
ฝุ่นในสายลม บทที่ 38 : ข้อมูล
โดย : ม.มธุการี
![]()
ฝุ่นในสายลม โดย ม.มธุการี เรื่องราวของลัทธิประหลาดกับความเชื่อของคนที่กระตุ้นสัญชาตญาณนักข่าวของภาวิน เขาจึงแฝงตัวเข้าไปสืบความลับของลัทธินี้ แต่ตัวคนเดียวอาจทำไม่สำเร็จ มีเพียงฝนดาว หญิงสาวที่สูญเสียญาติสนิทไปกับลัทธินี้ที่อาจจะช่วยเขาไขปริศนาอันดำมืดนี้ได้ อ่านนิยายสนุกๆ เรื่องนี้ได้ที่เพจอ่านเอาและเว็บไซต์ anowl.co
แล้วภาวินก็ต้องมานั่งฟังสาวกสองคนของด็อกเตอร์พร่ำพรรณาเกี่ยวกับการถูกลักพาตัวไป อีกคนเพื่อฝังชิปเพื่อให้มีอายุยืน อีกคนเพื่อขโมยไข่เอาไปทำการผสมเทียม
“มันน่าเชื่อตรงไหนสองคนนี่” เขาถามอย่างอดรนทนไม่ไหว
“น่าเชื่อมากเลยค่ะ ฝนงี้ฟังตาค้าง ตาลุงคนนั้นมีไอดีออกมาโชว์ด้วย”
“ของมันหาซื้อกันได้”
“แล้วแกจะมาโกหกเพื่ออะไรกัน”
“ถมไปเหตุผลที่คนเราจะโกหก เพื่อผลประโยชน์ส่วนตัวเผื่อจะมีใครมาเอาเรื่องไปทำหนังหนึ่งละ หรือไม่ก็เพราะโรคจิตล้วนๆ ที่เขาเรียกว่าโรคจิตหลอน คือเชื่อว่าตัวเองเห็นจริงๆ เหตุเกิดขึ้นมาจริงๆ พวกนี้เอาไปเข้าเครื่องจับเท็จก็ผ่านตลอด มันถึงได้พิสูจน์ยากเย็นนักไง เขาเอาเข้าเครื่องจับเท็จมากี่รายแล้วล่ะ เห็นผ่านมาทุกราย”
“ไม่รู้ละ ฝนก็ยังอยากจะฟังหูไว้หู ยิ่งรายเด็กผู้หญิงคนนี้ยิ่งน่าเชื่อมากเข้าไปใหญ่ ขนาดด็อกเตอร์ขอเจอตัว”
“คือเจอกันมาแล้วกับด็อกเตอร์” ภาวินสนใจ
“เห็นว่างั้นนี่คะ ว่าแม่ไปขอความช่วยเหลือจากด็อกเตอร์ แต่ต้องทำเรื่องขอพบ”
“เราทำมั่งก็ได้นี่ ใช่ไหม อ้างเรื่องขอพบ” ภาวินได้ไอเดีย
“จะอ้างเรื่องอะไรล่ะคะ“ฃ”
“อะไรก็ได้ที่จะทำให้แกสนใจ เพราะไม่งั้นเราคงไม่มีโอกาสเจอแกตัวเป็นๆ แน่ กี่วันแล้วล่ะที่เข้าไปที่ศูนย์ เจอก็แต่มือยื่นออกมา”
“แล้วหัวหน้าจะอ้างเรื่องอะไรคะ”
“เรานั่นละ จะอ้างเรื่องอะไร ให้ไปคิดมา จากนั้นก็เขียนจดหมายทำเรื่องขอพบแก”
“ฝนโกหกไม่เป็นเสียด้วย”
“ดี จะได้ฝึกไปในตัว มีหรือนักข่าวโกหกไม่เป็น อยากจะได้ข่าวมันต้องทุกรูปแบบ ต้องทั้งโกหกทั้งขโมย ขโมยข่าวกันซึ่งๆ หน้ายังเห็นกันบ่อยๆ เป็นนักข่าวมันต้องรอบตัว”
“ผิดศีลว่าด้วยข้อมุสาบาทาเวระมุนีสุขีสุขังพลังนิยายนิ”
“มันแปลว่าไร”
“แปลตรงตัวว่ามุสามากๆ ก็จะโดนบาทาเข้าให้นิ ฝนไม่เอาด้วยคน”
“มันมีที่เขาเรียกว่าโกหกสีขาว”
“มันแปลว่าไร”
