อุมาวสี บทที่ 16 : เบอร์หนึ่ง

อุมาวสี บทที่ 16 : เบอร์หนึ่ง

โดย : ตรี อภิรุม

อุมาวสี ภาคต่อของ “หิมพาลัย” โดย ตรี อภิรุม เรื่องราวชีวิตหลังงานแต่งงานของพิชญ์และอุมาวสีในโลกที่แตกต่างจากโลกลับแลจะเป็นอย่างไร ความรักที่พิชญ์มีให้เธอ จะเพียงพอที่จะช่วยหล่อเลี้ยงจิตใจของหญิงสาวผู้แสนดีคนนี้ได้หรือไม่ ‘อุมาวสี’ นวนิยายออนไลน์ที่พาชาวอ่านเอาเดินทางไปกับจินตนาการที่สวยงามและความรักที่มีอยู่จริง

จ๊ะเอ๋!

สุ้มเสียงกระเซ้าเย้าแหย่ เจ้าจำรูญฉีกยิ้มทะลึ่ง

“เมื่อกี้ผมเห็นคุณผู้หญิงลงจากรถเก๋ง ทำไมไม่ให้เขาไปส่งที่บ้านล่ะครับ”

นี่คือจุดรำคาญเล็กๆ มันคอยตามตอแยตลอด ได้รับบทเรียนไม่รู้จักหลาบจำ อุมาวสีเพ่งมองมอเตอร์ไซค์ของทรชนหนุ่ม กลั้นลมหายใจแผ่กระแสพลังจิต ขณะหมุนแหวนเงินในนิ้ว

“ขอโทษ เรื่องส่วนตัวของฉันค่ะ”

“ทำไมเวลาเจอคุณผู้หญิง ผมมักจะเผชิญเหตุการณ์แปลกๆ พิสดาร เหลือเชื่อ สมมุติว่ายังไม่ถึงยุคยี่สิบห้าพุทธศตวรรษ ผมต้องคิดว่าคุณใช้เวทมนตร์กำกับ”

“นั่นคุณต้องถามตัวเอง ว่าทำสิ่งไม่ถูกต้องตามทำนองคลองธรรมหรือเปล่า”

เจ้าจำรูญไหวไหล่ยึกยัก ไม่คิดว่าคู่กรณีเหน็บแนมเรื่องสันดานชั่ว

“เพื่อมิตรภาพ เชิญคุณผู้หญิงซ้อนท้ายมอเตอร์ไซค์ ผมจะไปส่งฟรี”

ลูกไม้เดิม นึกว่าจะได้รับการตอบสนอง อุมาวสีก้าวฉับๆ แทนการปฏิเสธ

มนุษย์กากเดนสังคมสอดกุญแจบิด สตาร์ตเครื่องไม่ติดซ้ำซาก เจอเหตุการณ์ประหลาดเช่นครั้งก่อน

“อะไรกันวะ เป็นยังงี้ทุกที”

ทรชนหนุ่มบ่นพึมหัวเสีย อย่างไรก็ตาม แค่สอง-สามนาทีก็สตาร์ตเครื่องติด

แต่ทว่าถนนซอยโล่ง ปราศจากร่างงามระหง เจ้าจำรูญรู้จากประสบการณ์เดิมว่าแม้จะขับมอเตอร์ไซค์กวดตาม ก็จะไม่เจอเจ้าของฉายานางงามประจำซอย คุณเธออันตรธานเช่นเดียวกับล่องหน

ช่วงเวลาเดียวกันนี้ สาวใช้เปิดประตูรั้วด้านข้างต้อนรับ อุมาวสีผ่านเข้าบริเวณคฤหาสน์

ไม่ยักเจอพิณทิพย์ ท่ามกลางแสงไฟสนาม แลเห็นพีรวรรณเก็บดอกมะลิที่ปลูกเรียงรายหลายต้นใส่ขันโอ รู้ข้อมูลจากน้องสาว แต่แกล้งถาม

“วันนี้คอยรถเมล์นานหรือจ๊ะ”

