เมียอันดับห้า บทที่ 17 : ทำไม

เมียอันดับห้า บทที่ 17 : ทำไม

โดย : โสภี พรรณราย

เมียอันดับห้า นวนิยายออนไลน์แนวชีวิตผสมโรแมนติกคอมเมดี้ใน อ่านเอา ของ โสภี พรรณราย เรื่องราวของ ‘ภีม’ หนุ่มสังคมรูปหล่อที่มีชีวิตรักแบบรักๆ เลิกๆ จนถึงขั้นเจ็ดปีเปลี่ยนเมียไปสี่คน กับ ‘ไหมแพร’ นักข่าวสายสังคมที่ไม่อาจจะปล่อยให้เรื่องแซ่บๆ นี้ผ่านไปได้ และตอนนี้เธอคือคนที่เขาสนใจ หรือเธอจะกลายเป็นเมียอันดับห้าของเขา!!

****************************

– 17 –

ไหมแพรกับวิทยาถลาไปเกือบพร้อมๆ กัน

“ยาย”

หญิงสาวอยู่ใกล้กว่าถึงตัวยายก่อน ประคองยายและเขย่าตัว

“ยาย…ยาย…ฟื้นสิ…ฟื้นสิ”

ยายสายบัวยังไม่รู้สึกตัว ไหมแพรบอกพี่ชาย

“ต้องส่งโรงพยาบาล”

รถ…รถเก๋งที่บ้านไม่มีแล้ว จะเรียกแท็กซี่ก็ไม่ได้ เพราะบ้านอยู่ในซอย มีทางเดียวคือโทร.เรียกแท็กซี่บริการ แต่สินีอยู่บ้านใกล้กว่า เรียกสินีมารับ สะดวกและเร็วกว่า

ทันทีที่เพื่อนรักรู้เรื่อง สินีก็รีบบึ่งรถมารับยายสายบัวไปโรงพยาบาลทันที และส่งยายไปที่แผนกฉุกเฉิน

วิทยาต่อว่าน้องสาว

“เพราะแกคนเดียวยัยแพร ยายฟังพวกเราคุยอยู่ ยายรู้ว่าแกไม่ช่วยฉัน ยายเลยเป็นลม”

ไหมแพรเม้มริมฝีปาก กำมือแน่น

“ยายเป็นลมเพราะพี่วิทก่อหนี้สินจากการเล่นพนันต่างหาก ยายช่วยพี่จนหมดตัวแล้ว”

“ยายรักฉันมาก ยังไงยายก็ต้องช่วย”

“ถ้ายายเป็นอะไร แพรจะโทษพี่วิท”

“ฉันจะโทษแก ที่แกไม่ช่วย” เป็นงั้นไป พี่วิทยังเสียงดังใส่หล่อน

“พี่วิทยังไม่รู้สำนึก ผิดไม่ยอมรับผิด”

“ใช่…ฉันผิดที่เล่นพนัน เป็นหนี้ แต่พวกเราเป็นครอบครัว แกต้องช่วยคนในครอบครัว”

“จะเอาอะไร ที่ไหน มาช่วย”

“แกต้องมีทางสิ แกมันฉลาดนี่ เรียนสูงนี่ ฉันเรียนไม่สูงเพราะเห็นแกฉลาดกว่า เลยยอมให้แกเรียนค่าเทอมแพงๆ” ลงท้ายด้วยการทวงบุญคุณตามเคย

ไหมแพรจะเถียง สินีต้องห้าม

“นี่โรงพยาบาลนะ เถียงกันอยู่ได้ สองคนพี่น้อง เสียงก็เริ่มดังรบกวนคนอื่น รู้ไหม”

ไหมแพรจึงได้สติ

“แพรเป็นห่วงยาย”

