อุมาวสี บทที่ 7 : จุดขาย

อุมาวสี บทที่ 7 : จุดขาย

โดย : ตรี อภิรุม

อุมาวสี ภาคต่อของ “หิมพาลัย” โดย ตรี อภิรุม เรื่องราวชีวิตหลังงานแต่งงานของพิชญ์และอุมาวสีในโลกที่แตกต่างจากโลกลับแลจะเป็นอย่างไร ความรักที่พิชญ์มีให้เธอ จะเพียงพอที่จะช่วยหล่อเลี้ยงจิตใจของหญิงสาวผู้แสนดีคนนี้ได้หรือไม่ ‘อุมาวสี’ นวนิยายออนไลน์ที่พาชาวอ่านเอาเดินทางไปกับจินตนาการที่สวยงามและความรักที่มีอยู่จริง
*****************************

กำหนดเลิกงานหนึ่งทุ่ม หากสถานการณ์จริง เวลาล่วงเลยเกือบครึ่งชั่วโมงเนื่องจากลูกค้าโต๊ะสุดท้ายคุยกันอ้อยอิ่งมาราธอน

อุมาวสีอำลาเจ้าของกิจการเดินไปตามทางเท้า เพื่อไปข้ามสะพานลอยที่คล่องถนน นี่เพียงวันแรกที่ปฏิบัติภารกิจ พบเรื่องไม่ชอบมาพากลเยอะมาก ถือว่าเป็นประสบการณ์

ปิ้น-ปิ้น!

เก๋งคันหรูหยุดกึกล้ำหน้านิดเดียว ชายหนุ่มวัยสามสิบเศษเลื่อนกระจกลง ถามเสียงห้าวทุ้ม

“น้องสาวจะไปไหนครับ”

“กลับบ้านค่ะ”

“ขึ้นรถเถอะ ผมจะไปส่ง จำผมได้ไหมลูกค้าเมื่อตอนเย็นไงล่ะ”

ทำไมจะจำไม่ได้เล่า รายนี้จีบแทะเล็ม ชักชวนประกวดนางงาม แค่ดื่มเบียร์แกล้มข้าวแก้วเดียวแสร้งเมาดิบ เขาดีอยู่หน่อยตรงที่ไม่แต๊ะอั๋ง

“ฉันจำได้ค่ะ แต่นั่งรถเมล์ก็สะดวกดี”

“ไม่ไว้ใจผมหรือไง ลูกค้าขาประจำ รับรองว่าผมเป็นสุภาพบุรุษ”

อ่านกระแสความคิดออก ชายหนุ่มดูถูกว่าหล่อนเป็นเด็กบ้านนอกงี่เง่า ตื่นเต้นความร่ำรวยเห่อรถเก๋ง เคลิบเคลิ้มตามวาทศิลป์ สามารถพาไปเชือดได้ตามใจชอบ

ปฏิเสธอย่างสุภาพ อุมาวสีเลี่ยงขึ้นสะพานลอย

ค่ำนั้น เสียเวลาในการเดินทางเป็นชั่วโมง เด็กสาวลงรถเมล์ระยะที่สองตรงปากซอย ไม่มองวินจักรยานยนต์ ก้มหน้าก้มตาสาวเท้าเร่งรีบ

ถนนซอยได้รับแสงไฟสว่างเป็นระยะ พื้นที่ส่วนใหญ่ขมุกขมัว แลเห็นกลุ่มคนเดินอยู่เบื้องหน้าระยะร้อยเมตร

แว่วเสียงมอเตอร์ไซค์วิ่งไล่หลัง ใช้พลังจิตตรวจสอบ

เจ้าจำรูญวายร้ายนั่นเอง ยังไม่สิ้นความพยายาม ตามมาตื๊อให้ใช้บริการ

มันถือคติว่าดักลอบต้องหมั่นกู้ สักวันหนึ่งปลาจะติด

อุมาวสีกลั้นลมหายใจ หมุนแหวนเงินในนิ้ว

ชั่วพริบตา มอเตอร์ไซค์ชะลอความเร็วโดยอัตโนมัติ เกิดอาการกระตุกสำลักเครื่องยนต์ดับ เจ้าจำรูญบ่นพึม

“ซวยฉิบ รถมือสองเป็นยังงี้แหละ”

ดรุณีเฉิดโฉมใช้วิชาตัวเบาย่นระยะทาง ชั่วอึดใจเดียวก็ปรากฏกายที่หน้าประตูรั้วของคฤหาสน์

ปี๊บ-ปี๊บ!

