สาป บทที่ 6 : รักซ้อนซ่อนรักเร้น

สาป บทที่ 6 : รักซ้อนซ่อนรักเร้น

โดย : เยาวเรศ

สาป นวนิยายลึกลับ โดย เยาวเรศ เรื่องราวของสาวไทยที่ต้องไปเผชิญกับความลึกลับในบ้านชนบท ประเทศอังกฤษ โดยมีความรัก…ความแค้น…และความอาฆาตพยาบาทที่มาเดิมพันกับชีวิตของเธอ นิยายออนไลน์จากเว็บไซต์อ่านเอาที่เราอยากให้คุณได้อ่านออนไลน์อีกเรื่อง

*************************

– 6 –

สนับสนุนอ่านเอาด้วยการสั่งซื้อหนังสือ “ในสวนอักษร” คลิกที่นี่

ทริสตันขมวดคิ้ว เมื่อรับแผ่นกระดาษจากพนักงานต้อนรับสาวสวยที่ยื่นให้เขาถึงมือ หลังจากที่หล่อนพึมพำขอโทษที่เข้ามาในห้องประชุม

เขาอ่านข้อความนั้นซ้ำถึงสองครั้ง ก่อนจะขอโทษที่ประชุมแล้วกล่าวกับพนักงานของเขาเบาๆ

“ผมไม่ได้นัดใครนะวันนี้  คุณคนนี้เขาบอกหรือเปล่าว่ามีธุระอะไรด่วน”

“ไม่ได้บอกค่ะ…ยืนยันอย่างเดียวว่าต้องขอพบให้ได้ นานแค่ไหนก็จะรอ”

ชายหนุ่มพยักหน้า ถอนใจเบาๆ ก่อนจะพยายามเบนความสนใจให้กลับไปยังหัวข้อที่ถกเถียงกันในที่ประชุมอย่างเคร่งเครียดแบบชนิดที่ว่า ต่างฝ่ายต่างเอาเหตุผลและข้อมูลมาหักล้างกันแทบทุกหัวข้อ

ทริสตันถอนใจยาวอีกครั้ง พยายามรวบรวมสมาธิให้กลับมาอยู่ในห้องประชุม แต่ก็ยากที่จะทำได้ในเมื่อเขารู้ว่า แขกที่มาขอพบคือใคร!

ช่วงหลายอาทิตย์มานี้ โครงการใหญ่นอกเมืองของเขาประสบปัญหาจุกจิกมากมาย โครงการที่ได้รับการอนุมัติจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกลับถูกต่อต้านจากกลุ่มอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมอย่างต่อเนื่อง ทริสตันตัดสินใจใช้กลยุทธ์ ‘พบกันครึ่งทาง’ เพื่อลดการต่อต้านและแรงเสียดทานจากสังคม หากลุงของเขา เลือกที่จะเดินหน้าทำตามโครงการที่ได้รับอนุมัติแล้วอย่างไม่รั้งรอ ด้วยถือว่าเมื่อทางการอนุมัติ ก็แปลว่าบริษัทของเขาไม่ได้ทำผิดกฎหมายข้อใดทั้งสิ้น จึงไม่จำเป็นต้องเสียเวลาและเปลืองงบประมาณกับ ‘เสียงนกเสียงกา’ เหล่านี้อีกต่อไป

‘เมื่อเราทำถูกต้องตามกฎหมายทุกอย่าง’ ลอร์ดเรย์มอนด์เอ่ยอย่างรำคาญใจ ‘ลุงก็ไม่เห็นว่ามีเหตุผลอะไรที่จะต้องมานั่งคุย ปรับเปลี่ยนอะไรตามใจพวกอนุรักษ์ เสียเวลา สิ้นเปลืองงบประมาณเปล่าๆ…ยังไงโครงการนี้ก็ต้องเดินหน้าต่อไปแน่นอน’

‘ผมไม่อยากให้ชื่อเสียงของเราต้องเสียมากไปกว่านี้ อีกอย่าง เมื่อสร้างเสร็จ…เราก็ต้องขายบ้านให้หมด ผมไม่อยากให้ภาพพจน์ของเราต้องมามีปัญหาจนบ้านขายไม่ได้’

