พรางพัสตรา บทที่ 9 : พรีเวดดิ้ง

พรางพัสตรา บทที่ 9 : พรีเวดดิ้ง

โดย : พงศกร

พรางพัสตรา นวนิยายออนไลน์เรื่องล่าสุดโดย พงศกร ที่อ่านเอาอยากให้คุณได้อ่านออนไลน์ เมื่อผ้าคลุมผมเจ้าสาวไม่ได้เป็นเพียงส่วนประกอบหนึ่งในชุดเจ้าสาว แต่คือสิ่งที่นำ ‘ลดานิดา’ ไปเห็นบางสิ่งที่แตกต่างไปจากเดิม ความรักของเขาคือความจริงหรือความลวง ผ้าคลุมผมเจ้าสาวนี้มีคำตอบ

***************************

สนับสนุนอ่านเอาด้วยการสั่งซื้อหนังสือ “ในสวนอักษร” คลิกที่นี่

ลดานิดาไม่เคยอร่อยลิ้นกับอาหารค่ำแบบนี้มานานแล้ว อาหารวันนี้ดูพิเศษกว่าวันไหนๆ ทั้งที่เป็นเมนูธรรมดา หารับประทานที่ไหนก็ได้

อาจจะเป็นเพราะบรรยากาศที่ทำให้เธอนึกย้อนไปในวัยเด็ก วันที่ทุกคนนั่งรับประทานอาหารกันอย่างพร้อมหน้าพร้อมตา พ่อ แม่ ลูก…

อาจจะเป็นเพราะชายวัยกลางคนและภรรยาของเขาที่นั่งรับประทานอาหารด้วยกันกับเธอ เป็นคนที่เคยคุ้นกันมานานเสียจนลดานิดาสามารถเป็นตัวเองได้อย่างเต็มที่ ไม่ต้องคอยระวังรักษาภาพลักษณ์…

อาจเป็นเพราะลดานิดารู้สึกว่าที่นี่คือหลุมหลบภัย…

จะด้วยเหตุผลใดก็แล้วแต่ อาหารค่ำวันนี้ อร่อยที่สุดในความรู้สึกของหญิงสาว

“ขอเติมข้าวอีกหน่อยนะคะ” ลดานิดาห้ามตัวเองไม่ให้เติมข้าวเป็นจานที่สามแทบไม่ไหว

“สองจานแล้วนะคุณหนู” บัวลาร้องห้าม “เดี๋ยวอ้วนนะคะ”

“ไม่ทันแล้วละค่ะ อร่อยแบบนี้…จะอ้วนก็ให้อ้วนไปเถอะ อ้วนได้นิดาก็ลดได้” ลดานิดาหัวเราะชอบใจ “ว่าแต่…คุณป้ามีเคล็ดลับอะไรคะถึงทำอาหารได้อร่อยขนาดนี้ สอนนิดาหน่อยได้ไหม เผื่อวันหลัง นิดาจะได้ไปทำให้คุณพีททานบ้าง”

“คุณหนูปากหวาน” บัวลาหัวเราะชอบใจ “เอาจริงๆ นะคะ…ป้าไม่ได้มีเคล็ดลับอะไรเลย…อาหารพวกนี้ก็ทำอยู่เป็นประจำ”

“แต่ถ้าเป็นนายเบน…รายนั้นคงบอกว่า เคล็ดลับก็คือ…Spice with Love…ถ้าลงมือปรุงทุกอย่างด้วยความรัก” ร้อยเอกขจรอดจะเอ่ยถึงบุตรชายผู้อยู่ไกลมิได้ “อาหารทุกจานก็จะอร่อยที่สุด”

“เพราะอย่างนี้ไงคะ นิดาถึงขอร้องให้เบนมาช่วยดูแลเรื่องอาหารในงานแต่ง เพราะนิดารู้ว่าเบนจะทำให้นิดาอย่างดีที่สุด” ลดานิดาหมายมั่น ขณะที่บัวลาหันไปสบตากับสามี

