ฤดูร้อนเป็นของเขา ฤดูหนาวเป็นของเธอ บทที่ 17 : ผีมะพร้าวอ่อน

ฤดูร้อนเป็นของเขา ฤดูหนาวเป็นของเธอ บทที่ 17 : ผีมะพร้าวอ่อน

โดย : วิตต ตุลยธัญ

Loading

เมื่อความตายไม่ใช่จุดจบ แต่คือจุดเริ่มต้นของการแชร์ร่าง! ‘ณดา’ ต้องรับภารกิจเป็นร่างทรงไทม์แชร์ให้สองวิญญาณข้ามฤดูหนาวและฤดูร้อน ในนวนิยายแฟนตาซี-ฟีลกู๊ด ‘ฤดูร้อนเป็นของเขา ฤดูหนาวเป็นของเธอ’ โดย วิตต ตุลยธัญ อ่านเลย

ในคืนพระจันทร์เต็มดวง เสียงจิ้งหรีดร้องระงมคลอไปกับเสียงลมพัดผ่านยอดมะพร้าวที่เสียดสีกัน แสงจันทร์ลอดผ่านใบมะพร้าวเกิดเป็นเงาโยกไหวบนผืนดิน ชวนให้รู้สึกวังเวง

ร่างสองร่างเดินออกมาจากรถกระบะก่อนจะย่องเข้าไปในสวนมะพร้าวอย่างเงียบเชียบ เด็กหนุ่มร่างเล็กถือถุงกระสอบใบใหญ่สองใบไว้ในมือ ในขณะที่เด็กหนุ่มร่างใหญ่แบกฟูกเข้ามาในสวน

“มึงดูต้นทางดีๆ นะไอ้ยักษ์” เด็กหนุ่มร่างเล็กเอ่ยขึ้น

“เออ มึงไม่ต้องห่วงหรอกไอ้จ้อย มึงก็โยนมะพร้าวให้ตรงฟูกหน่อยละกัน เสียงจะได้ไม่ดัง” เด็กหนุ่มร่างใหญ่พูดขึ้นพร้อมกับวางฟูกไว้ใต้ต้นมะพร้าวลูกดกต้นหนึ่ง

“นี่มึงได้กลิ่นอะไรหรือเปล่าวะ” จ้อยเอ่ยขึ้นเบาๆ พลางทำจมูกฟุดฟิด

“กลิ่นอะไรวะ นี่กูอาบน้ำแล้วนะเว้ย”

“ไม่ใช่กลิ่นมึง กูหมายถึงกลิ่นดอกไม้น่ะ แล้วมึงรู้สึกมั้ยว่าวันนี้ลมมันเย็นๆ แปลกๆ”

ที่อีกมุมหนึ่งของสวนมะพร้าว ณดากำลังซุ่มดูโจรทั้งสองอย่างเงียบเชียบ พัดลมตัวใหญ่สามตัวที่ต่อสายไฟมาจากศาลากำลังพัดพาลมเย็นๆ ไปยังจุดที่โจรทั้งสองพูดคุยกันอยู่ ตามข้อมูลที่รีเสิร์ชมาจากหนังผีไทยหลายเรื่อง ผีเฮี้ยนๆ มักจะมาพร้อมกับสายลมเย็นๆ แต่ผีฝึกหัดอย่างอวัศยายังไม่แกร่งกล้าพอที่จะเนรมิตสายลมได้ดั่งใจ ณดาจึงต้องอาศัยพัดลมไฟฟ้ามาเป็นตัวช่วยในการบิลต์บรรยากาศแบบนี้

กลิ่นดอกไม้ก็ถูกจัดฉากเอาไว้เช่นกัน หลายอาทิตย์ที่ผ่านมา ณดาพยายามปลูกดอกไม้ที่มีกลิ่นหอมตอนกลางคืนอย่างเช่นดอกราตรี ดอกแก้ว ดอกพุดซ้อน กระจายเอาไว้ตามจุดต่างๆ ในสวน เมื่อพัดลมเริ่มทำงาน กลิ่นดอกไม้ยามราตรีก็ฟุ้งกระจายไปทั่วทั้งสวนมะพร้าว