น้องสะใภ้ชะงักนิดหนึ่ง คลี่ยิ้มหวานแฉล้ม ด้วยญาณหยั่งรู้ ทราบว่าทุกอย่างไม่เป็นความลับสำหรับพีรวรรณ หากทดสอบว่าตนจะกล่าวจริงหรือเท็จ

“ลูกค้าจัดเลี้ยงวันเกิดที่สวนอาหารค่ะ คุณมินทร์อนุเคราะห์ให้อุอาศัยรถเก๋งมาลงที่ปากซอย”

“คงได้เงินพิเศษเยอะ”

“ค่าล่วงเวลาหนึ่งร้อย ไม่รวมทิปค่ะ”

สาวสวยพยักหน้าเนิบ แสดงเหมือนกับว่าชื่นชม หากซ่อนความเกลียดชังไว้ในใจลึกเร้น

มั่นใจว่าลอเยสร้างภาพลักษณ์ชอบทำบุญตักบาตร โดยจิตวิทยา เปรียบได้ว่าแผนเหนือเมฆ เพื่อผูกมัดใจนางมณีวงศ์ ทั้งหมดนี้เป็นหนึ่งในแผนของมารยาร้อยเล่มเกวียน

“เดี๋ยวเธอก็คงเอาเงินไปให้แม่ครัวซื้อของวัตถุดิบ”

“ทำนองนั้นค่ะ”

“เอาละ งั้นฝากดอกมะลิไปให้คุณยายด้วย…” ยั้งคำว่าเธอจะได้หน้าไว้ในลำคอ

อุมาวสีรับขันโอจากพี่สาวพิชญ์ แวะที่ตึกเล็กอันดับแรก ทรุดตัวลงนั่งคุกเข่าวางสิ่งที่ถือบนโต๊ะเล็ก

“พี่แนนให้อุเอาดอกมะลิมาฝากคุณยายค่ะ”

“อุเหนื่อยอ่อนเพลียหรือเปล่าจ๊ะ”

ท่านถามเสียงแหบเครือแฝงจุดประสงค์อย่างหนึ่ง

“ไม่เลยค่ะ”

“ดีแล้ว เธออาบน้ำอาบท่าเปลี่ยนชุด แล้วมานวดให้ยายสักครู่”

เด็กสาวรับปาก แวะที่โรงครัว มอบเงินให้นางพิกุล จัดทำภารกิจส่วนตัวค่อนข้างเร่งรีบ

บัดนี้ ได้เวลาอันสมควร อุมาวสีบีบนวดให้นางมณีวงศ์ที่นอนบนโซฟา ท่านหลับตาบ้าง ลืมตาบ้าง บางครั้งครางอื้ออ้า แสดงอาการสบายเนื้อสบายตัวคลายปวดเมื่อย

“เผื่อยายเผลองีบหลับ เธอนวดเสร็จอย่าลืมเรียกยายนะ”

“ค่ะ อุจะเรียก”

นับว่าท่านทายสถานภาพของตนได้ถูกต้อง เพียงพลิกตะแคงคว่ำหงายไม่กี่ครั้ง ความเพลิดเพลินก็แว่วขึ้นในใจริ้งๆ เผลองีบหลับผล็อย คอเอียง แย้มปากหวอ

หลานสะใภ้นั่งพับเพียบที่พื้น คอยระมัดระวัง เกรงว่าสตรีสูงอายุจะกลิ้งพลัดตก

ดูเถิด สังขารร่วงโรยบ่งบอกสภาพแก่หง่อม ใบหน้ายับย่นแย่งกันขึ้นจีบริ้ว ผมหงอกขาวโพลน ทั้งที่อายุของท่านยังไม่ถึงเก้าสิบ

เปรียบเทียบกับชาวหิมพาลัย อายุสาม-สี่ร้อยปี แลดูเท่ากับชาวกรุงเทพฯ วัยห้าสิบห้าถึงหกสิบ ตราบใดที่หล่อนยังอยู่เมืองไทย ก็จะต้องแก่หง่อมเช่นเดียวกับนางมณีวงศ์

