พระนคร 2410 แม่สื่อตัวร้ายกับนายโปลิส บทที่ 20 : ไร้วาสนา

พระนคร 2410 แม่สื่อตัวร้ายกับนายโปลิส บทที่ 20 : ไร้วาสนา

โดย : ตฤณภัทร

พระนคร 2410 แม่สื่อตัวร้ายกับนายโปลิศ โดย ตฤณภัทร นวนิยายพีเรียดที่สอดแทรกความน่ารักโรแมนติกที่จะพาคุณย้อนไปยังสมัยรัชกาลที่ 4 เมื่อ ‘โนรี’ แม่สื่อมือวางอันดับหนึ่งแห่งพระนครต้องตามหาคู่ให้กับตำรวจหนุ่มรูปหล่อให้จงได้ เธอจะทำสำเร็จไหม อ่านออนไลน์กันเลยในผลงานรางวัลรองชนะเลิศจากโครงการอ่านเอาก้าวแรก ปีที่ 2

****************************

– 20 –

“คุณหนูรำเพยเจ้าคะ” เสียงเรียกของคนที่ไม่ควรอยู่ที่นี่ทำให้รำเพยที่กำลังเหม่อมองออกไปนอกหน้าต่างตื่นตัว ทว่าเมื่อนึกขึ้นได้ว่าโนรีไม่น่าจะมาอยู่ที่นี่ได้แววตาที่มีความหวังจึงหงอยเหงาลงไปอีกครา

ทว่าสัมผัสเบาๆ ที่ต้นแขนทำให้รู้ว่าโนรีมาที่นี่แล้วจริงๆ

“พี่โนรี” เด็กสาวเรียกชื่ออย่างดีใจก่อนโผเข้ากอดหญิงสาวที่ตนผูกพันราวกับเป็นพี่น้องแท้ๆ    “พี่โนรีมาได้อย่างไรเจ้าคะ”

“พอดีว่าคุณพระท่านมาคารวะพ่อของน้องเนื่องในวันเกิด” อันที่จริงโนรีเป็นคนขอร้องให้ฤทธิ์มาร่วมงานและกระเตงเธอติดมาด้วย    “น้องรำเพยจะเข้าวังจริงหรือเจ้าคะ”

“ก็ถ้ามิอยากแต่งงาน คงมีแต่ต้องเป็นข้าหลวงนี่แหละพี่โนรี” เด็กสาวเอ่ยอย่างปลงๆ

…ก็ดีกว่าต้องแต่งงานกับคนที่ไม่ได้รักชอบล่ะนะ

…ส่วนคนที่รักชอบ คงไร้วาสนาต่อกันกระมัง

“ได้อย่างไรกัน พี่นพเคยบอกฉันว่าจะดูแลรับผิดชอบ” หญิงสาวแปลกใจ

“เขาก็ฝากจดหมายมาให้พ่อท่าน เพียงแต่ฉันไม่อยากให้คุณพี่เดือดร้อน” รำเพยเอ่ย น้ำตาเริ่มเอ่อขึ้นคลอนัยน์ตา

“จะเดือดร้อนได้อย่างไร แล้วอีกประการคุณรำเพยชอบพี่นพอยู่มากโขมิใช่หรือเจ้าคะ” โนรีพอเดาใจของเด็กสาวออก แววตาของรำเพยสุกใสเป็นประกายทุกครั้งยามได้ชิดใกล้หลวงดิเรกพาณิชย์

…และชายหนุ่มเองคงคิดมิต่างกัน

“เพียงให้การจับคู่เป็นอย่างเดิม ผู้ใหญ่ย่อมยินดี” โนรีบอก

“ฉันหลอกใช้ความใจดีของคุณพี่มิได้ดอก ยิ่งคุณพี่ดีกับฉันเท่าใดฉันก็ยิ่งให้คุณพี่มีฉันเป็นภาระมิได้” เด็กสาวสะอึกสะอื้น    “ยิ่งคนที่คุณพี่รักคือพี่โนรีที่ฉันก็รักไม่น้อย ฉันจะทำให้พวกพี่เดือดร้อนได้อย่างไรกัน”

