เทพีเสรีภาพบนคราบน้ำตา

เทพีเสรีภาพบนคราบน้ำตา

โดย : เจริญขวัญ แพรกทอง บลาฮาสสกี้

Loading

“อเมริกันคัน” เรื่องราวเกี่ยวกับอเมริกาในบางแง่มุมในอเมริกาที่หลายคนไม่เคยรู้หรือเคยรับรู้มาบ้าง แต่อาจมองไม่เห็นภาพรวมชัดเจน เจริญขวัญ แพรกทอง บลาฮาสสกี้ เจ้าของคอลัมน์ที่เขียนลงในต่วยตูนมาถึง 10 ปี นำมาเขียนเล่าสู่กันฟังแบบสนุกๆ เหมือนการเล่าให้เพื่อนฟัง โดยคงบุคลิก “ต่วยตูน” ดั้งเดิมเอาไว้คือสาระและบันเทิง

ก่อนหน้าที่แผ่นดินแห่งนี้จะถูกเรียกขานว่าอเมริกา อินเดียนแดงอาศัยอยู่ที่นี่อย่างเสรี แม้จะมีการสู้รบระหว่างเผ่าบ้าง แต่ไม่ได้ฆ่าล้างเผ่าพันธุ์แบบคนผิวขาวกระทำต่ออินเดียนแดง ช่วงก่อนการเข้ามาของชาวยุโรป คาดว่ามีอินเดียนแดงอยู่ประมาณ 10-12 ล้านคน

วันแรกที่โคลัมบัสย่างเท้าเข้าไปในอเมริกา ก็นำความโหดร้ายและความตายสู่ชนพื้นเมือง มีหลักฐานบันทึกไว้ว่าโคลัมบัสสถาปนาตนเป็นเจ้าเมือง ปกครองชนพื้นเมืองอย่างโหดร้าย จับอินเดียนแดงมาใช้แรงงาน และปล้นสะดมทรัพย์สิน หากใครขัดขืนจะทรมานอย่างทารุณ เมื่ออินเดียนแดงต่อต้านระบอบของโคลัมบัส ก็สั่งปราบปรามอย่างรุนแรง

การค้นพบอเมริกาของโคลัมบัสทำให้อินเดียนแดงกว่า 3 ล้านคนเสียชีวิต แต่ชะตากรรมรันทดยังไม่หมดสิ้นเพียงเท่านั้น ย้อนไปในยุคอาณานิคม มีการไล่จับและกวาดต้อนคนผิวดำจากจาไมกาและแอฟริกามาเป็นทาส ชาวอาณานิคมนำคนผิวดำที่ล่ามาจับล่ามใส่โซ่ล่ามคอ ล่ามมือและเท้า บังคับให้ทำงานในไร่นา เพื่อสร้างความร่ำรวยให้ตนเอง

ต่อมาเกิดสงคราม 7 ปีระหว่างอังกฤษกับฝรั่งเศส อังกฤษสู้ไปควักเนื้อไปจนเงินหมด จึงหันมารีดภาษีแพง ๆ จากชาวอาณานิคมในแผ่นดินใหม่ เหล่าพ่อค้านายทุนและชนชั้นสูงในอาณานิคมไม่พอใจถึงขั้นประกาศแยกตัว นำมาสู่สงครามประกาศอิสรภาพของอเมริกาที่ได้รับชัยชนะในวันที่ 4 กรกฎาคม ปี ค.ศ. 1776

หลังสงครามกลางเมืองในอเมริกาสงบลง ปี ค.ศ. 1865 อินเดียนแดงที่เคยมีอยู่เกือบล้านคนทั่วประเทศถูกสังหารหมู่ ลดลงเหลือไม่ถึงสามแสนคน ขณะที่คนผิวขาวหลั่งไหลเข้ามาแย่งชิงดินแดนของอินเดียนแดงร่วม 30 ล้านคน

จุดเริ่มต้นในการก่อตั้งประเทศอเมริกาไม่ได้มีความเท่าเทียมใด ๆ เพราะสร้างชาติบนซากศพอินเดียนแดงและคนผิวดำมาโดยตลอดตั้งแต่ยุคแรกเริ่มเลยทีเดียว