“คือโกหกเพื่อรักษาสถานการณ์ หรือกอบกู้สถานการณ์ที่มันเลวร้ายให้มันดียิ่งขึ้น นักการเมืองรู้จักกันทุกคน รวมทั้งนักข่าว สถานการณ์เราตอนนี้เข้าขั้นวิกฤตแล้ว อยู่จะครบอาทิตย์เข้าไปแล้วยังไม่เคยเจอเจ้าลัทธิที่กำลังไล่ล่า มันเรื่องอะไรกัน แถมลูกสมุนมาหายไปอีกคน มันถึงได้เวลาที่จะต้องบุกแหลกกันมั่งแล้ว”
“งั้นคืนนี้ฝนขอไปนอนคิดว่าจะหาทางเจอด็อกเตอร์ยังไง” ฝนดาวตอบอ้อมแอ้ม
“ไปคิดมาให้หลายวิธีแล้วเรามาเลือกเอาวิธีที่ดีที่สุด”
“แต่เราก็ได้ดีเอ็นเอแกไปแล้วไม่ใช่หรือคะ”
“ก็ยังไม่ได้การันตีอะไรเลยว่าจะได้ดีเอ็นเอแก จะให้ชัดต้องถึงขั้นประชิดตัวแล้วกระตุกหนวดกันซึ่งๆ หน้า หรือไม่ก็เส้นผม นั่นแหละของแท้”
“แล้วเกิดถ้าแกหัวล้าน”
“ก็ถึงว่า”
เป็นวันที่ฝนดาวต้องปวดกะโหลกกลับบ้าน
นี่ยังจะต้องผิดศีลด้วยหรือเรากะอีแค่มาฝึกงานเพื่อที่จะเป็นนักข่าว ท่าทางหัวหน้าคนนี้จะพิษสงรอบตัวถึงได้กระเด็นออกมาจากหลายสื่อหลักที่เคยไปทำงานอยู่…
มาถึงบ้านก็พบลุงเข้าพอดี ลุงกำลังนั่งคุยกับป้า พอเห็นหล่อนก็รีบบอกว่า
“เค้าปล่อยตัวไอ้รงแล้วนะ เพราะไม่มีหลักฐานจะไปคุมตัวมันไว้ ไม่เจอทั้งเลือด ไม่เจอทั้งศพ เหลือแค่คดีทำร้ายร่างกายพ่อ เขาเลยยอมให้มันได้ประกันตัวออกไป อีกอย่างมันยืนกระต่ายขาเดียวว่าไม่รู้ไม่เห็น เรื่องที่นนมันหายตัวไป”
“ถ้างั้นพี่นนหายไปได้ไงล่ะลุง” ฝนดาวถามอย่างหมดแรง
“รึว่าต่างดาวมันจะลักพาตัวไป” ป้าออกความเห็น
“ต่างดาวบ้าบอคอแตกอะไร เรามันก็บ้าไปอีกคน” ลุงหันไปดุ
“ก็คนมันหายกันบ่อยๆ ย่านนี้” ป้ายังเถียง
“เออ ไม่ต้องห่วงหรอกเรื่องนี้ เดี๋ยวก็หาเจอ นี่สารวัตรใหญ่ลงมาสืบเรื่องนี้เองเลย เห็นว่าให้เวลาอีกไม่นาน ตอนนี้กำลังตามแกะรอยจากกล้องวงจรปิดอยู่ว่าไอ้นนมันไปไหนมาไหน หรือว่าไปสร้างศัตรูเอาไว้ที่ไหนมั่งตอนที่มันยังอยู่ เห็นว่ามันเคยไปอยู่แคมป์มาพักไม่ใช่หรือ”
ฝนดาวรีบหลบเข้าห้องเพราะกลัวถูกลุงซักถามเรื่องนั้น
ดีไม่ดีความลับเกี่ยวกับเรื่องงานจะมาแตกเอาก็ตอนนี้เอง
หัวหน้าเตือนนักเตือนหนาเกี่ยวกับเรื่องนั้น
คืนนั้นนอนคิดทั้งคืนถึงแผนการล่อเสืออย่างด็อกเตอร์ออกจากถ้ำ ฟังจากที่เด็กสาวคนนั้นเล่าก็เห็นว่าแกก็มีความเอื้ออาทรให้กับเหล่าบรรดาสาวกไม่ใช่น้อยๆ อะไรกันที่ทำให้หัวหน้าไปคิดว่าว่าแกเลวร้ายถึงขนาด
ก็แค่คนแก่คนหนึ่งที่มีความเชื่อส่วนตัวของแกแบบนั้นมานมนานแล้ว
อาจจะตั้งแต่เด็กๆ เลยก็ว่าได้
จากนั้นก็มีคนแห่แหนไปเชื่อตามแกเพราะอาจจะมีประสบการณ์มาแบบเดียวกัน เกิดการก่อตั้งเป็นชมรมต่างดาวกันขึ้นมา คนเราตั้งสารพัดชมรมถ้ามีความเชื่อเหมือนๆ กัน ตั้งแต่ชมรมขอทานไปจนถึงชมรมหมาขี้เรื้อนก็ยังมี ไม่เห็นมีใครไปไล่บี้เอากับพวกนั้นบ้าง