ถวิลขึ้นมาดูแลความเรียบร้อย อุมาวสีกระซิบสั่งงานพร้อมทั้งชี้มือประกอบ

“เธอช่วยหยิบขันเงินใบจิ๋วในตู้ไซด์บอร์ด ถ่ายใส่ดอกมะลิ แล้วเอาขันโอไปคืนคุณแนนด้วยจ้ะ”

นางมณีวงศ์ไหวกายตื่นขึ้นขยับลุกนั่ง ตัดพ้อต่อว่า

“แหม นวดจนยายเคลิ้มหลับ อุไม่ยักปลุก”

“การหลับเป็นการผ่อนคลายอย่างหนึ่ง อุไม่กล้ารบกวนค่ะ”

“ยายจะตบรางวัลอุ คอยเดี๋ยว”

หญิงชราเดินต้วมเตี้ยมเข้าห้องนอน

สาวใช้ที่เปลี่ยนขันมะลิพลอยได้รับทราบเรื่องราว ชั่วครู่หล่อนก็ขึ้นคฤหาสน์แจ้งเหตุแก่นายหญิง

“คุณอุให้ถวิลเอาขันโอมาคืนค่ะ”

พีรวรรณนั่งคู่น้องสาว พิณทิพย์ซักถามเกี่ยวกับน้องสะใภ้

“เขาคุยอยู่กับคุณยายหรือจ๊ะ”

ถวิลเล่ารายละเอียดจากการสดับตรับฟัง เมื่ออยู่กันตามลำพังสองพี่น้อง พิณทิพย์โพล่งขึ้นด้วยอารมณ์ขุ่นมัว

“อยากรู้นัก คุณยายตบรางวัลอะไรลอเย”

“คงไม่ใช่เงิน”

“แนทก็ว่ายังงั้น เดี๋ยวจะไปสืบ”

“อย่าเชียว” พีรวรรณจับแขนบีบเตือน “คุณยายจะหาว่าเราอิจฉาริษยานังตัวแสบ เรื่องพรรค์นี้ปิดไม่มิดหรอก ไม่ช้าความจริงก็จะเปิดเผยตัวมันเอง”

น้องสาวคล้อยตามเหตุผล นึกวาดจินตนาการ ลอเยบีบนวดดัดแขนขานางมณีวงศ์ประจบประแจงป้อยอสารพัด ทำไมท่านไม่เส้นกระตุก เท้ายันผางลอเยหงายหลังผึ่ง

O         O         O         O

ภาคเช้า พิชญ์ขับรถเก๋งไปส่งอุมาวสีที่สวนอาหารอิ่มเอม ระหว่างทางเขาปรารภขึ้น

“สร้อยข้อมือทับทิมที่คุณยายให้น้องอุสวยมาก”

ดรุณีแรกรุ่นนึกแลภาพเหตุการณ์เมื่อคืน หญิงชรายื่นกล่องกำมะหยี่สีแดงในกล่องบรรจุสร้อยข้อมือข้างเดียว ทองคำสุกปลั่งเกาะทับทิมเม็ดเล็กๆ ล้อมรอบ

จำได้ว่าฝืนทำตื่นเต้นชื่นชม ทั้งที่ไม่รู้สึกยินดียินร้ายสักนิด ในลำธารหิมพาลัยนคร ขยุ้มดินทรายตรงไหนก็เจอเม็ดแร่ทองคำ พลอยหลากสีเต็มไปหมด มันเป็นสิ่งที่ไร้คุณค่า ไม่มีใครนิยม

นางมณีวงศ์แนะนำให้สวมข้อมือด้านซ้าย หลานสะใภ้ทำตาม ขยับมือสายสร้อยห้อยตุ้งติ้ง ท่านแนะนำต่อเนื่องว่าให้สวมไปทำงาน

อุมาวสีแย้งว่าสร้อยค่อนข้างจะบอบบาง เกรงว่าจะเกี่ยวอะไรขาด ประการที่สองสวมเครื่องประดับล้ำหน้าเพื่อนพนักงานเสิร์ฟจะไม่เหมาะ ขอเก็บเอาไว้สวมตอนไปเที่ยววันหยุด