การที่เทพีเสรีภาพมาสถิตบนแผ่นดินอเมริกานั้นเป็นเรื่องการเมืองล้วน ๆ ไม่ได้มายืนชูคบเพลิงฟรี ๆ อย่างที่คนส่วนมากคิด ย้อนไปในปี ค.ศ. 1865 เอดูอาร์ด เดอ ลาบูเลย์ ซึ่งเป็นนักเคลื่อนไหวต่อต้านการค้าทาสเสนอว่า ในวาระของการเป็นอิสระจากอังกฤษเกือบ 100 ปีและเพิ่งผ่านสงครามกลางเมืองมาหมาด ๆ น่าจะมีอนุสรณ์สถานให้เป็นที่ระลึกบ้าง แต่ความคิดนี้ตกไป

ต่อมา เฟรเดอริก ออกุสเต บาร์ทอลดิ ปัดฝุ่นความคิดนี้นำเสนออีกหน โดยมีเงื่อนไขว่าฝรั่งเศสจะเป็นผู้ปั้นเทพีเสรีภาพ โดยนายเฟรเดอริก ออกุสเต บาร์ทอลดินั่นแหละที่จะปั้นให้ เพราะมีอาชีพเป็นช่างปั้น แต่ลุงแซมต้องหาที่ยืนของแม่สาวแห่งเสรีภาพนี้เองนะ

อนุสาวรีย์เทพีเสรีภาพ หรือ Statue of Liberty มีชื่อเรียกแต่เดิมว่า Liberty Enlightening the World ถือเป็นของขวัญชิ้นมหึมาที่ชาวฝรั่งเศสมอบให้แก่ชาวอเมริกันในงานฉลองวันชาติครบ 100 ปี เมื่อวันที่ 4 กรกฎาคม ปี ค.ศ. 1876 แต่ส่งมอบอย่างเป็นทางการอีก 10 ปีให้หลัง คือมอบให้วันที่ 28 ตุลาคม ปี ค.ศ. 1886 โดยมีประธานาธิบดีโกรเวอร์ คลีฟแลนด์ เป็นผู้รับมอบ

ฟังดูเหมือนรูปปั้นนี้คือของขวัญอันสะสวยจากรัฐบาลฝรั่งเศสใช่ไหม แต่หากสืบค้นประวัติศาสตร์แล้วจะเห็นว่าไม่ได้เป็นเช่นนั้น เพราะมีจุดประสงค์แอบแฝงอยู่ทางการเมือง

หลังจากก่อสร้างไปยังไม่ทันเท่าไร ก็เกิดปัญหาที่ทำให้โครงการนี้ต้องหยุดชะงัก ทั้งนี้ไม่ใช่ปัญหาอะไรเลยคือหมดเงินที่จะใช้ในการก่อสร้างนั่นเอง ฝรั่งอั้งม้อทั้งสองชาติจึงต้องนั่งซดไวน์แกล้มแฮมเบอร์เกอร์สุมหัวคิดกันอยู่พักหนึ่ง

จนในที่สุดก็มีพระเอกขี่ม้าขาวมาช่วย นั่นคือ โจเซฟ พูลิตเซอร์ บรรณาธิการผู้มีชื่อเสียงของหนังสือพิมพ์นิวยอร์กเวิลด์ มาเป็นหัวเรี่ยวหัวแรงในการรณรงค์หาทุนให้ โดยขอรับบริจาคจากมหาชนใน ค.ศ. 1885 ทำให้งานก่อสร้างรากฐานสำเร็จลุล่วงในปลายปีเดียวกัน

ส่วนของอนุสรณ์สถานที่เป็นรูปเทพีเดินทางมาถึงนิวยอร์กเมื่อเดือนพฤษภาคม ค.ศ. 1885 โดยแยกเป็นชิ้น ๆ บรรจุในหีบใหญ่ถึง 214 หีบ

