
ฤดูร้อนเป็นของเขา ฤดูหนาวเป็นของเธอ บทที่ 18 : วันนี้คือของขวัญ
โดย : วิตต ตุลยธัญ
![]()
เมื่อความตายไม่ใช่จุดจบ แต่คือจุดเริ่มต้นของการแชร์ร่าง! ‘ณดา’ ต้องรับภารกิจเป็นร่างทรงไทม์แชร์ให้สองวิญญาณข้ามฤดูหนาวและฤดูร้อน ในนวนิยายแฟนตาซี-ฟีลกู๊ด ‘ฤดูร้อนเป็นของเขา ฤดูหนาวเป็นของเธอ’ โดย วิตต ตุลยธัญ อ่านเลย

“เธอคือ…ผีมะพร้าวอ่อนจริงๆ เหรอ” ณดาเอ่ยถามดวงวิญญาณสาวตรงหน้า
“ที่จริงฉันชื่อจันทร์จ้ะ” ผีมะพร้าวอ่อนแนะนำตัว “แต่ก็ต้องขอบคุณพวกเธอนะที่ตั้งสมญานามใหม่ให้ฉัน แล้วยังทำให้ฉันเป็นที่พูดถึงอีกครั้งในติ๊กต็อก หลายปีมานี้ผู้คนเริ่มจะลืมเลือนเรื่องของฉันไปหมดแล้ว ผีที่ถูกลืมจะค่อยๆ หมดพลังไป แต่พอผู้คนเริ่มจดจำเราได้ เราก็จะมีพลังขึ้นมาอีกครั้ง”
“แต่ยมทูตบอกว่าเราจะมองเห็นดวงวิญญาณอื่นได้ก็ต่อเมื่อเราเคยมีเวรกรรมร่วมกันไม่ใช่เหรอ”
“ใช่แล้วจ้ะ” ผีแม่จันทร์ยิ้มอ่อนก่อนจะหันไปหารวี “ปู่ของเขาน่ะเป็นเพื่อนของฉันเอง เขาเคยช่วยปกป้องฉันเอาไว้ตอนที่ถูกคนอื่นรังแกน่ะ ถ้าเป็นภาษาสมัยนี้ต้องเรียกว่า…บุลลีสิใช่มั้ย”
“ปู่ของผมเหรอ” รวีทำหน้าเหลอหลา
“ใช่จ้ะ ปู่ของเธอน่ะเป็นรักแรกของฉันเลยล่ะ” จู่ๆ ดวงวิญญาณสาวก็หน้าแดงขึ้นมาเหมือนเด็กสาวแรกรุ่น “เขาเป็นคนช่วยฉันเอาไว้ ฉันเลยตั้งจิตอธิษฐานไว้ว่าจะปกป้องลูกหลานของเขาไปตลอดกาล”
“นี่คุณฆ่าตัวตายเพราะโดนบุลลีเหรอ แล้วทำไมต้องฆ่าตัวตายด้วยวิธีพิสดารแบบนั้นด้วยล่ะ” รวีถาม
ผีสาวส่ายหน้า “ทุกคนเข้าใจเรื่องนี้ผิดกันไปหมดเลย คนที่เคยบุลลีฉันเขาสำนึกผิดแล้วก็ขอโทษฉันเรียบร้อยแล้วละ”
“อ้าว แล้วคุณจะฆ่าตัวตายไปทำไมล่ะ” รวีขมวดคิ้วเป็นเครื่องหมายคำถาม
“ใครบอกว่าฉันฆ่าตัวตายล่ะ วันนั้นฉันก็แค่อยากกินแกงขึ้นมาเลยปีนขึ้นไปเก็บมะพร้าวแล้วพลาดตกลงมาเฉยๆ น่ะ แต่พอมีเรื่องก่อนหน้านั้น คนก็เลยโยงกันไปมั่วๆ น่ะ”
“หา! ง่ายๆ แค่นั้นเลยเนี่ยนะ”
ผีสาวพยักหน้า
“แล้วเธอทำแบบเมื่อกี้ได้ยังไงน่ะ” อวัศยาถามขึ้นบ้าง “ที่เธอกลายเป็นยักษ์แบบเมื่อกี้น่ะ”
ผีแม่จันทร์ยิ้มอ่อน “ผีที่อยู่ในโลกมานานก็ย่อมมีทักษะผีหลอกที่แข็งแกร่งขึ้นเป็นธรรมดาน่ะ แล้วว่างๆ ฉันก็ชอบแอบเข้าไปดูหนังในโรงบ่อยๆ ผีอย่างพวกเราน่ะเข้าโรงหนังไม่เสียตังค์อยู่แล้ว พวกเทคนิคผีหลอกนี่ก็จำมาจากหนังหลายๆ เรื่องที่ได้ดูมานั่นแหละ”
