อุมาวสี บทที่ 15 : เหยื่อไม่กินเบ็ด

อุมาวสี บทที่ 15 : เหยื่อไม่กินเบ็ด

โดย : ตรี อภิรุม

อุมาวสี ภาคต่อของ “หิมพาลัย” โดย ตรี อภิรุม เรื่องราวชีวิตหลังงานแต่งงานของพิชญ์และอุมาวสีในโลกที่แตกต่างจากโลกลับแลจะเป็นอย่างไร ความรักที่พิชญ์มีให้เธอ จะเพียงพอที่จะช่วยหล่อเลี้ยงจิตใจของหญิงสาวผู้แสนดีคนนี้ได้หรือไม่ ‘อุมาวสี’ นวนิยายออนไลน์ที่พาชาวอ่านเอาเดินทางไปกับจินตนาการที่สวยงามและความรักที่มีอยู่จริง

พีรวรรณจัดแจกันดอกกุหลาบ ใช้กรรไกรเล็กขริบเล็มใบเหลืองออก เต่าเข้าบ้านเข้ามาใกล้

“คุยกับลอเยได้ความคืบหน้าอะไรบ้างจ๊ะ”

“แม่เจ้าประคุณเลิกเล่นองค์ ยอมขึ้นรถมินทร์ให้เขาไปส่งที่ป้ายรถเมล์ค่ะ” พิณทิพย์ป้องปากหัวเราะ “ไอ้ร่มคันนั้นเป็นวัตถุแม่สื่อ”

“ลอเยอาจจะชอบมินทร์อยู่ในใจลึกๆ รอจังหวะเขางอนง้อ”

“เป็นไปได้ค่ะ พี่แนน” น้องสาวพยักพเยิด “เมื่อความสัมพันธ์เริ่มต้น มักจะสืบสานต่อเติมโดยธรรมชาติ เปรียบเหมือนพันธุ์ไม้เลื้อยจะไม่หยุดนิ่งที่ตำแหน่งเดิม แนทคิดว่าจะเกริ่นให้โหน่งรู้”

“อย่าเชียว” พี่สาวโบกมือห้าม “เดี๋ยวลอเยไหวตัวกลับลำทัน รอให้เหตุการณ์สุกงอมเสียก่อน คราวนี้แหละ หล่อนกู่ไม่กลับ สงครามเตียงหัก”

พิณทิพย์นึกวาดภาพอุมาวสีหอบผ้าหนีตามชู้ พิชญ์สติแตกแทบว่าจะคลุ้มคลั่ง กุลณัฐปลอบประโลม ถ่านไฟเก่าคุโชน

คุณนายนุชนารถลงจากชั้นบน ลูกสาวคนกลางเปิดเผยกรณีอุมาวสีสนิทสนมกับนวมินทร์  ทำท่าจะไกลเกินขอบเขต ทิ้งท้ายวาทะทับถม

“นี่แหละ เขาว่าปลากระดี่ฤดูน้ำหลาก”

มารดายิ้มเครียด สถานการณ์กำลังดำเนินไปตามแผน มั่นใจว่าจะกำจัดสะใภ้ข้าวนอกนาสำเร็จ

“อุบเงียบไว้ก่อน ขืนกระโตกกระตาก ไก่จะตื่น”

เคลื่อนกายลงจากคฤหาสน์ มุ่งสู่ตึกเล็กเยี่ยมเยียนมารดา ขณะนั้นนางมณีวงศ์ชมรายการโทรทัศน์ บนโต๊ะเล็กตั้งขันเงินใส่ดอกมะลิเกือบจะเต็ม คุณนายนุชนารถทรุดกายนั่งเก้าอี้นวม

”อุเก็บดอกมะลิมาฝากคุณแม่จ้ะ คืนนี้จะเอากองไว้ข้างหมอน นอนดมหอมๆ”

ลูกสาวกล้ำกลืนความไม่ชอบ หน็อย…ประจบประแจง เชลียร์ลิ้นสากปานกระดาษทรายเชียวนะแม่คุณ กำหัวใจผู้เฒ่าไว้ในอุ้งมือ

“มะลิที่สวนบ้านเราทั้งนั้นค่ะ อุไม่ได้ซื้อหาจากตลาด”