‘ขายไม่ได้!’ คนฟังขึ้นเสียง ‘บ้านตัวอย่างยังไม่ทันสร้างเสร็จ คนสนใจมากมาย ยอดจองก็เริ่มเข้ามา หลานจะกลัวอะไรกับพวกนั้นนักหนา…มันไม่ได้มีผลอะไรเลย นอกจากพวกชาวบ้านที่ไม่อยากให้มีคนมาอยู่เพิ่มขึ้นในหมู่บ้าน ก็เท่านั้นเอง’

การประชุมยืดเยื้อไปอีกเกือบสองชั่วโมง โดยหาข้อตกลงกันไม่ได้เลยสักอย่าง ชายหนุ่มรู้สึกเหนื่อยล้าอย่างบอกไม่ถูก เขาตัดสินใจยุติการประชุมโดยรับปากกับทุกคนว่า เขาจะนำข้อเสนอไปปรึกษาลอร์ดเรย์มอนด์อีกครั้ง ก่อนจะส่งข่าวไปยังหัวหน้ากลุ่มเพื่อนัดการประชุมเพื่อหาข้อตกลงในครั้งต่อไป

ทริสตันยกมือขึ้นดูนาฬิกา เขาเดินกลับไปยังห้องทำงาน นึกในใจว่า ‘แขก’ ที่มารอคงจะกลับไปแล้ว เพราะรวมเวลาตั้งแต่ที่พนักงานต้อนรับได้มาแจ้งจนกระทั่งการประชุมสิ้นสุดลง รวมแล้วก็ถึง สามชั่วโมงครึ่ง

เขาตัดสินใจเดินออกไปส่วนรับแขกด้วยตนเอง ทันทีที่เห็นกลุ่มผมยาวสลวยสีดำสนิทราวกับเส้นไหมที่ทิ้งตัวลงมาถึงกลางหลัง หัวใจเขาก็ดูเหมือนจะกระตุกวูบอย่างประหลาด

หญิงสาวหันมาเหมือนรู้สึกได้ว่ามีคนกำลังจ้องมองตนเองอยู่ ดวงตาสีฟ้าจัดคู่นั้นจ้องมองหล่อนอยู่อย่างแน่วแน่ รอยยิ้มจางๆ อย่างอารมณ์ดีที่หล่อนเคยเห็นเสมอนั้นหายไป สีหน้าเคร่งเครียดของเขาทำให้หล่อนรู้สึกประหม่า ทั้งๆ ที่คิดว่าตนเองเตรียมตัวมาอย่างดีที่จะ ‘เผชิญหน้า’ เขาในวันนี้  ไอลดาพยายามยามรวบรวมความมั่นใจในตัวเองให้กลับคืนมา หล่อนลุกขึ้นยืนตรง ดวงตาสีดำดุจนิลน้ำงามมองตอบเขาเช่นกันเหมือนจะหยั่งใจอีกฝ่าย ก่อนจะเอ่ยขึ้นเบาๆ

“ขอบคุณที่ให้ฉันเข้าพบค่ะ”

ทริสตันก้มศีรษะลงนิดหนึ่ง ก่อนจะเชิญให้หล่อนเดินตามเขาเข้ามาในห้องทำงานด้านใน พร้อมกับสั่งพนักงานต้อนรับว่าห้ามรบกวนเด็ดขาด

“เชิญนั่งครับไอลดา”

“ขอบคุณค่ะ” หล่อนพึมพำเบาๆ “ก่อนอื่นฉันต้องขอโทษด้วยที่บุ่มบ่ามมาหาคุณถึงที่ทำงานโดยไม่ได้นัดล่วงหน้าก่อน รู้สึกว่าเป็นการเสียมารยาทมาก แต่ก็เป็นทางเดียวที่ฉันจะพบคุณได้”

“ช่วงนี้ผมงานยุ่งมาก ต้องขอโทษด้วย” เขาเผลอตัวยกมือขึ้นเสยผมสีทองอย่างใจลอย “มีปัญหาที่ต้องแก้ไขหลายอย่างเหลือเกินจนแทบไม่มีเวลาทำอะไร…ว่าแต่คุณมาพบผมถึงที่นี่ คงมีเรื่องสำคัญมาก”

“ค่ะ”

“ผมรอฟัง”

“ฉันอยากทราบว่า คุณกับแดฟนี…” ไอลดาอึกอัก “เอ่อ…คุณ…”

