
แรมสิบห้าค่ำนี้มีปาฏิหาริย์ บทที่ 20 : เมื่อวันฟ้าใส (2)
โดย : ณรัญชน์
แรมสิบห้าค่ำนี้มีปาฏิหาริย์ นวนิยายเรื่องล่าสุดจาก ณรัญชน์ ที่อ่านเอาคัดสรรมานำเสนอ กับเรื่องราวของกระจกโบราณที่สามารถทำนายอนาคตมนุษย์ทุกคนได้อย่างแม่นยำ ‘วิศรุต’ จึงใช้มันมาลิขิตชะตาชีวิตตัวเอง แม้นั่นจะหมายถึงการทำลายล้างคนรอบข้างอย่างโหดเหี้ยม ไม่เว้นแม้แต่ผู้หญิงที่เขารัก นวนิยายออนไลน์จาก www.anowl.co
ธิปกรอจนกันต์เสร็จจากการเก็บข้าวของส่วนตัวแล้วออกจากบริษัทไปเงียบๆ เขาก็ขับรถกลับไปที่บ้านของนายปกรณ์ ฝนเพิ่งจะราเม็ดไปไม่นานอากาศจึงเย็นสบายแม้จะเป็นเวลาบ่าย หญ้าในสนามหน้าตึกเขียวชอุ่มอยู่ท่ามกลางเปลวแดด สายลมรำเพยมาลูบไล้ยามธิปกก้าวลงจากรถ
เขาสูดความสดชื่นเข้าปอดเต็มที่ รู้สึกผ่อนคลายเป็นครั้งแรกในระยะเวลาเกือบหนึ่งเดือนที่ผ่านมา เพราะได้ปลดเปลื้องภาระหนักอึ้งออกไปได้สำเร็จ
ถึงแม้นายมงคลจะไม่อยู่แล้ว แต่ธิปกก็ได้กำจัดปลิงที่แฝงตัวเข้ามาดูดกินเลือดเนื้อของคนในบ้าน ช่วยพิทักษ์นายธงชัยและสรวงให้ปลอดภัย เขาเชื่อว่าวิญญาณของนายมงคลจะต้องพอใจเป็นแน่หากได้รับรู้
ยังเหลือภาระหนักอีกเรื่องหนึ่ง แต่ชายหนุ่มรู้ว่าเขากำลังจะแก้ปัญหาสำเร็จอีกเช่นกัน ธิปกเดินอย่างไม่รีบร้อนเข้าไปในห้องโถง กุลธิดากับนางเยาวเรศกำลังนั่งคุยกับนายปกรณ์อยู่บนเก้าอี้ยาว ท่าทางสองแม่ลูกดูหงุดหงิดคล้ายกำลังคาดคั้นอะไรบางอย่าง ตรงกันข้ามโดยสิ้นเชิงกับสีหน้าจืดเจื่อนวางตัวไม่ถูกของนายปกรณ์
ธิปกเดาว่านางเยาวเรศคงมาเจรจากับนายปกรณ์ด้วยเรื่องแต่งงานของเขากับกุลธิดา จึงทรุดตัวลงนั่ง พูดขึ้นเสียเองโดยไม่รอให้นางเอ่ยปาก
“ผมต้องขอประทานโทษด้วยที่ปล่อยเรื่องคุณกุลธิดาให้คาราคาซังอยู่หลายวัน พอดีผมมีธุระจำเป็นเรื่องอื่นที่ต้องรีบจัดการก่อน แต่เรื่องแต่งงานไม่ต้องห่วงแล้วนะครับ ผมไปขอฤกษ์จากหลวงพ่อที่วัดมาแล้ว วันที่ยี่สิบเดือนหน้าเป็นวันมงคล เหมาะจะจัดพิธีหมั้น”
นางเยาวเรศขมวดคิ้ว มองชายหนุ่มตาเขียว ขณะที่กุลธิดาวางท่าปั้นปึ่งไม่มีอาการยินดีอย่างที่ควรจะเป็น หญิงสาวนั่งคอแข็งปล่อยให้มารดาโวยวายใส่ธิปก
“วุ้ย! งานม่งงานหมั้นอะไร จะมาหมั้นลูกสาวฉันทั้งๆ ที่ตัวของพ่อธิปกยังมีคดีติดตัวอยู่ มันจะดีหรือ”
นายปกรณ์มองธิปกอย่างเห็นใจ ในฐานะผู้ใหญ่ฝ่ายชายเขาได้แต่ชี้แจงเนิบๆ