“นั่นแหละ ปลอดสารพิษยาฆ่าแมลง อุมีน้ำใจเอื้อเฟื้ออารีอารอบ” ท่านชมเชยหลานสะใภ้ “เมื่อสักครู่ก็แวะไปที่โรงครัว มอบเงินให้แม่พิกุล ซื้อเนื้อสัตว์ผักสดจัดทำอาหารใส่บาตร วัยรุ่นแท้ๆ ใส่ใจใฝ่กุศล แตกต่างกับพวกเที่ยวเตร่ผลาญเงินทองเป็นว่าเล่น”

หล่อนรับฟัง ถนอมน้ำใจมารดา ไม่กล้าขัดแย้ง

ขณะเดียวกันนี้ อุมาวสีนั่งสำรวมริมหน้าต่าง ฝึกจิตทำสมาธิแนวนิ่ง เกิดญาณหยั่งรู้ ได้ยินเสียงพีรวรรณ-พิณทิพย์นินทาว่าร้ายวางแผนกำจัด รวมทั้งความคิดที่เต็มไปด้วยกิเลสหนาแน่น ขาดเมตตาธรรม

ส่งกระแสจิตตรวจสอบที่ตึกเล็ก คุณนายนุชนารถอยู่กับนางมณีวงศ์ มารดาพิชญ์ก็เช่นกัน กิเลสข้นคลั่กพอๆ กับลูกสาวสองคน มุ่งแต่อาฆาตจองเวรลูกสะใภ้พลัดถิ่น ราวกับว่าเป็นศัตรูกันมาตั้งแต่ปางก่อน

วันไหนสามารถกำจัดออกไปจากเส้นทาง วันนั้นคุณนายคงจะขึ้นสวรรค์ทั้งเป็น

ชักจะท้อถอย ไม่รู้ว่าจะใช้เวลานานสักเท่าใด จึงจะเอาความดีชนะความชั่ว

พิชญ์ขับรถเก๋งเข้าไปจอดในโรงรถ เด็กสาวลุกออกไปต้อนรับแฟนหนุ่มที่เฉลียงหินอ่อน

“พี่ซื้อขนมตาลมาฝากยาย น้องอุช่วยเอาไปให้ทีเถอะ”

อุมาวสีรับกล่องใส่ขนม ใจเต้นตุ้มๆ ต่อมๆ จะต้องเผชิญหน้าแม่ผัวที่เกลียดตนยิ่งกว่าแมลงสาบ

นั่นปะไร!

สุภาพสตรีวัยทองนั่งคู่บุพการีสูงอายุ มองมาตาเขม็ง ปานจะกินเลือดกินเนื้อ

ลูกสะใภ้ทรุดกายลงนั่งที่พื้นยื่นถุงโลโก้ร้าน

“พี่โหน่งให้อุเอาขนมตาลมาฝากคุณยายค่ะ”

“เออ…ยายชอบ ขนมโบราณหากินยาก เธอช่วยจัดใส่จานด้วยจ้ะ”

เด็กสาวปฏิบัติงานกระฉับกระเฉงคล่องแคล่ว เสร็จแล้ววางจานบนโต๊ะเล็ก ขนมตาลใส่กระทงใบตองสีเหลืองเข้ม ฟูล้นส่วนกลางแตกปริใส่มะพร้าวขูดฝอย หมดธุระก็เลี่ยงลงจากตึก

“กินสิจ๊ะ แม่ดูแล้วน่าจะอร่อย”

หากว่ายังรุ่นสาว คุณนายคงจะฮึดฮัดสะบัดสะบิ้ง

“นุชไม่ชอบค่ะ แม่”

“อยากได้เหลน ไม่รู้เมื่อไหร่อุจะตั้งท้อง แม่เป็นผู้ใหญ่แล้ว ถ้าเราถาม ก็เท่ากับยุ่งเรื่องผัวเมียเขา น่าเกลียด”

ลูกสาวเสียวแปลบในทรวง คำนี้แสลงใจยิ่งนัก หล่อนไม่อยากได้หลานที่แม่ชั้นต่ำมาจากปลักโคลนตม นึกภาวนาเสมอขออย่าให้ลอเยตั้งครรภ์

“แม่เลี้ยงเหลนไหวหรือคะ”

“ไม่ได้เลี้ยง แค่เห็นเหลนก็พอ” นางมณีวงศ์รำพึงรำพันเสียงแหบแห้ง “แม่แก่มากแล้ว วันเวลาเหลือน้อยเต็มที จะได้นอนตายตาหลับ”

“งั้นนุชจะเร่งไปทางแนน-แนท ว่าควรจะรีบแต่ง อย่ามัวเอาแต่เลือก”

ท่านไม่ว่ากระไร หยิบช้อนตักขนมตาลจากกระทงส่งเข้าปากเคี้ยวตุ้ย

O         O         O         O

ภาคเช้า อุมาวสีลงจากรถเก๋งที่พิชญ์ขับมาส่ง สืบเท้าเลียบไปตามบาทวิถี

ปี๊บ-ปี๊บ!

