
ต้นสนดึกดำบรรพ์พันปีแห่งแคลิฟอร์เนีย
โดย : เจริญขวัญ แพรกทอง บลาฮาสสกี้
![]()
“อเมริกันคัน” เรื่องราวเกี่ยวกับอเมริกาในบางแง่มุมในอเมริกาที่หลายคนไม่เคยรู้หรือเคยรับรู้มาบ้าง แต่อาจมองไม่เห็นภาพรวมชัดเจน เจริญขวัญ แพรกทอง บลาฮาสสกี้ เจ้าของคอลัมน์ที่เขียนลงในต่วยตูนมาถึง 10 ปี นำมาเขียนเล่าสู่กันฟังแบบสนุกๆ เหมือนการเล่าให้เพื่อนฟัง โดยคงบุคลิก “ต่วยตูน” ดั้งเดิมเอาไว้คือสาระและบันเทิง

ฉันเชื่อว่าทุกคนมีความฝันที่ต้องบรรลุก่อนจากโลกนี้ไป นั่นรวมถึงสิ่งที่อยากทำและสถานที่ในฝันที่อยากไปสักครั้งในชีวิต สิ่งที่ฝันใฝ่อยากทำก่อนตายเหล่านี้เรียกว่า “Bucket List” และทุกคนมี Bucket List เป็นของตัวเอง แต่ใครจะทำตามฝันได้ครบถ้วนแค่ไหนก็แล้วแต่เงื่อนไขและปัจจัยของแต่ละบุคคล หนึ่งในสถานที่ที่ฉันอยากเยือนคือ การไปดูต้นสนยักษ์อายุนับพันปีในป่าเมียร์วู้ด (Muir Woods) ที่แคลิฟอร์เนีย
หลายคนอาจเคยได้ยินชื่ออุทยานแห่งชาตินี้หรือไม่ก็เคยเห็นในฉากหนังว่าที่แคลิฟอร์เนียมีต้นไม้ยักษ์ที่เรียกว่า “Redwood” เป็นต้นไม้ตระกูลต้นสน แต่ไม่รู้ว่าไอ้เรดวู้ดในอเมริกาเนี่ยแบ่งออกเป็นสองประเภท
อ่านตำราวิชาการแล้วปวดหัวหน้ามืดตาลายคล้ายเป็นลม ขอสรุปสั้นๆ ว่าต้นเรดวู้ดในอเมริกาแบ่งเป็นสองชนิดคือ พวกสูงชะลูดตูดปอดคือต้นสนเรดวู้ดชายฝั่ง (Coastal Redwood) ที่จัดเป็นต้นไม้ที่สูงที่สุดในโลก กับพวกอ้วนล่ำกำยากายหรือสนยักษ์ซีคัวยาที่เรียกว่าเซียร์ราเรดวู้ด (Sierra Redwood)
ต้นสนเรดวู้ดทั้งสองชนิดล้วนเป็นเจ้ายุทธภพ เพราะเรดวู้ดชายฝั่งคือต้นไม้ที่สูงที่สุดในโลก ส่วนเรดวู้ดซีคัวยาคือต้นไม้ที่ขนาดใหญ่ที่สุด ต้นเรดวู้ดชายฝั่งสูงถึง 367.8 ฟุต มีอายุยืนยาว 2,000 ปี เปลือกไม้หนา 12 นิ้ว และเส้นผ่านศูนย์กลางที่ฐาน 22 ฟุต ส่วนเรดวู้ดซีคัวยาสูง 311 ฟุตอายุยืน 3,200 ปีเปลือกไม้หนา 31 นิ้ว และเส้นผ่านศูนย์กลางที่ฐาน 40 ฟุต เรียกว่าเป็นแชมป์ทั้งคู่นั่นแหละ
ก่อนหน้าไปป่าเมียร์วู้ด เคยไปเที่ยวอุทยานแห่งชาติโยเซมิตี้ เพื่อไปดูเรดวู้ดที่เป็นต้นสนยักษ์ซีคัวยา (Giant Sequoia) ที่นั่นมีประมาณสองร้อยต้น แม้จะไม่เยอะเท่าอุทยานอื่น แต่ถือว่าตื่นตาตื่นใจทีเดียว เพราะเกิดมาไม่เคยเห็นต้นไม้ใหญ่โตมโหฬารขนาดนี้มาก่อน อายุของต้นสนซีคัวยาพวกนี้ก็ไม่มากมายอะไรเลย แค่ร่วมสมัยกับฟาโรห์อียิปต์โบราณเท่านั้นเอง
