อุมาวสี บทที่ 18 : ประธานแอ๊บแบ๊ว

อุมาวสี บทที่ 18 : ประธานแอ๊บแบ๊ว

โดย : ตรี อภิรุม

อุมาวสี ภาคต่อของ “หิมพาลัย” โดย ตรี อภิรุม เรื่องราวชีวิตหลังงานแต่งงานของพิชญ์และอุมาวสีในโลกที่แตกต่างจากโลกลับแลจะเป็นอย่างไร ความรักที่พิชญ์มีให้เธอ จะเพียงพอที่จะช่วยหล่อเลี้ยงจิตใจของหญิงสาวผู้แสนดีคนนี้ได้หรือไม่ ‘อุมาวสี’ นวนิยายออนไลน์ที่พาชาวอ่านเอาเดินทางไปกับจินตนาการที่สวยงามและความรักที่มีอยู่จริง

กุลณัฐไปเยี่ยมเพื่อนที่โรงแรมห้าดาว ด้วยตำแหน่งพีอาร์ พิณทิพย์ใช้ภาษาอังกฤษคล่องแคล่ว จัดว่าเป็นภาษาที่สองของหล่อน

“โทรศัพท์เคลื่อนที่กุลซื้อมาจากร้านเครือข่ายของพี่โหน่ง ชักจะรวนแล้วค่ะ”

“รวนยังไงคะ”

“ไอคอนอินเทอร์เน็ตที่ดาวน์โหลดไว้ ใช้งานสะดวกได้ไม่กี่วัน จู่ๆ มันก็ค้างกดไม่ผ่าน”

“ไหนดูซิ”

เจ้าตัวหยิบสมาร์ตโฟนจากกระเป๋าถือ จัดแจงสาธิต เพื่อนสาวประจักษ์ว่าเพจแรกที่จะลัดไปสู่ไอคอนค้างเติ่ง พลางอธิบายประกอบ

“เฉพาะโทรเข้า-โทรออก ดาวน์โหลดอะไรต่อมิอะไรหมดปัญหา”

“สุดความสามารถของพี่จริงๆ” พิณทิพย์ยิ้มจ๋อย “กุลต้องไปขอคำแนะนำจากโหน่ง”

สาวทรงงามทำหน้าคล้ายกินยาขม ยังจำได้แม่นยำ คราวที่ไปติดต่อพิชญ์ซื้อโทรศัพท์มือถือ บรรยากาศแบบเพื่อน ไม่มีเค้าว่าถ่านไฟเก่ายังคุกรุ่น

ใช่…อุมาวสียึดครองเต็มสี่ห้องหัวใจของเขา ปราศจากช่องว่างสำหรับผู้หญิงอื่น

แม้คุณนายนุชนารถ พีรวรรณ พิณทิพย์จะสนับสนุนหล่อนอยู่เบื้องหลัง ก็ยากจะประสบความสำเร็จ เมื่อคนกลางคือพิชญ์ผูกพันปฏิพัทธ์อุมาวสี แถมยังได้คะแนนสงสารจากนางมณีวงศ์

“กุลไม่อยากไปพบสักเท่าไหร่ค่ะ พี่โหน่งให้การต้อนรับไม่เหมือนเดิม คล้ายจะกลัวแฟนหึง”

“เราซื้อมาจากโหน่งนี่คะ มันจำเป็นไม่ได้เสแสร้ง พี่แนทคิดว่าโหน่งต้องให้ความช่วยเหลือเต็มที่ ไม่เชื่อลองโทรไปเกริ่น”

เพื่อนสาวรุ่นน้องปฏิบัติตามคำแนะนำ แว่วสัญญาณสายติด และคอลลิ่งเมโลดี้เพลงสากลฮิต

“สวัสดีครับ”

เสียงห้าวทุ้มเสนาะโสตของพิชญ์ พร้อมทั้งกระแสอื่นรบกวนค่อนข้างจะจ้อกแจ้ก

“พี่โหน่งอยู่ที่ไหนคะ”

“วันหยุดของผม พาคุณยายเที่ยวห้างไฮโซครับ”

