโง่ๆ สมบัติพัสถานเป็นสิ่งที่มนุษย์ทุกรูปทุกนามแสวงหาสะสม ยกเว้นเพศบรรพชิต ลาภยศสรรเสริญ มาด้วยกันเป็นสูตร สามารถถ่ายทอดไปถึงทายาทได้ด้วย”

“ขอโทษนะคะ อุขอไม่ตอบ เพราะความคิดเห็นอาจจะไม่ตรงใจพี่โฉม”

“พูดเถอะ พี่ไม่โกรธ”

“สิ่งดังกล่าวเป็นความเดือดร้อน มันมักจะมาพร้อมกับความไม่รู้จักอิ่ม ไม่รู้จักพอ ละโมบกอบโกย ประโยชน์ต่อประโยชน์”

เฉิดโฉมมองพนักงานเสิร์ฟอย่างพินิจพิเคราะห์ โธ่เอ๋ย…เด็กเมื่อวานซืน สงสัยจะจำมาจากขี้ปากคนเฒ่าคนแก่ ลองได้เป็นเจ้าของเครื่องเพชรกล่องนี้ ขี้คร้านจะตาลุกเท่าไข่ห่าน

คนที่ไม่มีโอกาส มักจะเจื้อยแจ้วกลบความต้องการของตัวเอง

“เธอยังเด็กนัก ขาดประสบการณ์จ้ะ อายุเท่าพี่เมื่อไหร่ จะเปลี่ยนความคิด กลับลงไปได้แล้ว”

วันนั้น อุมาวสีปฏิบัติภารกิจคล่องแคล่วปราดเปรียว ยิ้มรับการจีบแทะเล็มของหนุ่มๆ ไม่ทอดไมตรีให้ใครเป็นพิเศษ

ธวัชมารับประทานอาหารคนเดียว สั่งกับข้าวที่ปรุงสดๆ จากโรงครัว มิใช่สำเร็จรูปที่ตั้งในตู้โชว์

“รับเบียร์ไหมคะ”

ดรุณีโฉมไฉไลนอบน้อมพินอบพิเทา

“ไม่ล่ะครับ” ชายหนุ่มตบท้องตนเองทำท่าตลก “ทานเบียร์มากๆ จะอ้วนลงพุง น้องอุนั่งคุยกันก่อน ผมมีธุระ”

แค่แย้มก็อ่านไต๋ออกทะลุปรุโปร่ง จีบเกี้ยวพาราสี ตะล่อมหากำไรทางเพศ นึกว่าหล่อนเป็นคนบ้านนอกคอกนาไม่ทันเกม อุมาวสีคลี่ยิ้มหวานละมุน

“ระเบียบของที่นี่ ห้ามเด็กเสิร์ฟนั่งคุยกับแขกค่ะ”

“ผมนั่ง น้องอุยืนก็เมื่อยแย่”

“ไม่เป็นไร มันเป็นหน้าที่ของอุอยู่แล้ว”

“อุอยากได้บ้านตึกหรู รถเก๋งป้ายแดง” ยิ้มกรุ้มกริ่ม สายตาเจ้าชู้วิบวับ “เลิกเป็นพนักงานเสิร์ฟ ตากหน้าลำบากลำบน ใช่ไหมครับ”

“พูดตลก อุจะเอาเงินมาจากไหนคะ ไม่เคยเสี่ยงโชคเลย”

“ใครคนหนึ่ง พร้อมที่จะให้สิ่งที่น้องอุปรารถนา อยากให้ลองเดา” เขาหลิ่วตาข้างหนึ่ง “ใครเอ่ย”

ปัญหากล้วยๆ ทำไมจะไม่รู้ ก็ตัวของเขาเองนั่นแหละ คงคิดว่าหล่อนละโมบกอบโกยรีบตะครุบ

สมมุติว่ายังไม่เจอพิชญ์ คนอย่างธวัชก็จะไม่ใช่ผู้ชายในอุดมคติ และด้วยญาณที่หยั่งรู้รางๆ เขาน่าจะเป็นหนุ่มโสดเฉพาะกิจ

“อุขอตัวค่ะ”

เด็กสาวเลี่ยงไปต้อนรับลูกค้ากลุ่มเบ้อเร่อ จัดการต่อโต๊ะ ตั้งเก้าอี้เสริม มั่นใจว่าภารกิจอันสับสนค่อนข้างชุลมุน จะทำให้ข้อเสนอของธวัชจบลงโดยอัตโนมัติ และหล่อนก็จะไม่รื้อฟื้นไต่ถาม

“คุณธวัชเช็กบิลแล้วจ้ะ เธอไม่ดูแล เด็กเสิร์ฟรายอื่นเลยได้ทิปสบายใจเฉิบ”

