อาหารงานวัดฝรั่ง

อาหารงานวัดฝรั่ง

โดย : เจริญขวัญ แพรกทอง บลาฮาสสกี้

Loading

“อเมริกันคัน” เรื่องราวเกี่ยวกับอเมริกาในบางแง่มุมในอเมริกาที่หลายคนไม่เคยรู้หรือเคยรับรู้มาบ้าง แต่อาจมองไม่เห็นภาพรวมชัดเจน เจริญขวัญ แพรกทอง บลาฮาสสกี้ เจ้าของคอลัมน์ที่เขียนลงในต่วยตูนมาถึง 10 ปี นำมาเขียนเล่าสู่กันฟังแบบสนุกๆ เหมือนการเล่าให้เพื่อนฟัง โดยคงบุคลิก “ต่วยตูน” ดั้งเดิมเอาไว้คือสาระและบันเทิง

หากเมืองไทยเป็นเวลากลางวัน อเมริกาจะเป็นเวลากลางคืน  นั่นรวมถึงเดือนแต่ละฤดูกาลที่แตกต่างไปจากเมืองไทย   โลกฝั่งอเมริกานี่นับช่วงฤดูกาลยากมาก เพราะภูมิประเทศกว้างใหญ่ไพศาล  ขึ้นอยู่กับแต่ละรัฐ รัฐที่อยู่ทางตอนเหนือติดชายแดนแคนาดาและโซนมิดเวสต์อย่างรัฐที่ฉันอยู่ ฤดูหนาวจะยาวนานกว่ารัฐทางใต้

พูดตรงๆ เลยว่าอิจฉาคนที่อยู่รัฐทางใต้มาก หากเป็นรัฐทางตอนใต้ ปกติหน้าหนาวจะสิ้นประมาณมีนาคม แล้วจะอุ่นขึ้น ดอกไม้บานสะพรั่ง ในขณะที่คนโซนเหนือยังหนาวสั่นดุกๆ  พลางขบเขี้ยวเคี้ยวฟันว่า เมื่อไหร่จะหมดหน้าหนาวซักทีโว้ย

ที่เล่ามายาวนี่ไม่ใช่อะไร สำหรับฝรั่งมะริกันแล้ว หน้าร้อนคือช่วงเวลาแห่งความสนุกสนานบันเทิง  หลายบ้านจัดปาร์ตี้บาร์บีคิว ปิ้งย่างในสวนหลังบ้าน อาหารหลักของปาร์ตี้แนวนี้คือแฮมเบอร์เกอร์ ฮอทดอก ส่วนคนไทยเราดัดแปลงไปทำหมูปิ้งบ้าง ปิ้งน่องไก่กินกับข้าวเหนียวก็เพลิดเพลินเจริญใจไม่แพ้ฝรั่งเหมือนกัน

อาหารหลักประจำหน้าร้อนแบบสิ้นคิดคือ ฮอตดอก แตงโม ไอศกรีม และน้ำมะนาว แต่สิ่งหนึ่งที่ชาวบ้านร้านถิ่นรอคอยในช่วงหน้าร้อนคืองานประจำปีที่จัดปีละหนที่เรียกว่า งานเคาต์ตี้แฟร์หรือสเตทแฟร์ เทียบง่ายๆ ก็ประมาณงานวัดบ้านเรานี่แหละ

อเมริกาแยกออกเป็นรัฐต่างๆ   แต่ละรัฐแยกย่อยไปเป็นหลายเคาต์ตี้  หนึ่งเคาต์ตี้มีหลายเมืองรวมกัน จะเทียบกับอำเภอก็ดูไม่เหมือนซะทีเดียว ช่วงหน้าร้อนแบบนี้แหละ จะมีงานแนวงานวัดบ้านทุ่งมาออกร้านที่เรียกว่า “เคาต์ตี้แพร์”  และ “สเตทแฟร์”

สเกลความใหญ่ของงานก็ขึ้นอยู่กับแต่ละรัฐด้วย ถ้าเคาต์ตี้แฟร์จะขนาดไม่ใหญ่มาก คือเทียบเป็นงานระดับอำเภอ บ้านๆ ง่ายๆ  จัดในบริเวณไม่กว้าง ชาวบ้านร้านถิ่นแถวนั้นแห่มาตีตั๋วเข้างานกันอย่างสนุกสนาน ส่วนสเตทแฟร์จะหลากหลายและขนาดใหญ่กว่า คนที่มางานสเตทแฟร์บางรัฐนี่ถึงหลักล้าน