“ประเดี๋ยว” โนรีคิดว่านี่อาจมีอะไรผิดพลาด    “ใครรักใครหนาเจ้าคะ”

“ก็พี่โนรีกับพี่นพเป็นคู่รักกันมิใช่หรือ พี่นพพูดบ่อยๆ ว่าจะแต่งงานกับพี่โนรี” รำเพยปาดน้ำตา ยิ่งพูดออกมายิ่งยอกแสลงใจยิ่ง

…ก็จริงอยู่นั่นแหละ

โนรีคิด ปฏิเสธไม่ได้ว่านพชอบประกาศว่ากำลังเกี้ยวเธอ อยากแต่งงานกับเธอ

“พี่นพนั้น เพียงพูดเล่น เราสองคนเป็นเพียงสหายกันเท่านั้น” โนรีขยายความ นึกไม่ถึงว่าคำพูดไม่คิดของนพจะทำให้รำเพยเข้าใจผิด

“พูดเล่นรึ” รำเพยยังทำหน้าไม่เชื่อ   “เรื่องแบบนี้ใครเขาเอามาพูดเล่นกันเล่า”

“ก็พี่นพอย่างไรล่ะเจ้าคะ อยู่ด้วยกันตั้งหลายวันคุณรำเพยมิใช่รู้แล้วดอกรึว่าเขาเป็นคนแปลกไม่เหมือน ใคร” โนรีถาม รำเพยชะงัก

…ก็จริงอยู่

“อ้าว แล้วฉันจะเสียสละเพื่ออันใดล่ะนี่ ไม่ยอมนะถ้าฉันต้องเข้าวังแล้วให้พี่พิกุลหยิบชิ้นปลามันเอาคุณพี่ไปฉันไม่ยอมเด็ดขาด” เด็กสาวที่เล่นบทโศกเมื่อครู่หายไป มีแต่หญิงสาวที่เปี่ยมไปด้วยความหมายมาด

“เอ่อ” โนรีเริมตามไม่ทันไม่รู้จะทำหน้าอย่างไรดี

“ฉันขอจ้างพี่ จะคิดเท่าไหร่ฉันจ่ายไม่อั้น” รำเพยเอ่ยอย่างหมายมั่นปั้นมือ    “แต่ฉันต้องได้พี่นพเป็นผัว ไม่ยกให้ใครทั้งนั้น”

โนรีปากอ้าตาค้างทีเดียว

๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐

 

ฮวงหัวเราะเสียงดังก้องตลาดเมื่อได้ทราบสาเหตุที่โนรีทำหน้าราวกับแบกโลกเอาไว้

“นั่นมันกุลสตรี ลูกผู้ดีมิใช่รึ เหตุใดเป็นเยี่ยงนั้น” หากรำเพยกล่าวคำอย่างที่โนรีเล่าให้ฟังจริงๆ นั่นนับว่าโผงผางจนแม่ค้าปากตลาดยังต้องหลีกทางให้ทีเดียว

เมื่อเรื่องราวทั้งหมดของฮวงเปิดเผยต่อทางการ เขาจึงไม่จำเป็นต้องทำตัวลับๆ ล่อๆ อย่างเดิมทั้งยังชวนโนรีให้มาชมดูกิจการของตนอย่างใจกว้าง

“ข้าตกใจจริงๆ นั่นแหละ อีกหลายวันกว่าพี่นพจะกลับมา”

“บางครั้งพวกผู้ดีก็ทำอะไรแปลกประหลาด เข้าใจยากนัก” ลมเอ่ย ก่อนทำหน้าทะเล้นและเสนอ    “หากเอ็งจะเปลี่ยนใจมาหาคนธรรมดา แต่มีกิจการ มีคนในปกครองเยอะอย่างข้าก็ยังทันหนา”

โนรีแยกเขี้ยวใส่

“พูดเป็นเล่นไปเถอะ”

ลมหัวเราะเสียงขื่น อย่างไรก็ตามเขาต้องยอมรับว่านอกจากตำแหน่งสหาย สำหรับโนรีแล้วเขาไม่อาจ กลายเป็นอื่นได้เลย