มิน่าล่ะ เพราะอย่างนี้ ณดาถึงรู้สึกคุ้นกับซีนผีหลอกเมื่อครู่อย่างประหลาด ที่จริงแล้วผีสาวก็ก๊อบมาจากหนังหลายๆ เรื่องแล้วเอามายำรวมกันนั่นเอง
“เออ แล้วทำไมคุณถึงไม่ไปผุดไปเกิดสักทีล่ะ” รวีถามขึ้นบ้าง
ผีมะพร้าวอ่อนเงียบไปนานเหมือนกำลังทบทวนอะไรบางอย่างในใจก่อนจะพูดขึ้นมา “บางทีฉันอาจจะยังเสียดายที่ใช้ชีวิตไม่เต็มที่ก็ได้นะ”
“หมายความว่ายังไงเหรอ” ณดาถาม
“ก็…ตอนที่มีชีวิตอยู่น่ะ ฉันมัวแต่กลัวโน่นกลัวนี่ ก็เลยไม่เคยได้ทำอะไรที่อยากทำเลยสักอย่าง ถ้าใช้ศัพท์สมัยนี้ก็ต้องเรียกว่าใช้ชีวิตอยู่ใน comfort zone ใช่มั้ย พอต้องมาตายแบบไม่ทันตั้งตัวอย่างนี้ก็เลยรู้สึกเสียดายที่ไม่ได้ใช้ชีวิตขึ้นมาน่ะสิ”
“แต่เธอไปผุดไปเกิดแล้วเริ่มต้นชีวิตใหม่ก็ได้ไม่ใช่เหรอ”
“มันไม่เหมือนกันน่ะสิ ถ้าเริ่มชีวิตใหม่ก็ไม่รู้ว่าจะได้มาอยู่ที่นี่อีกหรือเปล่า บางทีฉันอาจจะต้องไปเกิดเป็นหมาหรือนกเป็ดน้ำก็ได้นะ ไม่มีใครบอกได้หรอก ถึงจะไปเกิดใหม่ได้ แต่ชีวิตแบบที่ฉันมีอยู่ตอนนี้ก็มีได้แค่ครั้งเดียว แล้วฉันก็ชอบที่นี่มากเลยละ ฉันอยากใช้ชีวิตของฉันที่นี่ ไม่ใช่ที่อื่น”
“แล้วนี่ฉันจะต้องตกอยู่ในสภาพเดียวกับเธอมั้ยเนี่ย” อวัศยาเริ่มทำหน้าเป็นห่วง
“ของเธอน่ะเป็นคนละกรณีกัน เธอมีเวรกรรมบางอย่างที่ยังติดค้างอยู่ ถ้าผ่านมันไปได้ เดี๋ยวเธอก็ได้ไปผุดไปเกิดแล้วละ” ผีแม่จันทร์ตอบคำถามก่อนจะหันมาหาณดา “คนที่น่าห่วงกว่าคือเธอต่างหาก”
“หา! ฉันเนี่ยนะ” ณดาชี้หน้าตัวเองอย่างงงๆ
“เธอน่ะคล้ายกับฉันตอนยังมีชีวิตอยู่เลยรู้มั้ย มัวแต่กังวลอยู่กับอนาคตแล้วก็ใคร่ครวญถึงอดีต แต่ไม่เคยอยู่กับปัจจุบันจริงๆ” ผีแม่จันทร์พูดยิ้มๆ ก่อนจะพูดต่อ “จำคำฉันไว้นะ อนาคตคือสิ่งที่เราไม่รู้ อดีตคือสิ่งที่ผ่านพ้นไปแล้ว ปัจจุบันคือของขวัญ นั่นคือเหตุผลที่เราเรียกมันว่า Present ยังไงล่ะ”
คำคมของผีมะพร้าวอ่อนทำให้ณดาฉุกคิดอะไรบางอย่างขึ้นมาได้ ใช่แล้ว ชีวิตมันไม่ใช่โมเดลสเปรดชีตที่ใช้คาดการณ์ถึงอนาคต แล้วมันก็ไม่ใช่สถิติที่บอกถึงเรื่องในอดีต แต่มันคือสิ่งที่เกิดขึ้นตรงหน้าเราในตอนนี้
“เดี๋ยวนะ” อวัศยาทักขึ้น “คำพูดเมื่อกี้มันมาจากหนังเรื่อง Kung Fu Panda ไม่ใช่เหรอ”
ได้ยินอย่างนั้นผีมะพร้าวอ่อนก็หน้าแดงขึ้นมา “คำพูดจะมาจากไหนไม่สำคัญหรอก สำคัญที่ว่ามันทำให้เธอรู้สึกยังไงมากกว่า”