“ผมยังรอฟัง…”

“คือ…คุณเลิกกับเพื่อนฉันเหรอคะ” หญิงสาวรู้สึกโล่งใจที่ในที่สุดคำพูดนั้นก็หลุดจากปากออกมาได้ “คุณไม่ได้ไปหาเธอหรือพูดจากับเธอเป็นเวลาสองเดือนได้แล้วนะคะ คุณไม่รู้เลยหรือว่าเพื่อนฉันเสียใจมาก”

ทริสตันถอนใจยาว เขาไม่ตอบคำถามนั้นในทันที ดวงตาดำสนิทดุจนิลน้ำงามนั้นจ้องมองเขาเขม็งเหมือนจะรอคอยคำตอบ เขาเมินหน้าไปทางอื่น ใจอ่อนยวบเมื่อเห็นน้ำตารื้นในหน่วยตางามคู่นั้น

“ฉันไม่รู้จะปลอบใจแดฟนีอย่างไร คุณไม่ไปหาเธอ ไม่โทรกลับ ไม่ติดต่ออะไรทั้งนั้น อย่างน้อยถ้าคุณจะเลิกกับเพื่อนฉันก็ควรให้เกียรติกันบ้าง อย่างน้อยก็บอกเธอด้วยตัวเองก็ยังดี คุณทำแบบนี้มันไม่มีความเป็นสุภาพบุรุษเลยนะคะ”

“ผมขอโทษ…”

“ขอโทษ” หญิงสาวทวนคำ เผลอตัวลุกขึ้นยืนด้วยความโกรธ “ขอโทษตอนนี้ ขอโทษเรื่องอะไรคะ คุณขอโทษเพราะฉันมาถามเรื่องนี้เหรอคะ ถ้าฉันไม่มาหา คุณก็คงหนีหน้าหายเงียบไปเลย งั้นหรือคะ”

“ไอลดา…ผมขอโทษที่หายหน้าไป ทำให้ทั้งแดฟนีและคุณต้องเดือดร้อน แล้วก็…เอ่อ…เสียใจ ผมขอโทษจริงๆ ผมจะไม่แก้ตัวอะไรทั้งสิ้นเพราะความผิดทั้งหมดมันอยู่ที่ผมคนเดียว ผมจะหาเวลาไปพบแดฟนีแล้วขอโทษเธอด้วยตนเองนะครับ”

“ขอบคุณค่ะ” หล่อนลุกขึ้นยืน “ฉันคงไม่รบกวนคุณแล้ว ขอโทษอีกครั้งนะคะ ฉันจะไปบอกแดฟนีตามนี้ เธอจะได้สบายใจขึ้น ส่วนเรื่องคุณจะบอกเลิกเธอหรือไม่นั่นมันก็เป็นเรื่องของคุณกับแดฟนีค่ะ ฉันคงไม่เข้าไปก้าวก่าย”

ไอลดาฝืนยิ้มตามมารยาท ก่อนจะหันหลังให้เขา น้ำตาที่รื้นอยู่ทำท่าจะไหลรินลงมา หญิงสาวพยายามสะกดกลั้นความรู้สึกไว้อย่างสุดความสามารถ รู้สึกสงสารแดฟนีขี้นมาจับใจเมื่อเห็นท่าทีของอีกฝ่ายที่ดูไม่อินังขังขอบอะไรนัก แม้หล่อนจะบอกว่า เพื่อนรักของตนเสียใจเพียงไหนในตลอดระยะเวลาเกือบสองเดือนที่ผ่านมา

แล้วหล่อนก็สะดุ้งสุดตัว เมื่อรู้สึกว่าอุ้งมือแข็งแรงของชายหนุ่ม กุมมือเล็กๆ ของหล่อนที่จับลูกบิดประตูไว้ ทริสตันปิดประตูโดยเร็ว ร่างสูงเลื่อนมาประชิดตัวโดยที่หญิงสาวไม่ทันตั้งหลัก

“คุณร้องไห้…”