โทรศัพท์มือถือจากกระเป๋าสะพายโชว์เบอร์นวมินทร์ ขนตายาวงอนไหวกะพริบ เด็กสาวขบริมฝีปาก

“ป่านนี้สวนอาหารยังไม่เปิด ถ้าคุณมาจะเสียเวลารอนานค่ะ”

“พลบค่ำ ผมขอมารับส่งคุณอุได้ไหมครับ”

คนละเรื่องเลย เหมือนถามไปไหนมา สามวาสองศอก อุมาวสีหวนคิดถึง พีรวรรณ-พิณทิพย์พยายามผลักดันให้หล่อนคบชู้สู่ชาย นอกใจพิชญ์

นวมินทร์คือเป้าหมายอันดับหนึ่ง

เขาว่าใครกำหนดเกมก่อน ผู้นั้นชนะ หล่อนควรจะเริ่มเกมบ้าง แสร้งยั่วให้สองสาวหัวปั่นเล่น

“อุเกรงว่าจะเป็นการรบกวน”

“ไม่เลยครับ ผมรับใช้คุณอุแล้ว สบายใจอุ่นใจ ไม่สามารถจะอธิบายรายละเอียดได้ครบถ้วน”

ดรุณีงามพริ้งเผลอถอนใจน้อยๆ อะไรกันนักหนา มนุษย์เรา ทั้งที่รู้ว่าหล่อนมีแฟนก็ยังตามตื๊อ แฝงเจตนาพรากคู่ หรือว่ามนุษย์สมัยนี้ไม่กลัวตายแล้วตกนรก ปีนขึ้นต้นงิ้ว

“ตกลงค่ะ อย่าลืมบอกพี่กุล อุไม่ชอบทำอะไรอำพรางซ่อนเร้น”

สัญญาณสายว่าง อุมาวสีเก็บเครื่องมือสื่อสารใส่กระเป๋า

ที่ประตูเหล็กของสวนอาหาร แขวนป้ายใจความว่า วันนี้ลูกค้าจองโต๊ะทั้งหมดจัดเลี้ยง ขอปิดสวนอาหารตั้งแต่บ่ายสามโมงเป็นต้นไป จะขายเฉพาะใส่ห่อหรือถุงสำหรับลูกค้าจร

สาวน้อยโฉมงามฝากกระเป๋าไว้ที่เคาน์เตอร์แคชเชียร์ตามธรรมเนียม ถือโอกาสสอบถามเจ้าของกิจการ

“ใครจัดเลี้ยงคะ พี่โฉม”

“คุณธวัชฉลองครบรอบวันเกิดจ้ะ” เฉิดโฉมยิ้มละไมสดชื่น “ตามปกติสังคมไฮโซ เขามักจะจัดเลี้ยงตามโรงแรมตั้งแต่สามดาวจนถึงห้าดาว เธอมีส่วนโน้มน้าวคุณธวัช”

ไม่อยากให้เป็นจุดเด่นเหนือคนอื่น อุมาวสีถ่อมตัว

“อุว่าน่าจะเป็นบริการด้านอื่นมากกว่า เช่น อาหารอร่อยถูกปาก ราคายุติธรรม”

“ไม่ใช่จ้ะ เขาโทรมาถามเบาะแส ว่าเธอสลับเปลี่ยนเวรวันหยุดกับพนักงานอื่นหรือเปล่า แสดงเจตนาล็อกตัวเธอ งานเลี้ยงจะสิ้นสุดประมาณสองทุ่ม อุจะได้ค่าล่วงเวลา”

ผู้ฟังฉุกคิดถึงการนัดหมายกับนวมินทร์ เลยเวลาที่กำหนดร่วมสองชั่วโมง จำเป็นต้องแจ้งให้เขาทราบการเปลี่ยนแปลง