ไอ้งานแบบบนี้ถือเป็นเสน่ห์บ้านทุ่ง  ช่วงกลางวันจะมีงานประกวดกระต่าย หมู ม้า แพะ อะไรก็ว่ากันไป ชาวไร่ชาวนาแถวนั้นส่งสัตว์คอกตัวเองเข้าประกวด นอกจากการประกวดสัตว์ ยังมีการประกวดพืชผล ประกวดขนมพาย  แข่งวิ่งกบ

ไอ้ที่บอกว่าวิ่งกบนี่ไม่ได้หมายถึงคนมาวิ่งเหมือบกบ แต่คือกบจริงๆ นี่แหละ  กบบางพันธุ์ตัวใหญ่เบ้อเริ่ม ปล่อยกบเหมือนปล่อยม้า แต่ดูเหมือนว่าไอ้กบพวกนี้กระโดดมั่วไปเรื่อย ไม่มีตัวไหนเข้าเส้นชัยหรอก  แต่ทุกคนก็หัวเราะเฮฮากัน โดยเฉพาะเด็กๆ ชอบอกชอบใจมาก

บางปีมีแข่งวิ่งหมู  อย่านึกว่าจะเอาหมูน้อยตัวสีขาวอมชมพูมาวิ่งแข่ง  ไอ้ที่เอามาวิ่งแข่งกันนี่เป็นหมูดำๆ ด่างๆ ตัวเล็กๆ เหมือนหมูขี้พร้าแถวปักษ์ใต้  พอปล่อยออกมา ก็วิ่งพรวดๆ ตัวไหนชนะไม่ใช่ประเด็น แต่ที่ทุกคนขำกันทั่วเพราะคนพากษ์นั้นตลกมาก อย่าไปหมิ่นไอ้ฝูงหมูขี้พร้าพวกนี้เชียวนะ ทั้งฝูงนั่งรถปรับอากาศอย่างดี ตระเวณไปตามเคาต์ตี้และรัฐต่างๆ  เดินสายเหมือนซุปเปอร์สตาร์

อาหารงานแฟร์พื้นๆ ก็พวกฮอตดอก แฮมเบอร์เกอร์ อะไรพวกนี้ ไม่แน่ใจว่าเมืองไทยมีไอ้นี่ขายไหม มันเหมือนขนมที่เคยกินสมัยเด็กๆ เป็นแป้งชุบไส้กรอกเสียบไม้ สมัยที่เคยกินตอนเด็ก เป็นลูกกลมๆ เท่ากำปั้นเด็ก จำไม่ได้ว่าเรียกอะไร  พอมางานแฟร์ในอเมริกา ไม่ว่าเดินไปไหนต้องเจออาหารที่ว่านี่ ผิดกันตรงใช้แป้งข้าวโพดเป็นแป้งหุ้มไส้กรอกเสียบไม้ เรียกว่า “คอนด็อก”

ส่วนขนมหวานที่เป็นนางเอกประจำงานคือขนมที่เรียกว่า ขนมหูช้าง หรือ Elephant ears เอ้า..ทำหน้างง เล่าคร่าวๆ คือเป็นขนมแป้งทอดอย่างหนึ่ง คนอเมริกันชอบกินอาหารทอดๆ มาก บางอย่างไม่น่าจะเอามาทอดได้ก็ทอด อย่างโอริโอก็ยังเอามาทอดขาย

ไอ้ขนมหูช้างที่ว่านี่กินปีละหนพอไหว  นับจำนวนแคลอรี่แล้วขอเป็นลม แป้งทอดฟูๆ พองๆ แบบแป้งโดนัท แต่อันใหญ่เท่าจานกระเบื้องประมาณนั้น ทอดแล้วโรยผงซิเนมอนกับผงน้ำตาล  เป็นขนมที่ทุกคนซื้อมาแทะกินในงานอย่างเอร็ดอร่อย

สิ่งหนึ่งที่หาเจอได้ทุกงานแฟร์คืออาหารแนวทอดๆ ปกติไม่มีในเมนูในร้านอาหารทั่วอเมริกา อาหารหลายอย่างต้องยอมรับว่าเกิดมาจากท้องพ่อท้องแม่เพิ่งจะเคยเห็น ที่ฮิตๆ กันก็มีโอริโอทอดกรอบ ชีสทอดกรอบ แตงกวาดองทอดกรอบ และอะไรต่อมิอะไรทอดกรอบแบบแปลกๆ