เมื่อเผชิญหน้าสนยักษ์ซีคัวยาอันล่ำบึ้กแล้ว ก็กระสันอยากไปเบิ่งสนยักษ์แนวสูงชะลูดบ้าง นั่นคือพวกเรดวู้ดชายฝั่ง เลยลงทุนขับรถข้ามสะพานโกลเดนเกตไปอีกฝั่งเพื่อไปป่าเมียร์วู้ด เพราะที่นั่นเป็นดงสนเรดวู้ดแนวสูงเสียดฟ้าแบบ Coastal Redwood
จำได้ว่าทริปที่ไปดูสนยักษ์ซีคัวยา ถึงกับหมดสภาพ เพราะไม่ได้ขับรถไปเอง แต่ซื้อทัวร์ใจโหดไป นั่งปุเลงๆ ร่วมกับนักท่องเที่ยว ในรถจึงเหมือนสหประชาชาติ ระงมไปด้วยสรรพเสียงจากชาติอื่นๆ ปะปนกับสำเนียงอเมริกัน
โซเฟอร์ซึ่งเป็นไกด์ด้วยต้อนรับด้วยภาษาอังกฤษสำเนียงเยอรมัน ขับรถวนไปรอบเมืองเพื่อรับตัวฤทธิ์ร่วมทริปที่นับแล้วรวม 28 คน จากนั้นบึ่งออกนอกเมืองซานฟรานซิสโกมุ่งหน้าสู่อุทยานแห่งชาติโยเซมิตี้
ไกด์ปล่อยลูกทัวร์ลงเป็นจุดๆ โดยจุดแรกคือให้เดินลงเขาไปดูต้นไม้ยักษ์ที่เรียกว่า “สนยักษ์ซีคัวยา” อันเป็นสถานที่ในฝันของฉัน
ระยะทางไปกลับระหว่างต้นสนยักษ์กับจุดที่ปล่อยเราลงคือ 3 ไมล์ เทียบเป็นกิโลเมตรคือประมาณเกือบห้ากิโลเมตร โดยให้เวลาแค่หนึ่งชั่วโมง พลางขู่ว่าหากใครมาช้าจะไม่มีการรอแต่อย่างใด ตอนแรก เราต่างยิ้มเยาะคำขู่นั้น แม้ไม่ได้กันดารอะไรนัก แต่ปัญหาคือระยะทางและเวลาอันจำกัด ที่สำคัญคือต้องขึ้นลงภูเขาตลอดในระยะความสูงสามพันเมตร ยิ่งทำให้เหนื่อยกว่าการเดินพื้นราบในภาวะปกติ
ไกด์จิกตามองนิดหนึ่ง ตอนฉันตะเกียกตะกายลงจากรถ พลางย้ำว่าหากกลับมาไม่ได้ จะไม่รอหน้าไหนทั้งนั้น แต่จะให้นอนกับหมีดำที่โยเซมิตี้นี่แหละ พูดจบก็หัวเราะกวนตีน
โธ่..ไอ้ผีบ้า ใครจะเหมือนแกล่ะวะ ทั้งเนื้อทั้งตัวมีแต่กล้ามเนื้อ ไม่มีไขมันเลยสักนิด คนอย่างนี้แหละที่มักปรายตามองมนุษย์ป้าอย่างเวทนา ส่วนนางมนุษย์ป้าชาวไทยก็สะบัดหน้าใส่จนคอเคล็ดแล้วนึกแช่งชักหักกระดูก ขอให้ไอ้หน้าเสี้ยมนี่ไม่มีเมียตลอดชีวิต
พอได้เห็นปู่ต้นไม้แล้วน้ำตากลบตา แทบจะยกมือไหว้ด้วยความเคารพ เพราะปู่วัย 2,700 ปี ช่างใหญ่โตมโหฬาร ข่มให้ร่างอ้วนๆ ของมนุษย์ป้าคนไทยเล็กลงทันตาเห็น อดนึกไม่ได้ว่าหากปู่ต้นไม้นี้อยู่เมืองไทย คงรุงรังไปด้วยแพรเจ็ดสี พร้อมฝูงม้าลายล้อมรอบและน้ำแดงหลายขวด เปลือกคงเรียบลื่นเป็นมันวาววับจากการขูดหาเลขหวย
หลังชื่นชมจนพอใจแล้วก็เดินกลับ นาทีนั้นถึงรู้ว่านรกมีจริง เพราะภาวะความสูงและการขาดน้ำมาเยือนโดยไม่ทันตั้งตัว เหนื่อยหอบจนต้องอ้าปากหายใจ น้ำตาไหลพรากอาบหน้า เหนื่อยแทบขาดใจจริงๆ หากไม่มีเงื่อนไขเวลามาเกี่ยวข้อง ระยะทางไม่มีปัญหา แต่พอต้องเร่งเดินแข่งกับเวลา นั่นคือนรกบนระดับความสูงสามพันเมตรอย่างแท้จริง