“วันเกิดครบรอบปีที่เท่าไหร่คะ”

เฉิดโฉมเบิกตาโตจนดูน่ากลัวมากกว่าเพิ่มเสน่ห์

“ต๊าย! อุอย่าไปถามอายุเขานะ ตามธรรมเนียมของชาติทางตะวันตก ถือเป็นการเสียมารยาทอย่างแรง ยกเว้นเฉพาะเราจะติดต่อทางการ เช่น กองตรวจคนเข้าเมือง ฯลฯ”

“แต่คุณธวัชอยู่ในสังคมไทยนี่คะ”

“นั่นแหละ คนไทยเรานิยมอะไรหลายๆ เรื่องคล้ายชาวตะวันตก คนไม่รักษามารยาทเท่านั้นที่ชอบถามอายุคนอื่น”

“อุถามพี่โฉมเพื่อหาความรู้รอบตัวเท่านั้นเอง”

อุมาวสีหยิบโทรศัพท์มือถือออกไปทางสวนครัวด้านหลัง โทร.แจ้งเรื่องราวแก่นวมินทร์ ขอเลื่อนกำหนดนัด

เวลาผ่านไป เด็กสาวปฏิบัติงานเคียงบ่าเคียงไหล่พนักงานอื่น ภาคกลางวันลูกค้าเนืองแน่น หาโต๊ะว่างยาก ตอนบ่ายชักจะซาลงบ้าง แต่ก็ทยอยมาอุดหนุนต่อเนื่อง

ใกล้บ่ายสามโมง โต๊ะไหนว่างพนักงานจะตั้งป้ายจองแล้ว เท่ากับเตือนลูกค้าจรแทนคำพูด ในที่สุดโต๊ะที่ตั้งป้ายก็กระจายเต็มพื้นที่

ธวัชกับญาติมิตรร่วมสิบคนมาถึงกลุ่มแรก เฉิดโฉมสั่งให้เด็กเสิร์ฟคนสวยถือกระเช้าดอกไม้เดินเคียง พนมมือไหว้แช่มช้อย ให้การต้อนรับด้วยสันถวไมตรี

“นี่ค่ะ กระเช้าเรามอบให้คุณธวัชในนามของสวนอาหารอิ่มเอม”

“ขอบคุณครับ”

ชายหนุ่มเอื้อมมือรับ พร้อมทั้งตะครุบจับมืออุมาวสีเชิงเจ้าชู้ เจ้าตัวเฉยเสีย มิได้วี้ดว้ายกระตุ้งกระติ้ง ชักมือออกอย่างสุภาพ ยิ้มอ่อนละมุนที่ริมฝีปากงามเฉิดฉัน สาวใหญ่เจ้าเสน่ห์แกล้งกระเซ้า

“แฟนมาด้วยหรือเปล่าคะ”

“โอ ผมโสด โสดขนานแท้” เขายิ้มร่าเริง ทำตาเยิ้มวิบวับกับอุมาวสี “กำลังมองหารายที่รู้ใจ”

“เจอหรือยัง”

“เฉียดๆ ละมั้ง ทำยังไงเธอถึงจะไว้ใจผม”

ต่อข้อถามเกี่ยวกับรายการอาหาร ธวัชขอเครื่องดื่มก่อน อาหารต้องรอแขกอย่างน้อยก็ครึ่งหนึ่งของจำนวนที่รับเชิญ

บรรดาแขกเหรื่อทยอยกันมาไม่ขาดระยะ ผู้ชายมากกว่าผู้หญิงเล็กน้อย บรรยากาศสุขสันต์รื่นเริง บางรายเงียบหงิม แต่พอเบียร์เข้าปากแค่แก้วเดียวคุยฟุ้งกระจาย

เมื่อแขกเต็มหมดทุกโต๊ะ เจ้าภาพจุดเทียนบนเค้กวันเกิด ทุกคนร้องเพลงอวยพรวันเกิดประสานเสียงกระหึ่ม เจ้าของวันเกิดเป่าเทียนดับ ต่อจากนั้นเขาก็ตัดเค้กวันเกิดแจกญาติมิตร

อุมาวสีตื่นเต้น พลอยชื่นชมยินดีในความสามัคคีพร้อมเพรียง นี่เป็นประสบการณ์ครั้งแรกในชีวิต