“ฉันก็ห่วงยายเหมือนกันนะ” วิทยาเสียงอ่อน

สินีพยักหน้า พูดกับสองพี่น้อง

“เรื่องอื่นทิ้งไว้ก่อนเถอะ รอให้ยายฟื้นก่อน สุขภาพของยายเธอสำคัญที่สุด”

ไหมแพรพยักหน้าพูดกับเพื่อน

“ดีที่ได้นีช่วยเตือนสติ” คนเราขาดสติได้ง่ายๆ

ขณะนั้นหมอออกมาจากแผนกฉุกเฉินพูดว่า

“คนไข้รู้สึกตัวแล้ว แต่ความดันสูงมาก ต้องพักรักษาตัวในโรงพยาบาลก่อน”

หญิงสาวตอบตกลงทันที ให้อยู่ใกล้หมอเพื่อตรวจเช็กสุขภาพยายอย่างละเอียด

เจ้าหน้าที่ส่งตัวยายไปห้องพัก ให้ไหมแพรเลือกห้อง หล่อนเลือกห้องเดี่ยวขนาดเล็กที่สุด

วิทยากระซิบถามข้างหูเบาๆ

“แกมีเงินจ่ายหรือเปล่า”

“รูดการ์ดก่อน ตัดบัญชีทีหลัง” เป็นคำตอบที่รวดเร็ว

“เออ…เออ…แกมีวงเงินในเครดิตการ์ดนี่หว่า”

“แพรยังไม่คิดถึงเรื่องเงิน ขอให้ยายหายก็พอ”

“เออ…เออ…หายก่อนค่อยมาปรึกษากันจะหาทางช่วยฉันได้อย่างไร”

หล่อนหันขวับ มองพี่ชายด้วยสายตาขุ่นๆ พี่ชายก็ยังคิดถึงเรื่องตัวเองอยู่ดี

ในเวลาต่อมา เมื่อมีโอกาสอยู่ในห้องพยาบาล ไหมแพร วิทยาและสินียืนอยู่หน้าเตียงยายสายบัว

คนป่วยมีอาการอ่อนเพลียมาก ลืมตาบ้างหลับตาบ้าง แต่เงียบ นิ่งเงียบ แม้ว่าวิทยาจะชวนยายคุย

“ยาย…ยาย…ยายทำไมเงียบล่ะ นี่วิทเองนะ วิทของยาย”

เงียบ

ไหมแพรพยักหน้ากับพี่ชาย เมื่อเขาเงยหน้ามองหล่อน และถามด้วยสายตาสงสัยในตัวยาย

“ให้ยายนอนพักก่อนเถอะพี่วิท ตอนนี้ยายคงไม่อยากพูดอะไร”

“ยายคงไม่ได้เป็นลมเพราะเรา”

เรา…ไม่ใช่แน่ เพราะพี่วิทคนเดียว

“ให้ยายพักก่อนเถอะพี่วิท”

ดูออกเลยว่ายายไม่สบายใจ ยังไม่ใช่เวลาจะพูดปัญหาหนักๆ ของวิทยาในตอนนี้

คลิกซื้อ E-Book ‘ในสวนอักษร’ ที่นี่

บนโต๊ะอาหารบ้านสุททินพงษ์

เด็กหญิงอยู่ในอ้อมแขนของทวดฉวี กอดจูบไม่ห่างด้วยความคิดถึงและด้วยความรัก

“ผึ้งคิดถึงทวดมากๆ ค่ะ”

“ทวดต้องโทษภีม…พ่อของหนู บอกว่าหนูไม่สบาย ไม่ยอมให้ทวดได้ใกล้หนูเลย ทวดไม่กลัวติด ทวดแข็งแรงจะตาย”

“ผึ้งอดไปงานวันเกิดคุณทวดเลยค่ะ” พูดอย่างน้อยใจ

“โถ…โถ…เหลนรัก ก็แค่งานวันเกิดธรรมดา…แสนจะธรรมดา” คิดถึงงานวันนั้น คุณฉวีหน้าแปรเปลี่ยนเล็กน้อย…และคิดว่า ถ้ารู้ว่าจะต้องเจอ ‘สายบัว’ งานวันเกิดวันนั้นจะไม่เกิดขึ้นเด็ดขาด