“เรื่องคดีผมให้ทนายดำเนินการอยู่แล้ว ยังไงก็คงยืดเวลาขึ้นศาลออกไปได้อย่างน้อยครึ่งปี หมั้นเสร็จจะแต่งงานก็ยังทันถมเถ ไม่ต้องห่วงหรอกครับ”
ธิปกพยักหน้ารับรอง “ใช่ครับ และที่จริงเรื่องนี้ก็เป็นการปรักปรำกันเท่านั้น ผมไม่ได้ทำร้ายคุณมงคลเลย อย่างไรศาลก็คงตัดสินให้พ้นผิด คุณแม่กับคุณธิดาสบายใจได้ครับ”
นางเยาวเรศรีบโบกมือตัดบทคำพูดของเขาด้วยกิริยาเหมือนกำลังโบกไล่แมลงวันหัวเขียวที่บินมาตอมเนื้อตัว
“ฉันกับพ่อธิปกไม่ได้เป็นอะไรกัน อย่าเรียกฉันว่าแม่เลยพ่อคุณ และขอพูดตรงๆ ไม่อ้อมค้อมละนะ ตัวพ่อธิปกเองก็ยังไม่รู้ว่าจะติดคุกหรือเปล่า ที่ว่าถูกกลั่นแกล้งน่ะยังไงก็ต้องใช้เวลาเป็นปีๆ กว่าจะแก้ต่างให้พ้นมลทิน แล้วถ้าหากชาวบ้านไม่เชื่อว่าบริสุทธิ์ก็ต้องถูกนินทาไปอีกนานเชียวละ ในเมื่อตัวเองยังมัวหมองอยู่อย่างนี้ฉันว่าอย่าเพิ่งคิดจะมีครอบครัวเลย จะหมั้นหรือจะแต่งก็ยังไม่ควรทั้งนั้น ฝ่ายหญิงจะได้ไม่เสียหายไปด้วย”
ธิปกนิ่งอึ้ง ใบหน้าคมสันสลดลงทันทีบอกให้รู้ว่าผิดหวังอย่างแรง กระนั้นเขาก็ยังไม่ละความพยายาม
“แต่ยังไงชื่อเสียงคุณกุลธิดาก็เสื่อมเสียไปแล้วเพราะไปค้างอ้างแรมกับผม ผมคิดว่าควรจะรีบแต่งงานเสียให้จบเรื่อง ถ้าเลื่อนเวลาออกไปเกรงว่าจะไม่เหมาะนะครับ”
นางเยาวเรศทำหน้าบึ้ง พูดห้วนๆ อย่างหัวเสีย
“ลูกฉันไม่ได้เสื่อมเสีย พ่อธิปกไม่ควรพูดอย่างนั้น เรื่องที่เกิดขึ้นมันเป็นแค่อุบัติเหตุ บังเอิญรถยางแบนต้องเข้าอู่ไม่กี่ชั่วโมง แล้วตลอดเวลาที่อยู่ที่อู่ก็ไม่ได้อยู่กันสองต่อสอง มีเจ้าของอู่กับเมียอยู่ด้วย จะเรียกมาเป็นพยานยืนยันเมื่อไรก็ได้”
มารดาของกุลธิดาจารนัยเหตุการณ์อย่างคล่องแคล่ว คำว่า ‘ไปค้างอ้างแรมกันสองต่อสอง’ ที่เคยใช้เป็นโซ่ตรวนผูกมัดธิปกจนดิ้นไม่หลุดถูกบิดเบือนไปอย่างจงใจ
ธิปกทำท่าจะค้าน แต่ก็ไม่ทันนางเยาวเรศ
“และถ้าจะว่ากันตามตรงเรื่องที่เกิดขึ้นก็ไม่มีใครรู้ ถ้าหากพ่อธิปกเห็นแก่ฉันกับคุณนิพนธ์ไม่อยากให้กินแหนงแคลงใจกับคุณปกรณ์จริงๆ แค่ไม่บอกใครเท่านี้ก็พอแล้ว ไม่จำเป็นต้องให้ลูกฉันหมั้นหมายหรือแต่งงานด้วยหรอก” นางจบประโยคอย่างสวยงามในความรู้สึกของตนเอง
มิตรภาพระหว่างนายปกรณ์กับนายนิพนธ์ถูกยกมาเป็นข้อต่อรองอีกตามเคย ธิปกไม่รู้จะตอบอย่างไร เขาได้แต่หันไปมองนายปกรณ์คล้ายจะถามความเห็น