แตกต่างกับชาวหิมพาลัยคนละขั้ว ประชากรที่โน่นจะทำบุญตักบาตร บำเพ็ญสาธารณประโยชน์ อาทิ อาสาสมัครปัดกวาดถนน ฉลองวันครบรอบวันเกิด

“น้องอุ เอาของขวัญไปมอบให้คุณธวัชในนามของเธอ” เฉิดโฉมยื่นกระป๋องมะม่วงหิมพานต์คั่วกรอบผูกริบบิ้นสีชมพู เด็กสาวเลิกคิ้วโก่งฉงนสนเท่ห์

“ทำไมไม่มอบให้ในนามของพี่โฉมคะ”

สาวใหญ่แสดงสีหน้าเบื่อหน่ายรำคาญ คนอะไร ซื่อบื้อสุดขีด ไม่รู้จักหาความดีใส่ตัวเอง เราอุตส่าห์ลงทุน เพราะเห็นว่าหล่อนเป็นแม่เหล็กดึงดูดลูกค้าหนุ่มๆ

“ทำตามที่พี่แนะนำก็แล้วกันจ้ะ เผื่อเธอยังข้องใจไปถามความเห็นได้จากคุณแนท”

อัดอั้นตันทรวง นึกเสียว่าไม่ใช่บาปกรรม เข้าเมืองตาหลิ่ว ต้องหลิ่วตาตาม มิฉะนั้น จะกลายเป็นตัวประหลาด

“อุขอมอบของขวัญให้คุณธวัชค่ะ”

เจ้าของนามปลื้มปีติออกนอกหน้า ยิ้มกว้างเห็นฟันสามสิบสองซี่

“ขอบคุณ…ขอบคุณครับ”

พร้อมกันเขาก็ตัดแบ่งเค้กวันเกิดใส่จานเล็กยื่น อุมาวสีกระพุ่มมือไหว้อย่างแช่มช้อย แขกรับเชิญมองมาเป็นตาเดียว บางรายตบมือเปาะแปะ ถือจานกลับมาที่เคาน์เตอร์แคชเชียร์

“พี่โฉมทานสิคะ”

“เขาให้เธอ ควรทานเองเป็นสิริมงคล โน่นไง…คุณธวัชกวักมือเรียก”

ดรุณีสะคราญโฉมกลับไปที่โต๊ะจัดเลี้ยงรอบสอง ชายหนุ่มยื่นจานชิ้นเค้ก

“น้องอุเอาไปมอบให้คุณโฉมครับ”

อุมาวสีทำตามคำสั่ง แล้วยกจานเค้กของตนหลบเข้าโรงครัว คาดว่าจะถูกใครต่อใครถาม หลีกเลี่ยงยากจะไม่กล่าวเท็จ ใช้สองนิ้วคีบลูกเกดที่ผสมอยู่ในเค้กส่งเข้าปากเคี้ยว เป็นเคล็ดลับว่ากินแล้ว

มอบจานเค้กให้แม่ครัว หล่อนกลับออกไปปฏิบัติภารกิจ ธวัชยิ้มกริ่ม

“อร่อยไหม น้องอุ”

“อร่อยค่ะ”

หนุ่มโสดเฉพาะกิจกะลิ้มกะเหลี่ย นัยน์ตายิบหยีเจ้าชู้ไก่แจ้

“ร้องเพลงให้ผมฟังสักเพลงหนึ่ง ผมจะตบรางวัลน้องอุหนึ่งหมื่นบาท”

เอากับพ่อซิ นึกว่าหล่อนละโมบ รีบตะครุบ

“อุร้องไม่จบหรอกค่ะ”

“เอ้า ร้องได้แค่ไหนก็แค่นั้น”

แขกหลายคนโดยเฉพาะพวกผู้ชายต่างปรบมือเชียร์ อุมาวสียิ้มจืดชืด ความโลภเกือบจะไม่หลงเหลืออยู่ภายในจิต อยากได้สิ่งที่เป็นไปตามปกติวิสัย ไม่ข้ามขั้นตอนลัดคิว

“ให้เพื่อนร้องเพลงได้ไหมคะ อยากจะให้พวกเธอมีโอกาสบ้าง อุไม่ชอบทำตัวเด่นล้ำหน้าคนอื่น”

