พรางพัสตรา บทที่ 27 : ข้อมูลของกระรอก

พรางพัสตรา บทที่ 27 : ข้อมูลของกระรอก

โดย : พงศกร

พรางพัสตรา นวนิยายออนไลน์เรื่องล่าสุดโดย พงศกร ที่อ่านเอาอยากให้คุณได้อ่านออนไลน์ เมื่อผ้าคลุมผมเจ้าสาวไม่ได้เป็นเพียงส่วนประกอบหนึ่งในชุดเจ้าสาว แต่คือสิ่งที่นำ ‘ลดานิดา’ ไปเห็นบางสิ่งที่แตกต่างไปจากเดิม ความรักของเขาคือความจริงหรือความลวง ผ้าคลุมผมเจ้าสาวนี้มีคำตอบ

*************************** 

บัวลาได้ยินเสียงรถ เธอเดินออกมารอบุตรชายและลดานิดาอยู่หน้าบ้าน ในมือถือฝักมะรุมที่กำลังปอกค้างอยู่

ดวงตาของหญิงวัยกลางคนมองลดานิดาด้วยความเอ็นดู เธอเห็นความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นกับหญิงสาวแล้ว หากเลือกที่จะไม่ถามถึง เพราะบทจรส่งข้อความมาทางโทรศัพท์ บอกให้รู้ล่วงหน้าแล้วว่าลดานิดากำลังไม่สบาย หน้าตาอาจจะดูอิดโรยกว่าปกติ และกำชับไม่ให้ใครทักหรือพูดอะไรขึ้นมา

แจนิสเดินตามหลังบัวลาออกมาด้วย ในมือของหญิงสาวถือมะรุมหลายฝัก ท่าทางดูตื่นเต้นกับพืชผักแปลกตา แจนิสเลิกคิ้วนิดหนึ่งก่อนจะส่งยิ้มให้ลดานิดาด้วยท่าทางเป็นปกติ

“คุณหมอนิดา…สวัสดีค่ะ ขอบคุณนะคะที่มาส่งเบน เข้ามานั่งเล่นในบ้านก่อนไหมคะ” ชวนเหมือนกับเป็นเจ้าของบ้านเสียเอง

“ไม่เป็นไรค่ะ ฉันกำลังจะกลับพอดี” ลดานิดาตอบสั้นๆ

“อ้าว จะรีบกลับทำไมนิดา อยู่กินข้าวเย็นด้วยกันก่อนสิ” บทจรชวน “กลับตอนนี้ก็รถติด”

“นั่นสิคะ” นางบัวลารีบชวนเมื่อเห็นอีกฝ่ายมีท่าทางลังเล “เย็นนี้มีแกงส้มมะรุมกุ้งแม่น้ำด้วยนะคะคุณหนู…เอ้อ…คุณนิดา”

บัวลารีบเปลี่ยนสรรพนาม เพราะนึกได้ว่าลดานิดาเคยห้าม ไม่ให้เรียกเธอว่าคุณหนู

“ต้มกะทิสายบัวที่คุณป้าให้เบนถือไปฝากหนูเมื่อเช้า ก็ยังอยู่เลยนะคะ” ลดานิดาหันไปทางมารดาของชายหนุ่ม

“เอาไว้ค่อยอุ่นกินวันหลังก็ได้นี่คะ” บัวลาคะยั้นคะยอ “วันนี้พ่อตาเบนได้กุ้งแม่น้ำมา กระรอกไปสอยมะรุมได้มาแยะเชียว คุณหมอชอบแกงส้มมะรุมไม่ใช่หรือคะ”

“จ๊ะเอ๋” ปัทมาศชะโงกหน้าตามมาอีกคน เด็กสาวยิ้มกว้างขวาง “คุณพี่หมออยู่ก่อนสิคะ…หนูมีเรื่องมารายงานด้วยละ”

จริงด้วย…

ลดานิดานึกได้ว่าใช้ให้กระรอกลองไปตรวจสุขภาพที่คลินิก ให้บอกพยาบาลว่าขอตรวจกับเธอ

“งั้นนิดาขออยู่กินข้าวด้วยคนนะคะ” ลดานิดายอมตกลงในที่สุด

“งั้นคุณนิดาไปนั่งคุยกับนังกระรอกมันก่อน” บัวลาว่า “ป้าทำอาหารเสร็จเรียบร้อย จะไปเรียกนะคะ”