“ดีค่ะ อุชอบ เราแบ่งปันผลประโยชน์จะได้กระจายทั่วถึง”

สาวใหญ่เจ้าเสน่ห์คิดว่าเด็กสาวไม่พูดจากใจจริง เก็บซ่อนความอยากได้ไว้ในส่วนลึกแสร้งแสดงออกเหมือนกับว่าเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ รอบจัดขึ้นตามสภาพแวดล้อม เล่นละครเก่ง

“ตอนเช้าพี่ยังไม่ได้บอกเธอเลย ชุดแพรเยื่อไม้ คุณธวัชไม่เอากลับ มอบต่อให้ฉันแทน”

เรื่องที่ควรจบ จะไม่ถามต่อยืดเยื้อ ด้วยสถานการณ์ เฉิดโฉมคิดหรือว่าหล่อนซื่อบื้อ ไม่รู้จักปะติดปะต่อหาคำตอบสมบูรณ์

“ชุดนอนสวยราคาแพง เหมาะสำหรับพี่โฉมค่ะ”

“พี่ยังไม่ได้ตอบแทนสินน้ำใจเขาเลยจ้ะ นี่ไงเตรียมไว้แล้ว”

พลางหยิบกล่องพลาสติกกลมใสส่วนกลางแบนออกจากลิ้นชัก ผูกด้วยริบบิ้นสีแดง แลเห็นสิ่งที่อยู่ข้างใน ของกินกรุบกรอบสีเหลืองเข้ม

“กะหรี่ปั๊บฝีมือพี่เอง น้องอุเอาไปมอบให้คุณธวัชที่รถนะ นั่นไง…เขาออกจากห้องน้ำแล้ว”

ชอบกล ทำไมต้องจำเพาะเจาะจงหล่อน เด็กเสิร์ฟอื่น เฉิดโฉมใช้สอยไม่เป็นหรือ

อุมาวสีหิ้วกล่องของชำร่วย เดินตามหลังชายหนุ่ม ที่คาร์พาร์กค่อนข้างคับแคบ เขากดกุญแจรีโมต รถเก๋งส่งสัญญาณปี๊บ ไฟหน้าไฟท้ายสว่างแว็บ

สภาพเช่นนี้สัมผัสเคยชิน เพราะหล่อนเคยนั่งรถเก๋งของพิชญ์เป็นประจำ

“คุณธวัชคะ”

เขารู้ตั้งนานแล้วว่าเด็กสาวคนสวยเดินตามหลัง แต่แกล้งเฉื่อยชาล่าช้าเอาเชิง

“ธุระอะไรรึ น้องอุ”

“นี่ค่ะ พี่โฉมฝากมาให้คุณ”

ธวัชรับถุง ฝากคำขอบคุณไปถึงเฉิดโฉม ไม่วายทำตาปรอยเจ้าชู้

“นั่งคุยกันในรถไหมล่ะครับ ข้างนอกแดดร้อน”

“ไม่หรอกค่ะ เดี๋ยวอุก็จะต้องไปทำงานต่อ”

“รู้หรือเปล่า น้องอุมีอิทธิพลต่อผมมาก แม้แต่นอนหลับก็ยังเก็บไปฝันถึง เราไปอยู่ด้วยกันไหม ผมจะให้สิ่งที่น้องอุต้องการพร้อมสรรพ”

คันปากยิบๆ หากไม่ติดกฎข้อห้าม อุมาวสีจะเปิดเผยว่าตนไม่ใช่สาวโสด

“อุยังไม่อยากเปลี่ยนแปลงค่ะ”

“ไม่เป็นไร เก็บเอาไว้ตรึกตรอง ผมใจสปอร์ต ไม่เอารัดเอาเปรียบน้องอุ”

นี่หรือไม่เอารัดเอาเปรียบ เพียงข้อเสนอก็ชี้ชัดว่าตรงกันข้าม เด็กสาวเก็บความรู้สึกส่วนต่างมิดชิด คลี่ยิ้มแช่มชื่น

“คุณธวัชกล้าไปสู่ขอหรือคะ”

“กล้า”

หนุ่มใจป้ำรับปากแกนๆ เมื่อถึงสถานการณ์จริงก็คงจะบ่ายเบี่ยงเลี่ยงฮุ้น อยากจะให้ตกลงระหว่างสองต่อสอง ขั้นตอนเดียวง่ายสะดวก

“อุไปก่อนละค่ะ”

“โปรดจำไว้ว่า ผมคิดถึงน้องอุทุกทีที่อยู่คนเดียว”