“งานสำคัญของคุณหนู…เบนต้องทำอย่างสุดฝีมือแน่นอนค่ะ” น้ำเสียงของบัวลาอ่อนโยน “นี่ส่งข่าวมาบอกว่าปลายเดือนจะกลับ…ยัยกระรอกรู้เข้า ก็ตื่นเต้นเสียยกใหญ่ ไม่ได้เจอหน้าพี่ชายมานานหลายปีแล้ว”

“ตอนเจอกันที่เวนิส นิดาถามว่าจะกลับมาวันไหน เบนบอกว่ายังไม่รู้…เอาเป็นว่า เบนกลับมาถึงเมื่อไร คุณป้าช่วยส่งข่าวนิดาด้วยนะคะ” ลดานิดาพึมพำ

“ป้าก็ไม่รู้แน่นอนหรอกค่ะ” บัวลาส่ายหน้า “ลูกชายคนนี้เป็นเหมือนสายลม บทจะมาก็มา บทจะไปก็ไป เอาแน่เอานอนอะไรไม่ค่อยได้…แต่ถ้ามาถึงเมื่อไร ป้าจะรีบบอกให้คุณหนูทราบทันทีค่ะ”

ลดานิดายิ้มอยู่ในดวงหน้า ด้วยพอจะเดาได้…บทจรเป็นคนรักอิสระเช่นนี้มาแต่ไหนแต่ไรแล้ว หลังจากไปเรียนต่อที่ยุโรป เขาก็เหมือนกับนกน้อยที่ถูกปล่อยออกจากกรง หลายปีที่ผ่านมา บทจรใช้ชีวิตอิสระ ย้ายที่ทำงานไปหลายประเทศ ไม่มีใครรู้ว่าวันพรุ่งนี้เขาจะอยู่ที่ไหน…

จะมีก็มีช่วงสองสามปีหลังนี่ละ ที่เขาค่อนข้างจะอยู่ติดที่ ลดานิดาเดาว่าเขาอาจจะมีคนรักอยู่ที่ฟลอเรนซ์ก็เป็นได้ จึงไม่เร่ร่อนไปไหนเหมือนที่ผ่านมา หากพยายามเลียบๆ เคียงๆ ถามอย่างไร บทจรก็ไม่ยอมเอ่ยถึงเรื่องนี้ ปล่อยให้เป็นปริศนาอยู่ต่อไป

หลังรับประทานอาหารเสร็จ ลดานิดาก็นั่งคุยอะไรเรื่อยเปื่อยอยู่อีกพักใหญ่ จนกระทั่งเวลาผ่านไปจนเกือบจะสามทุ่มจึงลากลับ

ก่อนจะกลับ ลดานิดาไม่ลืมย้ำกับร้อยเอกขจร ให้บอกปัทมาศให้แวะไปหาหล่อนที่คลินิกเพื่อคุยเรื่องงาน และอีกฝ่ายก็รับปากเป็นมั่นเป็นเหมาะ

ขากลับเข้ากรุงเทพฯ ใช้เวลาน้อยกว่าขาออก รถไม่ติดแล้ว และลดานิดากำลังขับรถเลี้ยวเข้าหมู่บ้านก็พอดีกับที่พีธันดรโทรเข้ามาหาที่มือถือ

“ที่รัก อยู่ไหนครับเนี่ย ผมคิดถึงคุณจังเลย”

ทันทีที่กดรับสายที่พวงมาลัยรถ พระเอกหนุ่มก็ส่งเสียงสดชื่นให้ได้ลดานิดาอมยิ้ม

“ปากหวานนะคะพีท นิดากลับมาตั้งแต่เมื่อคืนแล้ว ถ้าคิดถึงทำไมเพิ่งจะโทรมาล่ะคะ” หล่อนย้อนถาม น้ำเสียงไม่ได้จริงจังนัก

“ผมตั้งใจแวะไปหาคุณที่คลินิก เลยไม่ได้โทรไปก่อน กะจะไปเซอร์ไพร้ซ์ ผมเลยเซอไพร้ซ์เสียเอง” พีธันดรว่า “คุณหายไปไหนมาครับ”

“ไปบ้านคุณลุงขจรค่ะ” หล่อนตอบ “แวะเอาของฝากไปให้”