เมื่อมาถึงแล้วจึงนำชิ้นส่วนมาต่อกันบนป้อมเก่าทางปลายสุดของเกาะลิเบอร์ตี รูปปั้นนี้หนัก 254 ตัน ออกแบบเป็นรูปสตรีสวมเสื้อผ้าคลุมร่างแบบกรีกตั้งแต่ไหล่ลงมาจรดปลายเท้า สวมมงกุฎ มือขวาถือคบเพลิงชูเหนือศีรษะ ส่วนมือซ้ายถือหนังสือคำประกาศอิสรภาพที่จารึกว่า JULY IV MDCCLXXVI หรือวันที่ 4 กรกฎาคม ค.ศ. 1776 ที่อนุสรณ์สถานมีทางเดินจากป้อมเข้าสู่ส่วนฐาน

ตรงทางเข้ามีแผ่นบรอนซ์จารึกคำประพันธ์ซอนเนท แต่งโดยเอมมา ลาซารัส เมื่อ ค.ศ. 1883 ใจความกล่าวต้อนรับผู้อพยพมาสู่โลกใหม่ทุกคน ที่ปลายเท้าเทพีมีโซ่หักขาดชำรุด ซึ่งแสดงความหมายของความเป็นไทจากอังกฤษ

เงินทุนในการสร้างเทพีเสรีภาพนี้ ส่วนหนึ่งมาจากนายทุนฝรั่งเศสที่อยากเข้ามาลงทุนขุดคลองปานามา แต่จะพุ่งตรงไปที่โคลอมเบียเลยก็น่าเกลียด เพราะพี่เบิ้มอเมริกานั่งกระดิกเท้าขวางหน้าอยู่ เลยต้องเดินเข้าไปบีบแข้งบีบขาทุบหลังเอาใจลุงแซมก่อน ต้องการให้ลุงแซมสนับสนุนให้ฝรั่งเศสเข้าไปขุดคลองปานามาในโคลอมเบียนั่นเอง

ตอนนั้นโคลอมเบียคือลูกหม้อของอเมริกา เรื่องนี้คือผลประโยชน์มหาศาลของฝรั่งเศสนั่นแหละ ต่อมามีการโกงกันสะบั้นหั่นแหลก ถึงขั้นที่บริษัทฝรั่งเศสล้มละลาย อเมริกาจึงมารับช่วงทำต่อหลังจากนั้น

หลังจากสร้างเสร็จแล้ว เทพีเสรีภาพก็กลายเป็นสัญลักษณ์ของอเมริกาไปโดยปริยาย เนื่องจากผู้อพยพจากยุโรปในยุคหลังจะต้องเดินทางเข้าสู่อเมริกาทางเรือ สิ่งแรกที่เห็นบนแผ่นดินอเมริกาคือ เทพีเสรีภาพยืนตระหง่านอยู่บนเกาะลิเบอร์ตี ก่อนที่เรือทุกลำจะจอดเทียบท่าที่เอลลิสไอแลนด์ เพื่อให้กลุ่มชนอพยพจากแผ่นดินอื่นเข้าบันทึกข้อมูลในการเดินทางเข้าอเมริกาในยุคที่ยังไม่มีเครื่องบิน

การที่เทพีเสรีภาพยืนชูคบเพลิงต้อนรับผู้อพยพชาติอื่น แบบเดียวกับรูปปั้นไม้พนมมือไหว้หน้าร้านอาหารไทย อาจทำให้หลายคนคิดว่าอเมริกาเป็นดินแดนแห่งเสรีภาพ

แต่ลึก ๆ แล้วอเมริกาหาใช่แดนเสรีไม่ นั่นคือภาพลวงตาประชาคมโลกต่างหาก ลึกลงไปใต้ผิวหน้า สังคมอเมริกันเต็มไปด้วยความขัดแย้งและความชิงชังทุกอณูระหว่างคนขาวและคนผิวสี แต่กลบเกลื่อนไว้ภายใต้รัฐธรรมนูญว่าทุกคนเท่าเทียมกัน ทั้งที่แก่นแท้ภายในอเมริกาเต็มไปด้วยปัญหาสารพัด

ทุกครั้งที่มองเทพีเสรีภาพเบื้องหน้า อดสงสัยไม่ได้ว่าเสรีภาพนั้นเป็นเสรีภาพแบบไหนและของใคร เป็นเสรีภาพของอเมริกาแต่เพียงฝ่ายเดียว หรือว่าเสรีภาพของคนทั้งโลก…?

Don`t copy text!