ใบหน้าที่อยู่ห่างหล่อนแค่คืบ ทำให้ไอลดารู้สึกใจสั่นไหวจนแทบจะทรงตัวยืนไม่ได้ หล่อนรู้สึกอ่อนปวกเปียกเมื่อเขาปาดน้ำตาออกจากใบหน้าของหล่อนอย่างอ่อนโยน ทริสตันรวบร่างบางนั้นเข้ามาไว้ในอ้อมแขนอย่างไม่รู้สึกตัว เขาเผลอตัวสูดดมกลิ่นหอมจางๆ จากเรือนผมของหญิงสาว และก่อนที่ทั้งคู่จะรู้สึกตัว ไอลดาก็รู้สึกถึงริมฝีปากอุ่นๆ ที่จุมพิตหน้าผากกลมมนของหล่อนอย่างทะนุถนอม

ไอลดายืนตะลึง นึกเกลียดตัวเองที่หล่อนไม่คิดที่จะต่อต้านหรือผลักไสเขาออกห่าง ความรู้สึก ‘แปลกๆ’ ที่หล่อนคอยจะกำจัดออกไปจากใจอยู่ตลอดนับตั้งแต่เจอหน้าชายหนุ่มนั้น บัดนี้หล่อนก็ได้ตระหนักแก่ใจแล้วว่ามันคืออะไร…

ในวินาทีที่วงแขนแข็งแรงของเขาสวมกอดหล่อนอย่างไม่ได้ทันตั้งตัว และในวินาทีที่ริมฝีปากคู่นั้นจรดลงที่หน้าผากของหล่อน หญิงสาวก็รู้สึกถึงความอบอุ่น อ่อนหวานอย่างประหลาดที่วิ่งแล่นไปทั่วทั้งร่างกาย หล่อนไม่มีแรงแม้กระทั่งจะยกมือขึ้นห้ามเขา หรือแข็งขืนตัวเองจากอ้อมกอดนั้น ไอลดารู้สึกเกลียดตัวเองที่หล่อนรู้สึกเห็นแก่ตัว อยากจะตักตวงความสุขนี้เอาไว้แม้ในช่วงเวลาอันน้อยนิด ทั้งๆ ที่หล่อนก็รู้ตัวดีว่าหล่อนกำลังทำผิดอย่างร้ายแรงต่อแดฟนี…เพื่อนที่ดีและรักหล่อนที่สุดในโลกใบนี้

“ผมยังคงต้องตอบคุณไหม ว่าทำไมผมถึงหายหน้าไป…ทำไมผมถึงไม่ไปหาแดฟนีอีก แล้วก็ทำไมผมถึงเป็นแฟนเพื่อนคุณไม่ได้”

หล่อนรวบรวมสติอย่างสุดความสามารถ ในที่สุดก็สามารถเบี่ยงตัวออกจากวงแขนแข็งแรงนั้น ทริสตันจ้องมองใบหน้าหญิงสาวที่กลายเป็นสีชมพูระเรื่อด้วยความเอ็นดูปนขำ เขายิ้มน้อยๆ ก่อนจะจูงมือหล่อนให้นั่งลงที่เก้าอี้รับแขกมุมห้องทำงาน

“คุณไม่เป็นอะไรนะ”

ไอลดามองสบตาสีฟ้าจัด เมื่อเห็นแววตาเขาเป็นประกายพร้อมกับรอยยิ้มเต็มหน้า หล่อนก็อดค้อนนิดๆ ไม่ได้

“ฉันไม่เป็นอะไรค่ะ”

“ดีแล้ว ถ้าเช่นนั้นผมจะโทรศัพท์ไปนัดแดฟนี แล้วก็จะได้คุยกับเธอให้รู้เรื่อง”

คนฟังถอนหายใจยาว รู้สึกสงสารเพื่อนสาวขึ้นมาจับใจ ด้วยรู้ว่าแดฟนีรักชายหนุ่มมากเพียงใด ไม่ว่าจะพยายามมองโลกในแง่ดีขนาดไหน หล่อนก็ไม่สามารถหลอกตนเองได้ว่า ทริสตันดูไม่มีเยื่อใยอะไรกับแดฟนีมากไปกว่าการเป็นคู่เดตของเธอเท่านั้น

คำถามที่เขาถามหล่อนเมื่อครู่ หล่อนเองก็ไม่อยากหาคำตอบ ไอลดาไม่อยากเข้าข้างตัวเอง และไม่อยากทำร้ายจิตใจเพื่อนสาวด้วยการมีความสัมพันธ์ใดๆ กับทริสตันนอกจากเขาเป็นเจ้าของบ้านที่แดฟนีและหล่อนเช่าอยู่เท่านั้น…หล่อนนึกโกรธตัวเองที่เผลอไผลไปกับสัมผัสและแววตาของเขา