“เอาเถอะครับ ในเมื่อคุณเยาวเรศยอมอภัยให้ธิปกที่พาหนูกุลธิดาไปตกระกำลำบากที่อู่ซ่อมรถตั้งหลายชั่วโมง ผมกับธิปกก็ขอบพระคุณมาก” นายปกรณ์ช่วยตัดสินใจให้ “แต่ก็น่าเสียดายนะ เด็กสองคนนี้เหมาะสมกันทุกอย่าง อย่างกับกิ่งทองใบหยก”
เป็นอันว่าการแต่งงานถูกยกเลิกสมประสงค์แล้ว สีหน้านางเยาวเรศและกุลธิดาแช่มชื่นขึ้น ธิปกรู้ว่าสองแม่ลูกไม่อยากเกี่ยวข้องกับเขาอีก จึงขอตัวก่อนจะผละจากมา
ติดกับห้องโถง ก่อนจะไปถึงครัวซึ่งอยู่ทางด้านหลังมีห้องแพนทรีเล็กๆ คั่นกลาง พอธิปกเดินเข้าไปนาราที่กำลังนั่งจิบกาแฟเงียบๆ ก็เงยหน้าขึ้นยิ้มให้
“เหนื่อยไหมคุณ ฉันได้ยินเสียงแว่วๆ ว่าคุณเยาวเรศพูดจ้ออยู่คนเดียวแทบไม่เว้นจังหวะให้คุณแทรกเลย”
ธิปกนั่งลงข้างหญิงสาว พยักหน้าอย่างโล่งอก “แต่ก็ดีไม่ใช่หรือ คุณเยาวเรศพูดแทนผมหมดทุกอย่าง ผมจะได้ยกเลิกการแต่งงานได้ง่ายเข้า”
“ต้องขอบคุณคุณชัชวาล ไม่อย่างนั้นอีกไม่กี่เดือนฉันคงได้บัตรเชิญไปงานแต่งงานของคุณแน่ๆ”
ธิปกหัวเราะเบาๆ นางเยาวเรศคงโกรธจนเนื้อเต้นเลยทีเดียวถ้ารู้ว่าคดีของธิปกคลี่คลายไปเรียบร้อยแล้ว เนื่องจากชัชวาลให้การกับตำรวจไปตามความจริง ว่านายมงคลสะบัดแขนจากวิศรุตแล้วเสียหลักตกบันไดลงมาเอง ธิปกเป็นคนวิ่งลงมาประคองนายมงคลขึ้นจากพื้นเสียด้วยซ้ำ ไม่ใช่ทำร้ายเขาอย่างที่ถูกกล่าวหา
เหตุการณ์ที่ชัชวาลรับปากวิศรุตว่าจะช่วยใส่ร้ายธิปก เกิดขึ้นระหว่างที่นายมงคลอยู่ในห้องผ่าตัดหลังจากถูกพาตัวส่งโรงพยาบาล กันต์มั่นใจว่าชายชราคงไม่รอดชีวิตเป็นแน่ และความตายของนายมงคลนี่ละจะเป็นโอกาสทองให้เขากำจัดธิปกได้อย่างสิ้นซากเสียที
เขาแอบดึงตัวชัชวาลที่ยังรอดูอาการนายมงคลอยู่หน้าห้องฉุกเฉินไปที่มุมลับตามุมหนึ่ง จ้างด้วยเงินก้อนใหญ่ให้เป็นพยานยืนยันว่าธิปกเป็นคนผลักนายมงคลตกบันไดลงมา
‘นายจะได้เงินมากพอที่จะเปิดร้านใหม่ได้อีกร้านเลยนะ แม่นายก็จะสบายไปด้วย’
กันต์บอก นึกกระหยิ่มยิ้มย่องระคนดูถูกความโลภของอีกฝ่าย เมื่อเห็นว่าดวงตาชัชวาลวาวโรจน์ ใบหน้าแดงซ่านที่เขาตีความเอาเองว่าเป็นอาการลิงโลดเพราะความยินดี
หลังจากนายมงคลเสียชีวิต วันต่อมาชัชวาลก็มาพบธิปกที่บ้านนายปกรณ์ตั้งแต่เช้าตรู่ ถ่ายทอดคำพูดของกันต์ให้ธิปกฟังอย่างละเอียด รวมทั้งอธิบายการตัดสินใจของเขา
‘ฉันแกล้งรับปากไปก่อนคุณวิศรุตจะได้ตายใจ ไม่อย่างนั้นเขาก็คงหาทางใส่ร้ายแกด้วยวิธีอื่นอีก’
เห็นธิปกมองมาด้วยสายตาตั้งคำถาม ชัชวาลก็ยิ้มน้อยๆ ก่อนจะเฉลยข้อข้องใจ