ลดานิดาพยักหน้า เธอเดินเข้าไปในห้องนั่งเล่นโดยมีบทจรตามไปด้วย

“ไม่ไปช่วยแฟนคุณเหรอ” ลดานิดาพึมพำ

“ผมอยากช่วยคุณมากกว่า” เขาตอบเสียงจริงจัง แล้วเดินเลยลดานิดาไปนั่งข้างๆปัทมาศ โดยไม่รอฟังว่าหญิงสาวจะว่าอย่างไร

“ไหน…เล่ามาซิ” ลดานิดาลืมอาการเหนื่อยที่เกิดขึ้น เธอชะโงกไปจนใกล้น้องสาวบุญธรรมของบทจร แล้วถามว่า “ตกลงสืบได้ความอะไรมาบ้างกระรอก”

“หูย” ปัทมาศจีบปากจีบคอ “รู้ตัวหรือเปล่า ว่าคุณพี่หมอโดนเจาะยางเข้าแล้วค่ะ”

“ยังไง” คราวนี้ลดานิดาและบทจรถามพร้อมกัน

“หนูไปตรวจสุขภาพอย่างที่คุณพี่หมอสั่ง” ปัทมาศเริ่มเล่า “แล้วก็ขอฟังผลกับคุณพี่หมอ พยาบาลบอกว่าคุณพี่หมอไม่อยู่ ถ้าอยากตรวจต้องมาใหม่วันหลัง แต่คิวอีกยาวมาก เพราะคุณพี่หมอกำลังเตรียมตัวแต่งงาน ไม่ค่อยมีวันออกตรวจ”

ข้อมูลที่ปัทมาศเล่าเป็นเรื่องจริง ช่วงนี้หล่อนเลื่อนคิวตรวจคนไข้เยอะมากจริงๆ เท่าที่ฟัง…ยังไม่เห็นว่ามีเรื่องไหนที่ผิดสังเกต

“ถ้าจะตรวจวันนี้ จะได้ตรวจกับคุณหมอเพชรพธู” ปัทมศเล่าต่อ “หนูอยากลองดู ก็เลยเข้าไปตรวจกับคุณหมอ”

“เป็นยังไงบ้าง” ลดานิดาอยากรู้

“ก็ดีนะจ๊ะ” ปัทมาศนิ่งนึก “แต่หนูไม่ได้รู้สึกว่าคุณหมอดูแลเป็นพิเศษกว่าคลินิกอื่นๆตรงไหน ถ้าจ่ายราคาแพงขนาดนี้ ไปที่อื่นน่าจะดีกว่านี้…นี่หมออ่านผลเลือดให้ฟัง แทบไม่มองหน้าหนูด้วยซ้ำ พออธิบายผลตรวจเสร็จก็บอกว่าหนูขาดวิตามินสองสามตัว ไล่ให้ออกไปรอรับยาด้านหน้า”

“เพชรพธูเนี่ยนะ” ลดานิดานิ่วหน้า “เป็นไปไม่ได้…ที่ผ่านมา มีแต่คนไข้ชมว่าหมอเพชรพธูดูแลดีมาก”

“อาจจะเพราะเป็นหนูมั้งพี่หมอ” ปัทมาศยักไหล่ “ตัวดำๆ ดูไม่ค่อยมีเงิน”

“หมอเพชรเขาทำอะไรให้กระรอกรู้สึกแบบนั้นด้วยหรือ” ลดานิดานิ่วหน้า เรื่องนี้เธอไม่เคยรู้มาก่อน

“คุณหมอเพชรเขาดูไม่ค่อยพอใจตั้งแต่พยาบาลบอกแล้วว่า หนูระบุอยากฟังผลตรวจกับคุณพี่หมอ” ปัทมาศพยายามเรียงลำดับเหตุการณ์ “คุณหมอเพชรเขาพึมพำคล้ายๆ คำว่าน่าเบื่อ หรืออะไรทำนองนี้ละ แต่หนูได้ยินไม่ถนัด ตอนจะจ่ายยา คุณหมอก็บอกว่าแพงมากนะยาที่นี่ จ่ายไหวไหม พอหนูบอกว่าหนูจ่ายได้ หมอก็เงียบไป”