“ไอลดา” ชายหนุ่มรั้งมือของหล่อนไว้หลวมๆ เมื่อเห็นหญิงสาวขยับตัว “อย่าเพิ่งไปเลย อยู่กับผมก่อน”

“ฉันต้องกลับแล้วค่ะ”

“แต่เรายังคุยกันไม่จบ คุณยังไม่ได้ตอบผมเลย…ผมถามคุณตั้งหลายคำถาม ผมอยากรู้”

“ฉันจะคิดอย่างไรคงไม่สำคัญหรอค่ะ” หล่อนพยายามทำเสียงแข็ง “แดฟนีต่างหากที่จะคิดยังไง…ฉัน…เอ้อ…ฉันไม่สามารถทำร้ายจิตใจเธอได้หรอกค่ะ แดฟนีกับฉันเป็นเพื่อนกันมาหลายปีแล้วเธอก็ดีกับฉันมาก เธอเป็นคนจิตใจดี ฉันไม่มีใครในโลกนี้แล้วนอกจากแดฟนีที่ดีกับฉันขนาดนี้”

คราวนี้ทริสตันเป็นฝ่ายถอนใจยาว เขานิ่งไปครู่ ก่อนจะเอ่ยช้าๆ ชัดๆ ทุกถ้อยคำ พร้อมกับจ้องลงไปในดวงตาดุจนิลน้ำงามนั้นอย่างไม่วางตา

“ผมพบคุณก่อนที่ผมจะรู้จักแดฟนี ผมไม่เคยบอกแดฟนีเลยว่าผมรักเธอ หรือต้องการอะไรมากกว่าความเป็นเพื่อน เธอเองก็ไม่ได้ขัดข้องอะไรที่จะคบผมเป็นเพื่อน ผมเองบอกเธอด้วยซ้ำว่า ผมชอบใครบางคนอยู่ แต่ดูเหมือนว่าเธอคนนั้นอาจจะไม่ชอบผมเลยด้วยซ้ำเพราะผมดูท่าทีเธอไม่ออก แล้วผมก็ไม่สามารถเลิกชอบเธอคนนั้นได้ แม้ผมจะไม่มีโอกาสได้เดตหรือได้อยู่ใกล้ชิดกับผู้หญิงคนนั้นมากมายอะไร แต่ผมเองก็รู้สึกบอกไม่ถูกว่าทำไมผมถึงเลิกคิดถึงเธอไม่ได้…คุณคงไม่ต้องให้ผมบอกหรอกนะว่าเธอคนนั้นคือใคร”

ไอลดาเมินหน้าออกไปทางหน้าต่าง หล่อนเม้มริมฝีปากแน่น

“ทำไมคุณไม่บอกแดฟนีไปตั้งแต่แรกเลยล่ะคะว่า เธอ…คนนั้นคือใคร”

“ผมเองก็ไม่แน่ใจว่าเธอจะรู้สึกยังไง เลยอยากจะพยายามใกล้ชิดเธออีกสักหน่อยให้แน่ใจก่อนจะบอกแดฟนี แต่ก็หาโอกาสไม่ได้เลยนอกจากพยายามหาเรื่องมาเจอคุณบ่อยๆ ไง…แม้กระทั่งวันที่เกิดเรื่องนั่นผมก็ยังไม่แน่ใจ มาแน่ใจก็วันนี้แหละ”

ทริสตันถือโอกาสที่หญิงสาวนิ่งงัน รวบมือเรียวบางทั้งคู่แล้วจุมพิตเบาๆ อย่างทะนุถนอม

“ผมแน่ใจแล้วนะว่าเธอคนนั้นก็มีใจให้ผมเหมือนกัน ผมไม่ได้คิดไปคนเดียวนะไอลดา”

ไอลดาสุดที่จะฝืนความรู้สึกต่อไป หล่อนปล่อยให้ชายหนุ่มรวบร่างบางไว้ในอ้อมกอดแข็งแรงอย่างเต็มใจ ริมฝีปากอุ่นๆ ประทับลงมาเบาๆ ราวกับสัมผัสของสายลมยามเช้าที่พัดผ่านทุ่งดอกไม้ยามเช้าในฤดูร้อน ความรู้สึกอบอุ่น อ่อนหวาน วิ่งวนไปทั่วร่างกายจนหยดน้ำตาร่วงริน