หากว่าเส้นตื้น อุมาวสีคงจะหัวร่อคิก เขาจำสำนวนเพลงฮิตมาแอบอ้าง นึกว่าผู้ฟังจะซาบซึ้งประทับใจมิรู้ลืม

เมื่อโผล่เข้าสวนอาหาร ก็เหลือบพบเฉิดโฉมกวักมือเรียก นี่ก็อีกรายหนึ่งเคยประจักษ์หลายครั้ง รักษาผลประโยชน์เหนียวแน่น

“คุยอะไรกับคุณธวัชที่รถตั้งนานจ๊ะ”

ถือสัจไม่กล่าวเท็จ กรณีนี้หลีกเลี่ยงลำบาก ตัดสินใจเปิดเผยเฉพาะแก่นแท้ข้อมูล ส่วนรายละเอียดปลีกย่อยปกปิด

เฉิดโฉมชักจะหวั่นไหววิตก ธวัชรุกตะลุยรวดเร็วเกินคาด ตั้งแต่ได้อุมาวสีมาประจำร้านขายดีขึ้น ลูกค้าทั้งหนุ่มและไม่หนุ่มรุมจีบตรึม ลือกันกระฉ่อนว่าเป็นเด็กเสิร์ฟที่สวยปานนางงามสวมมงกุฎ เปรียบได้ว่ากระแสแม่เหล็กดึงดูด

สมมุติว่าอุมาวสีเปลี่ยนวิถีชีวิต แน่ละ การค้าจะซบเซา ถอยหลังไปสู่จุดเดิม เมื่อก้าวหน้าก็ไม่อยากถอยหลัง

“เธอซื่อสัตย์ต่อคุณโหน่ง ใจเดียวรักเดียว พี่ชอบจ้ะ คนที่เปลี่ยนชีวิตผลีผลาม ร้อยก็แทบทั้งร้อยพลาด”

เด็กสาวรับฟังสงบเสงี่ยม อ่านใจเฉิดโฉมออก

O         O         O         O

ขายดิบขายดีพิเศษ แค่ห้าโมงเย็นอาหารทุกชนิดเช่นตู้โชว์ อุมาวสีเลิกงานก่อนกำหนด

บัดนี้ ดรุณีสำอางโฉมลงรถเมล์ที่ปากซอย สิ้นแสงแดด อากาศยังไม่ขมุกขมัว

“เอิ๊บ!”

เจ้าจำรูญสะดุ้งชะงัก เบิกตาโต ความทรงจำชัดแจ๋ว

หลายวันก่อนตอนใกล้พลบค่ำ เจออุมาวสีในสภาพครึ่งตัว ท่อนล่างขาดหาย มันคิดว่าผีหลอกวิ่งแจ้น

เหตุการณ์พิสูจน์ว่าหล่อนเป็นคน แต่มันก็ยังไม่เชื่อว่าตัวเองตาฝาด

“ขอโทษ คุณผู้หญิงมีพี่น้องฝาแฝดหรือเปล่า”

“แล้วยังไงคะ”

“ผมเคยชมหนังวิดีโอเรื่องแฝด สาวคู่แฝดคนน้องเสียชีวิต วิญญาณคอยตามรังควานพี่สาว”

“ไม่ตอบ โปรดอย่ามายุ่งกับฉันค่ะ”

คู่กรณีตัดไมตรีเด็ดขาด สาวเท้าเดินลิ่ว เจ้าจำรูญคิดสะระตะ มอเตอร์ไซค์พังหนึ่งคันยังเจ็บแค้นไม่สร่างสิ้น ถือว่าอุมาวสีเป็นตัวซวย จะต้องได้รับการแก้แค้น

พฤติกรรมตามตื๊อเคยใช้ได้ผลมาแล้วหลายครั้ง คราวนี้น่าจะลอง เพราะมันเองหน้าตาจัดว่าหล่อเหลา

สตาร์ตเครื่องจักรยานยนต์ ขี่ชะลอตาม จนกระทั่งล้ำหน้าเด็กสาวเล็กน้อย หยุดรอ ยิ้มกรุ้มกริ่ม

“ซ้อนท้ายรถผมเถอะ ตามปกติค่าโดยสารในซอยสิบบาท ผมคิดคุณแค่ห้าบาท”

อุมาวสีขบริมฝีปากไตร่ตรอง สมมุติว่าไม่ตอบตกลง ทรชนจะชะลอติดตาม จนกระทั่งรู้จักสถานที่พำนัก ไม่บังควรอย่างยิ่ง

“หรือถ้าไม่มีเศษเงิน บริการฟรีครับ”