‘แกเคยช่วยฉันตั้งหลายครั้งโดยที่ฉันไม่ได้ตอบแทนเลย ครั้งนี้ถือเป็นการตอบแทนจากฉันก็แล้วกัน’
หลังจากร่วมมือกับกันต์หักหลังธิปก ชัชวาลเคยคิดว่าในชาตินี้เขากับอดีตเพื่อนคงจะต้องเป็นศัตรูกันไปจนวันตาย ชายหนุ่มไม่คิดไม่ฝันเลยว่าธิปกจะยอมล้มเลิกแผนการบีบบังคับเขา และยังนำเงินค่าสินค้าที่ค้างอยู่มาจ่ายจนครบ เพียงเพราะเห็นแก่ความปลอดภัยของนางพยอม ความเสียสละของธิปกทำให้ชัชวาลละอายในการกระทำของตัวเองขึ้นมาเป็นครั้งแรก
เขาใช้เวลาไตร่ตรองอยู่นานว่าควรทำอย่างไร สุดท้ายก็ตัดสินใจอย่างเด็ดขาดว่าจะไปสารภาพความจริงกับนายมงคล จึงไปเห็นเหตุการณ์ขณะที่เศรษฐีชราตกบันไดลงมาพอดี
นายปกรณ์ที่นั่งฟังอยู่ด้วยมีสีหน้าครุ่นคิด
‘คุณมงคลเสียไปเมื่อคืน วันนี้นายวิศรุตคงจะไปแจ้งความจับเธอแน่ธิปก เธอจะทำอย่างไรต่อไปล่ะ’
ธิปกอดระอาไม่ได้ที่กันต์ตามเล่นงานเขาราวกับเป็นศัตรูคู่อาฆาต หากแต่เวลานี้ความมุ่งร้ายของอีกฝ่ายเหมือนจะมาได้จังหวะเหมาะ ในยามที่เขากำลังหนักใจเรื่องกุลธิดาอยู่พอดี
ธิปกไม่เชื่อว่ากุลธิดาจะยังร่ำร้องอยากแต่งงานกับเขาอยู่ ถ้าธิปกพัวพันคดีร้ายแรงถึงขนาดที่อาจติดคุกได้ทุกเมื่อ เขาจึงให้ชัชวาลแกล้งรับปากกันต์เมื่ออีกฝ่ายโทรศัพท์มาย้ำสัญญาก่อนจะไปแจ้งความในตอนสายของวันนั้น
นายปกรณ์นั่งลูบคางมองธิปกคุยกับชัชวาล ดวงตาชายชราพราวระยับคล้ายเด็กซนๆ สักคนเมื่อเกิดความคิดอย่างหนึ่งขึ้นในสมอง
‘ฉันอยากให้เธอปิดเรื่องนี้ไว้อย่าให้นารารู้’ เขาอมยิ้มขณะบอกธิปก
ธิปกนึกแปลกใจ ปกตินายปกรณ์เอ็นดูนารามาก ไม่เคยมีความลับกับหญิงสาวมาก่อน แต่ชัชวาลเดาความคิดของนายปกรณ์ออกอย่างรวดเร็ว
‘ทีนี้แกจะได้รู้ยังไงล่ะ ว่าคุณนาราจริงใจกับแกแค่ไหน เวลาที่แกเดือดร้อนเธอจะอยู่เคียงข้างแกหรือเปล่า ถ้าเธอไม่ได้รักแกที่ตัวแกเอง แต่รักเพราะแกมีอนาคต มีเงินทองชื่อเสียง ถ้าแกถูกจับเธอจะต้องรีบทิ้งแกทันที เพื่อที่ตัวเองจะได้ไม่เสียชื่อเสียงไปด้วย’
นายปกรณ์ตบบ่าชายหนุ่มที่เขารักเหมือนลูกเบาๆ
‘ฉันอยากให้เธอเข้าใจคนข้างตัวของเธออย่างทะลุปรุโปร่ง ไม่มีอะไรให้กังขาอีก ให้นาราพิสูจน์ตัวเองอีกสักครั้งไม่น่าจะเสียหายหรอกนะธิปก’ เขาหัวเราะ ‘แต่มาพนันกันไหมล่ะ ฉันว่านาราจะไม่ทำให้เธอกับฉันผิดหวังเลย’
ธิปกยิ้มรับความหวังดีของผู้สูงวัย จากนั้นก็หันกลับมามองชัชวาล รู้ว่าคนแข็งกร้าวยอมหักไม่ยอมงออย่างเพื่อนของเขาไม่มีวันเอ่ยคำขอโทษในเรื่องที่ผ่านมา แต่การกระทำของชัชวาลในวันนี้ก็ทดแทนความหมายของประโยคนั้นในตัวอยู่แล้ว