“เธอพร้อมแล้วใช่มั้ย” ณดาหันไปถามอวัศยาที่ตอนนี้อยู่ในชุดไทยแบบจัดเต็ม แวบหนึ่งหญิงสาวรู้สึกเหมือนตัวเองเป็นแม่ที่กำลังให้กำลังใจลูกสาวก่อนจะขึ้นแสดงละครเวทีของโรงเรียน

“พร้อมแล้วละ ฉันดู…โอเคแล้วใช่มั้ย” ดวงวิญญาณสาวดูไม่มั่นใจนัก

“ขอหน้าซีดๆ กว่านี้อีกนิดก็ดีนะ แล้วก็ช่วยลดความสว่างลง แต่ปรับให้มีคอนทราสต์เยอะขึ้นหน่อย” รวีออกคำสั่งราวกับกำลังปรับภาพในอินสตาแกรม

อวัศยาปรับร่างตัวเองตามคำขออย่างง่ายดาย “ประมาณนี้ได้หรือยัง”

“นั่นแหละ…เยี่ยมเลย” รวียกนิ้วโป้งให้อวัศยาก่อนจะหันมาหาณดา “ซาวนด์พร้อมแล้วนะ”

“อืม พร้อมแล้ว” ณดาพูดขึ้นพร้อมกับเปิดเพลงไทยเดิมที่เตรียมไว้ในมือถือ เสียงเพลงค่อยๆ ดังออกมาจากลำโพงบลูทูทคลอไปกับเสียงหมาหอนที่ณดาดาวน์โหลดมา

“เฮ้ย เสียงอะไรวะ” ยักษ์เอ่ยขึ้น

“ไม่รู้เว้ย กูว่าเรารีบขโมยแล้วรีบไปดีกว่า” พูดจบจ้อยก็ปีนขึ้นไปบนต้นมะพร้าวอย่างคล่องแคล่ว ไม่นานเด็กหนุ่มก็ขึ้นไปถึงยอดต้นมะพร้าว แล้วค่อยๆ ปลดมะพร้าวลงมาทีละลูกด้วยความรวดเร็วไม่ต่างจากลิง

“จังหวะนี้แหละ ลุยเลย” ณดาหันไปบอกอวัศยา

สิ้นเสียงผู้กำกับ ผีสาวก็ค่อยๆ ลอยขึ้นไปอยู่เหนือยอดต้นมะพร้าวที่จ้อยปีนอยู่ แต่จ้อยมัวแต่วุ่นอยู่กับการเก็บมะพร้าวจนมองไม่เห็น ผีสาวจึงค่อยๆ ลอยลดระดับลงมาจนอยู่ในระดับสายตาของโจรหนุ่ม

“มึงจะเอาของกูไปไหน” ผีสาวร้องคำรามเป็นเสียงเอคโคหลายเลเยอร์ซ้อนกันเหมือนที่จำมาจากหนังผี

จ้อยหันมาจ้องหน้าดวงวิญญาณสาวแล้วนิ่งค้างอยู่อย่างนั้นหลายวินาที

“ทำไมเขานิ่งไปอย่างนั้นล่ะ” ณดาที่ซุ่มดูเหตุการณ์อยู่ด้านล่างหันไปถามรวี

“ไม่รู้สิ อาจจะช็อกอยู่ก็ได้นะ”

แต่สักพักเด็กหนุ่มก็หัวเราะออกมาเสียงดัง “ป้าทำได้ไงอะ ใช้สลิงเหรอ นี่โคฟเป็นผีมะพร้าวอ่อนที่กำลังดังในติ๊กต็อกอยู่ใช่มั้ย”