ฉันเดินลากขาทีละก้าวสลับกับการปาดน้ำตา พยายามไม่มองเบื้องหน้าเพราะจะท้อแท้หมดแรงก่อน จึงต้องดูปลายตีนตัวเองพลางนับก้าว น้ำตาหยุดแหมะลงบนพื้นพลางหอบหายใจ ฝรั่งที่เดินตามมาบางคนหยุดรอ บางคนอาสาไปบอกไกด์ให้ว่าให้รอฉันด้วย หลังจากกัดฟันไต่ขึ้นเนินสุดท้ายเพื่อโผล่มายังลาน พบมาช้าไปสิบห้านาที และไม่มีรถของไกด์มารับ เล่นเอาเย็นวาบไปทั้งตัว น้ำตาที่เพิ่งหมาดเริ่มเอ่อขึ้นมาอีกรอบ เมื่อนึกว่า
“นี่กูถูกทิ้งแล้วใช่ไหม”
นั่งหอบแฮ่กๆ เหมือนหวูดโรงสีได้สักพัก ก็ไม่มีวี่แววของไอ้หน้าเสี้ยม ฝรั่งที่เดินล่วงหน้าออกมาก่อนบอกว่า ไอออกมาเมื่อ 25 นาทีที่แล้ว ก็ไม่เจอคนขับรถหน้าเสี้ยมนั่นแล้วนะ ชะ.. ไอ้หอย นี่แสดงว่ายังไม่ทันครบหนึ่งชั่วโมง แกก็เทใช่มั้ย นั่งบ่นกระปอดกระแปดเป็นภาษาไทยลมๆ แล้งๆ ไอ้หน้าผอมซูบเหมือนผีก็ควบรถมารับ อายหรือก็แสนอาย แต่ต้องยืดอกประกาศดังๆ ด้วยภาษาอังกฤษสำเนียงนนทบุรีว่า
“ไอแอม โซ ซอรี่เว้ย ไอ แอม เลท”
สารภาพแล้วปาดน้ำตาป้อยๆ ไกด์ตวัดตามามองพุงฉันอย่างหยามหมิ่น ในขณะที่ฝรั่งลูกทัวร์ทำหน้าเห็นอกเห็นใจ เพราะต่างรู้ซึ้งถึงการวิ่งวิบากลากถูกันถ้วนหน้า ทุกคนเลยโบกมือโบกไม้ให้กำลังใจกันทั้งคันรถ ยกเว้นแต่ไอ้ไกด์หน้าเสี้ยมนั่นแหละ
หนนี้ไปดูสนเรดวู้ดชายฝั่ง แถมหาญกล้าขับรถมาเอง แต่บอกตรงๆ ว่าหนเดียวก็เกินพอ เพราะถนนแคบแบบรถแล่นสวนได้สองคันแบบเบียดๆ แถมหมิ่นๆ ขอบถนน เบื้องล่างคือเหวลึก โค้งหักศอกทุกครึ่งนาที บอกแบบไม่อายว่าสวดมนต์เรียกหาสิ่งศักดิ์สิทธิ์ในสากลโลกทุกวินาที
พอลงจากเทือกเขาคดเคี้ยวได้ถึงกับจอดรถร้องไห้ด้วยความประสาทแดก มือตีนแข้งขาสั่นระริก ดีที่ตัดสินใจออกจากป่าก่อนค่ำ ไม่อยากคิดเลยว่าถ้าออกมาตอนค่ำมองไม่เห็นทางจะขนาดไหน ไม่มีไม้กั้นใดๆ ระหว่างถนนแคบๆ กับเหว แต่ก็นั่นแหละ ชีวิตนี้ได้ดูสนเรดวู้ดทั้งสองประเภทแล้ว ภารกิจสมบูรณ์ ณ บัดดล
- READ ต้นสนดึกดำบรรพ์พันปีแห่งแคลิฟอร์เนีย
- READ เมรัยชนยุคห้ามขายเหล้าในอเมริกา
- READ แข่งวิ่งโลงผี
- READ ปัญญาชนคนวิ่งเปลือย
- READ Groundhog ไม่ได้บอกรักในเดือนกุมภาพันธ์
- READ ปาร์ตี้โคตรชีส
- READ สามอเมริกันผู้อยู่เหนือกาลเวลา
- READ จัดอันดับความหนาว
- READ ต้นฉบับของอับดุล
- READ อเมริกันเจนเทิลแมน
- READ เมื่อลูกค้าไม่ใช่พระเจ้า 3
- READ เมื่อลูกค้าไม่ใช่พระเจ้า 2
- READ เมื่อลูกค้าไม่ใช่พระเจ้า 1
- READ ศพใครในผนัง..?