‘ขอบใจแกมากจริงๆ ชัชวาล ฉันจะไม่ลืมความดีในครั้งนี้ของแกเลย’
และด้วยแผนการของชัชวาล ในที่สุดธิปกก็หลุดพ้นจากภาระหนักหน่วงชิ้นสุดท้ายมาได้ เขายกแก้วน้ำที่นาราลุกไปรินมาให้ขึ้นจิบ ขณะฟังหญิงสาวคุยเสียงใส
“ใครจะคิดว่าคุณชัชวาลจะยอมปฏิเสธเงินก้อนใหญ่ที่นายกันต์จะให้ นี่ถ้านายนั่นรู้เข้าคงเต้นผางที่ทำร้ายคุณไม่สำเร็จ” นาราเปรย ก่อนจะเปลี่ยนมาถามเขา “ปกติคุณชัชวาลชอบเงินมากไม่ใช่หรือ เขาเคยหักหลังคุณเพราะเงินค่าจ้างมาแล้วด้วยซ้ำ ครั้งนี้คุณว่าทำไมเขาถึงไม่ยอมรับ”
ธิปกเคยตรึกตรองเรื่องนี้มาแล้ว เขาเชื่อว่าในเนื้อแท้ของคนทุกคนมีความดีงามแฝงเร้นอยู่เสมอ และความดีเท่านั้นที่ทำให้เจ้าตัวมองเห็นน้ำใจของคนอื่น รวมถึงวางมันไว้สูงค่ากว่าวัตถุเงินทอง ตอนที่ธิปกยอมปล่อยมือจากการบีบบังคับชัชวาลเพราะไม่อยากทำร้ายแม่ของเขา จิตสำนึกดีๆ ในใจชัชวาลคงกระตุ้นให้เพื่อนเล็งเห็นน้ำใจของเขาขึ้นมาบ้างกระมัง
นาราเงียบไปครู่หนึ่งเพราะเธอก็กำลังคิดในประเด็นเดียวกับเขา
“คุณเคยบอกฉันว่าคุณเชื่อว่าความดีจะต้องเป็นฝ่ายชนะ ในที่สุดวันนั้นก็มาถึงแล้ว สุดท้ายคุณก็เป็นฝ่ายชนะ…ชนะใจคนเพราะความดีของคุณ” หญิงสาวยอมรับ “ถ้าหากวันนั้นฉันยืนกรานจะดำเนินแผนต่อ สุดท้ายก็อาจบังคับให้คุณชัชวาลไปสารภาพความจริงได้ แต่ในใจเขาคงแค้นคุณมาก และวันนี้พอนายกันต์จ้างเขามาทำร้ายคุณ เขาก็คงยอมรับเงินสกปรกนั่นอีก คุณก็ไม่แคล้วต้องติดคุก”
ธิปกจับมือเล็กบางไว้ ยิ้มให้อย่างชื่นใจ “ผมรู้ว่าทุกอย่างที่คุณทำไปก็เพราะหวังดีกับผม และถ้าไม่เพราะแผนการของคุณ ชัชวาลก็คงไม่ใจอ่อน ที่จริงผมต้องขอบคุณคุณด้วยซ้ำนะ”
“ใครว่าฉันทำเพราะหวังดีกับคุณ ฉันทำเพราะค่าจ้างต่างหาก”
นาราปั้นสีหน้าแบบแม่ค้าหน้าเลือดอยู่ครู่หนึ่งก็ทนไม่ไหว หลุดหัวเราะออกมา พลอยทำให้ธิปกหัวเราะตามไปด้วย บรรยากาศแจ่มใสรื่นรมย์กลับคืนมาอีกครั้งเหมือนก่อนที่ธิปกจะรับปากแต่งงานกับกุลธิดา
ธิปกมองแก้มละมุนของคนข้างๆ ก่อนจะเลื่อนสายตามาจับที่นิ้วเรียวยาวสีน้ำผึ้งเนียน เขาหยิบกล่องกำมะหยี่ใบหนึ่งออกมาจากกระเป๋ากางเกง เปิดฝากล่องขึ้น
“ตอนนี้ผมไม่มีพันธะกับใครแล้ว แหวนวงนี้คุณเอากลับไปใส่เถอะนะ”