หยิบโทรศัพท์มือถือออกจากกระเป๋าสะพาย แสดงนามพิชญ์ที่หน้าจอ หล่อนกดปุ่มยกเครื่องมือสื่อสาร ขณะที่คนสวนเปิดประตูด้านข้างหูช้างกริ๊ก

“พี่โหน่งเลิกงานหรือยังคะ”

“ยังเลย เพื่อนร่วมงานบอกว่า ถ้ามีธุระจำเป็นก็กลับก่อนได้ แต่พี่ไม่ชอบเอารัดเอาเปรียบเขา น้องอุล่ะครับ”

“กำลังเดินเลียบข้างสนามไปสู่ตึกขาวค่ะ”

“งานเสิร์ฟอาหารเป็นยังไงบ้าง”

ความจริงไม่เหมาะสมสำหรับบางสถานการณ์ อุมาวสีหลีกเลี่ยง

“ยุ่งยากพอสมควร หลายรส อุปรับตัวปรับใจสักชั่วระยะหนึ่ง คงจะคุ้นชิน”

ต่อข้อถามเกี่ยวกับการรับประทานอาหาร ภรรยาสาวตอบว่าเฉิดโฉมอนุญาตให้ตักเองตามใจชอบ พิชญ์เล่าว่าเขาจัดการเรียบร้อยแล้วที่ฟูดเซ็นเตอร์ ต่อไปนี้เราจะมีเวลาร่วมโต๊ะอาหารเช้ามื้อเดียว…

ที่บนคฤหาสน์ พีรวรรณนินทาซุบซิบกับคุณนายนุชนารถ

“ลอเยเดินคุยมือถือค่ะ เดี๋ยวนี้ชักจะคล่องตัว”

“แม่เข้าใจว่าคุยกับโหน่งน่ะแหละ” มารดาคาดคะเนแฝงแผนลึก “แต่สักวันหนึ่ง อาจจะไม่ใช่โหน่ง”

“แนนจะไปถามลอเยเกี่ยวกับงานเสิร์ฟ”

“อย่าจ้ะ” สุภาพสตรีเจ้ายศทักท้วง “แม่นั่นจะหาว่าเราจุ้นจ้านวุ่นวายเกินควรปล่อยให้หล่อนมีความเป็นอิสระบ้าง เราอยากรู้เรื่องโทรคุยกับเฉิดโฉมก็น่าจะได้รายละเอียดครบถ้วน”

พีรวรรณเชื่อฟังมารดา ถึงอย่างไรก็เป็นความภูมิใจระดับหนึ่ง เมื่ออุมาวสีทำงานนอกบ้าน โอกาสประจบประแจงนางมณีวงศ์จะน้อยลง

ยิ่งกว่านั้นการเป็นพนักงานเสิร์ฟ ย่อมสัมพันธ์กับลูกค้าหนุ่มๆ ที่คอยจีบแทะเล็ม ไม่ช้าหรอก อุมาวสีจะใจแตกเข้าป่าเข้ารก นั่นเป็นความหวังสูงสุด

ณ เครื่องโทรศัพท์บ้าน พีรวรรณโทร.ถึงเฉิดโฉมถามเกี่ยวกับการทำงานวันแรกของน้องสะใภ้ ได้รับแจ้งว่า

“คล่องแคล่วกระฉับกระเฉงค่ะ ผิดพลาดน้อยที่สุด หนุ่มจีบแกเยอะแยะ อุไม่เล่นด้วย ยึดมั่นโหน่ง”

O         O         O         O

ร่วมโต๊ะอาหารเช้ากับพิชญ์ บรรยากาศแห่งความรักความอบอุ่นดูเหมือนจะกระจายทั่ว

“พี่โฉมให้น้องอุหยุดวันอะไรรึ”

“วันจันทร์ค่ะ”

“เพื่อนร่วมงานให้พี่เลือกหยุดหนึ่งวันในรอบสัปดาห์ เอาเป็นว่าจะเลือกวันจันทร์” ชายหนุ่มคุย “เอาเวลามาอยู่ใกล้ชิดกับอุ”