“ผึ้งมีของขวัญให้ทวดด้วยนะคะ” หันไปมองพี่เลี้ยงพยาบาล

เกษรยิ้มกว้าง เป็นคนที่ยืนอยู่ด้านหลังเก้าอี้กุลธิดาและถือภาพวาดของเด็กหญิงในมืออย่างเตรียมพร้อมส่งให้เด็กหญิง เด็กน้อยรับมาและมอบให้ทวด

“ผึ้งวาดเองค่ะ ภาพของทวด เอารูปทวดเป็นตัวอย่างค่ะ”

ภาพดินสอสี ภาพใบหน้าคุณฉวี ไม่เหมือนหรอกแต่มีเค้าโครงหญิงชรา พยายามมองให้เหมือนก็จะเหมือน

“ทวดดูสาวขึ้นเลยนะ” ท่านพูดกลั้วหัวเราะ “ดูสิในภาพไม่มีรอยตีนกาเลย”

หลายวันมานี้ ภีมกับคุณวรรณก็เพิ่งเห็นย่าหัวเราะเสียงดังวันนี้

ผู้ร่วมโต๊ะอาหารเช้าวันนี้ยังมีอรัญกับอรฤดี

อรฤดีถึงอยู่เรือนอีกหลัง แต่ก็แวะเวียนมาทานอาหารด้วยเป็นบางวันและบางมื้อ เพราะเป็นหลานสาวคนโปรดของคุณวรรณ

ส่วนประมวลจะไม่ค่อยมาร่วมโต๊ะ นอกเสียจากว่าคุณวรรณจะเรียกหาเป็นกรณีพิเศษ

“เพิ่งเห็นคุณย่าหัวเราะเสียงดังในรอบหลายวัน” อรัญพูดขึ้นเบาๆ

อรฤดีนั่งอยู่ข้างๆ พูดว่า

“อรก็เห็นท่านซึมๆ หลายวัน สงสัยจะคิดถึงหลานนะคะ”

“นั่นสิ ยัยผึ้งเป็านยาวิเศษ”

คุณวรรณพูดกับคุณฉวีว่า

“วันนี้มีผึ้งมาทานด้วย คุณแม่ต้องทานมากๆ นะคะ”

แล้วทุกคนก็ทานอาหารเช้ากัน วันนี้เป็นข้าวต้มปลาง่ายๆ เป็นอาหารจานเดียว กลิ่นกระเทียมเจียวหอม ปลาเป็นปลากะพงไร้ก้าง แล่แต่เนื้อชิ้นหนาๆ โรยใบขึ้นฉ่ายและตั้งฉ่าย ก็เป็นอาหารเช้าที่ทุกคนชื่นชอบ

ทานอาหารเช้าจนเกือบอิ่มกันแล้ว ก็เห็นประมวลรีบเดินเข้ามาหน้าตาตื่นเต้น พร้อมหนังสือพิมพ์ในมือ เดินตรงมาหาภีมอย่างตั้งใจ

ภีมเช็ดปากด้วยผ้าและอิ่มพอดี

“อ้าว…น้าประมวล มาทานข้าวเช้าด้วยกันไหมครับ” ภีมทัก

“ไม่ครับคุณภีม น้ารีบเอาหนังสือพิมพ์ให้ดู”

“ไปที่บริษัทก่อนก็ได้ ผมกำลังจะเข้าบริษัท”

“ดูก่อนเถอะครับ น้าร้อนใจ”

“อะไรครับ”

ภีมเอื้อมมือไปรับหนังสือพิมพ์…เสียงภีมพึมพำ “ฟ้าใหม่เรอะ” และประมวลเปิดให้เห็นชัดๆ แล้ว