แสงแดดจากหน้าต่างส่องกระทบเหลี่ยมอัญมณีสีเขียวสด ทอแสงวาวระยับอยู่บนผ้าต่วนที่บุอยู่ก้นกล่อง แหวนมรกตวงเดิมที่ธิปกเคยให้นาราสวมไว้นั่นเอง หญิงสาวมองมันเงียบๆ แล้วตัดสินใจส่ายหน้า
“เราเล่นละครหลอกคุณกุลธิดาเท่านั้นไม่ใช่หรือ ตอนนี้คุณกุลธิดาก็เลิกสนใจคุณแล้ว ฉันว่าฉันคงไม่ต้องใส่แหวนนี่แล้วละ”
“ทำไมล่ะ คุณไม่ชอบหรือ ผมนึกว่าผู้หญิงชอบใส่เครื่องประดับกันเสียอีก”
“แหวนวงนี้ราคาแพงเกินไป บอกตามตรงตอนที่ใส่ฉันยังกลัวว่าจะทำหล่นหาย ถ้าเป็นอย่างนั้นมีหวังต้องทำงานใช้หนี้คุณไปอีกนาน”
รอยยิ้มในแววตาของธิปกเริงรื่นสว่างไสว เขาเก็บกล่องอัญมณีเข้ากระเป๋าตามเดิม แล้วหยิบถุงผ้าใบเล็กๆ ออกมาจากอกเสื้อ เมื่อเทสิ่งที่อยู่ในถุงออกมา นาราก็เห็นแหวนทองเกลี้ยงวางอยู่บนฝ่ามือใหญ่ของเขา เนื้อทองไม่สุกปลั่งนักดูรู้ว่าไม่ใช่ของชั้นเลิศ มีพลอยแดงเม็ดหนึ่งฝังอยู่ด้านบน ลักษณะเหมือนแหวนที่ธิปกสวมติดนิ้วอยู่ทุกวัน เพียงแต่วงเล็กกว่า ดูจากขนาดก็บอกได้ว่าเป็นแหวนของผู้หญิง
“แหวนวงนี้เป็นของแม่ผมเอง ตอนพ่อผมยังอยู่สั่งทำมาสองวงเข้าคู่กัน พ่อสวมไว้วงหนึ่งอีกวงพ่อสวมให้แม่ในวันหมั้น จนพ่อตายผมถึงได้เอาแหวนของพ่อมาใส่ ส่วนวงของแม่ผมเก็บแยกไว้ต่างหาก” เขาบอก
นารามองแหวนทองในมือธิปก สัญชาตญาณของผู้หญิงบอกให้เธอรู้ว่าเขาจะพูดอะไรต่อไป เลือดฉีดซ่านขึ้นใต้ใบหน้ารูปหัวใจจนเป็นสีกุหลาบอ่อนๆ กระนั้นนาราก็ยังนั่งนิ่ง รอให้ชายหนุ่มพูดจนจบ
“ผมตั้งใจเก็บไว้ให้ผู้หญิงที่ผมรักและจะแต่งงานด้วย”
นารายิ้มเมื่อธิปกสวมแหวนให้ที่นิ้วนางข้างซ้าย พูดล้อๆ ด้วยเสียงกลั้วหัวเราะ
“คุณไม่เห็นถามฉันเลยว่าจะแต่งงานกับคุณหรือเปล่า เล่นใส่ให้ง่ายๆ อย่างนี้เลยหรือ”
“ผมรู้ว่าคุณต้องตกลงอยู่แล้ว ก็ขนาดต่อให้ผมต้องติดคุกคุณยังจะยอมรอเป็นสิบปี แถมยังบอกว่าผมเป็นคนดีคู่ควรกับความรักของคุณที่สุดด้วย”
นาราทำหน้าฉงนไม่เข้าใจว่าเขาพูดถึงอะไร แต่เพียงอึดใจเดียวก็นึกขึ้นได้ คราวนี้สายตาหวานละมุนเมื่อครู่เปลี่ยนเป็นเขียวปั้ด
“คุณได้ยินที่ฉันพูดกับนายกันต์หรือ”
ธิปกหัวเราะ “ผมไปหาคุณที่บ้าน พอดีประตูรั้วไม่ได้ล็อกไว้เลยเดินเข้าไป เห็นเขากำลังนั่งคุยกับคุณอยู่ ผมไม่ได้ตั้งใจจะแอบฟังหรอกนะแต่มันบังเอิญได้ยินเอง เลยรีบออกมาจะได้ไม่ขัดจังหวะคุณคุยกับแขกไง”
ที่จริงเพราะได้ยินเธอบอกว่ารัก ชมว่าเขาเป็นคนดีมีคุณค่าก็เลยใจฟู เดินกลับบ้านอย่างสบายอารมณ์น่ะสิ…