คุณยายยอมอนุโลม กำชับว่าจะไปเที่ยววันไหน อย่าลืมแต่งมาอวดท่าน

“สวยมากค่ะพี่โหน่ง แต่ไม่เหมาะที่อุจะสวมไปทำงาน”

พิชญ์พยักหน้าเนิบ

“ท่านว่าอะไรอีกบ้าง”

“ผู้หญิงเป็นเพศที่รักสวยรักงาม ควรมีเครื่องประดับสมควรตามอัตภาพ มือของอุโล่งๆ มีแค่แหวนเงินวงเดียว อุน่าจะขอพี่โหน่ง”

“น้องอุอยากได้หรือเปล่าครับ”

“พี่โหน่งก็ทราบพื้นฐานจิตใจของอุแล้วนี่คะ”

ชายหนุ่มนิ่งเงียบ ระลึกถึงหิมพาลัยที่เขาเคยพลัดถิ่นชั่วคราว เม็ดแร่ทองคำและอัญมณีในก้นลำธารเยอะแยะ พวกผู้หญิงนิยมสร้อยลูกปัด ลูกเดือย โลหะเงิน เรือนผมประดับช่อดอกไม้

เพราะฉะนั้น ความรู้สึกของอุมาวสีต่อเพชรทองเครื่องประดับราคาแพงจึงอยู่ที่ศูนย์ บรรยากาศสาวชาวกรุงไม่สามารถเปลี่ยนรสนิยมดั้งเดิม

อุมาวสีลงจากรถเก๋งก่อนถึงทางแยก สืบเท้าไปตามริมถนน

ปี๊บ-ปี๊บ!

โทรศัพท์มือถือโชว์เบอร์นวมินทร์ รายนี้ก็เช่นกันแทะเล็มกลายๆ สุภาพ ทั้งที่รู้ว่าหล่อนมีแฟนแล้ว

บุญว่าโทร.มาช้าหน่อย หากเร็วกว่านี้ขณะนั่งรถเก๋ง หล่อนจะต้องมีคำตอบให้พิชญ์ ตั้งใจว่าต่อไปนี้ตอนสายจึงจะเปิดเครื่องมือสื่อสาร

“สวัสดีค่ะ”

“ตอนกลางวันผมจะไปทานข้าวที่สวนอาหารอิ่มเอมครับ”

ไม่จำเป็นต้องเกริ่น มาก็มา ไม่น่าจะเกี่ยวข้องกันสักนิด เขาไม่ใช่บุคคลสำคัญระดับที่ใครๆ เรียกร้อง

แปลก…บางทีสิ่งที่เริ่มต้นง่ายๆ แต่สิ้นสุดยาก

“สวนอาหารเรายินดีต้อนรับค่ะ”

การสื่อสารทางโทรศัพท์สิ้นสุด อุมาวสีเลี้ยวเข้าสถานที่ทำงาน

เฉิดโฉมอยู่ที่เคาน์เตอร์แคชเชียร์ จัดระบบอะไรสักอย่าง เด็กเสิร์ฟคนสวยฝากกระเป๋าสะพาย

“พี่จัดระเบียบใหม่จ้ะ ให้พนักงานทุกคนแขวนเบอร์ที่ระหว่างอกเสื้อ น้องอุเบอร์หนึ่ง”

ผู้ฟังสะดุดหู มากเรื่อง เด็กเสิร์ฟเพียงไม่กี่คน ไม่ใช่สถานบันเทิงกลางคืน แขวนเบอร์จำเป็นด้วยหรือ ถ้านางงามประกวดประขันก็เป็นอีกเรื่องหนึ่ง

“แขกเห็นพวกเราเป็นสินค้าหรือคะ”

“อุ๊ยตาย! คำถามโลกแตก” สาวใหญ่ทำท่ากึ่งชำเลืองค้อน “แขวนเบอร์เพื่อให้ลูกค้าจำง่ายแค่นั้นเอง แม้แต่ตามห้องแต่งผม พวกช่างยังติดเบอร์เลย ฉันเชื่อว่าอะไรที่ย่ำอยู่กับที่ถือว่าเราถอยหลัง ไม่ทันคนอื่นเขา”