- READ วิญญาณหลอนกลางสนามรบ
- READ คำสาปทิปปิคคานู
- READ เรื่องสยองของทำเนียบขาว
- READ ความเชื่อประหลาดของอเมริกัน
- READ มิใช่เพียงสบตา..แต่คือการมองไปข้างหน้าในทิศทางเดียวกัน
- READ เมื่อชีวิตติดหิมะ
- READ วิวาห์ฮาเฮ
- READ ไปโบสถ์แบบคนบาป
- READ ไอแอมฟอร์มไทยแลนด์..ไม่ใช่ไต้หวัน
- READ โลกสองใบในความต่าง
- READ อินเดียนแดงเผ่าใดล่ะ สู
- READ เรื่องหลอนของเพื่อนบ้านฝรั่ง
- READ ฮอทดอกของฉัน..วันชาติของเธอ
- READ พาววาว..เหลือเพียงรูปเงาบรรพชนอินเดียนแดง
- READ คุณนายไปจ่ายตลาดแต่ไม่มีกระจาดปิดตูด
- READ สั่งอาหารยังไงให้ฝรั่งงง
- READ เมื่อตะวันตกพบตะวันออก..สนุกอย่าบอกใคร
- READ สะใภ้ผีบ้า-แม่ย่า (ฝรั่ง) งก
- READ เพื่อนบ้านแสนบันเทิง
- READ ความตายสีขาว
- READ ชีวิตแสนเศร้าของเจ้าหญิงอินเดียนแดง
- READ ผีบ้านฝรั่ง
- READ เมื่อบางใครโบยบินข้ามสะพานรุ้ง
- READ พี่เจนนี่แอนด์ขี้คันคาก
- READ เรื่องของคนคอแดง
- READ หมาขี้ย้อน
- READ วันที่แม่น้ำกลายเป็นสีเขียว
- READ ผู้ชอบดูการละเล่นเป็นนิสัย
- READ ประธานาธิบดีแสนรักและแสนชัง
- READ เทศกาลคลำไข่
- READ เรื่องของเฮียดำลง (ที่ไม่ใช่พุตตาล)
- READ อย่าลืมทัดดอกไม้ก่อนหอน
- READ พลาดท่าเสียของดี
- READ เมื่ออเมริกันฝันหาคุก
- READ กำแพงขาวดำในเมืองสนธยา
- READ บ้านหลอกผีที่ไม่มีวันสร้างเสร็จ
- READ ขี้หมาพารวย
- READ อาหารสันหลังยาว
- READ โลกนี้ยังมีมนุษย์ถ้ำ
- READ ฮาร์ดไซเดอร์..หอมผลไม้ในฟองเบียร์
- READ อาณานิคมล่องหน
- READ ผู้ปรีชาชาญนั้นผลิตเบียร์
- READ ฤดูหนาวอันยาวนานในเทศกาลแห่งความสุข
- READ อุรังอุตังเฒ่า..เราจะคิดถึงเธอ
- READ มลรัฐวูล์ฟเวอรีน
- READ ประโยชน์ของเบียร์ที่เมียไม่รู้
- READ โลกทับซ้อนของคนสองแผ่นดิน
- READ เมียบังเกิดเกล้า
- READ จับงูบูชาพระเจ้า
- READ ภาษามหาระทวย
- READ อินเดียนแดงที่โลกลืม