“อ้อ ข้านึกออกแล้ว มีของจะให้” โนรีทำหน้าทะเล้น ก่อนส่งถุงกำมะหยี่ให้ลม

ชายหนุ่มรับมาอย่างแปลกใจ ยังไม่ทันถามอะไรออกไป เปโตรก็เดินยิ้มแย้มมาที่จุดที่ทั้งสองยืนอยู่

“พ่อมารับแล้ว”

“อย่าลืมเปิด อ่าน เสียล่ะ ข้าไปก่อนนะ” โนรีโบกมือลาสหาย ลมโบกมือตอบ ใบหน้าครุ่นคิด

 

สองพ่อลูกตัดสินใจจะค่อยๆ ทำความรู้จักและใช้เวลาด้วยกันทุกวันก่อนที่โนรีจะตามเขากลับปากน้ำไปเยี่ยมครอบครัว

“งานของลูกน่าสนใจทีเดียวโนรี” เปโตรเอ่ย กระแสเสียงมีแววชื่นชม เมื่อโนรีเล่าให้ฟังถึงงานที่ตนทำอยู่

“จริงๆ แล้วเป็นงานที่ไม่มีใครเขาทำต่างหากล่ะเจ้าคะ” โนรีกล่าวยิ้มๆ หญิงสาวพยายามเรียกเปโตรว่าพ่ออยู่หลายครา ทว่ายังขัดเขิน ชายวัยกลางคนเองก็เข้าใจและไม่ติดใจ ทั้งยังแวะเวียนมาจนกลายเป็นแขกประจำของบ้านนางแถมอีกด้วย

เปโตรมองจี้ที่ลูกสาวมักสวมติดตัวไว้เสมอก่อนเอ่ยเสี่ยงแผ่ว

“จี้นั่นพ่อเป็นคนให้แม่ ดีใจที่ลูกยังเก็บมันไว้” ในนั้นเต็มไปด้วยสิ่งสำคัญของเขาเช่นกัน

โนรีก้มมองนาฬิกาก่อนส่งยิ้ม

“ฉันเก็บไว้ติดตัวเสมอเจ้าค่ะ” หญิงสาวบอกเอื้อมมือไปสัมผัสมันแผ่วเบา

“ลูกเปิดดูบ่อยหรือไม่” เขาถาม

“พ่อท่านอยากกินอะไรเป็นพิเศษไหมเจ้าคะ” โนรีไม่ได้ตอบคำถามของบิดา แต่กลับถามเรื่องอื่น

“อืม แล้วแต่ลูกเถิด” เขารับคำ ดูท่าโนรีคงยังไม่สะดวกใจกับเขานัก แต่เขารอได้    “รอเจ้าพร้อมเมื่อใดกลับไปเยี่ยมบ้านที่ปากน้ำกับพ่อหนาลูก”

“เจ้าค่ะ” โนรีเปิดยิ้ม เปโตรยิ้มตอบ รู้สึกใกล้ชิดกับลูกสาวขึ้นอีกนิด

 

“เฮ้อ เมื่อใดหนอจะได้รับไปอยู่ด้วยที่บ้าน อยากแต่งงานจะแย่แล้ว” ฤทธิ์กุมมือโนรีที่ข้างที่ว่างจากการจดบันทึกงาน นี่ก็เป็นอีกคนที่กลายเป็นแขกประจำของบ้าน หลังจากเสร็จข้อราชการเขาจะมาขลุกตัวอยู่ที่นี่จนมืดค่ำจนยายแถมค่อนเอาหลายครา

‘เห็นทีจักต้องหาห้องหับให้แล้วมั้งคุณพระ’

คนไม่ยอมกลับบ้านกลับช่องชอบใจ

‘ดีทีเดียวขอรับยาย’ ได้ยินคำเรียกอันสนิทสนมยายแถมก็อดรู้สึกขนลุกขึ้นมาเสียไม่ได้ นึกไม่ถึงว่าคุณพระแสนดุดันที่หลายคนแค่เอ่ยถึงก็กลัวแทบฉี่ราด จะกลายเป็นคนหน้าหนาที่ขยันมาเกี้ยวหลานนางอย่างไม่ยอม กลับบ้านกลับช่องเช่นนี้