อุมาวสีคลี่ยิ้มหวานระรื่น การตัดสินใจใช้ชีวิตครองคู่กับชายหนุ่มมิได้ผิดหวังเลยจนนิดเดียว พิชญ์เล่าความว่า ขายโทรศัพท์มือถือได้สองเครื่อง ราคาหมื่นเศษ ผู้จัดการแผนกชมว่าเก่ง พนักงานใหม่บางทีทั้งเดือนขายไม่ได้เลย นอกจากช่วยงานด้านอื่นๆ เช่น แนะนำโพรโมชัน เป็นอาทิ

เขารับปากจะขับรถเก๋งไปส่งภรรยาวัยรุ่นภาคเช้า

บัดนี้ หนุ่มหล่อขับเคลื่อนยานพาหนะคันงาม อุมาวสีนั่งเคียงคู่ สังเกตทิวทัศน์สองฟากทางในตัว ในที่สุดพิชญ์ก็ปรารภขึ้น

“พี่จะให้อุเก็บบัตรเอทีเอ็มไว้ใบหนึ่ง เผื่อว่าต้องการเงินสด จะได้กดออกมาใช้ด่วน”

“อุคิดว่าไม่จำเป็น”

“อ้าว ทำไมล่ะ” สีหน้าของเขาฉายความวิตกกังวล “เมืองไทยไม่ใช่หิมพาลัยนคร ทุกอย่างต้องใช้เงินทั้งสิ้น เงินเป็นปัจจัยแห่งการดำรงชีวิต กรณีฉุกเฉินเกิดขึ้นได้เสมอ”

นึกถึงคำพังเพย เข้าเมืองตาหลิ่ว…ต้องหลิ่วตาตาม อุมาวสียอมอนุโลม พิชญ์สัญญาว่ารอให้ถึงห้องอาหารเสียก่อน จะมอบบัตรเอทีเอ็ม พร้อมทั้งแจ้งรหัส แนะนำวิธีใช้ไม่ยาก

ช่วงเวลาเดียวกันนี้ พิณทิพย์คุยสอบถามข้อมูลจากสาวใหญ่เจ้าเสน่ห์ เฉิดโฉมออกตัว

“อย่าหาว่าพี่จับผิดนะคะ ลายมือน้องอุตัวอักษรโยโย้ สะกดการันต์ผิด เด็กประถมสี่ยังเขียนสวยกว่า คล้ายเพิ่งฝึกเรียนเขียนยังไงยังงั้น”

พิณทิพย์ตื่นเต้นเล็กๆ นี่เป็นข้อมูลใหม่ล่าสุด คาดว่าน้องชายฝึกภรรยาวัยกระเตาะอ่านและเขียน ความชำนาญยังไม่ตกผลึก ขำชะมัด หนุ่มนักเรียนนอกได้ภรรยาไม่รู้หนังสือ

“นั่นแหละ อุพลัดบ้านเมืองมา เมืองที่ไม่อยู่ในแผนที่โลก ดินแดนหลงสำรวจละมั้ง อย่าคิดว่าเธองี่เง่า” ชมเชยแฝงเหยียดหยาม “ฉลาดไหวพริบพราวตัว ไม่เคยเสียทีใคร มีแต่คนอื่นเสียทีเธอ เช่น โหน่ง”

การสนทนาทางโทรศัพท์สิ้นสุด เฉิดโฉมวางกระบอกหูโทรศัพท์

เก๋งคันหรูชะลอหยุดหน้าสวนอาหาร สักประเดี๋ยวอุมาวสีก้าวเท้าลงเหยียบพื้น ขณะที่เก๋งคันนั้นเคลื่อนที่ไปหาทางเลี้ยวกลับ

“ใครมาส่งเธอจ๊ะ”

“พี่โหน่งค่ะ เพราะจะต้องรีบไปเข้างาน สถานที่อยู่ห่างไกลมาก พี่โหน่งฝากใจมาเยี่ยมคารวะพี่โฉม”

สาวใหญ่ผู้สวยพริ้งขบริมฝีปาก ความทรงจำชัดแจ๋ว ครั้งหนึ่งพิชญ์ทำท่าคล้ายจะติดพันหล่อน ครั้นแล้วก็จืดจางไปเอง เห็นจะเป็นเพราะหล่อนอายุมากกว่าพีรวรรณ-พิณทิพย์