นอกจากจะก๊อบมุกผีหลอกมาจากหนังผีแล้ว นี่ยังก๊อบคำคมมาจากหนังการ์ตูนอีก ตอนนี้ณดาเชื่อแล้วว่าผีแม่จันทร์ชอบดูหนังจริงๆ
“ผมเห็นด้วยกับแม่จันทร์นะ” รวีออกความเห็น “คุณดูพวกเราสิ จู่ๆ ก็ต้องมาตายด้วยเรื่องอะไรก็ไม่รู้ ชีวิตมันเอาอะไรแน่นอนไม่ได้หรอก คุณน่ะโชคดีนะที่ยังมีชีวิตอยู่ มีชีวิตแล้วก็ใช้ชีวิตตัวเองให้เต็มที่เถอะ”
จู่ๆ ผีรอบตัวณดาก็เปลี่ยนมาเป็นไลฟ์โคชกันไปหมด
“แล้วเราจะทำยังไงกับเจ้าพวกนี้ดีล่ะ” อวัศยาปรายตาไปยังโจรทั้งสองที่ยังนอนสลบเหมือดอยู่บนพื้น
“เจ้าพวกนี้ไม่ใช่คนเลวร้ายอะไรหรอก ไอ้จ้อยน่ะมันพยายามหาเงินให้ยายไปหาหมอ ส่วนไอ้ยักษ์มันก็อยากช่วยเพื่อนเฉยๆ ฉันว่าพวกมันไม่กล้าทำร้ายพวกเธอจริงๆ หรอก ก็แค่ขู่ไปอย่างนั้นเอง ที่จริงฉันก็ไม่ได้อยากจะหลอกพวกมันหรอกนะ แค่อยากให้รู้ว่าสิ่งที่มันทำเป็นวิธีที่ผิดเฉยๆ”
ณดาหันไปมองร่างทั้งสองที่ยังกองอยู่กับพื้น ถึงจะปากเสียไปหน่อยแต่พวกเขาก็ยังเป็นแค่เด็กวัยรุ่นเท่านั้น ถ้าได้รับโอกาสดีๆ บางทีชีวิตของพวกเขาอาจจะไปได้ไกลกว่านี้
“ผมขอโทษนะณดาที่เมื่อกี้ผมซิ่งไปหน่อย” รวีพูดเหมือนเพิ่งนึกขึ้นได้
ณดาคิดถึงเหตุการณ์เมื่อครู่อีกครั้ง น่าแปลกที่ตอนนี้เธอไม่ได้รู้สึกโกรธรวีอีกต่อไปแล้ว
“เอาจริงๆ เมื่อกี้ก็สนุกดีเหมือนกันนะ” ณดายิ้ม “ฉันไม่เคยทำอะไรแบบนี้มาก่อนเลย”
“ฉันต้องไปแล้วละ ดีใจที่ได้เจอพวกเธอนะ บาย” ว่าแล้วผีแม่จันทร์ก็แวบหายไปแบบไม่มีปี่มีขลุ่ย
วันต่อมายักษ์และจ้อยก็มาขอโทษป้านวลที่สวนมะพร้าวด้วยตัวเอง หลังจากที่รู้ว่าจ้อยต้องหาเงินไปรักษายาย ป้านวลก็รับทั้งสองคนเข้ามาช่วยงานในสวนเพราะเห็นว่าหน่วยก้านดี หลังจากเหตุการณ์ในวันนั้น เรื่องราวของผีมะพร้าวอ่อนก็ยิ่งไวรัลขึ้นไปอีกด้วยฝีมือของพยานปากเอกอย่างจ้อยและยักษ์นั่นเอง คลิปจากเหตุการณ์ในวันนั้นมียอดวิวเป็นหลักแสน คนที่ถ่ายคลิปเอาไว้คือณดานั่นเอง ถึงจะตกใจแต่เธอก็มีสติพอที่จะบันทึกเหตุการณ์ทั้งหมดเอาไว้ได้ทัน
ณดาเกิดไอเดียจากเรื่องผีมะพร้าวอ่อนเลยเสนอไอเดียให้ป้านวลจัดกิจกรรม ‘เก็บมะพร้าวท้าผี’ โดยให้แขกมาเก็บมะพร้าวตอนกลางคืนแล้วจัดบรรยากาศให้คล้ายบ้านผีสิง คนที่ปีนขึ้นไปเก็บมะพร้าวก็คือจ้อยนั่นเอง อีเวนต์นี้ได้รับการตอบรับเป็นอย่างดีจนมีคนจองคิวเต็มไปหลายเดือน