“อ้อ…ไปบ้านคนขับรถ” พีธันดรพึมพำ

“พีทคะ…ขอร้องละ อย่าพูดถึงคุณลุงขจรแบบนั้นได้ไหม” ลดานิดาทำเสียงหนักๆ หล่อนไม่ชอบเลยเวลาที่พีธันดรเอ่ยถึงอีกฝ่ายด้วยน้ำเสียงเช่นนั้น แม้ว่าเรื่องที่เขาเอ่ยจะเป็นเรื่องจริงก็ตาม “ถึงคุณลุงจะเคยเป็นคนขับรถของคุณพ่อ แต่พ่อกับคุณลุงก็เป็นเพื่อนนักเรียนกัน สนิทกันมาก่อน อีกอย่าง…นิดาก็เคารพคุณลุงเหมือนกับเป็นญาติผู้ใหญ่ด้วย”

“ผมไม่ได้จะดูถูกลุงเขาสักหน่อย” พีธันดรทำเสียงอ้อมแอ้ม

เขารู้จักครอบครัวของร้อยเอกขจรจากคำบอกเล่าของหญิงสาว เคยพบหน้าอยู่สองสามหน และทุกครั้งที่ได้พบกัน พีธันดรจะส่งยิ้มเท่ๆ พร้อมกับเอ่ยทักทายอีกฝ่ายไปตามมารยาท ออกจะเบื่อด้วยซ้ำตอนที่บุตรสาวของฝ่ายนั้นตื่นเต้นกรี๊ดกร๊าดที่เห็นดาราดัง และพยายามจะขอถ่ายรูปเซลฟี่ด้วยหลายสิบรูป

“แล้วคุณทานอะไรหรือยังคะ” ลดานิดาเปลี่ยนเรื่อง

“เรียบร้อยแล้วครับ พอดีหมอเพชรยังไม่กลับบ้าน ผมเลยชวนไปนั่งทานข้าวด้วยกัน” พีธันดรรีบบอก “ไม่ต้องตกใจนะครับ ถ้ามีใครแอบเอารูปผมกับหมอเพชรไปลงในนิตสารซุบซิบดารา”

“ชินเสียแล้วละค่ะ ลดาไม่สนใจหรอก ชีวิตนี้มีอะไรให้ทำอีกตั้งมากมาย มัวเต้นตามคำพูดของคนอื่น ไม่ต้องทำอะไรกันพอดี” ลดานิดาหัวเราะชอบใจ

ดารากับข่าวเป็นของคู่กัน เธอจึงไม่เคยซีเรียสกับเรื่องทำนองนี้ ด้วยรู้ดีว่าพีธันดรเป็นดาราดัง ขยับตัวไปทางไหนก็มักจะเป็นข่าวเสมอ จริงบ้าง เท็จบ้าง ส่วนมากแล้วจะเท็จมากกว่าจริง

“จริงสิครับ นิดาบอกผมว่ามีอะไรให้ดู…อะไรหรือครับ”

ลดานิดาส่งข้อความถึงเขาเมื่อกลับมาถึงเมืองไทย เธอเล่าว่าพบของน่าสนใจที่เวนิส ยังไม่อยากบอกเขาว่าเป็นผ้าคลุมหน้าเจ้าสาวอายุกว่าร้อยปี ด้วยอยากเก็บเอาไว้ให้เขามาเห็นด้วยตาตัวเอง

พีธันดรเป็นคนชอบของเก่าเหมือนหล่อน ลดานิดาแน่ใจว่าเขาจะต้องชอบผ้าคลุมหน้าเจ้าสาวผืนนั้นเป็นแน่

“เอาไว้วันถ่ายพรีเวดดิ้ง พีทค่อยมาดูด้วยตัวเองดีกว่า”

“แสดงว่าเป็นของที่เกี่ยวกับงานแต่งงาน” พีธันดรทาย

“ถูกต้องค่ะ” ลดานิดาหัวเราะชอบใจ “ของเก่า…สวยมาก นิดาเห็นแล้วอดใจไม่ได้…It’s call my name…มันเรียกชื่อนิดา สะกดจิตให้นิดาอยากได้ อยากเป็นเจ้าของ…และนิดาก็ซื้อมาแล้ว”