หล่อนหยิบเหรียญห้าบาทวางแปะในฝ่ามือบุรุษนักข่มขืน กล่าวเสียงเคร่งขรึม

“ต่อจากนี้คุณควรจะทบทวนผลงานของตัวเอง ว่าควรจะหยุดและปรับเปลี่ยนในทางตรงกันข้าม หรือว่ายังรักษาแนวเดิม ฉันคิดว่าวันเวลาของคุณจะอยู่อีกไม่นานนัก”

“ผลงานอะไรครับ”

เจ้าจำรูญตีหน้าเอ๋อ เยี่ยงคนไม่เต็มบาท

“คุณก็รู้แก่ใจของตัวเองแล้วนี่คะ”

มนุษย์ผู้ชั่วร้ายสะดุดความรู้สึกเล็กๆ หากความเชื่อมั่นตนเองสูง หล่อนไม่ใช่นักสืบ ไม่ใช่ตำรวจ จะรู้พฤติกรรมของมันได้อย่างไร

“เงินของคุณ ผมจะเก็บไว้เป็นเหรียญนำโชค” พลางหย่อนลงในกระเป๋าเสื้อวิน “คุณผู้หญิงจะให้ผมไปส่งที่ไหนครับ”

“สิ้นสุดแค่ไหน คุณก็จะรู้เอง”

เด็กสาวนั่งตะแคงซ้อนท้าย

แม่คนนี้ชอบพูดกำกวม ถ้าเป็นผู้ชายต้องเรียกว่ากวนบาทา น่าจะได้รับบทเรียนเบาะๆ มันซิ่งมอเตอร์ไซค์ตะบึง คาดว่าประเดี๋ยวผู้โดยสารจะโวยขอให้ขับช้าหน่อย

ไม่ยักเกิดผลลัพธ์ตามวัตถุประสงค์ ใช่แต่เท่านั้น ท้ายรถยังเบาโล่ง

เจ้าจำรูญมองกระจกส่องหลัง ปราศจากผู้โดยสารคนสวย หากพลัดตกจะได้ยินเสียงตุ้บ ตัดสินใจเบรกจักรยานยนต์เหลียวมอง ซอยว่างเปล่า

“หล่อนลงไปเมื่อไหร่วะ”

ล้วงกระเป๋าเสื้อวินสำรวจ มือสัมผัสเหรียญนำโชค นึกทบทวนวาจาเชิงตักเตือน มันเกาท้ายทอยแกรก

“กูไม่เชื่อโว้ย”

ช่วงเวลาเดียวกันนี้ อุมาวสีถอดรองเท้าหุ้มข้อ เดินขึ้นตึกขาว ผลัดชุดอาบน้ำทั้งที่ผ่านเรื่องไม่สบอารมณ์เยอะมาก แต่จิตใจก็ยังโปร่งเบาใสสะอาด ไร้จิตอกุศลครอบงำ

รู้สึกว่าชั้นล่างไฟสว่าง คาดว่าถวิลคงจะช่วยกดสวิตช์ เด็กสาวลงบันไดตึก

แปลกใจยิ่ง พิณทิพย์นั่งรอที่เก้าอี้ชุดรับแขก ร้อยวันพันปีหล่อนไม่เคยโผล่ นอกจากจะเรียกให้ไปพบที่คฤหาสน์

น่าจะมีธุระสำคัญ และคงจะไม่ใช่ทางบวก

“ฉันมาคุยกับเธอจ้ะ”

น้องสะใภ้ทรุดกายนั่งตรงกันข้าม ยังไม่อาจทำสมาธิตรวจสอบความคิดของพิณทิพย์

“พี่แนทมีอะไรให้อุรับใช้คะ”

“ไม่ถึงขั้นรับใช้หรอก แค่ขอความร่วมมือ น้องชายของเพื่อนฉันเรียนสำเร็จกลับจากเมืองนอก ญาติมิตรสนิทจัดงานเลี้ยงต้อนรับ พี่โฉมจะไปตั้งซุ้มอาหารบริการแขกเหรื่อ ตั้งแต่ตอนเย็น หัวค่ำก็เลิก ฉันอยากให้อุไปประจำซุ้ม”

เหตุการณ์ประเภทนี้เคยปฏิเสธมาแล้ว เข้าใจว่าเฉิดโฉมขอร้องผ่านพิณทิพย์ อุมาวสีคาดคะเน

“น้องชายคุณกุลณัฐหรือคะ”

“ไม่ใช่น้องตัว ลูกพี่ลูกน้อง ฉันกับพี่แนนติดธุระ จะไม่ไปงานเลี้ยง”

“ตกลงค่ะ”

พิณทิพย์ซ่อนยิ้ม วางแผนให้อุมาวสีเคยชินต่อสังคมฟุ้งเฟ้อเห่อเหิม จะได้เตลิดเพริดหลุดออกจากวงโคจรของพิชญ์



Don`t copy text!