“อืม…มารยาทไม่ดีเลยนะเนี่ย พูดจาแบบนี้มีคนไข้ชมจริงๆ หรือนิดา” บทจรประหลาดใจ

“มีจริงๆ นะ” ลดานิดายืนยัน

“หนูไม่ได้โกหกนะพี่หมอ” ปัทมาศยืนยัน

“พี่เชื่อ” ลดานิดาพยักหน้า

“พฤติกรรมบริการอาจจะไม่ดี แต่นี่ก็ไม่ถือว่าเป็นการเจาะยางสักหน่อย” บทจรนิ่วหน้า

“ยังพี่เบน…กระบวนการเจาะยางเกิดขึ้นตอนที่หนูนั่งรอรับยานี่ละ” ปัทมาศหันไปทางลดานิดา ก่อนจะเริ่มเล่าต่อ

“ตอนหนูนั่งรอรับยา มีคนไข้คนหนึ่งที่รอรับยาก่อนหน้าหนู เขาบ่นอุบเลยว่าผิดหวัง จ่ายเงินแพงขนาดนี้ นึกว่าจะได้บริการที่ดีกว่านี้ หมอก็ไม่สนใจ เขาหันมาหาหนูแล้วถามว่าหนูโดนเหมือนกันหรือเปล่า หนูเลยบอกว่าหมอพูดไม่ค่อยดี…คนไข้คนนั้นถามว่าหมอเพชรหรือหมอนิดา…หนูตอบว่าหมอเพชร เขาว่าไงรู้ไหมจ๊ะ”

ทั้งลดานิดาและบทจรส่ายหน้า

“เขาบอกว่าเจอหมอเพชรนี่ถือว่าโชคดีแล้วนะ ถ้าเจอหมอนิดาแย่กว่านี้อีก” ปัทมาศพูดด้วยสุ้มเสียงเกรงใจ

“อะไรนะ” ลดานิดาฟังแล้วรู้สึกโมโห “พูดถึงขนาดนี้เลยหรือ…ใครกัน คนไข้คนไหนกัน”

“เป็นผู้ชายค่ะ ตัวผอมๆ ใส่แว่น” ปัทมาศถอนใจ “เสียดาย หนูไม่ทันแอบเอามือถือถ่ายรูปให้พี่หมอดู”

“ไปถ่ายเขาได้ยังไง” บทจรว่า “ไปถ่ายเขามาแบบนั้น ถ้าเขารู้ตัวก็จะเกิดเป็นเรื่องหรอก”

“ไม่ได้ถ่ายรูปมาก็ไม่เป็นไร” ลดานิดาพยายามข่มโทสะที่กรุ่นขึ้นมาอย่างสุดความสามารถ “เดี๋ยวเช็กกล้องวงจรปิดได้…ว่าแต่ถ้าเจออีกครั้ง กระรอกจำเขาได้ไหม”

“จำได้แน่นอน…แต่ที่หนูเล่ายังไม่จบแค่นั้นนะคุณพี่หมอ อีตาคนนั้นยังเจาะยางต่อ เขาให้นามบัตรหมอภารดีกับหนูมาด้วย”

ปัทมาศหยิบนามบัตรแผ่นเล็กออกมาจากกระเป๋า แล้วส่งให้ลดานิดารับไปดู

“ภารดี…” ลดานิดาพึมพำ “ฝีมือหล่อนอีกแล้วหรือ…”

“เขายังบอกหนูด้วยว่าถ้ามาที่นี่แล้วไม่ประทับใจ ให้ลองไปที่พาดีคลินิก…มีคนเคยบอกเขาว่าหมอที่คลินิกพาดีดูแลคนไข้ดีมาก มียา มีเครื่องมือเหมือนๆ กัน แถมราคาก็ไม่แพงเท่าที่นี่ ถ้าสนใจ ให้เอานามบัตรนี่ไปยื่นที่คลินิกพาดี จะได้ลดราคาพิเศษด้วยนะจ๊ะ”

