รัก (จัง) ปักใจ บทที่ 9 : หมาน่าเกลียด

รัก (จัง) ปักใจ บทที่ 9 : หมาน่าเกลียด

โดย : ปิยะพร ศักดิ์เกษม

รัก (จัง) ปักใจ นวนิยายรักโรแมนติกเรื่องล่าสุด จากปลายปากกาของ ปิยะพร ศักดิ์เกษม ที่นักอ่านรอคอย กับเรื่องวุ่นๆ ของเจ้าคอร์กี้ตัวเปี๊ยกนาม “รักจัง” และ “ปักใจ” ที่ป่วนปั่นอลวนอลเวง พาให้เจ้าของของทั้งสองมาพบกัน ตกหลุมรักกันและเผชิญกับอุปสรรคมากมายด้วยกัน นิยายออนไลน์ที่อ่านเอาอยากให้คุณได้อ่านออนไลน์

*****************************

สนับสนุนอ่านเอาด้วยการสั่งซื้อหนังสือ “ในสวนอักษร” คลิกที่นี่

รักจังรู้ดีว่าตามกฎระเบียบของสังคมหมา ๆ นั้น เจ้าหล่อนต้องนอบน้อมต่อผู้อยู่มาก่อน…แต่นี่คือรักจังนะ! รักจังผู้ไม่เหมือนใครทั้งสิ้น รักจังผู้เป็นตัวของตัวเอง รักจังผู้สอดรู้สอดเห็น รักจังผู้แสนกร่างและคิดว่าตนเองยิ่งใหญ่ ต่อให้มีสุนัขพันธุ์อเมริกันเชฟเพิร์ดอยู่แถวนี้ รักจังก็เชื่อว่าตัวเองยิ่งใหญ่กว่า ฉลาดกว่า เก่งกว่า น่ารักกว่า น่าเกรงขามกว่า!

แล้วไอ้ตัวหน้าแหลม ผอมโซ หางยาว ขาสั้นตัวที่อยู่ข้างหลังหมอปลื้มนี่น่ะหรือที่จะทำให้รักจังนอบน้อมยอมเป็นเบี้ยล่างให้ก่อนได้

เจ้าหล่อนยื่นหน้ายื่นตา พยายามจะเข้าไปดมให้ถ้วนทั่วทุกอณูเพื่อหาเหตุผลและรายละเอียดให้ได้ว่าไอ้ตัวนี้มันมีดีอะไร จึงสามารถมาอยู่ใกล้ชิดหมอปลื้มคนสวย แถมหมอที่รักจังถูกชะตาอย่างยิ่งคนนี้ยังรักมัน เพราะอะไร เพราะอะไร…ขอรักจังสูดดมชัด ๆ สักทีเถอะ จะได้รู้

หากประตูกรงและหมอปลื้มก็ขวางทางอยู่ รักจังจึงสื่อสาร “มาเร็ว ไอ้หางยาวขาสั้น มาให้ชั้นดมหน่อย” หากสิ่งที่ได้รับการตอบรับกลับมาก็คือ ท่าทีเหมือนรังเกียจไม่อยากเข้าใกล้ ปักใจเมินหน้าไปอีกทางแถมยังแอบหลังคุณหมอ สื่อสารกลับมาว่า

“ยัยตัวนี้น่าเกลียดมาก หาความเป็นระเบียบเรียบร้อยไม่เจอ ยังกับเพิ่งออกมาจากป่า อันศิวิไลซ์ที่สุด! ไปที่อื่นกันดีกว่าครับหมอปลื้ม”

ไม่ว่าจะรักและรู้ใจกันอย่างไร ปลื้มใจก็เหมือนกับมนุษย์ทั่ว ๆ ไป เธอไม่สามารถเข้าใจการสื่อสารด้วยกลิ่นของเหล่าสุนัขแบบร้อยเปอร์เซนต์ได้ได้ แถมครั้งนี้ยังแปลท่าทีของปักใจและรักจังผิด เธอตีความอาการรังเกียจไม่อยากยุ่งด้วยของปักใจว่ากลัว! เธอจึงดันก้นปักใจให้เข้าไปใกล้ประตูกรงเมื่อพูด

“กลัวเหรอ ปักใจ ไม่ต้องกลัวจ้ะ รักจังเขาน่ารักออก เขาเหมือนปักใจเลยเห็นไหม หูก็กาง ขาก็สั้นเหมือน ๆ กัน”

ไม่จริ๊ง…ไม่จริง! รักจังไม่ได้น่าเกลียดอย่างไอ้ตัวนี้ ยอมไม่ได้ รักจังไม่ยอมเหมือนมัน! เหมือนกันตรงไหน เหมือนกันตรงไหน!