“อะไรน้อ…” พีธันดรหัวเราะทำเสียงสสัย “อย่าบอกนะว่าได้ชุดแต่งงานมาจากที่นั่น คุณมีชุดแต่งงานแล้วนะครับนิดา นอกจากสวยมากแล้ว ราคายังแพงมากๆ ด้วย”

“ไม่ใช่ชุดแต่งงานค่ะ เป็นของใช้สำหรับเจ้าสาว แต่จะว่าไปของชิ้นนี้ไม่เหมาะสำหรับใช้ในงานแต่งงานของเราหรอก” ลดานิดาอธิบาย “นิดาตั้งใจจะใช้แค่ในวันถ่ายพรีเวดดิ้งเท่านั้นค่ะ หวังว่าพี่เฌอแตมจะจัดการให้นิดาได้นะคะ”

‘พี่เฌอแตม’ ที่ลดานิดาเอ่ยถึงนั้น เป็นเวดดิ้งแพลนเนอร์ หรือนักจัดงานวิวาห์ชื่อดัง พีธันดรจ้างให้มาช่วยเนรมิตงานแต่งงานของเธอและเขาอย่างยิ่งใหญ่ ให้สมกับเป็นงานวิวาห์แห่งปี

ก่อนหน้ามาจับธุรกิจนี้ เฌอแตมเคยเป็นนางแบบมาก่อน หลังจากอายุขึ้นเลขสี่ เธอก็ลาวงการ และแต่งงานไปกับสามีชาวอังกฤษ ก่อนจะมาเปิดบริษัทรับจัดงานวิวาห์

สำหรับการถ่ายภาพพรีเวดดิ้งที่กำลังจะมาถึงในวันพรุ่งนี้นั้น ลดานิดาเป็นคนคิดคอนเซปต์ทั้งหมด เธออยากให้ภาพออกมาเป็นเจ้าบ่าวเจ้าสาวแนววินเทจ ซึ่งเหมาะกันดีกับผ้าคลุมหน้าเจ้าสาวโบราณ..ผืนที่ได้มาโดยบังเอิญ

“เดี๋ยวพรุ่งนี้ผมบอกให้พี่เป้แวะไป ให้พี่เป้ช่วยดูด้วยอีกคน…ดีไหมครับ พี่เป้รสนิยมดี น่าจะช่วยได้มากทีเดียว”

พีธันดรหมายถึงผู้จัดการส่วนตัวของเขา พี่เป้ทำงานให้กับดาราหนุ่มมาตั้งแต่เขาเข้าวงการใหม่ๆ

พี่เป้หางานให้พีธันดร ช่วยเลือกงานที่เหมาะสมกับภาพลักษณ์ของเขา รวมถึงมีส่วนช่วยตัดสินใจในเรื่องสำคัญๆ หลายเรื่องในชีวิตของดาราหนุ่ม ลดานิดายังอดสงสัยไม่ได้ว่าตอนที่ตัดสินใจขอเธอแต่งงาน พีธันดรต้องไปขออนุญาตพี่เป้ด้วยหรือเปล่า

“ค่ะ” ลดานิดาตอบสั้นๆ อย่างไม่ค่อยชอบใจ

ลดานิดาไม่ใช่คนร้ายกาจ แต่ก็ไม่ใช่คนยอมคน…มีอะไรหลายอย่างในตัวของพี่เป้ ที่เธอไม่ค่อยชอบ หลายเรื่องที่พีธันดรเคยเล่าให้ฟัง ลดานิดารู้สึกว่าเขากำลังถูกผู้จัดการเอาเปรียบ รอให้แต่งงานเสร็จเรียบร้อยก่อนเถิด สิ่งแรกที่หญิงสาวตั้งใจจะทำคือ หาทางกันพี่เป้ออกไปจากชีวิตของสามีให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ อะไรที่เธอช่วยเขาได้ เธอจะรับมาทำเอง พีธันดรจะได้ไม่ถูกผู้จัดการเอาเปรียบอีกต่อไป