คราวนี้อวัศยาถึงกับไปต่อไม่ถูก ไม่กลัวผียังไม่เท่าไรแต่คำว่า ‘ป้า’ นั้นได้ทำลายความมั่นใจของผีสาวไปจนหมดสิ้น ดวงวิญญาณสาวได้แต่ลอยวนไปมารอบต้นมะพร้าวอย่างไร้จุดหมาย ในขณะที่เด็กหนุ่มยังคงเก็บมะพร้าวต่อไปอย่างไม่แยแส

“นี่แกไม่กลัวฉันเลยเหรอ” ในที่สุดอวัศยาก็ถามออกไปตรงๆ

“กลัวทำไมล่ะ แค่มาทำผีหลอกปลอมๆ แบบนี้ไม่เห็นจะน่ากลัวตรงไหนเลย”

“ผีปลอมอะไร ฉันเป็นผีจริงนะเว้ย” อวัศยาเริ่มโมโห

“โอเคคร้าบ ผีจริงก็ผีจริง แล้วไว้เดี๋ยวผมทำบุญไปให้ละกันนะ อยากกินอะไรล่ะ เดี๋ยวผมเอามะพร้าวนี่ทำแกงเหลืองไปให้ดีมั้ย” จ้อยพูดไปหัวเราะไป “เอาเถอะ วันนี้ผมเก็บแค่ต้นเดียวก่อนก็แล้วกัน สงสารป้า แก่แล้วยังมาทำอะไรแผลงๆ แบบนี้ เดี๋ยวจะเจ็บหลังเอา แล้วเดี๋ยววันหลังผมค่อยมาใหม่นะ”

พูดจบ จ้อยก็ปีนลงมาจากต้นมะพร้าวอย่างคล่องแคล่ว ยักษ์ที่กำลังเก็บมะพร้าวใส่กระสอบหันมามองหน้าเพื่อนด้วยสีหน้างงๆ

“เมื่อกี้มึงพูดกับใครวะ”

“ป้าเขาบอกว่าเป็นผีน่ะ ก็มุกเดิมๆ นั่นแหละ ไม่รู้เหรอไงว่าเดี๋ยวนี้โจรเค้ารู้ทันมุกแบบนี้กันหมดแล้ว วันนี้เราไปกันก่อนดีกว่า กลัวเดี๋ยวป้าจะไปแจ้งตำรวจน่ะสิ”

ไม่นานสองสหายก็แบกถุงกระสอบที่เต็มไปด้วยมะพร้าวโยนใส่หลังรถกระบะแล้วสตาร์ตเครื่องออกรถไปอย่างรวดเร็ว ในขณะที่ผีสาวยังลอยเท้งเต้งอยู่เหนือยอดต้นมะพร้าวเหมือนยังช็อกไม่หายกับสิ่งที่เพิ่งเกิดขึ้น

“เอาไงดีล่ะ มันไม่กลัวเลย” ณดาหันไปหาดวงวิญญาณหนุ่ม

“งั้นผมขอยืมร่างคุณหน่อยนะ” รวียิ้มที่มุมปาก

“เฮ้ย แล้วมันเกี่ยวอะไรกับฉันด้วยล่ะ” ณดาเริ่มใจคอไม่ดี

ดวงวิญญาณหนุ่มพุ่งปราดเข้ามาในร่างของณดาโดยไม่รอคำอนุญาต ก่อนจะวิ่งไปยังมอเตอร์ไซค์ที่จอดอยู่ สวมหมวกกันน็อกแล้วบึ่งรถตามเด็กหนุ่มทั้งสองคนไปในทันที

“เฮ้ย ไอ้จ้อย มีคนตามมา” ยักษ์รายงานเพื่อน

จ้อยหันไปมองกระจกหลังก่อนจะเหยียบคันเร่งจนรถพุ่งทะยานไปข้างหน้า ลูกมะพร้าวหลายสิบลูกที่ท้ายกระบะกลิ้งกระแทกกับตัวรถไปมาจนเกิดเสียงดัง ไฟท้ายสีแดงส่องวาบอยู่ในความมืดราวกับดวงตาของอสูรร้ายที่กำลังแสยะยิ้มเย้ยหยันเจ้าของสวนที่ถูกขโมยมะพร้าวไปต่อหน้าต่อตา