รักจังพยายามยื่นหน้าเข้าใกล้ หมายใจจะดม…ดมให้ได้รายละเอียดมากที่สุด หากอีกฝ่ายกลับขืนตัวเบือนหน้าหนี ไม่ยอมให้ดมได้ตามใจอยาก นางหมาน้อยจึงถอยออกไปนิดหนึ่ง กระโดดโหยง ๆ อยู่ในกรงเพื่อบอกว่า เข้ามาใกล้ ๆ เข้ามาให้ดมเสียดี ๆ

ทว่า เสียงนุ่ม ๆ เบา ๆ ของหมอปลื้มใจกลับบอกไปคนละเรื่องว่า

“รักจังอยากเล่นใช่ไหม หายปวดท้องแล้วเนอะ  กินยาอีกสองยกก็หายขาดแน่นอน ปักใจ เล่นกับเพื่อนหน่อยซิ เขาอุตส่าห์ชวน”

ปักใจถอยหลังกรูดกลับมาแอบหลังมนุษย์เช่นเดิม ท่าทีของมันทำเอาคนสองคนที่อยู่ตรงนั้นหัวเราะขัน พรรษามองแล้วให้ความเห็นว่า

“ปักใจเขาเรียบร้อย เจอซน ๆ พลังเยอะ ๆ อย่างรักจังเข้าถึงกับไปไม่เป็น!”

ไม่ใช่ไปไม่เป็น! ปักใจพยายามสื่อความ…แค่ไม่อยากยุ่งด้วย ป่าเถื่อน! บ้าพลัง! แถมยังดำ ด๊ำ ดำ! ฮือ กลับบ้านเถอะหมอปลื้ม ไม่อยากเห็นหน้าไปให้พ้น ๆ จากมันดีกว่า

ในที่สุดปลื้มใจก็ลุกขึ้นท่ามกลางความโล่งอกของปักใจ หากก่อนเดินผละจากมาเธอก็ไม่วายก้มลงพูดกับไอ้ตัวดำ ๆ หูกาง ขาสั้นในกรงว่า

“นอนให้สบายนะรักจัง พรุ่งนี้หมอจะพาปักใจมาเล่นด้วยอีก” คราวนี้เธอหันไปพูดกับผู้ช่วย “รูปร่าง หน้าตาเขาคล้ายกันมากนะ หู ขา ช่วงตัว ต่างกันแค่สีเท่านั้นเอง”

รักจังแทบเต้นอยู่ในกรง…ไม่ ไม่ ไม่ เราไม่เหมือนไอ้ตัวน่าเกลียดตัวนั้น มันน่าเกลียดไม่พอยังหยิ่งอีกด้วย ท่ามกลางไฟในห้องที่หรี่สลัวลงเพื่อให้เกิดบรรยากาศของการพักผ่อนนางหมาน้อยระบายความเดือดดาลในใจด้วยการกัดกระดาษปูรองนอนจนขาดกระจุยเป็นผุยผงแถมด้วยการคว่ำชามใส่น้ำในกรงจนหกนองไปทั้งบริเวณ

อีกสี่ชั่วโมงถัดมาพี่ผู้ช่วยที่ขึ้นมาป้อนยาให้รักจังจุ๊ปากเบา ๆ

“เครียดละซิ รักจัง เอ้า! กินยาซะ เดี๋ยวจะปูผ้าให้ใหม่ แล้วอย่ากัดอีกนะ ห้ามคว่ำชามน้ำด้วย”

รักจังได้แต่ร่ำร้อง…หนูไม่ได้เครียด แต่หนูโมโห หนูไม่อยากเหมือนไอ้หมอนั่น ไอ้ปักใจ ไอ้หมาขาสั้น…รูปร่างหน้าตาน่าเกลียดแล้วยังหยิ่งแบบไม่ดูเงาตัวเอง!