“ได้เบอร์หนึ่งดูจะไม่เหมาะ อุมาทำงานที่สวนอาหารคนล่าสุด”

“อย่าคิดยังงั้นสิจ๊ะ พี่พิจารณาความสามารถ ใช้ดุลพินิจจัดหมายเลขตามความเหมาะสม”

อุมาวสีระงับการโต้แย้ง ยอมรับเงื่อนไขประหลาด สมมุติว่านั่งโต๊ะเดียวกับแขก เชิญชวนขายดริงก์ ความอดทนก็คงจะสิ้นสุด รับเบอร์พลาสติกจากเฉิดโฉมเหน็บเสื้อ

เที่ยงครึ่ง นวมินทร์มาคนเดียวตามการนัดหมาย ทักทายว่า

“บัตรพลาสติกเฉียงไปนิดนึงครับ”

“ไม่เป็นไรค่ะ เจ้าของเขาให้แขวนก็แขวน อุไม่ชอบมันสักเท่าไร”

แม้ว่าน้ำเสียงอ่อนหวานไพเราะ แต่เขาก็จับได้ว่าแฝงความขุ่นมัว ไม่สบอารมณ์สั่ง

อาหารสองชนิด เป็นสิ่งที่มีอยู่ในตู้กระจก ดังนั้น อุมาวสีจึงจัดบริการสะดวก

“ทำไมคุณมินทร์ไม่พาเพื่อนหญิงมาด้วย”

“คุณอุอยากให้เป็นเช่นนั้นหรือครับ”

ชายหนุ่มย้อนถามมา อมยิ้ม นัยน์ตาปริบปรอยเจ้าชู้ เด็กสาวคลี่ยิ้มหวานระรื่น

“ถามแค่อยากรู้เท่านั้นเอง ถ้าคุณมินทร์คิดว่าก้าวก่ายเรื่องส่วนตัว ไม่ตอบก็คือไม่ตอบ จบค่ะ”

“เดี๋ยว…อย่าเพิ่งหนีผม” นวมินทร์ยกมือห้าม “ผมมีเพื่อนผู้หญิงน้อย แต่ไม่สนิทถึงขั้นที่เราจะไปไหนด้วยกัน ตอนนี้เจอคนรู้ใจที่บังเอิญเธอไร้อิสรภาพ ผมจะถอยก็ถอยไม่ออก”

“เข้มแข็งค่ะ นึกเสียว่าเราทำได้”

เด็กสาวเลี่ยงไปบริการโต๊ะอื่น และยืนอยู่ห่างพอสมควร สังเกตสังการอบๆ ภาพรวม

รอจนกระทั่งนวมินทร์รับประทานอิ่ม

“ต่อของหวานไหมคะ รายการอยู่ในบอร์ด”

“ผมขอฟักทองแกงบวด”

หล่อนจัดการคล่องแคล่ว รับถ้วยจากพนักงานขายในคอกตู้กระจก ถือมาบริการที่โต๊ะ เขาสบตาวิงวอนในที

“ขออนุญาต หกโมงเย็น ผมจะมารับส่งคุณอุ”

อุมาวสีเหลือบมองท้องฟ้าที่ใสสว่าง หยั่งรู้โดยสัญชาตญาณที่แตกต่างจากชาวโลก

“ฝนน่าจะตก ได้ค่ะ”

เขาคิดว่าหล่อนฟังข่าวจากวิทยุหรือโทรทัศน์ เมื่อถึงช่วงคิดเงิน ดรุณีแน่งน้อยรับแบงก์ ทอนเงินด้วยมือเปล่า แสดงจุดยืนว่าไม่ต้องการทิป

เฉิดโฉมจับตาตลอด สังเกตได้ว่าอุมาวสีคุยกับนวมินทร์นานกว่าโต๊ะอื่นๆ ชายหนุ่มยิ้มแย้มแจ่มใสมาดกรุ้มกริ่มเชิงลึก

“น้องอุ คุณมินทร์พี่ว่าสุดหล่อ จริงไหม”

“จริงค่ะ หล่อพอที่ทำให้สาวน้อยสาวใหญ่คลั่งไคล้ใหลหลง”