เฉิดโฉมไม่อินังขังขอบ คบกันแบบเพื่อนก็ได้ ในชีวิตหล่อนจะไม่รักผู้ชายเต็มร้อย เผื่อใจไว้ครึ่งหนึ่งเสมอ

ด้วยเหตุนี้กระมัง พิชญ์จึงกระดากไม่กล้าสู้หน้าหล่อน

“คุณโหน่งจะมาส่งเธอทุกเช้าเหรอ”

“ค่ะ เขาว่ายังงั้น”

ฝ่ายตรงข้ามไม่สู้จะพอใจนัก แต่ไม่กล้าห้ามปราม อยากให้อุมาวสีเป็นสาวโสด จุดเรียกลูกค้าหนุ่มๆ พิชญ์มาส่งคนอื่นจะจับได้ว่ามีแฟนแล้ว

“อ้อ อีกอย่างนึง ฉันลืมบอกอุ พนักงานตั้งท้องอุ้ยอ้ายไม่เหมาะจะทำงานกับเรา”

อุมาวสีขวยเขิน ผิวแก้มแดงระเรื่อ

“ไม่ท้องค่ะ อุยังไม่พร้อม”

“เธอควรจะเดินทางเอง ไม่ต้องรบกวนคุณโหน่ง ทำให้เขาเสียเวลาขับรถสองขยัก…สองขย่อน” แสร้งหวังดี หากแฝงผลประโยชน์ของตนไว้เต็มเปี่ยม

“ฉันพูดเป็นกลางจ้ะ เหมาะสมหรือไม่เธอคิดเอาเอง”

เด็กสาวเริ่มปฏิบัติงานเคียงบ่าเคียงไหล่เพื่อนพนักงานเสิร์ฟ เช่น ช่วยเช็ดตู้กระจก ยกถาดอาหารมาตั้งโชว์ ฯลฯ

ลูกค้ารายย่อยทยอยมาอุดหนุน มากขึ้นเรื่อยๆ ตามลำดับ เฉิดโฉมทำหน้าที่แคชเชียร์ ดูแลอำนวยความสะดวกระดับสูง

เกือบบ่ายโมง ชายหนุ่มที่เคยชวนอุมาวสีขึ้นรถเก๋งมาพร้อมเพื่อนชายวัยเดียวกัน เจ้าของกิจการสาวต้อนรับขับสู้ พนมมือทำความเคารพ

“เบียร์ไหมคะ คุณธวัช”

“ผมต้องไปทำงานต่อ ไม่ครับ”

สาวใหญ่เจ้าเสน่ห์เรียกอุมาวสี ลูกน้องผู้เลอโฉมกระทำตามระเบียบคือ กระพุ่มมือไหว้อย่างนอบน้อม

ธวัชสั่งของพนักงานเสิร์ฟแฝงอาการกรุ้มกริ่มเจ้าชู้ ไม่ยักเป็นอาหารพิเศษที่แม่ครัวต้องปรุงขึ้นมาใหม่โดยเฉพาะ หากเป็นของที่ปรุงสำเร็จที่วางอยู่ในตู้โชว์ หรือตามหม้อสแตนเลส

เด็กสาวจัดบริการมือเป็นระวิง เมื่อเสร็จเรียบร้อยก็เตรียมตัวจะเลี่ยงออก

“น้องเมื่อวานผมชวนขึ้นรถจะไปส่ง ทำไมปฏิเสธล่ะครับ”

แปลก…เรื่องที่จบ กลับไม่ยอมให้จบ ผู้ชายบางคนลีลากะล่อนแฝงเล่ห์กระเท่ คงจะคิดว่าหล่อนตื่นเต้นความร่ำรวย อุมาวสียิ้มหวานละมุน

“เกรงพี่โฉมจะติเตียนว่ารบกวนลูกค้าค่ะ”

“รับรองว่าไม่ติเตียน น้องก็เห็นนี่นาว่าผมสนิทกับคุณเฉิดโฉมแค่ไหน” ชายหนุ่มยิ้มร่าเริง “เอายังงี้เถอะ เราแลกเปลี่ยนเบอร์มือถือ”

รุกต่อเนื่อง นึกหรือว่าจะไม่รู้ทันลูกไม้ตื้นๆ อุมาวสีหาทางออกอย่างนุ่มนวล

“ระเบียบของที่นี่ ห้ามเด็กเสิร์ฟติดต่อกับลูกค้าส่วนตัวค่ะ ถ้าคุณจะสั่งจองโต๊ะหรืออื่นๆ โทรถึงอุผ่านเข้าเบอร์สวนอาหาร”