 

“แหมรอได้จนถึงป่านนี้ รออีกหน่อยจะเป็นเช่นไรเจ้าคะ” โนรีเย้า แต่อันที่จริงตนเองก็นับวันรอเช่นกัน

ฤทธิ์หวังให้ผู้ใหญ่ท่านหนึ่งที่นับถือช่วยมาเป็นเถ้าแก่สู่ขอหญิงสาว แม้นโนรีไม่อยากให้งานเอิกเริกนักทว่าฤทธิ์ผู้รักสันโดษมาตลอดต่างหากเป็นผู้อยากประกาศให้รู้กันทั่วพระนคร

‘ฉันดีใจที่ได้เมียสาวเมียเด็ก ตามใจคนแก่ให้ได้อวดกับเขาบ้างเถิด’ ว่ามาขนาดนี้แล้วใครจะขัดใจคนแก่ได้เล่า

เรื่องหนึ่งที่โนรีกริ่งเกรงกลัวญาติๆ ของฤทธิ์จะไม่ยอมรับด้วยตนเองเป็นคนไม่มีสกุลใหญ่โต อีกทั้งยังเป็นแม่สื่อที่อาสาจับคู่ทว่ากลับทำตัวเป็นวัวพันหลักหยิบชิ้นปลานั้นไปกินเสียเองก็เป็นอันตกไป

‘แค่ฉันบอกว่าจะออกเรือนรับรองไร้ปัญหา’ ฤทธิ์บอกอย่างมั่นใจ    ‘ฉันบอกเจ้าแล้วว่าเลือกฉันนี้ดีที่สุด หล่อนใหญ่ที่สุดในเรือนแน่นอน’

‘บอกตั้งแต่เมื่อใด คุณพระเคยเกี้ยวฉันถึงเพียงนั้นเชียวหรือเจ้าคะ’ โนรีแปลกใจ อันที่จริงความรักของทั้งสองเกิดได้จากเหตุตกกระไดพลอยโจนล่ะหนึ่ง เมื่อประสมกับการร่วมทุกข์ในเหตุเสี่ยงอันตรายจึงทำให้เห็นในน้ำใจใจไร้ข้อกังขา

…ว่าที่แท้คุณพระของเธอนั้นเพียงใช้หน้ากากของความดุดันไม่ใยดีนั้นไว้อำพรางความกลัวเท่านั้น

‘ฉันลบภาพที่คุณพ่อคุณแม่โดนฆ่าตายต่อหน้ามิได้เลย’ ชายหนุ่มเปิดใจหลังจากที่โนรีรับคำขอแต่งงานอย่างไม่เหมือนใครในพระนครนั้น

‘เกิดอันใดขึ้นเจ้าคะ’ โนรีถาม มือน้อยกุมมือหยาบกร้านอย่างคนที่จับดาบจับปืน โดยหวังส่งไออุ่นจากดวงใจให้ แม้จะรู้ว่าชายหนุ่มผ่านเรื่องราวโหดร้ายมามาก แต่การที่เขายอมเปิดปากเล่าออกมานั้นแสดงถึงความไว้เนื้อเชื่อใจ

…นั่นคือสิ่งที่จับใจโนรีไว้ได้ดีมากกว่าคำหวานใดๆ

‘ครานั้นคุณพ่อของฉันกลับจากราชการทางใต้’ เขาเริ่มเปิดปากเล่า กระชับมือของโนรีไว้ราวกับจะขอกำลังใจ    ‘จู่ๆ เรือก็ถูกปล้น การแต่งตัวเป็นพวกจีนมิผิด ครานั้นอังยี่มีจำนวนมากแลกำแหงนัก พวกนั้นฆ่าพ่อและแม่ของฉันอย่างเลือดเย็นแลยังมัดฉันกับหินหวังถ่วงน้ำให้ตายตกเสีย’

‘โธ่คุณฤทธิ์’ โนรีกอดร่างแกร่ง

‘เรียกชื่อได้แล้วหรือ’ เขาหัวเราะเบาๆ    ‘แต่ถ้าเรียกพี่ฤทธิ์ได้จะชื่นใจมากทีเดียวล่ะนะ’