ธวัชหน้าเสีย ไม่นึกไม่ฝันว่าปลาจะไม่ยอมกินเหยื่อฝังเบ็ด อุมาวสีจัดว่าเป็นหนึ่งในล้าน

“ตามใจน้องอุครับ เป็นอันว่าข้อเสนอของพี่ก็สิ้นสุด”

เฉิดโฉมเฝ้าจับตาสังเกตการณ์อยู่ในมุมแคชเชียร์ ฮึดฮัดไม่สบอารมณ์ เด็กเสิร์ฟหมายเลขหนึ่ง ดื้อเกินพิกัด ทระนงตัวว่ารูปสวยก็ไม่เชิง ไม่แคร์ว่าจะถูกไล่ออก พร้อมจะจากจรทุกเมื่อ

ที่เป็นดังนี้เพราะพิชญ์พื้นฐานรองรับหนาแน่นมั่นคง เห็นจะต้องอบรมยาว

ขึ้นชื่อว่างานเลี้ยง ไม่ว่าจะสนุกสนานสักแค่ไหนก็ตาม ย่อมจะถึงเวลาจบ แขกเหรื่อต่างอำลาเจ้าภาพกลับ

ได้เวลาเช็กบิล เนื่องจากธวัชมัดจำไว้ล่วงหน้าห้าสิบเปอร์เซ็นต์ จึงจ่ายเพียงครึ่งเดียวของจำนวนที่เหลือ ชายหนุ่มจ่ายโดยเครดิตการ์ด เฉิดโฉมจัดการรูด ส่งใบบันทึกรายการให้เจ้าตัวเซ็นชื่อ

ยังไม่จบเรื่อง เขาหยิบธนบัตรพันบาทใส่ถาดยื่นให้เด็กสาว

“เอ้า ทิปสำหรับน้องอุ”

สาวใหญ่มองอุมาวสีตาขึง เชิงห้ามปฏิเสธ

“ขอบพระคุณค่ะ”

เจ้าของสวนอาหารตามไปส่งลูกค้ากระเป๋าหนักที่ยานพาหนะคันหรู ยกมือไหว้อย่างนอบน้อม ออกตัวว่าหากบริการขาดตกบกพร่องขออภัยด้วย

อุมาวสีขอแตกแบงก์ย่อย แจกจ่ายเพื่อนร่วมทีม เฉิดโฉมไม่ขัดข้อง

รอจนกระทั่งหล่อนเสร็จภารกิจ จึงเรียกมาคุยเป็นการส่วนตัว

“พี่ไม่เข้าใจเธอจริงๆ ทำไมปฏิเสธร้องเพลง คุณธวัชตบรางวัลหมื่นนึงเชียวนะจ๊ะ โอกาสทองหาไม่ได้ง่ายๆ ในชีวิตคนเรา”

ผู้ฟังเบื่อระอากิเลสมนุษย์ ไม่อยากเชื่อเลยว่าคนร่ำรวยจะไม่งกเงิน หรือว่าจะเข้าทำนองยิ่งรวยยิ่งโลภ

“อุร้องเพลงไม่เพราะค่ะ ได้แค่วรรคสองวรรค ขาดๆ วิ่นๆ”

“แต่เธอพูดเพราะมาก ยังกะนกการเวกเชียวละ”

“เสียงพูดย่อมแตกต่างจากเสียงร้อง”

“ปล่อยให้โอกาสทองหลุดมือ” ทอดถอนใจเฮือก “ขอถามหน่อย ถ้าเธออายุสักสี่สิบ โอกาสเช่นนี้จะมีหรือจ๊ะ”

“อุยึดหลักเศรษฐกิจพอเพียง”

“แต่คนอื่นเขาไม่พอเพียง ต่างตะเกียกตะกายหาเงินทั้งนั้นแหละ เงินเปรียบได้ว่าแก้วสารพัดนึก เมื่อเธอไม่ต้องการ แค่ร้องเพลงโชว์สักวรรคสองวรรค เอาเงินมาแจกเพื่อนพนักงานเสิร์ฟ”

“พี่โฉมจะให้อุพิจารณาตัวเอง ใช่ไหมคะ”

เล่นเอาเฉิดโฉมนิ่งอึ้งคอแข็ง รู้ว่าวาจานั้นแฝงนัยพร้อมจะลาออกเสมอ หล่อนเสียงอ่อนลง