ข่าว…สังคม…ข่าว…ดารา

ออกทั้งสองหน้า…ภาพที่พรวิไล เงื้อมือจะตบจันทนี

ภีมขมวดคิ้ว

“ทำไมเป็นแบบนี้”

ประมวลโคลงศีรษะ ชี้บนกระดาษพลางกล่าวว่า

“เล่นลงทั้งสองหน้า หน้าดารา…หน้าข่าวสังคม ลงแบบเต็มที่ มีรายละเอียดด้วยครับ”

“ทำไมเป็นแบบนี้” ภีมยังคงเน้นถามกับตัวเอง

ไหนว่าไหมแพรยอมถอยแล้วนี่

ไหนว่าไหมแพรจะไม่ลงภาพสองสาวจะตบกัน

คุยกับเรียบร้อย ทำให้ทุกฝ่ายสบายใจ

“ขอดูหน่อยประมวล” คุณวรรณยื่นมือออกไป

ผู้มีศักดิ์เป็นญาติห่างๆ รีบส่งให้

“นี่ครับ พี่วรรณ”

คุณวรรณเห็นแล้วก็ตกใจ…อุทาน

“อ้าว ไหนรับปากแล้ว…รับปากกับพี่เองแท้ๆ ไม่น่าเชื่อว่าจะผิดคำพูด”

ภีมแค่นหัวเราะ

“คนแบบนั้นรักษาคำพูดเป็นด้วยหรือ”

“เธอดูเป็นคนดี น่าจะรักษาคำพูด” คุณวรรณชักไม่แน่ใจ “ภาพของเธอ…เธอไปวัด แม่ชื่นชมเธอนะ”

“สร้างภาพหรือเปล่าครับ”

“ไม่นะ…ไม่ใช่พบแค่ครั้งเดียว พบกันที่วัดตั้งสองสามครั้งได้”

“เข้าวัดก็ใช่จะดีทุกคนครับ”

“แต่แม่ ไม่เคยดูคนผิด” แล้วหันไปถามมารดา “ใช่ไหมคะคุณแม่ คุณแม่ก็เห็นเธอน่ารัก”

คุณฉวี…ในใจส่วนลึกกังวลเรื่องพบเพื่อนเก่า ‘สายบัว’ จึงพยักหน้า พูดเบาๆ ว่า

“คนเรา…บางทีรู้หน้าไม่รู้ใจ” ท่านหมายถึงใครกันแน่…ถ้าถามยายสายบัว ยายสายบัวคงตอบว่า ก็ให้คนพูดมองตัวเองในกระจกสิ

อรัญเองก็พูดขึ้น

“ผมก็เห็นว่าเธอน่ารักออก ท่าทางเธอ การแสดงออกของเธอ ผมบอกได้คำเดียวว่าน่ารักมากครับ”

อรฤดีจึงแซว

“พี่อรัญ…ไม่เคยเห็นชมสาวไหนเลยนะคะ หรือว่าหัวใจกระตุกๆ แปลกๆ คะ”

อรัญหัวเราะลั่น

“เฮ้ย ไม่ถึงขนาดนั้นหรอก แต่ที่ชื่นชมเธอคนนั้นนะ นอกจากน่ารัก…จะหาคำไหนมาชมได้อีก…อ๋อ…เธอเป็นนักข่าว ก็ดูเธอเก๋ คล่องแคล่ว ดูเก๋จริงๆ”

“มีแต่คำชมล่ะนะคะ”

ภีมขัดขึ้น

“พอเถอะอรัญ คนดีจริงต้องรักษาคำพูดแน่นอน แล้วภาพนี้บอกอะไรกับพวกเรา”

อรัญยิ้มแห้งๆ

“เอ้อ…ผมก็ไม่รู้ครับ”