สุดท้ายขอตัวไปบริการลูกค้าใหม่ที่เพิ่งจะนั่งโต๊ะ ธวัชจับตามองเด็กสาวช่างสวยน่ารักไปหมดทุกอิริยาบถ หล่อนควรจะเป็นนางงามเฉิดฉายบนแคตวอล์ก มากกว่าพนักงานเสิร์ฟ

โอกาสย่อมเป็นของคนที่เสาะแสวงหา เขาจะไม่สิ้นความพยายาม

ตอนเย็น กุลณัฐกับเพื่อนสาวแวะมาอุดหนุน เฉิดโฉมทักทายปราศรัยเยี่ยงคนคุ้นเคย เมื่อได้โอกาสเหมาะแอบกระซิบถาม

“ไหนคะ แฟนพี่โหน่ง”

“โน่นค่ะ” เฉิดโฉมบุ้ยปาก “เดินออกมาแล้ว เด็กที่คาดผ้ากันเปื้อน”

กุลณัฐตะลึงตื่นเต้น ดรุณีแรกรุ่นสวยพริ้งจากปลายเล็บจดเส้นผม รุ่นน้องหล่อนหลายปี ผู้หญิงที่เป็นกับดักหัวใจของพิชญ์ พรากเขาจากเมืองไทยปีครึ่ง ความอิจฉาริษยาพลุ่งพล่าน  หากควบคุมไว้ด้วยความสงบตามมารยาทสังคม

“อุมาวสี” เจ้าของกิจการแนะนำ “นี่คุณกุลเพื่อนของคุณแนทจ้ะ”

ฝ่ายตรงข้ามยกมือไหว้อย่างแช่มช้อย รวมไปถึงหญิงสาวที่นั่งคู่ด้วย กุลณัฐรับไหว้ระดับไหล่แฝงอาการถือตัวในที

สองสาวสั่งอาหารที่ปรุงใหม่สด มิใช่อยู่ในตู้กระจก พนักงานเสิร์ฟจดใส่สมุดฉีก ขณะที่เฉิดโฉมเลี่ยงไปนั่งหลังเคาน์เตอร์ตำแหน่งแคชเชียร์

ทราบข้อมูลจากพิณทิพย์ ว่าน้องสะใภ้เถื่อนลายมือโย้เย้ยึกยือ เทียบเท่าเด็กนักเรียนชั้นประถมหนึ่ง

“น้องอุ ขอดูที่เธอจดว่าถูกต้องหรือเปล่า”

“อุอ่านทบทวนก็ได้ค่ะ”

“ขอดูจ้ะ” กุลณัฐย้ำเจตนารมณ์ใบหน้ายิ้มแย้ม

ด้วยญาณหยั่งรู้ คู่ปรับต้องการพิสูจน์ลายมือ เพื่อเอาไปคุยขำขันในวงศ์ญาติมิตร อุมาวสีกลั้นลมหายใจยื่นส่ง หมุนแหวนเงินบรรพบุรุษในนิ้วนาง

คุณพระช่วย!

กลับตาลปัตรโดยสิ้นเชิง ตัวอักษรหวัดแกมบรรจงสวย ตรงแหน็วทั้งที่ไม่มีบรรทัดรองรับ

“อือม์ ถูกต้อง เธอเก่ง”

อุมาวสีรับแผ่นกระดาษจากสมุดฉีก นำไปมอบให้แม่ครัวด้านหลัง

เวลาผ่านไป อาหารตามสั่งถูกทยอยนำมาตั้งโต๊ะ อร่อยถูกปากกุลณัฐ หล่อนใคร่ครวญวางแผนกำจัดคู่แข่ง ตามขั้นตอนเชื่อว่าคงไม่ยากนัก ตราบเท่าที่อุมาวสียังเป็นเด็กเสิร์ฟ

ในที่สุด ได้เวลาเช็กบิล กุลณัฐเหลือเศษเงินไว้ในถาดยี่สิบกว่าบาทไว้เป็นค่าทิป อุมาวสีตอบแทนด้วยการหิ้วอาหารกล่องใส่ถุงตามไปส่งที่รถเก๋ง