ณดาไม่รู้วิธีขี่มอเตอร์ไซค์จึงต้องปล่อยให้รวีเป็นฝ่ายควบคุมรถแต่โดยดี มือทั้งสองข้างของหญิงสาวกำแฮนด์มอเตอร์ไซค์เอาไว้แน่น เสียงเครื่องยนต์คำรามแข่งกับเสียงหัวใจที่เต้นแรงอยู่ในอก

(นี่นายขี่ช้าๆ หน่อยได้ไหม ช่วงนี้ฉันยิ่งดวงตกอยู่) ณดาโอดครวญ

(ช้าแล้วจะไล่โจรทันได้ยังไงล่ะ ผมก็ใส่หมวกกันน็อกอยู่แล้วไง)

(ใส่หมวกกันน็อกก็ใช่ว่าจะปลอดภัยร้อยเปอร์เซ็นต์นะ นายรู้มั้ยว่าตามสถิติแล้ว…)

ก่อนที่ณดาจะได้พูดถึงสถิติที่คิดไว้ รวีก็เร่งเครื่องมอเตอร์ไซค์พร้อมกับก้มตัวลงต่ำ ณดารู้สึกถึงลมวูบใหญ่ที่กระแทกผ่านหน้าของเธอไป

(มะพร้าวไม่กี่ลูกเอง เดี๋ยวฉันออกเงินให้ก็ได้) ณดาเปลี่ยนมาใช้ไม้อ่อนบ้าง

(มันไม่ใช่เรื่องของมะพร้าวหรอกคุณ มันเป็นเรื่องของศักดิ์ศรี ถ้าปล่อยให้มันมาเย้ยถึงถิ่นแบบนี้ อีกหน่อยมันได้ใจก็จะกลับมาอีกเรื่อยๆ)

พูดจบรวีก็เร่งเครื่องมอเตอร์ไซค์ไปขนาบข้างรถกระบะ เห็นอย่างนั้นจ้อยก็พยายามขับเบียดเพื่อให้มอเตอร์ไซค์ตกข้างทาง แต่รวีเอี้ยวรถหลบได้อย่างทันท่วงที ถนนด้านหน้าเริ่มคดเคี้ยวขึ้นเรื่อยๆ ในขณะไฟบนถนนเริ่มหายไปทีละน้อย รถทั้งสองคนขนาบข้างกันไปในความมืด

“เฮ้ย ระวังหมา” ยักษ์ตะโกนบอกเพื่อน จ้อยรีบหักพวกมาลัยหลบหมาน้อยสีดำที่วิ่งตัดผ่านหน้าจนรถกระบะไถลเข้าไปในสวนรกชัฏข้างทาง เด็กหนุ่มเหยียบเบรกเอาไว้ได้ทันพอดีก่อนที่รถจะพุ่งชนต้นไม้ ลูกมะพร้าวที่ท้ายรถกระบะกระเด็นกระดอนออกจากรถกระจายไปทั่วบริเวณ

รวียิ้มอย่างมีชัย เขาจอดมอเตอร์ไซค์ไว้ข้างทางแล้วเดินไปที่รถกระบะ

ในตอนนั้นเองที่สองโจรเดินออกมาจากรถ ในมือของจ้อยถือไม้หน้าสามอันเขื่อง ส่วนมือของยักษ์ถือท่อเหล็กที่เกรอะกรังไปด้วยสนิม

“มึงนี่หาที่ตายดีแท้ๆ แค่มะพร้าวไม่กี่ลูกทำเป็นเรื่องใหญ่ไปได้”

(ฉิบหายแล้ว ทำยังไงดี) ณดาใจหายแวบ

ดูเหมือนรวีจะเพิ่งนึกขึ้นได้ว่าตอนนี้ตัวเองอยู่ในร่างเล็กๆ ของผู้หญิงคนหนึ่งที่แค่ยกหม้อแกงก็ยังแทบจะไม่ไหว รวีรีบวิ่งกลับไปที่มอเตอร์ไซค์หวังจะขี่หนี แต่จ้อยวิ่งมาขวางหน้ารถเอาไว้ก่อน