“อืม” คราวนี้บทจรพยักหน้าหงึกๆ “แบบนี้ละ…เจาะยางจริงๆ”

“คุณพี่หมอจะให้หนูทำยังไงต่อ” ปัทมาศถาม เธอกำหมัดแน่นพร้อมทั้งขยับไปมา “ให้ไปตามล่าหาตัวพี่ผู้ชายคนนั้นมาเค้นถามเลยดีไหม ว่ารับจ้างใครมา งานแบบนี้หนูถนัด”

“ไม่เห็นต้องถามเลยว่ารับจ้างใครมา” บทจรหยิบนามบัตรไปจากมือของลดานิดา “แค่นามบัตรนี้ก็รู้แล้ว”

“งั้นเราไปจัดการหมอภารดีเลยสิ” ปัทมาศว่า

“อย่าเพิ่ง…งานใหญ่ขนาดนี้ พี่ไม่เชื่อว่าหมอภารดีคนเดียวจะทำได้ มันต้องมีคนช่วยหลายคน” เสียงของลดานิดาแผ่วต่ำ “ถ้าจะจับ…เราต้องจับให้ได้ทั้งขบวนการ จากนั้นค่อยถอนรากถอนโคนเสียทีเดียว”

ประสบการณ์ที่เกิดจากการล่องหนที่ผ่านมา สอนลดานิดาว่ารู้หน้าไม่รู้ใจ สิ่งที่ตาเห็นอาจไม่จริงเสมอไป การจะจับโป๊ะใครสักคนจะต้องใจเย็นที่สุด

“แล้วจะทำยังไงต่อดีจ๊ะ” ปัทมาศเกาะศีรษะ

“พรุ่งนี้” ลดานิดาเม้มริมฝีปากแน่น “กระรอกไปตรวจที่คลินิกพาดี…เอานามบัตรไปด้วย แล้วลองดูว่าที่นั่นจะทำอย่างไร”

 

อาหารค่ำวันนั้น ผ่านไปด้วยความราบรื่นกว่าที่ลดานิดาคิด แจนิสไม่ได้ทำให้เธออึดอัด ทุกคนไม่มีใครทักหรือถามถึงหน้าตาที่ดูแก่ลงของเธอเลยแม้สักนิด

วันนี้ร้อยเอกขจรไม่อยู่ ซื้อกับข้าวมาให้ภรรยาแล้วตัวเองก็ออกไปข้างนอก เขาไปกินเลี้ยงโต๊ะแชร์กับบรรดาเพื่อนเก่า กว่าจะกลับก็คงหลังสามทุ่ม

หญิงสาวผู้เป็นเพื่อนสนิทของบทจร ชวนทุกคนในโต๊ะอาหารคุยด้วยน้ำเสียงร่าเริง จากการพูดคุยกัน ทำให้ลดานิดาได้รู้ว่าแจนิสรู้จักกับบทจรตั้งแต่ตอนที่ไปถึงอังกฤษใหม่ๆ

ตอนนั้นบทจรทำงานเป็นผู้ช่วยเชฟในร้านอาหารไทยแห่งหนึ่ง ส่วนบิดาของแจนิสเป็นผู้ช่วยทูต เขาพาครอบครัวมารับประทานอาหารไทยที่ร้านซึ่งบทจรทำงานอยู่ แล้วมารดาของแจนิสเกิดทำต่างหูเพชรหล่นหาย บทจรพบมันหล่นอยู่ในชามซุป เลยนำไปคืนให้กับเจ้าของ และมิตรภาพของเขากับครอบครัวของแจนิสก็เริ่มต้นขึ้นตั้งแต่วันนั้น

แจนิสเป็นคนไทยแท้ร้อยเปอร์เซ็นต์ แต่แทบไม่เคยใช้ชีวิตอยู่ที่เมืองไทยเลย เด็กหญิงย้ายตามบิดามารดาไปประจำตามประเทศต่างๆ นั่นทำให้แจนิสสามารถพูดได้หลายภาษา อีกทั้งมีบุคลิกและนิสัยเหมือนกับฝรั่งมากกว่าคนไทย