ที่สำคัญที่สุดก็คือไม่มีใครบีบบังคับใครเกี่ยวกับเรื่องพวกนี้ คุณจันทราเองก็ประกาศแล้วว่าซื้อที่ให้ศูนย์แห่งนี้ก็เพราะจิตศรัทธา หลังจากมองเห็นแล้วว่าผัวกับลูกไม่ได้มีเธอในสายตา
ก็แล้วมันผิดตรงไหนกัน…
ก่อนจะหลับคืนนั้นก็คิดขึ้นมาได้ถึงแผนการอันแยบยล ชนิดที่ไม่ต้องถึงขั้นจะไปโกหกคนแก่ และไม่ต้องผิดศีลข้อใดเลย…

- READ ฝุ่นในสายลม บทที่ 38 : ข้อมูล
- READ ฝุ่นในสายลม บทที่ 37 : คำทักของแม่หมอ
- READ ฝุ่นในสายลม บทที่ 36 : เรื่องของกิ่ง
- READ ฝุ่นในสายลม บทที่ 35 : คุณจันทรา
- READ ฝุ่นในสายลม บทที่ 34 : ความฝัน
- READ ฝุ่นในสายลม บทที่ 33 : ไร้ร่องรอย
- READ ฝุ่นในสายลม บทที่ 32 : ดำเนินการต่อ
- READ ฝุ่นในสายลม บทที่ 31 : ศรัทธา
- READ ฝุ่นในสายลม บทที่ 30 : ในความคุ้นเคย
- READ ฝุ่นในสายลม บทที่ 29 : ร่องรอยของกานน
- READ ฝุ่นในสายลม บทที่ 28 : ผู้ต้องสงสัยอันดับหนึ่ง
- READ ฝุ่นในสายลม บทที่ 27 : ข้อสันนิษฐาน
- READ ฝุ่นในสายลม บทที่ 26 : อำพราง
- READ ฝุ่นในสายลม บทที่ 25 : เรื่องของเมย
- READ ฝุ่นในสายลม บทที่ 24 : เรื่องของจิม
- READ ฝุ่นในสายลม บทที่ 23 : ฝุ่นในสายลม
- READ ฝุ่นในสายลม บทที่ 22 : หาย
- READ ฝุ่นในสายลม บทที่ 21 : พลังมืด
- READ ฝุ่นในสายลม บทที่ 20 : ศูนย์ปฏิบัติธรรมเอกภพ
- READ ฝุ่นในสายลม บทที่ 19 : คุณจันทรา
- READ ฝุ่นในสายลม บทที่ 18 : พลังของลัทธิ
- READ ฝุ่นในสายลม บทที่ 17 : ศรัทธา
- READ ฝุ่นในสายลม บทที่ 16 : เรื่องประหลาดในพื้นที่
- READ ฝุ่นในสายลม บทที่ 15 : จิตกับกาย
- READ ฝุ่นในสายลม บทที่ 14 : แฝงตัว
- READ ฝุ่นในสายลม บทที่ 13 : เงาในกล้อง
- READ ฝุ่นในสายลม บทที่ 12 : ลักพา
- READ ฝุ่นในสายลม บทที่ 11 : เรือลึกลับ
- READ ฝุ่นในสายลม บทที่ 10 : แสงไฟกลางทะเล
- READ ฝุ่นในสายลม บทที่ 9 : ค่ำคืนบนเกาะ
- READ ฝุ่นในสายลม บทที่ 8 : ผีเจ้าที่
- READ ฝุ่นในสายลม บทที่ 7 : อาคันตุกะยามวิกาล
- READ ฝุ่นในสายลม บทที่ 6 : กำเนิดเจ้าลัทธิ
- READ ฝุ่นในสายลม บทที่ 5 : ดอกเตอร์เอกภพ
- READ ฝุ่นในสายลม บทที่ 4 : เกาะประหลาด
- READ ฝุ่นในสายลม บทที่ 3 : กฏสามข้อ
- READ ฝุ่นในสายลม บทที่ 2 : เขี้ยวมา เขี้ยวไป
- READ ฝุ่นในสายลม บทที่ 1 : ลัทธิประหลาด