‘แล้วพี่ฤทธิ์รอดมาได้อย่างไรกันเจ้าคะ’ ด้วยอยากเอาโนรีจึงเรียกตามที่เขาขออย่างไม่บิดพริ้ว ชายหนุ่มกระชับวงแขนของโนรีให้แน่นเข้าก่อนเล่าต่อ

‘มีเรือพ่อค้าที่ตามมาช่วยพี่ไว้ แต่อย่างที่เจ้ารู้ มีพี่คนเดียวที่รอดจากเหตุการณ์ครานั้น แล้วคุณลุงคุณป้าก็รับพี่ไปดูแล’

โนรีพยักหน้าอย่างเข้าใจ ท่านทั้งสองเองคงรักฤทธิ์ไม่แพ้ลูกในไส้ ไม่งั้นคงไม่คิดหาคู่เพื่อให้หลานได้มีครอบครัวหรอก

‘ตั้งแต่นั้นพี่จึงอยากเป็นคนแข็งแกร่งที่ปกป้องไม่ให้ใครต้องพบชะตากรรมเช่นพี่ พี่ไม่ลังเลเลยเมื่อสมเด็จพระพุทธเจ้าหลวงท่านประสงค์ให้พี่ย้ายจากกรมพระตำรวจหลวงมาเป็นโปลิส’ เขากล่าวอย่างภาคภูมิใจ   ‘แต่กระนั้นการจะข่มตานอนในแต่ละวันนั้นทำได้ยากยิ่ง โดยเฉพาะในบ้านที่พี่เคยอยู่กับคุณพ่อคุณแม่’

โนรีกระจ่างใจแล้ว เหตุใดเขาจึงชอบอยู่ที่เรือนแพนัก

‘เจ้ารู้หรือไม่ว่าเหตุใดพี่จึงต้องเข้าหาเจ้ายามค่ำคืน’ เขาถาม

‘มิใช่เพราะฉันไม่ยอมช่วยทำราชการแต่โดยดีหรอกหรือเจ้าคะ’ โนรีลองทาย

‘พี่มิใช่คนที่ทำอะไรแบบนั้นเป็นประจำดอกนะ’ เขาเริ่มขัดเขิน ทว่าก็อยากให้โนรีทราบความในใจเช่นกัน     ‘หลังได้เจอเจ้าแล้วพี่หลับสบายทุกคืนไป’

‘อ้อ ข้อนี้เชื่อโดยไม่มีข้อกังขาเจ้าค่ะ’ โนรีนึกถึงยามที่เขาหลับไปต่อหน้าต่อตาถึงสองครั้ง

‘ขอบคุณนะโนรีที่พร้อมจะอยู่กับพี่’ เขากล่าวกระแสเสียงนั้นแตะแต้มความหวานซ่านทั้งทรวง

‘ทั้งรวย ทั้งศักดิ์ใหญ่เช่นนี้ ไม่คว้าไว้ก็โง่เต็มที’ โนรีกล่าวติดตลก    ‘ขอบคุณเช่นกันเจ้าค่ะที่ไม่ชิงมีเมียเสียก่อน’

๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐

 

แม้จะยังไม่กำหนดฤกษ์แต่งงาน ทว่าด้วยความที่ผู้ใหญ่คนสำคัญของฤทธิ์ได้ขึ้นมาจากทางใต้เขาจึงเห็นเป็นโอกาสเหมาะที่จะเริ่มเจรจาสู่ขอ

“นี่คุณลุงผาด เป็นเพื่อนคนสำคัญของคุณพ่อของพี่ นอกจากคุณลุงคุณป้า พี่ถือท่านเป็นญาติที่เคารพคนหนึ่งทีเดียว” เขาแนะนำ