ผู้ฟังสะดุดหูวูบ ชายหนุ่มตอบไม่หมดเปลือก น่าจะมีแฟนสาววัยรุ่นเคียงคู่

ความอิจฉาน้อยอกน้อยใจประดัง ตนมาก่อน แต่กลับพลาด เด็กเมื่อวานซืนมาทีหลังคว้าเอาพิชญ์ไปครองสบายใจเฉิบ อาศัยความเลอโฉม อ่อนเยาว์ และแอ๊บแบ๊ว

“โทรศัพท์มือถือที่ซื้อมาจากร้านเครือข่ายของพี่โหน่ง ชักจะไม่เวิร์กแล้วค่ะ”

“มันเป็นยังไงครับ”

“เรื่องมันซับซ้อน เอายังงี้เถอะค่ะ พรุ่งนี้กลางวัน กุลจะไปพบพี่โหน่งที่ร้านในห้าง”

สัญญาณสายว่าง พิชญ์เหน็บโทรศัพท์มือถือที่เอวตามเดิม นางมณีวงศ์ที่เกาะแขนหลานสะใภ้ถามมา

“ใครโทรมาจ๊ะ”

“กุลครับ มือถือของเขาขัดข้อง”

“ใช้ไม่ทะนุถนอมละมั้ง ทียายสะดวกทั้งปีทั้งชาติ สัญญาณชัดเจนด้วย”

หลานชายเก็บซ่อนอาการขบขัน บุพการีเข้าใจคลาดเคลื่อนความจริง ท่านใช้เครื่องมือสื่อสารเบื้องต้นราคาถูก ดูเหมือนว่าจะไม่เคยส่งข้อความเสียด้วยซ้ำ นอกจากรับสายหรือโทร.ออก

“มือถือแตกต่างกับของคุณยายครับ ของกุลลูกเล่นเยอะแยะ เข้าอินเทอร์เน็ตได้ด้วย”

“อ้อ อย่างนั้นหรอกรึ”

สุภาพสตรีสูงอายุพยักหน้าเนิบ ไม่ยึดอัตตา ว่าความคิดของตนเองเป็นศูนย์กลางของความถูกต้อง

“ยายเบื่อมันเหมือนกันแหละ บางทีอาทิตย์นึง โทรเข้าโทรออกไม่กี่ครั้ง มีก็เหมือนไม่มี สู้โทรศัพท์บ้านไม่ได้ จับเต็มไม้เต็มมือ”

“พรุ่งนี้กุลจะนำเครื่องไปปรึกษาผมที่ร้าน”

อุมาวสีได้ยินสองยายหลานสนทนากันโดยตลอด โดยมารยาทไม่สอดแทรก หรือแสดงความคิดเห็นใดๆ เสริม สงบเสงี่ยมเจียมตัว

อาศัยทักษะความฉลาด รู้ว่ากุลณัฐแฝงนัยฟื้นฟูถ่านไฟเก่า พิชญ์ผ่านการทดสอบเยอะแยะแล้วที่หิมพาลัยนคร จิตใจของเขามั่นคงหนักแน่น จะไม่สยบให้กับเสน่ห์แรงร้อนของกุลณัฐ

“สร้อยข้อมือพลอยแดงที่อุสวม สวยมากจ้ะ”

นางมณีวงศ์ชมเปาะ อุมาวสีคลี่ยิ้มหวานละมุนเชิงยอมรับ หากในใจปลง สมมุติว่ามันไปอยู่ที่หิมพาลัย จะมีค่าเท่ากับก้อนกรวด

สองหนุ่มสาวเคลื่อนไหวช้าตามบุพการี ท่านเหลียวสำรวจร้านรวง บูธสินค้าระหว่างโถงทางเดิน ไม่ค่อยชอบบรรยากาศไฮโซ บริโภคนิยม เห่อเหิมวัตถุเสียจนลืมคุณค่าทางจิตใจอันเป็นนามธรรม

“ถ้าคุณยายเมื่อย ผมจะขอยืมเก้าอี้รถเข็นของทางห้างครับ”

“ไม่เมื่อยจ้ะ โหน่ง เดินระยะทางไกลเสียบ้างก็ดี ออกกำลังกายในตัว”