“ขนาดคุณแม่เป็นคนเอ่ยปากด้วยตัวเอง เธอยังกล้าผิดคำพูด คิดดูแล้วกัน คุณแม่เป็นผู้ใหญ่ขนาดไหน กับแค่นักข่าวตัวเล็กๆ ยังกล้าทำแบบนี้”

คุณวรรณโคลงศีรษะ

“แม่ยังไม่อยากเชื่อเลยนะ…ไม่เชื่อ”

“เป็นบทเรียนไงครับ อย่าไว้ใจคน”

“ดูสิ เสียชื่อหมด งานวันเกิดคุณแม่ทั้งคน คุณแม่คะ เธอเคยช่วยประคองตอนล้ม แต่เธอไม่รักษาคำพูด” คุณวรรณพูดกับคุณย่าฉวี

หญิงชราถอนใจยาว พึมพำว่า

“อะไรก็ไว้ใจไม่ได้นะ”

“โดยเฉพาะคนไม่รักษาคำพูด”

“อืม…ก็ต้องฟังเหตุผลเธอด้วย”

เหมือนตน…เคยไม่รักษาคำพูดและมีเหตุผล

เหตุผล…ของคนเห็นแก่ตัว

“ตอนนี้ก็คงทำอะไรไม่ได้แล้ว” ภีมกล่าวตัดบท “ผมจะเข้าบริษัท และกับเธอ…ไหมแพร หมดความไว้วางใจ”

ไหมแพรลางานสองวัน เพื่อดูแลยายสายบัวที่โรงพยาบาล

แน่นอนว่าช่วงนี้หล่อนต้องใช้เงิน และรู้ว่าจะหาเงินสดในเวลานี้ได้ที่ไหน…ตั้งแต่เกิดอุบัติเหตุ หล่อนต้องรักษาบาดแผลและล้างแผลในช่วงแรกทุกวัน เป็นสัปดาห์ รวมใบเสร็จค่ารักษาที่โรงพยาบาลเกือบสามหมื่นบาทแล้ว

วันแรกจะแพงสุด ราวสองหมื่น เพราะต้องทำแผล ต้องเอกซเรย์ รวมวันแรกจึงแพง แต่ค่าล้างแผลไม่แพงเท่าไร เพราะอุปกรณ์ล้างแผลเหลือยังใช้ต่อได้ มีใบเสร็จในมือสามหมื่น วันนี้จึงไปที่บริษัทสุททินพงษ์กรุ๊ป ถามหาคนขับรถที่ชื่อนายปัน นายปันเห็นไหมแพรก็จำได้ทันที

“อ๋อ คุณไหมแพรนั่นเอง ผมก็รอคุณทุกวันนะครับ รอว่าจะมาเบิกค่ารักษาเมื่อไหร่ ขับรถชนคุณแล้วผมไม่สบายใจ”

“ฉันมาเบิกค่ารักษาพยาบาลค่ะ”

“เชิญเลยครับที่แผนกการเงิน ตั้งแต่วันนั้นท่านสั่งไว้แล้วให้ไปที่การเงิน เบิกได้ทันทีครับ ผมพาคุณไปการเงินเอง”

“ขอบคุณมาก”

บทต้องการใช้เงิน หญิงสาวจำเป็นต้องมา สามสี่หมื่นบาทในวันนี้จะมีค่ามากยามขัดสน

ขณะที่มาถึงแผนกการเงิน ไหมแพรชะงัก นายปันเองก็ชะงักเมื่อเห็นภีม

ภีมกำลังอารมณ์ไม่ดี โยนเอกสารใส่โต๊ะของอุบล…และเหลือบเห็นไหมแพร เขาเดินมาใกล้หล่อน เกือบจะใกล้จนชิด ใกล้มาก ใกล้เหลือเกิน จ้องในดวงตาหล่อนอย่างมีอารมณ์โกรธ แล้วพูดเสียงดังลั่น

“เธอ…เข้ามาพบฉันในห้อง”

Don`t copy text!