รัฐทางใต้หลายรัฐพื้นที่เป็นบึงน้ำและหนองน้ำเชื่อมต่อกันเป็นผืนใหญ่ เป็นแหล่งที่อยู่อาศัยของพี่เข้ วันดีคืนดีก็แวะมาทักชาวบ้านร้านถิ่นแถวนั้น  แต่ละปีมีการอนุญาตให้ล่าพี่เข้ บรรดาอเมริกันที่อาศัยตามหนองน้ำจะออกล่าพี่เข้กันอย่างขมักเขม้น ร้านอาหารในรัฐทางตอนใต้มีเมนูพี่ข้ตั้งแต่แฮมเบอร์เกอร์เนื้อพี่เข้ พี่เข้ย่างบาร์บีคิว พี่เข้ทอดกรอบ หลายคนบอกว่ารสเหมือนไก่    แต่ฉันยังไม่เคยคิดและไม่คิดกิน  พอมีงานแฟร์ในรัฐเหล่านี้ มักจะมีเนื้อพี่เข้ย่างหรือทอดวางขายตามซุ้มร้านอาหาร

อาหารงานแฟร์เป็นอาหารที่เหมาะสำหรับเดินแทะกินไปเรื่อย เวลาเราไปเที่ยววานวัด อาจเห็นแผงขายน่องไก่ทอด ในอเมริกาก็มี แต่ขายไก่ทอดมันธรรมดาไป สำหรับมวลมหาอเมริกันต้องใหญ่เข้าว่า เลยขายน่องไก่งวงทอดบ้างย่างบ้าง อันนี้คือเบสิก  น่องหนึ่งหนักประมาณหนึ่งกิโล บางงานแฟร์ในรัฐทางใต้จะโปะขนมกรุบกรอบแบบขนมถุงบ้านเรามาบนน่องไก่งวงด้วย

อย่างที่เล่าแหละว่าอเมริกันชอบอาหารแนวทอดกรอบ เลยมีคนคิดค้นอาหารประหลาดอย่างหนึ่ง เรียกว่า “funnel cake” ดูทรงแล้วไม่น่าจะมีชื่อไทย ใครจะอยากกินเค้กโลงศพ  วิธีทำก็ง่ายๆ เอาแป้งนมไข่ผสมกัน  แล้วใส่กรวยอย่างที่เราวางบนปากขวดน้ำตอนจะกรอกน้ำ  แต่ปล่อยให้ไหลเป็นสายในน้ำมันเดือดๆ แทน หมุนส่ายไปมาเป็นวงกลมจนกรอบ  บอกตรงๆ แค่เห็นน้ำมันที่ทอดก็หัวใจจะวายตายแล้ว ใครจะกินเป็นขนมหวานก็โรงผงน้ำตาล บางทีเอาไอ้เค้กกรอบที่ว่าไปทำแฮมเบอร์เกอร์ คือเหมือนทำแฮมเบอร์เกอร์ทุกอย่าง ยกเว้นใช้เค้กชนิดนี้แทน

อาหารทอดอีกอย่างที่ไม่น่าจะขายได้ แต่กลับขายดีเป็นเทน้ำเทท่า เพราะอเมริกันนั้นคลั่งชีสที่สุด นั่นคือเอาชีสมาชุบแป้งทอด ไอ้นี่ยังไม่แปลกเท่าเอาอมยิ้มมาชุบแป้งทอด  ขนมอย่างเวเฟอร์หรือคิมแคทก็เอามาชุบแป้งทอด  คนแย่งซื้อเหมือนบ้าคลั่ง  รสนิยมอเมริกันนี่เกินจินตนาการแท้ๆ

เดินในงานแฟร์พวกนี้ อดติดถึงงานวัดบ้านเราไม่ได้ บ้านเรานั้นเจ๋งกว่าเป็นไหนๆ มีทั้งเมียงูและสาวน้อยตกน้ำ นึกถึงงานวัดสระเกศขึ้นมาทันที ไหนจะหอยทอด ไหนจะไก่ทอดหาดใหญ่ใส่หอมเจียว คิดถึงอ้อยควั่นโรยกลีบกุหลาบสมัยเด็กๆ คิดถึงข้าวโพดคั่วแบบบ้านๆ  คิดแล้วหิวขึ้นมาทันที อาหารฝรั่งอย่างไรก็ไม่เหมือนอาหารบ้านเราหรอก

 

 

 

Don`t copy text!