นวมินทร์เดินในกลุ่มเพื่อนชาย ร่างสูงโปร่งสุดหล่อเป็นจุดเด่น

อุมาวสีเหลือบพบ แต่แสร้งเมินมองไปทางอื่น ด้วยสถานการณ์เช่นนี้ไม่ทักทายกันดีที่สุด

ชั่วอึดใจเดียว นวมินทร์ก็เหลือบเห็นดรุณีแรกรุ่นร่างงามระหง ใช่…แอบรักคนมีเจ้าของ เหมือนสุนัขเห็นข้าวเปลือก

เจ็บปวดที่หักห้ามใจตนเองไม่สำเร็จ หากปราศจากศีลธรรม เขาคงจะหาทางฉุดช่วงชิง เป็นข่าวพาดหัวหนังสือพิมพ์แทบทุกฉบับ

O         O         O         O

กุลณัฐไปพบปะพิชญ์ตามนัดที่ร้านเครือข่ายโทรศัพท์ ปรึกษาหารือ สาธิตตำแหน่งที่ขัดข้องของสมาร์ตโฟน

“ต้องส่งไปซ่อมที่ศูนย์แล้วละครับ หากฝากเครื่องไว้ที่ผมมันจะนานหน่อย”

พร้อมกันนั้น เขาแจ้งหมายเลขโทรศัพท์ของศูนย์มือถือแบรนด์ดัง สาวสวยบันทึกไว้ในเครื่องมือสื่อสาร

ชวนไปรับประทานอาหารที่ฟูดเซ็นเตอร์ ออกตัวว่าไม่อาจไปไกลกว่านี้ เพราะห่วงงานที่รับผิดชอบ กุลณัฐยอมลดเกรดของตัวเอง ชายหนุ่มดูแลทุกขั้นตอนตั้งแต่ซื้อบัตรรูดสั่งอาหาร จนกระทั่งช่วยยกมาตั้งโต๊ะ ท่ามกลางเสียงดนตรี เครื่องเล่นเกม และความสับสนชุลมุนรอบข้าง

ต่างคนต่างบริโภค คุยกันเรื่องพื้นๆ สลับฉาก ไม่เท้าความหลังที่สมัยหนึ่งเคยเทียบขั้นแฟน

“พี่โหน่งปิดกั้นตัวเองหรือเปล่าคะ”

“ผมไม่เข้าใจความหมายครับ”

หล่อนคลี่ยิ้มหวานระรื่น นัยน์ตาคมวาวยั่วเย้าท้าทายในที

“หมายความว่าจะคบหาสมาคมกุลแบบเพื่อนรุ่นน้อง หรือว่าจะไม่คบ”

เอากับแม่ซิ กุลณัฐน่าจะเข้าใจว่าเขามิใช่ชายโสด ความสัมพันธ์แบบเดิมก็ควรจะจบสิ้นไปโดยปริยาย

สงสัยว่าหล่อนอยากให้เขาเป็นหนุ่มโสดเฉพาะกิจหรือคาสโนว่า โดยมารยาทเขาไม่ควรปฏิเสธสิ้นเชิง

“เหมือนเดิมครับ แตกต่างนิดหน่อยตรงที่ผมไม่อาจเที่ยวตะลอนๆ หามรุ่งหามค่ำ”

“น้องอุเธอหวงห้าม”

“เปล่าเลย หน้าที่สุภาพบุรุษ ความรับผิดชอบในครอบครัวต่างหาก”

กุลณัฐนิ่งไปด้วยรอยยิ้มละไม ทำเป็นเงี่ยหูฟังเพลงจากวงดนตรีสมัครเล่นบนเวทีแคบ

“สมมุติว่ากุลเจอภาพยนตร์โปรแกรมสนุก จะชวนพี่โหน่งไปเป็นเพื่อนชมได้ไหมคะ”

นึกแล้วเชียว ว่าการมาของหล่อนครั้งนี้จะแฝงวัตถุประสงค์บางอย่าง ไม่เคยรู้ว่าอะไรควรไม่ควร พยายามจะยัดเยียดให้เขาเป็นคาสโนว่า