“จะหนีไปไหน อยากมีเรื่องนักไม่ใช่เหรอ” จ้อยเอียงคอพร้อมกับยกไม้หน้าสามเคาะในอุ้งมือเบาๆ

“เดี๋ยวฉันจัดการเอง” เสียงหนึ่งดังลอยมาจากด้านหลัง ณดาเพิ่งรู้ในตอนนั้นเองว่าอวัศยาเกาะท้ายรถมอเตอร์ไซค์มาด้วยตลอดทาง

หลังจากผ่านแรงลมบนรถมอเตอร์ไซต์ความเร็วสูง สภาพของผีสาวในตอนนี้ดูกระเซอะกระเซิงมากกว่าน่ากลัว แต่ดวงตาคู่นั้นกลับแฝงแววมุ่งมั่นอย่างประหลาด ทันใดนั้นเอง แสงสีม่วงก็ค่อยๆ เปล่งออกมาจากร่างของอวัศยา แล้วดวงตาของเธอก็เริ่มปูดโปนออกมา

ณดารีบหันไปดูรีแอ็กชันของสองโจร ทั้งคู่นิ่งไปพักใหญ่ จ้อยทำท่าจะพูดต่อแต่ยักษ์กลับสะกิดแขนเพื่อน โจรทั้งสองเงยหน้ามองด้านบน ทั้งสองเบิกตาโพลงด้วยความตกใจ ลูกมะพร้าวลูกหนึ่งถูกเขวี้ยงมากระแทกหน้าอกของยักษ์ และลูกต่อมาก็ถูกเขวี้ยงมากระแทกหัวของจ้อย จากนั้นลูกมะพร้าวหลายสิบลูกก็ถูกเขวี้ยงมาใส่โจรทั้งสองแบบไม่ยั้งมือราวกับปืนกล เด็กหนุ่มทั้งสองก้มตัวลงนั่งลงกับพื้นด้วยความหวาดกลัว สองมือปัดป่ายไปมาเพื่อป้องกันตัวเองจากการโจมตี

หมอก เธอทำได้แล้วเหรอ

ณดารู้สึกภาคภูมิใจในตัวเพื่อนสาวแต่เมื่อหันกลับไปมองอีกครั้ง อวัศยาก็ยังอยู่ในสภาพสะบักสะบอมไม่ต่างจากเดิม มีแค่ดวงตาที่ดูโตขึ้นเล็กน้อย ในตอนนั้นเองที่สายตาของณดาเหลือบไปเห็นเงาสีดำทะมึนขนาดยักษ์ที่อยู่เบื้องหลังดวงวิญญาณสาวอีกที

“ผีมะพร้าวอ่อน” จ้อยตะโกนโหวกเหวกอย่างไร้สติ

สิ่งที่ปรากฏอยู่ตรงหน้าณดาในตอนนี้คือร่างในชุดขาวที่ใหญ่โตราวกับยักษ์ ผมดำสยายปกคลุมไปทั่วใบหน้า มือข้างหนึ่งยังขว้างลูกมะพร้าวไม่หยุด มืออีกข้างยืดยาวไปเก็บมะพร้าวจากบนต้นมะพร้าวใกล้ๆ สักพักร่างของจ้อยก็เริ่มชักเกร็ง น้ำลายฟูมปาก แล้วสลบเหมือดไปต่อหน้าต่อตา เพื่อนร่างใหญ่ที่อยู่ข้างๆ ก็อยู่ในสภาพไม่ต่างกัน

หลังจากที่โจรทั้งสองหมดสติไป หญิงร่างยักษ์ก็ค่อยๆ หดร่างเล็กลงและกลายร่างเป็นหญิงสาวหน้าตาสะสวยในชุดไทยที่ดูงดงามราวกับภาพในวรรณคดี

 



Don`t copy text!