“นี่นิดาถึงบ้านแล้วใช่ไหม” พีธันดรไม่ได้สนใจกับคำตอบของหล่อนมากนัก “ผมแวะไปหาได้ไหม”

“มีอะไรหรือเปล่าคะ” ลดนิดาเลิกคิ้วกับตนเอง

“ไม่มีครับ” พีธันดรตอบง่ายๆ สั้นๆ ตามสไตล์ “แค่คิดถึงน่ะ อยากแวะไปกอดสักหน่อย ไม่ได้เจอนิดามาหลายวันแล้ว”

“ถ้าไม่ได้มีธุระสำคัญ เอาไว้พบกันที่พรีเวดดิ้งพรุ่งนี้เลยดีกว่าค่ะ” ลดานิดาตอบเสียงเด็ดขาด “วันนี้นิดาเหนื่อยมาก อยากนอนพักแล้วละ”

“อ้าว…อย่างนั้นหรือ…งั้นก็ได้ครับ” น้ำเสียงของพีธันดรไม่ได้แสดงออกให้ลดานิดารู้ว่าเขากำลังรู้สึกอย่างไร “งั้นนิดานอนหลับ พักผ่อนมากๆ ถ่ายรูปพรุ่งนี้จะได้หน้าตาสดชื่น…แล้วพบกันนะครับ”

 

เป็นอีกหนึ่งคืนที่ลดานิดานอนหลับรวดเดียวด้วยความเหนื่อยอ่อน ทั้งจากเรื่องงานที่คลินิก และจากที่ต้องขับรถไปไกลถึงชานเมือง

สถานที่ถ่ายพรีเวดดิ้งอยู่ที่สตูดิโอของเฌอแตม ซึ่งสร้างเป็นตึกรูปทรงโคโลเนียลสองชั้นทาสีไข่ไก่ ภายในมีห้องขนาดต่างๆ ไม่ต่ำกว่าสิบห้อง ตกแต่งด้วยรูปแบบที่ต่างกัน ทั้งแบบโมเดิร์น แบบวินเทจ แบบหลุยส์และแบบเรอเนสซองส์ ทุกห้องหรูหราสวยงาม ให้อารมณ์ที่แตกต่างกันออกไป ลดานิดารู้มาว่าเฌอแตมลงทุนกับตึกหลังนี้ไปหลายสิบล้าน

พีธันดรยังมาไม่ถึง เขาโทรศัพท์บอกให้ลดานิดาทำผมแต่งหน้าไปก่อน ทีมงานพรีเวดดิ้งบอกหญิงสาวว่าหัวหน้าของพวกเขากำลังรอเธออยู่ในห้องแต่งตัวด้านใน

“สวัสดีค่า คุณหมอ”

เฌอแตมส่งเสียงทักลดานิดาเสียงใส ร่างสูงโปร่งเดินตรงมาหาว่าที่เจ้าสาวคนสวยด้วยท่าทางกระฉับกระเฉง วันนี้เฌอแตมมาคุมงานด้วยตัวเองเพราะเป็นงานใหญ่ที่คนในวงสังคมให้ความสนใจ

“ไปอิตาลีมาสนุกไหมคะ กลับมาถึงหลายวันหรือยังเอ่ย…ช่วงนี้แตมยุ่งม้ากมาก ไม่ได้แวะไปหาคุณหมอเลย” เฌอแตมพูดเจื้อยแจ้ว หลายคำถามของเธอเป็นเพียงแต่คำทักทาย ไม่ได้ต้องการคำตอบจริงจังนัก

“ดูหน้าแตมสิคะ ทั้งเหี่ยว ทั้งริ้วรอย นี่ก็ว่าจะแวะไปเติมโบสักหน่อย สงสัยของเก่าจะหมดฤทธิ์แล้ว คุณหมอว่าไหม…”

เฌอแตมใช้ปลายนิ้วเรียวยาวไล้ไปตามดวงหน้าสวมเข้มด้วยอาการทะนุถนอม เธอเป็นคนไข้ที่ไปฉีดโบท็อกซ์ที่คลินิกของลดานิดาเป็นประจำ