“ไม่ถึงขั้นพิจารณาจ้ะ พี่ให้โอวาทในฐานะที่ผ่านประสบการณ์มาเยอะ เธอยังอ่อนต่อโลกนัก ความละโมบกอบโกยโดยชอบธรรมเป็นคุณสมบัติของเศรษฐี เอาละ กลับไปได้แล้ว”

ความรู้สึกสับสนระหว่างละเหี่ยใจกับขำกลิ้ง อุดมการณ์ต่างกันเหมือนฟ้ากับเหว อุมาวสีไม่เชื่อว่าคนที่สะสมกิเลสโลภโมโทสันจะมีความสุข ความสุขเป็นนามธรรม เกิดจากจิตใจที่สงบเยือกเย็น เอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ รู้จักพอเพียงตามอัตภาพ

แม้คนที่ละโมบกอบโกยจะพบความสำเร็จเบื้องต้น แต่บั้นปลายมักจะหนีไม่พ้นประสบชะตากรรมแสนสาหัส

นวมินทร์เปิดประตูรถเก๋งต้อนรับเด็กสาว ระบายยิ้มกว้าง นัยน์ตาฉายแววรักใคร่ใหลหลง

“จะให้ไปส่งที่ไหนครับ”

“กรุณาส่งที่ปากซอยบ้านอุค่ะ”

“โอ…เหมาะมาก เป็นเส้นทางผ่านของผมพอดี”

ชายหนุ่มขับเคลื่อนยานพาหนะคู่ชีพ เปิดเครื่องเล่นเอ็มพีสามฟังเพลงไทยสากล นึกครึ้มอกครึ้มใจ วันนี้ได้ส่งไกลกว่าครั้งก่อน แสดงว่าหล่อนไว้เนื้อเชื่อใจเขามากขึ้น

“ผมขอบริการคุณอุทุกวันได้ไหมครับ”

“อุไม่ชอบเบียดเบียนค่ะ เอาเป็นว่าแต่ละเมื่อแต่ละคราวที่คุณมินทร์สะดวกดีกว่า”

“ตามใจคุณอุ อันที่จริงภาคเย็น-ค่ำผมสะดวกทุกเมื่อ”

ต่างฝ่ายต่างเงียบ รถเก๋งวิ่งด้วยความเร็วค่อนข้างสูง เพิ่งรู้ตัวว่าลืมคาดเข็มขัดนิรภัย อุมาวสีจึงจัดการให้เป็นไปตามกฎจราจร

“งานเลี้ยงสนุกไหมครับ”

“สนุกเป็นเรื่องของเจ้าภาพและแขกรับเชิญ ไม่ใช่ฝ่ายพนักงานเสิร์ฟ”

“อ้อ จริงสิ ผมพูดผิดความหมายถนัด” หัวเราะในลำคอเบาๆ รื่นเริง “เผื่อคุณอุเบื่องานอยากจะเปลี่ยน ผมยินดีช่วยเหลือครับ”

ตั้งใจว่าจะไม่คบเขาเกินฐานะเพื่อน เมื่อมันชักจะไปไกลก็ต้องหยุด เด็กสาวคลี่ยิ้มหวานละมุน

“ความรู้ของอุเปรียบได้ว่าชั้นประถม พนักงานเสิร์ฟจัดว่าเป็นอาชีพที่เหมาะสมแล้วค่ะ”

นวมินทร์คิดว่าคนนั่งข้างถ่อมตัว จากการเจรจาหลักแหลม ฉลาดเฉลียว ไม่บอกเลยว่าความรู้ต่ำต้อย

“ทำไมคุณอุไม่เรียนต่อ ความรู้ย่อมเรียนทันกันหมด เพียงแต่ว่าเราขยันหมั่นเพียรไม่ท้อถอย”

“ขึ้นอยู่กับปัจจัยหลายอย่างสนับสนุนเราด้วยค่ะ อุทราบว่าตัวเองยังไม่พร้อม”

ชายหนุ่มชะลอหยุดรถเก๋งที่ปากซอยใกล้ป้ายรถเมล์ อุมาวสีปลดเซฟตี้ เบลท์ พนมมือไหว้ขอบคุณเขา

ก้าวเหยียบริมถนน เดินผ่านวินจักรยานยนต์ ครั้นแล้วสาวน้อยสิริโฉมก็เผชิญหน้าเจ้าจำรูญ



Don`t copy text!