แล้วสวนมะพร้าวโคโค่วิลล์ก็กลับมาคึกคักยิ่งกว่าเดิม หลายครั้งผีแม่จันทร์ก็โผล่มาแจมด้วย คนดูเห็นก็ชอบใจกันใหญ่ คิดว่าเป็นเอฟเฟกต์ที่ทางสวนจัดขึ้นโดยไม่ได้รู้เรื่องรู้ราวเลยว่าตัวเองเจอผีจริงๆ เข้าให้แล้ว ณดายังย้อนกลับไปคิดถึงเหตุการณ์วันนั้นอยู่บ่อยๆ น่าแปลกที่มันทำให้เธอรู้สึกกลัว ตื่นเต้น แต่ก็รู้สึกดีไปพร้อมๆ กัน เหมือนเป็นส่วนผสมของอารมณ์ความรู้สึกที่ไม่เคยเกิดขึ้นกับณดามาก่อน เหนือสิ่งอื่นใดก็คือเธอรู้สึกว่าตัวเองมีชีวิตจริงๆ ยิ่งกว่าทุกครั้ง
ณดาเพิ่งจะเข้าใจในตอนนั้นว่าการใช้ชีวิตนอกพื้นที่ปลอดภัยมันให้ความรู้สึกอย่างนี้นี่เอง
ปัญหาก็คือเวลาที่คิดถึงเรื่องนี้ทีไร ภาพใบหน้าเปื้อนยิ้มของรวีจะปรากฏขึ้นมาในหัวณดาอยู่ซ้ำๆ และทุกครั้ง ณดาก็ต้องพยายามสะบัดหัวเพื่อไล่ความคิดนั้นออกไป
- READ ฤดูร้อนเป็นของเขา ฤดูหนาวเป็นของเธอ บทที่ 18 : วันนี้คือของขวัญ
- READ ฤดูร้อนเป็นของเขา ฤดูหนาวเป็นของเธอ บทที่ 17 : ผีมะพร้าวอ่อน
- READ ฤดูร้อนเป็นของเขา ฤดูหนาวเป็นของเธอ บทที่ 16 : เรื่องผีผี
- READ ฤดูร้อนเป็นของเขา ฤดูหนาวเป็นของเธอ บทที่ 15 : เจณิสตา
- READ ฤดูร้อนเป็นของเขา ฤดูหนาวเป็นของเธอ บทที่ 14 : มาสเตอร์เชฟชุมพร
- READ ฤดูร้อนเป็นของเขา ฤดูหนาวเป็นของเธอ บทที่ 13 : ฤดูร้อน
- READ ฤดูร้อนเป็นของเขา ฤดูหนาวเป็นของเธอ บทที่ 12 : พี่สาวที่ไม่แสนดี
- READ ฤดูร้อนเป็นของเขา ฤดูหนาวเป็นของเธอ บทที่ 11 : ผีเข้าแต่เช้ามืด
- READ ฤดูร้อนเป็นของเขา ฤดูหนาวเป็นของเธอ บทที่ 10 : ความลับในห้องบอลรูม
- READ ฤดูร้อนเป็นของเขา ฤดูหนาวเป็นของเธอ บทที่ 9 : ฟ้าอยู่ค้ำคน คนไม่อยู่ค้ำฟ้า
- READ ฤดูร้อนเป็นของเขา ฤดูหนาวเป็นของเธอ บทที่ 8 : ภูเขาในหมอกพิษ
- READ ฤดูร้อนเป็นของเขา ฤดูหนาวเป็นของเธอ บทที่ 7 : อ้อมกอดของ (ขุน) เขา
- READ ฤดูร้อนเป็นของเขา ฤดูหนาวเป็นของเธอ บทที่ 6 : ลูกค้าวีไอพี
- READ ฤดูร้อนเป็นของเขา ฤดูหนาวเป็นของเธอ บทที่ 5 : สัมภาษณ์งานแถมอาหารเช้า
- READ ฤดูร้อนเป็นของเขา ฤดูหนาวเป็นของเธอ บทที่ 4 : บ้านชมดาว
- READ ฤดูร้อนเป็นของเขา ฤดูหนาวเป็นของเธอ บทที่ 3 : ร่างทรงไทม์แชร์
- READ ฤดูร้อนเป็นของเขา ฤดูหนาวเป็นของเธอ บทที่ 2 : หญิงสาวผู้โชคดี
- READ ฤดูร้อนเป็นของเขา ฤดูหนาวเป็นของเธอ บทที่ 1 : คอนเน็กชันกับผี