“เว้นไปไม่นานไม่เป็นไรหรอกค่ะ” ลดานิดาทำเสียงหวานใส่บ้าง หญิงสาวชะโงกหน้าไปจ้องมองเฌอแตมใกล้ๆ “แต่จะว่าไปก็ริ่มมีรอยบ้างนิดๆ หน่อยๆ แล้วละค่ะ เอาไว้วันไหนคุณแตมมีเวลาว่างแวะไปหาที่คลินิกได้เลย เดี่ยวนิดาเติมให้ค่ะ”

“จริงสิคะ…เห็นคุณพีทบอกว่าคุณหมอได้ทรูโซ – Trousseau มาจากเวนิสหรือคะ…อะไรเอ่ย ขอแตมดูหน่อยสิคะ จะได้ดูว่าจะจัดให้คุณหมอใช้ถ่ายกับชุดไหน” เฌอแตมหมายถึงเครื่องใช้ในงานแต่งงานสำหรับเจ้าสาว เป็นต้นว่า เสื้อ ชุดนอน ชุดชั้นใน และเลยไปถึงบรรดาเครื่องประดับต่างๆ

“นี่ค่ะ”

ลดานิดาวางกระเป๋า แล้วหยิบห่อผ้ากำมะหยี่สีเข้มที่ภายในเป็นผ้าคลุมหน้าเจ้าสาวที่เป็นลูกไม้ถักด้วยมือออกมาวางบนโต๊ะตรงหน้า

แสงแดดอ่อนจางจากภายนอกส่องผ่านหน้าต่างบานยาวลงมาต้องผ้าลูกไม้ผืนนั้น ก่อให้เกิดเงาเหลือบรุ้ง…พร่าพราย

“อุ๊ย” เฌอแตมชะโงกหน้าไปมองใกล้ๆ ก่อนจะชะงักไปนิดหนึ่ง ประกายแดดสะท้อนจนหญิงสาวต้องยกมือขึ้นขยี้ตา

“เป็นอะไรไปหรือเปล่าคะคุณแตม” ลดานิดานิ่วหน้า เมื่อเห็นท่าทางแปลกๆ ของอีกฝ่าย

“ปะ…เปล่าค่ะ” เฌอแตมพึมพำ “แสงแดดสะท้อนเข้าตาพอดีน่ะค่ะ”

“อ้อ” ลดานิดาพยักหน้า ขณะที่เฌอแตมเดินมาก้มดูผ้าคลุมหน้าจากเวนิสใกล้ๆ ดวงตาของหญิงสาวจ้องมองด้วยความตื่นเต้น เฌอแตมห่อปากอุทาน

“โอ้โห…ทำงานในแวดวงนี้มานานหลายปี แตมไม่เคยเป็นผ้าผืนไหนสวยเหมือนผืนนี้มาก่อนเลย…คุณหมอซื้อมาแพงไหมคะ”

ลดานิดาบอกราคาไปตามตรงและเฌอแตมก็พยักหน้า

“ถือว่าไม่แพงเลยค่ะ ถ้าเป็นของเก่าและฝีมือละเอียดขนาดนี้”

“นิดาอยากสวมผ้าผืนนี้ถ่ายภาพจังเลยค่ะ คุณแตมจัดให้นิดาได้ไหม”

“ได้สิคะ…พอดีเลย” เฌอแตมขยับถอยหลังไปนิดหนึ่ง ชี้ให้ลดานิดาดูเดรสสั้นที่ตัดจากผ้าลูกไม้สีงาช้าง ซึ่งสวมอยู่บนหุ่นลองเสื้อ

“เหมือนจะรู้เลยนะคะว่าคุณหมอมี Veil ผืนนี้…ชุดเดรสสั้นตัวนั้นไงคะ แตมดัดแปลงมาจากชุดแต่งงานเก่าของคุณแม่ น่าจะเข้ากับ Veil ผืนนี้ได้เป็นอย่างดี…คุณหมอไปแต่งหน้าทำผม แล้วลองสวมดูเลยไหมคะ คุณพีทมาถึงจะได้เริ่มถ่ายภาพเซ็ตแรกกันเลย…”



Don`t copy text!