แจนิสกำลังเรียนปริญญาโทด้านพฤกษศาสตร์ ที่เดินทางมาเมืองไทยก็เพราะเธอกำลังทำวิจัยเรื่องสมุนไพรพื้นบ้านของเอเชีย แจนิสศึกษาและพบว่าสมุนไพรหลายชนิดมีคุณสมบัติสามารถช่วยชะลอวัยได้ และนั่นทำให้คนเอเชียดูไม่แก่เร็วเท่าคนยุโรป

หัวข้อเรื่องที่แจนิสยกมาชวนคุย ตรงกับงานของลดานิดากำลังทำอยู่พอดี หญิงสาวทั้งสองจึงเริ่มคุยกันอย่างสนิทใจมากขึ้น

และเมื่อลองเปิดใจ ลบอคติเอาเรื่องที่แจนิสจะมาแย่งบทจรทิ้งไป ลดานิดาก็พบว่าหญิงสาวคนนั้นน่ารักและเป็นคนมีอารมณ์ขัน

เพื่อนสาวของบทจรไม่ได้เอ่ยถึงความสัมพันธ์ระหว่างเธอกับเขาออกมาให้ชัดๆ ว่าอยู่ในระดับใด หากลดานิดาพอจะเดาได้ เพราะถ้าไม่ได้เป็นแฟนกัน แจนิสคงไม่มากินนอนอยู่กับบทจรเช่นนี้

…ช่างเถิด…

หล่อนบอกตัวเองเป็นครั้งที่นับไม่ถ้วน

ถึงแม้ว่าพวกเขาจะเป็นแฟนกัน หรือเป็นอะไรกัน ก็ไม่ใช่เรื่องที่เธอจะต้องไปรับรู้ด้วยสักหน่อย…จำเอาไว้นะลดานิดา…

“จริงสิ…เสาร์อาทิตย์นี้ ผมจะพาพ่อแม่และแจนิสไปเที่ยวสุโขทัย…นิดาไปด้วยกันไหม” บทจรนึกขึ้นได้

เขาเอ่ยชวนลดานิดาหลังจากทุกคนอิ่มอาหารคาว และมารดาของเขากำลังเสิร์ฟอาหารหวาน ค่ำวันนี้นางบัวลาทำกล้วยไข่บวชชี ซึ่งอร่อยจนลดานิดาต้องขอเติมถึงสองครั้ง

“สุโขทัย”

ลดานิดากะพริบตาถี่ๆ นึกว่าถ้าจะไปเที่ยวที่ไหนสักแห่ง แจนิสน่าจะอยากไปทะเลมากกว่าเมืองมรดกโลก

“แปลกใจละสิคุณหมอ”

แจนิสเอ่ยเหมือนเดาภาษาร่างกายของลดานิดาได้ เธอยิ้มเห็นฟันขาวสะอาดที่เรียงกันเป็นระเบียบ

“ค่ะ…แปลกใจ นิดานึกว่าคุณจะอยากไปเที่ยวเกาะ เที่ยวทะเลเสียอีก” หล่อนเอ่ยไปตามที่ใจคิด

“แจนชอบโบราณสถาน ชอบเที่ยวชมสถาปัตยกรรมที่มนุษย์สร้าง มากกว่าเที่ยวสถานที่ธรรมชาติค่ะ” แจนิสรีบอธิบาย “เบนเล่าว่าสุโขทัยคือเมืองหลวงเก่าของไทย แจนเลยอยากไปดู แล้วที่สนามบินสุโขทัยก็มีโครงการเกษตรอินทรีย์ด้วย แจนกำลังสนใจเรื่องนี้อยู่พอดี จะได้ทั้งไปเที่ยวและศึกษาดูงานไปด้วยพร้อมๆ กัน…ไปด้วยกันนะคะคุณหมอ”

“ขอฉันคิดดูก่อน” ลดานิดาแบ่งรับแบ่งสู้ “ต้องดูด้วยว่ามีคนไข้นัดหรือเปล่า”