สาวสวยกดรีโมตปลดล็อก ยานพาหนะส่งสัญญาณปี๊บ ไฟหน้าไฟท้ายสว่างแว็บ

“ขอบใจจ้ะ” รับถุงใส่อาหาร “น้องอุน่ารัก เผื่อวันหลังฉันจะรับไปเที่ยว ตกลงนะจ๊ะ”

ร้ายลึก เตรียมวางแผนกลั่นแกล้ง นึกอยู่ว่าจะหลงกล เด็กสาวยิ้มระรื่น

“อุไม่ว่างค่ะ งานยุ่ง”

“ฉันหมายถึงวันหยุดต่างหาก”

“วันหยุดก็พักผ่อนสิคะ เหนื่อยมาตลอด”

พร้อมกัน อุมาวสีก็ไหว้ลาเชิงสรุปในตัว

O         O         O         O

พลบค่ำ พวกลูกจ้างเก็บโต๊ะ ทำความสะอาดพื้น เฉิดโฉมเรียกอุมาวสีมาคุยกันส่วนตัว

“วันนี้เธอได้ทิปเท่าไหร่จ๊ะ”

“คุณธวัชกับคุณกุลรวมเบ็ดเสร็จสี่สิบกว่าบาทค่ะ”

เจ้าของกิจการสาธยายอวดคุณค่า ว่าทำงานที่นี่มีแต่ได้กับได้ ประโยชน์รอบตัวสารพัด ยิ่งขยันเงินยิ่งเพิ่ม

อุมาวสีนึกขำขัน วิถีชีวิตของหล่อนห่างไกลความโลภ ยึดหลักเศรษฐกิจพอเพียง

“อุจะเอาเงินไปทำอะไรจ๊ะ”

ปัญหาส่วนตัวไม่น่าถาม เงินคือ…แก้วสารพัดนึก ใช้ประโยชน์ได้เยอะแยะตามกำลังของเงิน เด็กสาวหลีกเลี่ยงไม่กล่าวเท็จ

“ตั้งใจทำบุญตักบาตรค่ะ เงินบริสุทธิ์จากน้ำพักน้ำแรงเป็นมหากุศล สำหรับอุเรื่องเงินเล็กมาก ทำงานที่ไหนยืด ขึ้นอยู่กับความพอใจชอบใจ”

หล่อนพินิจพิจารณาฝ่ายตรงข้ามอย่างลึกซึ้ง รูปกายภายนอกซื่อๆ เด็กภูธร แต่ความจริงเฉลียวฉลาดไหวพริบสูง แม้แต่วาจาก็ตีกรอบ ล้อมกรอบไว้สำหรับตัวเอง

คนอย่างนี้ทายได้เลยว่า ถ้าไม่ชอบก็พร้อมที่จะลาออกอย่างไม่อินังขังขอบ

“ขึ้นชื่อว่างานเราต้องพัฒนาก้าวหน้าขึ้นเรื่อยๆ ไม่หยุดนิ่งอยู่กับที่ พี่ดำริว่าจะรับจัดเลี้ยงนอกสถานที่จ้ะ”

ครั้นแล้ว เฉิดโฉมก็แจกแจงรายละเอียด บ้านคนร่ำรวยหรือบริษัทบางแห่ง ตอนจัดงานเลี้ยงวาระต่างๆ มักจะจ้างทางภัตตาคาร ห้องอาหาร ตั้งซุ้มทำอาหารเลี้ยงแขก

“ถ้าใครจ้างพี่จะไปตั้งซุ้มข้าวแกงไฮโซ ส่งเธอไปเป็นผู้ช่วยแม่ครัว จะได้เงินพิเศษอีกต่างหาก ตกลงไหมจ๊ะ”

นึกแล้วเชียว ส่งหล่อนไปเป็นจุดขาย…ขายเกินคุ้ม หัวเศรษฐกิจ และโดยสภาพเช่นนั้นย่อมเจอสิ่งที่ไม่พึงปรารถนาสารพัด อุมาวสีเลี่ยงคำปฏิเสธเด็ดเดี่ยว

“อุขอปรึกษาพี่โหน่งดูก่อนค่ะ”

“โธ่ เรื่องขี้ผง ตัดสินใจเองไม่ได้รึ”

“ไม่ได้ค่ะ อุเคยรับปากพี่โหน่ง ทำสิ่งนอกกรอบ เขาต้องรู้และอนุโลม”