โนรีกระพุ่มมือไหว้ ส่งยิ้มอ่อนหวานนอบน้อม

“ลุงเองก็รักหลานเหมือนลูกในไส้” ผาดกล่าว ท่าทางเขาดูเป็นคนอารมณ์ดี     “ดีใจเสียยิ่งกว่าอะไรที่ฤทธิ์ได้ออกเรือนเสียที ตายก็ตายอย่างตาหลับแล้ว”
“จริงขอรับ” เจ้าพระยาปรีชาติวงค์ ลุงแท้ๆ และโต้โผคนสำคัญในการหาคู่ให้หลานชายเอ่ยอย่างเห็นด้วย    “นึกว่าจะตายก่อนได้เห็นวันนี้เสียแล้ว คงตายตาไม่หลับ แถมตายไปจะโดนน้องด่าเอาได้ว่าเหตุใดจึงดูแลหลานได้แย่เช่นนี้”

“ดีใจไหมล่ะพ่อ” นางแถมถามเปโตรที่กำลังประคองตนเองอยู่ ตัวนางเองแม้ไม่ใช่ยายแท้ๆ แต่เมื่อหลาน ที่ตนเลี้ยงมาตั้งแต่เล็กจนโตจะออกเรือนเช่นนี้ก็รู้สึกตื้นตันยิ่งนัก

“ดีใจมากขอรับ” เขาตอบ

…ดีใจเหลือเกินที่ได้มาเห็นวันนี้

บรรยากาศของการเจรจาเต็มไปด้วยความอบอุ่นแช่มชื่น ฤกษ์ที่ทั้งดีและตรงใจว่าที่เจ้าบ่าวตรงกับวันอาทิตย์กลางเดือนหน้า ทว่าท่ามกลางบรรยากาศแห่งความสุขนี้ ที่มุมหนึ่งฮวงยืนมองอย่างเงียบงัน

…สมองนั้นครุ่นคิดอย่างหนัก

 

“ทำไมจู่ๆ อะไรดีๆ ก็เกิดขึ้นพร้อมกันหนอ” โนรีกล่าว ยามนี้ทั้งสองกำลังเดินทางกลับจากบ้านมิสซิสเฮาส์และสามีหลังการแจ้งข่าวเรื่องงานแต่งงาน

ครูทั้งสองของเธอทั้งตกใจ ตั้งตัวไม่ติด และไม่เข้าใจว่าเรื่องราวลงเอยแบบนี้ได้อย่างไร แต่จะเล่าให้ฟังทั้งหมดก็เกรงว่าต้องใช่เวลานาน ทั้งสองจึงเพียงเรียนเชิญด้วยสีหน้ายิ้มแย้มเท่านั้น

“ตัวพี่อับโชคมานานหนักหนา ให้สุขเสียหน่อยเถิด” ฝีพายพูดอย่างแข็งขัน    “เสียอย่างเดียวพี่อยากแต่งวันนี้วันพรุ่ง”

“นั่นก็เร็วไปเจ้าค่ะ สองเดือนก่อนฉันยังทำงานจับคู่ให้คนอยู่เลย แล้วพอผันตัวไปช่วยราชการก็จะได้ออกเรือนเสียอย่างนั้น” โนรีบอก พระพรหมนี่ท่างช่างรวดเร็วเสียนี่กระไร

พระพรหม…รวดเร็ว

“ใช่สิ ต้องช่วยเรื่องพี่นพกับรำเพยด้วยนี่นา” โนรีเอ่ยขึ้นมาอย่างคนเพิ่งนึกได้

กำหนดส่งตัวเข้าเป็นข้าหลวงของรำเพยนั้นเป็นที่ต้นเดือนหน้าแล้ว อันที่จริงโนรีได้ส่งจัดหมายบอกข่าวแก่นพไปตั้งแต่วันที่ได้คุยกับรำเพยแล้ว และไม่ลืมที่จะขัดเกลาถ้อยคำของสาวน้อยให้พอหวานละมุน

…ถ้าจะบอกว่ารำเพยอยากได้พี่นพเป็นผัวเต็มประดาแล้วก็จะดูอุกอาจไปนิด

“พี่เหมือนจะได้ยินว่านพจะกลับมาวันนี้นะ” ฤทธิ์บอก ด้วยได้สนทนากับบิดานพหลายคำ

“งั้นจะรออะไรเจ้าคะ ไปที่ท่าเรือนั่นเร็วเข้า”

Don`t copy text!