“ถ้าผมมีเวลาว่างพอ เราไปกันเป็นหมู่คณะ โอเค สองต่อสองคงจะไม่เหมาะ เกรงข้อครหานินทาครับ”

เจ็บช้ำในส่วนลึก พิชญ์ไม่อินังขังขอบกับอดีต ผู้ชายเป็นเช่นนี้เองลืมง่าย

แต่หล่อนลืมไม่ลง ยังถวิลหาอาลัยอาวรณ์รักแรก อุมาวสีเป็นขวากหนามสำคัญ

ตั้งปณิธานว่า หากโอกาสอำนวย หล่อนก็พร้อมจะเป็นมือที่สาม

ช่วงเวลาเดียวกันนี้ สวนอาหารอิ่มเอม อุมาวสีเสิร์ฟอาหารนวมินทร์ด้วยอาการนอบน้อม ร่าเริงน่ารัก ไม่ปริปากสักคำว่าเจอเขาที่ห้างไฮโซ

นวมินทร์ก็เช่นกัน ไม่ยอมเอ่ยถึงเหตุการณ์ที่เขาสะเทือนอารมณ์

เฉิดโฉมในคอกแคชเชียร์จับตาสังเกต คาดว่าทั้งสองคงจะนัดแนะอย่างใดอย่างหนึ่ง เคยนั่งรถเก๋งเคียงคู่หนุ่มสุดหล่อหนก่อน ยังติดอกติดใจไม่หาย

เมื่อได้โอกาสก็กระซิบถามเด็กเสิร์ฟคนสวย

“คุณมินทร์นัดแนะน้องอุว่าจะมารับส่งตอนเย็นใช่ไหมจ๊ะ”

“เปล่าค่ะ”

“งั้นสักครู่ก็คงจะนัด”

ทำไมจะไม่ทราบว่าเฉิดโฉมตัวสั่นอยากจะจับคู่นวมินทร์ อาศัยตนเป็นแนวทางหรือแม่สื่อ อุมาวสียิ้มแฝงอาการสมเพช

“อุคิดว่าคงจะไม่ค่ะ”

“อ้าว! ทำไมคิดยังงั้น”

“เขาอาจจะเดาออกว่า อุไม่มีอิสรภาพ ทุ่มเทไปก็เท่านั้นเอง ผลลัพธ์คือความว่างเปล่า”

สาวใหญ่เจ้าเสน่ห์จ้องลึกลงไปในดวงตาของเด็กสาว คล้ายจะค้นหาความจริงที่ซ่อนเร้น อารมณ์ชักจะเริ่มหงุดหงิด

“หมายความว่าเธอเคยเกริ่นให้เขาตีความ”

“ไม่เคย เพียงแต่อุไม่สนใจเขาเชิงปฏิพัทธ์ เจียมเนื้อเจียมตัว ว่าเรามาจากดินต่ำต้อยค่ะ พี่โฉมก็คุ้นเคยกับคุณมินทร์ น่าจะลงไปคุยกับเขา”

หล่อนขบริมฝีปากไตร่ตรอง คำแนะนำของอุมาวสีไม่เลวนัก เชื่อว่าตนเองมีศักยภาพ หลักฐานมั่นคง พร้อมทั้งความสวยเหนือกว่าเด็กเสิร์ฟลูกจ้าง จัดแจงลุกจากคอกเคาน์เตอร์

“ขออนุญาตนั่งเป็นเพื่อนนะคะ”

นวมินทร์แปลกใจเล็กน้อย สาวใหญ่ทอดตัวสนิทสนม เห็นจะเป็นเพราะหนก่อนเคยนั่งรถเก๋งเคียงคู่นั่นเอง

“เชิญครับ”

“ได้ข่าวว่าคุณมินทร์ไม่มารับน้องอุตอนเย็น”

“เธอปรารภกับพี่โฉมหรือครับ”

“ก็ไม่เชิง พี่ถามน้องอุจึงทราบความจริง”

ชายหนุ่มวางช้อนที่กำลังตักข้าวผัด สาเหตุเกิดจากความสะเทือนใจที่เห็นอุมาวสีเคียงคู่พิชญ์ในห้างไฮโซ เจ็บใจตนเองที่หลงรักคนมีเจ้าของ เลยประชดก้าวถอยหลังหนึ่งก้าว ก่อนที่จะรุกรอบใหม่