 

คุณฐปนากลับมาถึงบ้านในตอนสายของวันเสาร์ อิ่มแปร้จากอาหารเช้าที่เพื่อนของเธอปรนเปรออีกรอบ เมื่อผ่านประตูหน้าบ้านเข้ามาหญิงสูงวัยก็รู้สึกผิดหวังนิดหน่อยเมื่อไม่เห็นรักจังวิ่งแจ้นออกมาต้อนรับเหมือนเคย มีแต่หลานชายคนเดียวนั่งดื่มกาแฟอยู่ที่เฉลียงหน้าบ้าน

“รักจังล่ะ” นั่นคือคำแรกที่ออกจากปาก และฐิติก็หัวเราะที่ตนเองคาดเดาไว้ไม่ผิด

ชายหนุ่มจูงมือเธอเข้าไปในห้องนั่งเล่น กดให้ผู้เป็นป้านั่งลงบนเก้าอี้นวมแสนสบายแล้วบอกเรียบ ๆ แบบไม่ให้อีกฝ่ายตื่นเต้นตกใจเลยว่า

“ป่านนี้คงกำลังอาบน้ำไดร์ขนอยู่ที่ ซันนี่ พรีเมียร์ เพ็ด แคร์ ครับ” ถึงแม้จะเริ่มเรื่องแบบนั้นผู้ฟังก็ไม่วายทำตาโต สีหน้าของเธอเริ่มเป็นกังวล ชายหนุ่มจึงเสริม

“เมื่อวานรักจังเลอะเทอะมาก เหม็นหึ่งไปทั้งตัว เมื่อเช้าผมโทร.ไปเช็คแล้วมันสบายดี แข็งแรงเป็นปกติ ก็เลยบอกให้เขาจัดการอาบน้ำไดร์ขนให้ด้วย เราจะได้ไม่ต้องมาวิ่งไล่จับลงอ่างน้ำ แล้วทะเลาะกันบ้านแทบแตกตอนไดร์ขนเหมือนทุกครั้ง”

ความกังวลยังไม่จางหายไปจากดวงตาคุณฐปนา เธอถามทันควัน “รักจังเลอะอะไร”

“เมื่อวานมันท้องเสียครับ” ฐิติว่า แล้วเขาก็เริ่มเล่าตั้งแต่แรกก่อนสรุปด้วยการยืนยันอีกครั้ง “ตอนนี้มันไม่เป็นไรแล้วครับ เมื่อเช้าเขาพามันขึ้นไปเล่นที่สวนหย่อมบนดาดฟ้ายังไปวิ่งเสียสวนเขาแทบถล่ม”

แม้จะเบาใจและวางใจในการตัดสินใจของหลานชาย คุณฐปนาก็รีบเข้าห้องเปลี่ยนเสื้อผ้าเตรียมตัวไปรับรักจังกลับบ้านโดยเร็ว เธอกลับมาบ้านในชุดมูมูสีแปร๋นที่ผู้เป็นเจ้าของบ้านส่งแม่บ้านไปหาซื้อมาให้เพื่อน ๆ สวมใส่เมื่อต้องค้างคืน เสียง “ชั้นเบอร์เอ็กซ์แอล…ชั้นสองเอ็กซ์” และเสียงโห่เมื่อมีคนขาน “ชั้นเบอร์เอ็ม” ยังก้องอยู่ในหู

คุณฐปนาไม่ได้พบกับความสนุกสนานแบบหลุดโลกเช่นนี้มานานมากแล้ว ชีวิตกับสามีชาวต่างชาติในต่างบ้านต่างเมืองต่างกันโดยสิ้นเชิง อย่างมากเมื่อไปงานเลี้ยงของบริษัทก็ได้ดื่มไวน์พอให้แก้มแดงไม่ใช่ไวน์เป็นสิบเหลือแต่ขวดเปล่า วงไพ่และวงคาราโอเกะส่งเสียงดังแข่งกันอย่างเมื่อคืนวาน

หญิงสูงวัยใช้เวลาไม่นานก็ได้นั่งคู่ไปกับหลานชายผู้ทำหน้าที่เป็นคนขับ ออกถนนใหญ่ถัดไปแค่สองซอยฐิติก็เลี้ยวรถตามป้ายที่เธอไม่เคยสังเกตมาจอดอย่างเรียบร้อยที่ลานจอดหน้าอาคาร เธอมองไปรอบ ๆ บริเวณที่สะอาดสะอ้าน อย่างพอใจ ที่นี่เล็กกว่าโรงพยาบาลที่เธอพารักจังไปเมื่อสัปดาห์แรกกลับมาถึงเมืองไทย หมอจะเก่งสู้กันได้หรือเปล่านะ

“รักจังยังไดร์ขนอยู่เลยค่ะ” พนักงานต้อนรับที่หน้าร้านจำฐิติได้ รีบรายงานทันทีที่เห็นหน้า