คิดแล้วนาราก็หมั่นเขี้ยวอยากจะทุบสักอั้ก แต่พอมองใบหน้าคมสันของธิปก เห็นรอยยิ้มพรายที่มาแทนที่ความเคร่งเครียดหม่นหมองอย่างเมื่อหลายวันก่อน เธอก็เปลี่ยนใจ ยกแหวนทองบนนิ้วขึ้นมาชื่นชม ลูบพลอยแดงเล็กๆ นั้นอย่างทะนุถนอม
“ฉันเป็นคนฉลาดก็ต้องเลือกแต่สิ่งที่ดีที่สุดสิ ไม่เหมือนพี่รพีหรอก”
พอพูดถึงรพีพรรณ น้ำเสียงของนาราก็เปลี่ยนเป็นจริงจังขึ้น
“คุณว่าฉันควรจะบอกพี่รพีเรื่องนายกันต์ไหม ถึงฉันกับพี่รพีจะไม่ถูกกันนักแต่ฉันก็ไม่อยากให้เขาถูกคนหลอกอยู่ดี”
ธิปกโอบบ่านาราไว้หลวมๆ หลังจากรู้จักกันมากพอ เขาก็พบว่าสิ่งหนึ่งที่น่าชื่นชมในตัวหญิงสาวผู้นี้คือนาราจะให้อภัยคนในครอบครัวเสมอ เธอไม่เคยวางแผนล้างแค้นรพีพรรณกับแม่เลี้ยงเลยสักครั้ง ทั้งๆ ที่ถ้าคิดจะทำจริงๆ ธิปกเชื่อว่านาราทำได้และทำได้อย่างเจ็บแสบเสียด้วย
“ถ้าคุณไปบอกยังไงพี่สาวคุณก็ไม่มีทางเชื่อ แต่ไม่ต้องห่วง ไม่เกินพรุ่งนี้พี่สาวคุณก็จะรู้เรื่องของนายกันต์เอง”
- READ แรมสิบห้าค่ำนี้มีปาฏิหาริย์ บทที่ 23 : ลาก่อนไฉฟู่ (จบบริบูรณ์)
- READ แรมสิบห้าค่ำนี้มีปาฏิหาริย์ บทที่ 22 : จุดจบคำลวง (2)
- READ แรมสิบห้าค่ำนี้มีปาฏิหาริย์ บทที่ 22 : จุดจบคำลวง (1)
- READ แรมสิบห้าค่ำนี้มีปาฏิหาริย์ บทที่ 21 : ดอกไม้พิษชื่อรพีพรรณ (2)
- READ แรมสิบห้าค่ำนี้มีปาฏิหาริย์ บทที่ 21 : ดอกไม้พิษชื่อรพีพรรณ (1)
- READ แรมสิบห้าค่ำนี้มีปาฏิหาริย์ บทที่ 20 : เมื่อวันฟ้าใส (2)
- READ แรมสิบห้าค่ำนี้มีปาฏิหาริย์ บทที่ 20 : เมื่อวันฟ้าใส (1)
- READ แรมสิบห้าค่ำนี้มีปาฏิหาริย์ บทที่ 19 : ความลับกับความจริง (2)
- READ แรมสิบห้าค่ำนี้มีปาฏิหาริย์ บทที่ 19 : ความลับกับความจริง (1)
- READ แรมสิบห้าค่ำนี้มีปาฏิหาริย์ บทที่ 18 : แกฆ่าลูกชายฉัน (2)
- READ แรมสิบห้าค่ำนี้มีปาฏิหาริย์ บทที่ 18 : แกฆ่าลูกชายฉัน (1)
- READ แรมสิบห้าค่ำนี้มีปาฏิหาริย์ บทที่ 17 : ความจริงที่ซ่อนอยู่ (2)
- READ แรมสิบห้าค่ำนี้มีปาฏิหาริย์ บทที่ 17 : ความจริงที่ซ่อนอยู่ (1)
- READ แรมสิบห้าค่ำนี้มีปาฏิหาริย์ บทที่ 16 : ฝันร้ายในอดีต (2)
- READ แรมสิบห้าค่ำนี้มีปาฏิหาริย์ บทที่ 16 : ฝันร้ายในอดีต (1)
- READ แรมสิบห้าค่ำนี้มีปาฏิหาริย์ บทที่ 15 : คำเฉลยแผนการร้าย (2)
- READ แรมสิบห้าค่ำนี้มีปาฏิหาริย์ บทที่ 15 : คำเฉลยแผนการร้าย (1)