“ตามใจเธอ”

อุมาวสีเดินออกจากประตูหลังของสวนอาหาร เปิดเครื่องโทรศัพท์มือถือ หลังจากปิดโดยตลอดช่วงของการปฏิบัติภารกิจ

เพียงชั่วอึดใจเดียว หน้าจอก็แจ้งว่าพลาดการรับสายสองครั้ง ตรวจดูพบเบอร์ของพิชญ์

“มีเรื่องด่วนหรือเปล่าคะ พี่โหน่ง”

“เปล่า คิดถึง ทำไมโทรไม่ติดทั้งวัน”

“ช่วงเวลาทำงาน อุปิดเครื่อง นี่เลิกงานแล้วเพิ่งจะเปิดหยกๆ ค่ะ”

“งานหนักมากไหม”

ชายหนุ่มห่วงใยอุมาวสี อยากให้หล่อนตอบว่าเบื่อ จะได้แนะนำให้ลาออก

“งานยุ่งพอสมควร” สืบเท้าเรื่อยๆ มุ่งสู่สะพานลอย “อุพยายามปรับตัวปรับใจให้เคยชิน”

“สงสัยพวกหนุ่มๆ จะคอยจีบตรึม”

ภรรยาสาวเผลอยิ้มฝาดกับแสงสลัว ตัดสินใจเลือกความจริงแทนการกล่าวเท็จ

“มีบ้างค่ะ แต่อุไม่ถือสาเป็นอารมณ์ ถ้าไม่ติดข้อห้ามของพี่โฉม อุจะบอกโต้งๆ ว่าไม่โสด”

พิชญ์เข้าใจสถานการณ์ สมัยก่อนเขาชื่นชมกับความสวยของเพศตรงข้าม เคยคะนองปากจีบแทะเล็ม ความหวังเบื้องต้นแค่ควงคู่เที่ยวตามสถานบันเทิง

“พี่โฉมรู้ว่าพี่ไม่แวะตอนเช้าคงจะขุ่นข้อง”

“ไม่เลย เธอรู้ว่าพี่โหน่งจะไปเข้างานที่ร้านเครือข่ายมือถือ” เด็กสาวนึกบางอย่างออก

“คราวหลังละก็ พี่โหน่งส่งอุที่ปากทางแยกได้ไหมคะ ต่อจากนั้นอุเดินไปที่สวนอาหารเอง”

“ทำไมล่ะครับ”

แถลงตามความจริง เท่ากับสร้างปัญหาขัดแย้ง พิชญ์จะชังน้ำหน้าเฉิดโฉม อุมาวสีหาวิธีหลีกเลี่ยง

“จะได้ไม่เสียเวลากลับรถไงล่ะคะ พนักงานอื่นๆ เขาโดยสารรถเมล์ หรือไม่ก็มอเตอร์ไซค์รับจ้าง อุไม่อยากทำตัวล้ำหน้าเพื่อนร่วมงาน”

พิชญ์ไม่ขัดข้อง ชั่วครู่การสนทนาก็สิ้นสุด เด็กสาวเพิ่งสังเกตเดี๋ยวนี้เอง ใต้สะพานลอยมีจักรยานยนต์จอด หนุ่มนักบิดขี่คร่อมสวมหมวกกันน็อก จับตาที่หล่อนเขม็ง

แน่นอน…แลเห็นการใช้โทรศัพท์มือถือ

ส่งพลังจิตตรวจสอบ ได้ข้อมูลทันที

โจรมอเตอร์ไซค์ดักจี้ทรัพย์ เพื่อนร่วมทีมดักอยู่บนสะพานลอย

กรุงเทพมหานครแห่งเทคโนโลยี แสงสีศิวิไลซ์ ขณะเดียวกันพวกเหล่าร้ายปะปนอยู่เพียบ พร้อมที่จะก่อการประทุษกรรมทุกรูปแบบ หากว่าโอกาสเปิด

ทางผ่านเสียด้วย จะใช้วิชาตัวเบาย่นระยะทางหลบหนีก็ทำได้ แต่รายที่มาทีหลังจะรับเคราะห์แทน

อุมาวสีตัดสินใจขึ้นบันไดสะพานลอย เตรียมพร้อมรับสถานการณ์วิกฤติ



Don`t copy text!