ทั้งนี้เพราะไม่สามารถจะตัดขาดอุมาวสีโดยสิ้นเชิง

“ผมเกรงว่าจะวุ่นวายสร้างความรำคาญใจให้น้องอุ”

“แหม เธอไม่คิดยังงั้นหรอก” กรอกยิ้มเล่นหูเล่นตาเชิงยั่วสวาท “หรือคุณมินทร์ไม่ชอบให้พี่โฉมอยู่ด้วย อยากอยู่กับน้องอุสองต่อสอง จะคุยอะไรกันก็สะดวก”

จี้ใจดำชะงัด อันที่จริงเฉิดโฉมน่าจะรู้ตั้งนานแล้วว่าตนเองเป็นส่วนเกิน เหมือนจานรอง ได้ประโยชน์นิดหน่อยแค่ไว้ตั้งแก้วเท่านั้นเอง

“พี่ว่าคนเรา ถ้ามัวแต่เกรงใจกันเกินขอบเขต ความสัมพันธ์ไม่คืบหน้าค่ะ”

“อยากจะให้ผมมารับตอนเย็นหรือครับ”

เล่นเอาผู้ฟังนิ่งอึ้งชั่วเสี้ยวนาที ยิ้มหวานแฉล้ม เสื้อคอกว้างรัดทรวงเคร่งครัด

“ขึ้นอยู่กับความพร้อมของคุณมินทร์ต่างหาก ถ้าคุณอนุเคราะห์ เราก็ยินดีรับค่ะ”

เราตามความหมายคือ เฉิดโฉมกับอุมาวสี ผนวกตัวเองเข้าไปเบ็ดเสร็จ นวมินทร์ผ่อนลมหายใจยาวเหยียด หากรับย่อมหมายถึงว่าบวกเรือพ่วง

“ตกลงครับ”

“ขอบคุณค่ะ”

หล่อนกระตุ้งกระติ้งค่อนไปทางแอ๊บแบ๊ว นวยนาดกลับไปนั่งประจำตำแหน่งแคชเชียร์ เชิดทางทำจิ้มลิ้มพริ้มเพรา แลดูขัดกับลำคอที่อวบ

O         O         O         O

ภาคเย็น ใกล้เวลาสวนอาหารปิด ธวัชมาอุดหนุนตามลำพัง สั่งอาหารที่ปรุงใหม่สดจากโรงครัว ไม่วายจีบแทะเล็มอุมาวสีตามความเคยชิน

“พลบค่ำวันนี้ ผมขอรับอาสาไปส่งน้องอุ”

เอากับพ่อซิ เขาคงจะนึกไม่ถึงว่าคั่วซ้อน เด็กสาวชักอยากจะให้เฉิดโฉมนั่งรถเก๋งสลับบ้าง ถือว่าเป็นเกมสนุก ไหนๆ ก็หนีไม่พ้นผู้ชายตามจีบตามตื๊อ

“อุขอปรึกษาพี่โฉมก่อนค่ะ”

“เรื่องขี้ผง ตัดสินใจเองไม่ได้หรือครับ”

“อุเป็นลูกจ้าง ถึงยังไงก็ต้องอยู่ในความคุ้มครองดูแลของพี่โฉม”

ชายหนุ่มพยักหน้าหงึก อนุโลม เฉิดโฉมจับสังเกตอยู่แล้ว ในที่สุดก็เป็นไปตามการคาดคะเน อุมาวสีเล่าความ พร้อมทั้งต่อท้ายแสดงความคิดเห็นเชิงประชดกลายๆ

“สลับขั้วกันไหมคะ พรุ่งนี้ให้คุณธวัชขับรถไปส่งบ้าง พี่โฉมร่วมทางด้วยทำหน้าที่ประธาน”

ซ่อนยิ้มขบขันสุดเหวี่ยง ความหมายแท้จริงของประธานคือ เจ้าแม่แอ๊บแบ๊ว ผู้ประกอบการสวนอาหารลูบข้างแก้มขวยเขิน