หล่อนสะดุดความรู้สึกกึก ขนตากะพริบพราว วาจาอุมาวสีคล้ายจะกระทบกระเทียบกลายๆ

“เขาคุยอะไรกับเธอเป็นคุ้งเป็นแควเชียว”

ฝ่ายตรงข้ามใคร่ครวญ เฉิดโฉมทำตัวเหมือนสายสืบของพิณทิพย์ ดีแล้วอยากให้รายงานฟ้อง

ต่างคนต่างเล่นเกม ใครจะป่วนกว่าผู้นั้นจะรู้เอง

“สัพเพเหระค่ะ คุณมินทร์อาสามารับส่งเย็นนี้ อุตกลง”

เจ้าของกิจการหวั่นไหวในส่วนลึก อดไม่ได้ที่จะอิจฉาตาร้อนเจือจาง เด็กเสิร์ฟเบอร์หนึ่งเสน่ห์แรงเกินพิกัด ผู้ชายพายเรือรุมกันจีบ สมัยก่อนบรรดาชายหนุ่มเคยแทะเล็มหล่อน เดี๋ยวนี้ว่างเว้นตลอด อุมาวสีแซงโค้งนำหน้าโลด

“ยินดีด้วยจ้ะ คนสวยอย่างน้องอุ ใครๆ ก็ชอบ”

“แต่หัวใจอุปิดรับสมัคร”

“ถึงเธอจะเปิด คนอื่นจะไม่รู้ นอกจากตัวเอง”

O         O         O         O

ฟ้ามืดครึ้มตั้งแต่เย็น ครั้นแล้วฝนก็เริ่มพร่างพรายเปาะแปะ และหนาเม็ดขึ้นเรื่อยๆ ได้เวลาสวนอาหารปิด

อุมาวสีออกทางประตูด้านหลัง ใช้กระดาษแข็งบังศีรษะวิ่งเหยาะๆ นวมินทร์ที่จอดรถเก๋งรอริมซอยเปิดประตูต้อนรับ หล่อนนั่งเคียงคู่ พับกระดาษใส่กระเป๋าสะพาย ตั้งใจจะเอาไปทิ้งถังขยะเทศบาล คาดเข็มขัดนิรภัย

ยานพาหนะเคลื่อนช้า และเร่งความเร็วระดับหนึ่ง

“ส่งคุณอุที่ไหนครับ”

“ป้ายรถเมล์ปากซอยที่เดิมค่ะ”

“ร่มอยู่ในช่องหน้าปัด ผมขอมอบให้คุณอุรอบสอง ไม่ต้องส่งคืน”

เด็กสาวคลี่ยิ้ม เรื่องร่มเป็นปัญหามาราธอน นึกว่าจบแต่ยังไม่จบ นิ่งสำรวมมือจับแหวนเงินในนิ้ว

“ที่ซอยบ้านอุฝนไม่ตกค่ะ”

“แน่ใจหรือครับ”

“ยิ่งกว่าแน่ใจ”

เสมือนพนันในตัว นวมินทร์ยิ้มกรุ้มกริ่ม อยากให้การคาดคะเนพลาด อุมาวสีเปลี่ยนเรื่องตามแผน

“ใครคนหนึ่งแอบชมคุณมินทร์ว่าสุดหล่อ”

“บอกได้ไหมครับ”

“ได้ค่ะ แต่ต้องสัญญากับอุก่อน ว่าจะเก็บเป็นความลับสุดยอด”

“ผมให้สัญญา”

“พี่เฉิดโฉม”

ชายหนุ่มนิ่งอึ้ง ภาพสาวใหญ่ปรากฏทางมโนทวาร อายุมากกว่าเขาประมาณหนึ่งรอบ สวย มีเสน่ห์แบบสาววัยใกล้สี่สิบ หล่อนไม่เคยอยู่ในสายตาของเขา

“วันหลังเชิญเธอมานั่งร่วมโต๊ะสิคะ”

“อย่าเลย ผมไม่อาจเอื้อม”