“เข้าไปดูได้ไหมครับ” ชายหนุ่มรู้ใจคุณป้าของเขาจึงถามแทน

“อย่าเลยค่ะ เดี๋ยวมันเห็นเข้าจะทำฤทธิ์ ถ้าอยากดูจริง ๆ ให้พนักงานพาไปดูจากชั้นสองก็ได้ค่ะ ตรงนั้นมีช่องให้มองอยู่ช่องนึง”

ในที่สุดคุณฐปนาก็ได้เห็นรักจังโดยสองคนป้าหลานเดินตามพนักงานขึ้นไปยังชั้นสองของตัวอาคาร ด้านในสุดมีช่องกระจกเล็ก ๆ ที่ต้องแนบหน้านิดหนึ่งจึงจะเห็นสระว่ายน้ำ และห้องเป่าขนที่เป็นห้องกระจกใสอยู่ด้านล่าง

นางสาวรักจังนั่งอยู่บนโต๊ะ มีพนักงานหมุนไดร์เป่าขนไปทั่ว ๆ พลางพูดคุยกับนางหมาน้อยไปพลาง หรืออาจจะทะเลาะกันอยู่ก็ได้ เพราะดูเหมือนรักจังจะเห่าตอบเป็นระยะ ๆ

อากัปกิริยาของทั้งสอง หนึ่งคนและหนึ่งตัวนั้นทำให้ผู้สูงวัยเบาใจ…คนเราหากคุยหรือถึงขั้นทะเลาะกับหมาได้ละก็ แสดงว่าคนคนนั้นมีจิตเมตตา รักสัตว์อย่างจริงใจ

อันที่จริงโรงพยาบาล…ไม่ว่าจะเป็นโรงพยาบาลสัตว์หรือโรงพยาบาลของคนก็เหมือนกัน…ความทันสมัย ความเก่งกาจของพนักงาน หรือคุณหมอที่ทรงภูมิดีกรีสูง ยังเป็นคุณสมบัติที่ไม่สำคัญเทียบเท่ากับความเมตตา ความละเอียดถี่ถ้วน และความเอาใจใส่

เมื่อเห็นว่านางสุนัขน้อยของเธอแจ่มใสแข็งแรงดี คุณฐปนาก็กลับไปนั่งรอที่ร้านกาแฟเล็ก ๆ ที่ชั้นล่างของโรงพยาบาล ระหว่างที่สองคนป้าหลานสั่งเครื่องดื่มเย็น ๆ มาจิบรอนั่นเอง ฐิติก็ได้เห็นหมอปลื้มใจกำลังพูดคุยกับเจ้าของสัตว์เลี้ยงคนหนึ่งอยู่ไม่ไกล ดูเหมือนจะกำลังอธิบายเรื่องอาการให้ผู้เป็นเจ้าของฟัง

“ป้านาครับ นั่นไง หมอที่รักษารักจังเมื่อวาน คุณป้าจะถามอะไรไหมครับ”

“ถามซิ ฐิติ เดี๋ยวให้คุณหมอคุยกับแขกให้จบก่อน”

อีกไม่กี่นาที ชายหนุ่มก็ตรงเข้าดักหน้าก่อนที่คุณหมอคนสวยจะกลับเข้าห้องทำงาน เขาแนะนำอย่างเป็นงานเป็นการเก็บรอยยิ้มในดวงตาไว้จนสุดความสามารถ

“นี่คุณป้าของผม คุณฐปนาครับ เป็นเจ้าของตัวจริงของรักจัง”

“รักจังหายดีแล้วค่ะ เมื่อเช้าถ่ายออกมาก็ปกติดี” ปลื้มใจยกมือไหว้อย่างอ่อนโยน แล้วอธิบายทุกสิ่งซ้ำกับที่ได้อธิบายให้เขาฟังแล้วเมื่อวานนี้ เธออธิบายอย่างไม่มีเบื่อหน่าย ขอแค่เจ้าของสัตว์ตั้งใจฟังและปฏิบัติตามเธอก็พอใจแล้ว

คงจะเป็นเพราะปักใจได้ยินเสียงหญิงสาวพูดอยู่หน้าห้อง เจ้าหมาน้อยจึงเดินออกมาตามเสียง มันมายืนเอียงคอมอง…เอียงซ้าย…แล้วก็เอียงขวา…มองด้วยดวงตาและสีหน้าแบบที่รักจังทำบ่อย ๆ