“ประธานมันมากเกินไปจ้ะ เอาแค่เป็นเพื่อนน้องอุ กันข้อครหาก็พอ”

ดรุณีโฉมไฉไลกลับไปแจ้งข่าวแก่ธวัช เขานิ่งอึ้งยิ้มจืดชืด หวังได้หนึ่งกับกลายเป็นสอง แถมยังต้องย้อนมาส่งเฉิดโฉมที่สวนอาหารอิ่มเอม

เอาวะ ตกกระไดพลอยโจน ดีกว่าพลาดตลอด

“ได้เลยครับ”

เวลาผ่านไปจนกระทั่งหกโมงเย็น

บัดนี้ เฉิดโฉมนั่งชูคออวบปั้นจิ้มปั้นเจ๋อเคียงคู่นวมินทร์ในยานพาหนะคันหรู แสดงประหนึ่งว่าเป็นแฟนของหนุ่มต่างรุ่น ทำนองโคแก่เคี้ยวหญ้าอ่อน อุมาวสีต่างหากที่เป็นส่วนเกิน

“ส่งอุที่ป้ายรถเมล์ก็พอค่ะ”

“ไม่เสียเวลาผมหรอกครับ”

นวมินทร์พูดมาจากหลังพวงมาลัยที่เขากำลังขับเคลื่อนด้วยความเร็วสูง เฉิดโฉมขัดจังหวะขึ้นหวานพลิ้ว

“เกรงใจคุณมินทร์ค่ะ เธอเป็นยังงี้แหละ รู้อะไรควรไม่ควร นิสัยน่ารัก”

ชายหนุ่มรู้ว่าคำตอบนั้นคลาดเคลื่อนความจริง อุมาวสีซ่อนแฟนหนุ่มไว้ทั้งคน ไม่อยากให้เขารู้ว่ามีผู้ชายอื่นติดพันปฏิพัทธ์ ป้องกันการหึงหวง

“คุณมินทร์สนใจภาพยนตร์ ละครเวทีบ้างหรือเปล่าคะ”

สาวใหญ่เจ้าเสน่ห์จีบปาก เบิกตาโตแป๋วกะพริบวับๆ ใช่…กรุยทางไว้สำหรับตนเอง นวมินทร์ตอบเป็นกลาง

“สนครับ แต่ขึ้นอยู่กับเนื้อหา ผู้แสดง ผู้อำนวยการสร้าง เรื่องที่ประเมินไว้ว่าแย่สุดๆ ก็จะไม่ไปชม”

“แนวคอมเมดี้ล่ะคะ”

“ประเภทสองแง่สองง่าม แฝงหยาบโลน วนเวียนอยู่แถวอวัยวะใต้สะดือ” เขาแจกแจงชัดเจน “ผมจะละเว้น เพราะไม่ประเทืองปัญญา หรือแม้แต่ความสนุกสนานบันเทิงก็ไม่บังเกิด”

อุมาวสีสดับตรับฟัง นวมินทร์มีสมอง จัดว่าปัญญาชน เหตุไฉนหลงรักผู้หญิงที่ไม่โสด หักห้ามใจไม่ได้เชียวหรือ สงสัยว่าเขาจะรอจนกว่าหล่อนจะหย่าขาดจากพิชญ์

หล่อนมาจากหิมพาลัยนคร ยึดถือหลักธรรมแบบคฤหัสถ์ เชื่อชาติภพวิบากกรรม ค่อนข้างจะแน่นอน ในอดีตชาติหล่อนเคยเจอะเจอกับนวมินทร์มาแล้ว เพียงแต่กุศลที่ทำร่วมกันยังไม่สมบูรณ์ พิชญ์มาแรงกว่าเยอะ

“โปรดจอดแถวๆ นี้ค่ะ”

หนุ่มสุดหล่อทำตามการขอร้อง หยุดเก๋งคันงามที่ป้ายรถเมล์ อุมาวสีเปิดประตูก้าวลงมา กล่าวขอบคุณ พนมมือไหว้ลาเฉิดโฉม นวมินทร์

ชั่วอึดใจ ยานพาหนะอิมพอร์ตก็วิ่งฉลุยหายลับไปในความยาวของท้องถนน

“ฮะแอ้ม!”