“กระรอกว่าไม่มีนะคะ” ปัทมาศออกความเห็น

“รู้ได้ไง” ลดานิดาเลิกคิ้ว

“ตอนอยู่คลินิกแล้วขอตรวจกับคุณพี่หมอ พยาบาลบอกหนูว่าคุณพี่หมอไม่เปิดตารางนัดคนไข้เลย จนกว่าจะถึงสิ้นเดือน คุณหมออยากพักผ่อน เพราะต้องเตรียมตัวให้พร้อมสำหรับถ่ายพรีเวดดิ้ง” ปัทมาศท่องประโยคที่ฟังมาจากพยาบาล

จริงด้วย…

หล่อนมีคิวจะต้องถ่ายพรีเวดดิ้งครั้งสุดท้ายสัปดาห์หน้า เฌอแตมนัดหมายทั้งหล่อนและพีธันดรเอาไว้เรียบร้อยแล้ว เพื่อเป็นการเตรียมความพร้อม พีธันดรเลยบอกให้หล่อนเลื่อนนัดคนไข้ออกไปเป็นช่วงปลายเดือน เขาให้เหตุผลว่าก่อนถึงงานแต่งงาน เขาและเธอยังมีเรื่องจุกจิกที่ต้องทำอีกมากมาย

การ์ดแต่งงานก็ยังแจกไม่ครบทุกคน สำหรับเพื่อนฝูงที่สนิทกัน ก็อาจจะส่งทางไปรษณีย์หรืออีเมลได้ แต่สำหรับแขกผู้ใหญ่นั้นพีธันดรและลดานิดาจำเป็นต้องไปเชิญด้วยตัวเอง ดังนั้น การที่ลดานิดาเคลียร์ตารางตรวจคนไข้ให้ว่างเอาไว้ จึงเป็นเรื่องจำเป็น

หลังจากถ่ายพรีเวดดิ้งเสร็จ ก็เป็นคิวลองชุดวิวาห์

ชุดวิวาห์ของลดานิดาใช้ช่างจากห้องเสื้ออันดับหนึ่งของเมืองไทยเป็นคนออกแบบ มีทั้งหมดสามชุด ชุดไทยสำหรับช่วงขันหมากและพิธีหมั้นในตอนเช้า เดรสสไตล์วินเทจสำหรับเลี้ยงพระตอนกลางวัน และชุดราตรียาวสำหรับงานเลี้ยงในตอนกลางคืน

ที่จริงลดานิดาไม่ได้อยากให้งานยุ่งยากขนาดนี้ แต่ไม่มีทางเลือก เพราะพีธันดรเป็นดาราดัง เขาและพี่เป้ช่วยกันจัดการทุกอย่าง ลดานิดามีหน้าที่ไปลองชุดและออกความเห็นบางเรื่องเท่านั้น

ที่จริงเรื่องชุดแต่งงานควรจะเรียบร้อยตั้งแต่สัปดาห์นี้แล้ว แต่เพราะช่างวัดสัดส่วนผิด ชุดราตรีสำหรับงานกลางคืนจึงไม่พอดีตัว ต้องแก้ไขหลายจุด ร้านนัดให้ลดานิดาไปลองชุดครั้งสุดท้ายสัปดาห์หน้า

จากนั้นอีกราวสองสัปดาห์ ก็จะถึงเวลาของงานสำคัญในชีวิตเสียที

“ถ้าตารางตรวจว่างอย่างที่กระรอกว่า…ถ้างั้นขอนิดาไปสุโขทัยด้วยคน”

หล่อนตัดสินใจรวดเร็ว ไม่มีท่าทางลังเล เพราะคิดว่า หลังจากแต่งงานคงไม่มีโอกาสแบบนี้อีก

พีธันดรไม่เคยชอบร้อยเอกขจร ถึงแม้ลดานิดาจะเพียรบอกเขาอยู่เสมอว่าครอบครัวของเธอและครอบครัวของร้อยเอกขจรรู้จักกันมานาน ทั้งยังสนิทสนมยิ่งกว่าญาติแท้ๆ หากว่าที่สามีของเธอไม่เข้าใจ

และลดานิดาเชื่อว่าเขาจะไม่มีวันเข้าใจ…



Don`t copy text!