คุณฐปนาอุทานลั่น “อุ๊ย! น่ารักมาก เหมือนรักจังเลย แต่สีน้ำตาล หมาของคุณหมอหรือคะ ได้เจอกันหรือยังเนี่ย ได้เจอกับรักจังหรือยังลูก…” เธอโน้มตัวลง กอดร่างเล็ก ๆ นั้นไว้ เมื่อถาม

“ได้เจอกันแล้วค่ะ เมื่อคืนรักจังชวนเล่นด้วย แต่ปักใจเขาเรียบร้อย คงยังไม่คุ้น เลยยังไม่ยอมเล่นด้วย” คุณหมอผู้เป็นเจ้าของหมาตอบแทน

“เขินหรือลูก โถ โดนนังหนูของป้าเล่นเกมรุกละซิท่า” คุณฐปนาพูดต่อเป็นเรื่องเป็นราว และปักใจก็สุภาพแสนดี ยอมให้เธอลูบหัวลูบหูแล้วกลับเงยหน้ามองเธอด้วยดวงตาใสแจ๋ว

ผู้หญิงสองวัยลงนั่งคุยกันต่อที่เก้าอี้ชุดเล็ก ๆ หน้าห้องตรวจนั่นเอง  หากการคุยครั้งนี้ไม่ใช่อย่างหมอกับเจ้าของสัตว์เลี้ยงแต่เป็นการคุยกันอย่างเจ้าของสัตว์เลี้ยงด้วยกัน ปลื้มใจแบ่งปันวิธีดูแลสุนัขของเธอ เล่าถึงกิจวัตรที่เจ้าหมาน้อยต้องมาออกกำลังเสริมกล้ามเนื้อด้วยการว่ายน้ำในสระทุกสัปดาห์

วินาทีนั้นเองที่เสียงกระพรวนกรุ๋งกริ๋งก็ดังมาก่อนตัว และเพียงแค่พ้นมุมบังของห้องรักจังคงได้กลิ่นชัดเจนว่ามี ‘หมาน่าเกลียด’ ตัวหนึ่งแอบอิงอยู่กับขาคุณฐปนาและปลื้มใจ เจ้าหล่อนจึงส่งเสียงเห่าดังก้องไปทั้งล็อบบี้ เสียงของรักจังดังและลึกราวเป็นหมาใหญ่ ทำเอาบรรดาสัตว์ป่วยที่นั่งรอยาอยู่บริเวณนั้นถึงกับสะดุ้ง บางตัวก็ซุกตัวหนี บางตัวก็ลุกขึ้นเห่าตอบ

พรรษาที่จูงรักจังอยู่ต้องวิ่งตามการดึงของนางหมาน้อย หากก็มีประสบการณ์มากพอที่จะรั้งตัวมันไว้ไม่ให้พุ่งเข้าหาปักใจซึ่งจะทำให้อีกฝ่ายตกใจได้ ประกอบกับฐิติจับตัวมันไว้ทัน เขาอุ้มรักจังขึ้นมาจับตัวให้นั่งบนเก้าอี้ตัวเดียวกันกับคุณป้าของเขา

เมื่อรู้สึกว่าอยู่เหนือกว่า และมีคุณฐปนากับฐิติขนาบข้าง นางหมาน้อยก็สงบลง หากยังไม่วายสอดรู้สอดเห็นด้วยการยื่นหน้ายื่นตาลงไปใต้เก้าอี้ เพื่อดมปักใจซึ่งหมอบอยู่กับพื้น บางครั้งถึงกับยื่นขาหน้าสั้น ๆ ลงไปเขี่ย ขณะที่อีกฝ่ายเบี่ยงตัวหนีอย่างน่าขัน

วินาทีนั้นเองที่โทรศัพท์ของฐิติมีเสียงเรียกเข้า ชายหนุ่มยกขึ้นดูแล้วเห็นว่าเป็นสายที่เขาไม่สามารถปฏิเสธจึงเดินเลี่ยงไปอีกทางเมื่อกดรับ

“ว่าไงนายเก้า”

“ช่วยหน่อยดิ มีคนถามเรื่องข้อกฏหมายในสัญญาจนเราเวียนหัว ช่วยมาตอบเขาที หรือจะเอาเขาไปเป็นลูกค้าอีกคนก็ได้”

“รับมือกับนายคนเดียว คุณอัจฉราก็งานเต็มมือแล้ว ยังจะหาใครมาให้อีก…”

“เคที่ไง นายเคยเจอเขาแล้วนี่นาเมื่อคืนก่อน หลังงานที่รอยัลฮอลล์”

Don`t copy text!