เจ้าจำรูญกระแอมเสียงดัง ยิ้มเผล่ ทะลึ่งทะเล้นเต็มพิกัด

“คราวนี้แหละ ผมจะไม่ยอมให้คุณผู้หญิงคลาดแคล้วจากสายตา จะตามไปส่งถึงที่พัก อยากพิสูจน์ว่าคุณเป็นนางฟ้า แม่มด หรือปีศาจ”

เด็กสาวตั้งสติอารมณ์ ไม่หวั่นไหวต่อการประจันหน้าทรชนคู่ปรับ มันได้รับบทเรียนตั้งหลายครั้งไม่รู้หลาบจำ เล็งเห็นลางวิบัติรางๆ ในอนาคต ยากที่มันจะหนีพ้น

“อย่ามายุ่งกับฉันดีกว่า เดี๋ยวเจอดีหรอก”

“หน็อย…ขู่ จ้างให้ก็ไม่กลัว ตอบมาซิ คุณผู้หญิงเป็นใคร”

“หลีกทาง”

“ไม่หลีก!”

เสวนากับไพร่สถุน เสียเวลา…เปล่าประโยชน์ ไม่อยากลงโทษสาหัสสากรรจ์ จะกลายเป็นปาณาติบาต ควรลงโทษแต่พอท้วมๆ เผื่อเจ้าจำรูญจะรู้สำนึก

อุมาวสีประสานตามันแน่วนิ่ง หมุนแหวนเงินในนิ้ว กลั้นลมหายใจสะกดจิต

บัดดล หนุ่มมอเตอร์ไซค์มิจฉาชีพเคลิบเคลิ้ม เสมือนตกอยู่ในภวังค์อันลุ่มลึก สภาพแวดล้อมปัจจุบันหายไปโดยสิ้นเชิง

เจ้าจำรูญกับอุมาวสีอยู่ในสวนหย่อม พรรณไม้ดอกสดสวยสะพรั่ง ตะวันรอนอ่อนแสง สาวน้อยถอยหน้าถอยหลังหลอกล่อ ยิ้มระรื่น ลีลาคล้ายจะยั่วยวนกวนใจหนุ่ม สันดานดิบกำเริบเหลือที่จะระงับ

ทรชนนักข่มขืนปลดทรัพย์ไล่ต้อนเหยื่อ คำรามในใจว่าเสร็จกู เมื่อได้จังหวะเหมาะก็สวมกอด กระแทกจูบซาดิสม์

โป๊ก!

“อูย…ซี้ด!”

ฉากมายาอันตรธานแวบ

เจ้าจำรูญกอดจูบเสาศาลาพักรอรถเมล์ เจ็บแปลบชาดิก ดูเหมือนว่าปากจะเจ่อห้อเลือด

ปราศจากร่างโสภิตของนางงามประจำซอย ล่องหนลึกลับ

“กูไม่อยากเชื่อ เป็นยังงี้ได้ยังไงวะ”

ช่วงเวลาเดียวกันนี้ อุมาวสีผ่านเข้าประตูรั้ว พลบค่ำไฟสนามสว่าง พีรวรรณกำลังจ๊อกกิ้งออกกำลังกายชะงัก เปลี่ยนอิริยาบถ

“เงียบกริบเชียว ใครมาส่งอุจ๊ะ”

น้องสะใภ้หยุดนิ่งประสานมือนอบน้อม ตามปกติหล่อนวิรัติมุสาวาท ทำอย่างไรจึงจะหลีกเลี่ยงการโกหก

“อุเดินเข้าซอยค่ะ”

“ก่อนหน้านั้นล่ะจ๊ะ”

เอากับแม่ซิ ซักไซ้ไล่ต้อน หวังจะให้จนมุม

“มอเตอร์ไซค์รับจ้างดัก แต่อุไม่ยอมซ้อนท้ายค่ะ”

แก้ตัวหลุด โล่งอก อุมาวสีเคลื่อนร่างสู่ตึกขาว



Don`t copy text!