- READ แรมสิบห้าค่ำนี้มีปาฏิหาริย์ บทที่ 14 : นารา...นางงามฆาตกร (2)
- READ แรมสิบห้าค่ำนี้มีปาฏิหาริย์ บทที่ 14 : นารา...นางงามฆาตกร (1)
- READ แรมสิบห้าค่ำนี้มีปาฏิหาริย์ บทที่ 13 : นางงามคนนี้มีอดีตไม่ธรรมดา (2)
- READ แรมสิบห้าค่ำนี้มีปาฏิหาริย์ บทที่ 13 : นางงามคนนี้มีอดีตไม่ธรรมดา (1)
- READ แรมสิบห้าค่ำนี้มีปาฏิหาริย์ บทที่ 12 : คนโปรดของหม่อมภรณี (2)
- READ แรมสิบห้าค่ำนี้มีปาฏิหาริย์ บทที่ 12 : คนโปรดของหม่อมภรณี (1)
- READ แรมสิบห้าค่ำนี้มีปาฏิหาริย์ บทที่ 11 : จุดเริ่มต้นของความรัก (2)
- READ แรมสิบห้าค่ำนี้มีปาฏิหาริย์ บทที่ 11 : จุดเริ่มต้นของความรัก (1)
- READ แรมสิบห้าค่ำนี้มีปาฏิหาริย์ บทที่ 10 : ใครกันแน่ที่มีเลือดกรุ๊ปพิเศษ (2)
- READ แรมสิบห้าค่ำนี้มีปาฏิหาริย์ บทที่ 10 : ใครกันแน่ที่มีเลือดกรุ๊ปพิเศษ (1)
- READ แรมสิบห้าค่ำนี้มีปาฏิหาริย์ บทที่ 9 : เหตุเกิดในงานเลี้ยง (2)
- READ แรมสิบห้าค่ำนี้มีปาฏิหาริย์ บทที่ 9 : เหตุเกิดในงานเลี้ยง (1)
- READ แรมสิบห้าค่ำนี้มีปาฏิหาริย์ บทที่ 8 : ขวากหนามของวิศรุต (2)
- READ แรมสิบห้าค่ำนี้มีปาฏิหาริย์ บทที่ 8 : ขวากหนามของวิศรุต (1)
- READ แรมสิบห้าค่ำนี้มีปาฏิหาริย์ บทที่ 7 : เจ้าสาวอยู่ไหน (2)
- READ แรมสิบห้าค่ำนี้มีปาฏิหาริย์ บทที่ 7 : เจ้าสาวอยู่ไหน (1)
- READ แรมสิบห้าค่ำนี้มีปาฏิหาริย์ บทที่ 6 : ไว้ใจได้ไหมนายหน้าหนวด (2)
- READ แรมสิบห้าค่ำนี้มีปาฏิหาริย์ บทที่ 6 : ไว้ใจได้ไหมนายหน้าหนวด (1)
- READ แรมสิบห้าค่ำนี้มีปาฏิหาริย์ บทที่ 5 : ไขฟู่... กระจกพยากรณ์ (2)
- READ แรมสิบห้าค่ำนี้มีปาฏิหาริย์ บทที่ 5 : ไขฟู่... กระจกพยากรณ์ (1)
- READ แรมสิบห้าค่ำนี้มีปาฏิหาริย์ บทที่ 4 : คนหลอกลวงเลี้ยงไม่เชื่อง (2)
- READ แรมสิบห้าค่ำนี้มีปาฏิหาริย์ บทที่ 4 : คนหลอกลวงเลี้ยงไม่เชื่อง (1)
- READ แรมสิบห้าค่ำนี้มีปาฏิหาริย์ บทที่ 3 : ที่แท้ก็สิบแปดมงกุฎดีๆ นี่เอง (2)
- READ แรมสิบห้าค่ำนี้มีปาฏิหาริย์ บทที่ 3 : ที่แท้ก็สิบแปดมงกุฎดีๆ นี่เอง (1)
- READ แรมสิบห้าค่ำนี้มีปาฏิหาริย์ บทที่ 2 : วิศรุตและธิปก (2)
- READ แรมสิบห้าค่ำนี้มีปาฏิหาริย์ บทที่ 2 : วิศรุตและธิปก (1)
- READ แรมสิบห้าค่ำนี้มีปาฏิหาริย์ บทที่ 1 : โลกใบเล็กของนารา (2)
- READ แรมสิบห้าค่ำนี้มีปาฏิหาริย์ บทที่ 1 : โลกใบเล็กของนารา (1)