ฝนซาเม็ดลง หยุดตก ท้องฟ้าโล่ง นวมินทร์หยุดรถเก๋งหน้าศาลาป้ายรถเมล์

อุมาวสีพนมมือไหว้ขอบคุณ ก้าวลงจากรถ ผลักประตูปิดกึก ล้วงแผ่นกระดาษแข็งออกจากกระเป๋า เตรียมหาที่ทิ้ง

“เราเจอกันอีกแล้ว คุณผู้หญิง นี่แหละเขาว่าโลกกลม ฮ่ะ-ฮ่ะ”

เจ้าจำรูญนั่นเอง ฉีกยิ้มทะเล้น

คนที่เพิ่งมาถึงมองมันตาวาวเขม็งนิ่ง กระแสคมกริบปานจะเจาะลึกถึงสมอง จิตตกภวังค์เผลอไผล ลืมสภาพแวดล้อมชั่วคราว ก้ำกึ่งอาการยืนหลับ

“เอ้า ช่วยเอาไปทิ้งถังขยะ”

ยัดเยียดกระดาษใส่มือทรชนหนุ่ม คำสั่งก้องกังวานสะท้อนทรงอิทธิพลยิ่ง ทำให้มันกำสิ่งที่ถือแน่น

เพียงนาทีเดียว สติสัมปชัญญะก็กลับคืน มนุษย์วายร้ายสะดุ้งโหยง เหลียวซ้ายมองขวาล่อกแล่ก

ปราศจากร่างงามระหง คุณผู้หญิงอันตรธานเร้นลับ หากเปรียบกับการวิ่งคงจะเร็วยิ่งกว่าจรวด

สิ่งที่ยืนยันว่ามิใช่ความฝันคือ แผ่นกระดาษในมือ เจ้าจำรูญยัดลงถังขยะเทศบาล

“อะไรกันวะ กูไม่เชื่อว่ากูประสาท”

ช่วงเวลาเดียวกันนี้ อุมาวสีเดินทอดน่องเข้าผ่านเข้าประตูรั้ว เลียบไปทางทางเท้า

พิณทิพย์เดินวนแกว่งแขนแกว่งขารอบสนามเชิงออกกำลังกายในตัว ทักทายน้องสะใภ้ข้าวนอกนาพอเป็นพิธี

“ซ้อนท้ายมอเตอร์ไซค์หรือจ๊ะ”

“เปล่าค่ะ พี่แนท”

หล่อนทอดสายตาตามหลังเด็กสาว ความเกลียดชังท่วมท้น ตั้งข้อหาอุกฉกรรจ์ว่าใช้เสน่ห์มารยาผูกมัดพิชญ์จนดิ้นไม่หลุด

ได้รับโทรศัพท์รายงานจากเฉิดโฉม อุมาวสีคุยอ้อยอิ่งกับนวมินทร์ ทำท่าเหมือนจะชื่นชอบหนุ่มหล่อ ยอมให้เขาขับรถไปส่ง

ใช่…ลอเยกำลังจะก้าวไปสู่เส้นทางของการคบชู้ตามแผน

เชอะ…ไหนว่าเข้มแข็งนัก ผลสุดท้ายก็เข้าทำนอง น้ำหยดลงหินทุกวัน หินมันยังกร่อน

ภายในตึกขาว ภาพที่แลเห็นไหวๆ ดูเหมือนอุมาวสีจะใช้โทรศัพท์

สาวสวยย่องเงียบกริบก้มหลัง แอบฟังใต้หน้าต่างข้างตึก

น้องสะใภ้รู้โดยสัญชาตญาณ แกล้งคุยดังให้ศัตรูลับจับความถนัด

“พี่โหน่งซื้อร่มสักคันมาฝากอุ อย่าเลือกสีแปร๊ดนะคะ ชนิดย่อส่วนได้ อุจะเก็บใส่ในกระเป๋าถือกันแดดกันฝน อุ๊ย! ทำไมทำเสียงจุ๊บ พี่โหน่งก็จูบอุทุกคืนอยู่แล้ว”

พิณทิพย์เดือดปุดๆ ลอเยออเซาะประจบผัว ทั้งที่กำลังเริ่มสนใจผู้ชายอื่น เวรกรรมของโหน่ง



Don`t copy text!