ทริสตันยิ้มก่อนจะค่อยๆ บรรจงปาดน้ำตาจากวงหน้าสวยหวานที่อยู่ไม่ไกลจากใบหน้าของเขา

ทันใดนั้น ประตูห้องทำงานก็ถูกเปิดเข้ามาอย่างไม่มีการเคาะให้สัญญาณใดๆ ทั้งคู่ผละห่างจากกันโดยอัตโนมัติ ไอลดายืนตะลึงในขณะที่ทริสตันยังคงกอดหล่อนไว้หลวมๆ

วินาทีที่เรย์มอนด์มองสบตากับหญิงสาวผู้นั้น เขาก็ตะลึงวาบไปทั้งตัว!

ดวงตากลมโต ดำสนิทดุจนิลเจียระไนน้ำงามมองเขาอย่างตกใจ หยาดน้ำตาที่คลอคลองจนทำให้ขนตายาวงอนนั้นเปียกชุ่ม ยิ่งทำให้ดวงตาคู่นั้นโดดเด่นยิ่งขึ้นไปอีก หล่อนยกมือเรียวงามขึ้นปัดกลุ่มผมสีดำสนิทดุจกลุ่มไหมที่ปกคลุมใบหน้าให้ไปด้านหลังก่อนจะขยับห่างจากหลานชายของเขานิดหนึ่ง

เหมือนมีมนตร์สะกด…เรย์มอนด์ไม่อาจถอนสายตาจากหญิงสาวผู้นี้ได้เลย เขาบอกกับตัวเองว่า ไม่มีครั้งไหนเลยที่เขาเคยเห็นผู้หญิงแล้วตกตะลึงในความสวยงามของเธอจนถึงกับนิ่งอึ้งได้ขนาดนี้…

เขาสั่งให้หลานชายเข้าไปพบด่วนหลังจากการประชุมที่ยืดเยื้อจบลง ซึ่งก็เป็นเรื่องปกติที่ทริสตันจะต้องรายงานเขาทุกครั้งหากเขาอยู่ในบริษัท ตามประสาคนใจร้อน เมื่อพนักงานต้อนรับบอกว่าทริสตันมีแขกสำคัญและห้ามรบกวน เขาก็รู้สึกหงุดหงิดที่หลานชายไม่ทำตามคำสั่ง โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อเขาได้ทราบว่า แขกคนสำคัญของหลานชายคือผู้หญิง!

ลอร์ดเรย์มอนด์รู้สึกเคืองนิดๆ เขาถือวิสาสะผลักประตูห้องทำงานของทริสตันเข้าไปอย่างหงุดหงิด  และภาพที่เขาได้เห็นตรงหน้าก็ถึงกับทำให้ตะลึงงัน

“คุณลุง!” ชายหนุ่มอุทาน แต่ยังไม่ยอมปล่อยมือจากไอลดา “มีธุระด่วนอะไรหรือครับ”

ผู้อาวุโสกว่านิ่งอยู่เป็นครู่ หากไม่มีคำพูดใดๆ หลุดออกมา

ไอลดารู้สึกเหมือนชายหนุ่มพยายามเบี่ยงตัวขี้นมาบังหล่อนไว้จากสายตาของผู้เป็นลุงพร้อมกับจับมือหล่อนไว้แน่น เขาไม่มีท่าทีที่ยอมให้หล่อนไปไหน ในขณะที่เรย์มอนด์ก็ไม่ยอมออกไปจากห้องทำงานของหลานตนเช่นกัน ทั้งคู่ยืนเผชิญหน้ากันอย่างนั้นเป็นครู่จนในที่สุดหญิงสาวก็รู้สึกอึดอัดจนต้องเอ่ยออกมาเบาๆ ว่า

“ฉันคงต้องขอตัวกลับก่อนนะคะ มารบกวนคุณนานแล้ว”

“เรายังพูดธุระกันไม่เสร็จ” ทริสตันหันขวับมาทางหล่อน ดวงตาสีฟ้าจัดเป็นประกาย “เดี๋ยวผมเสร็จธุระกับไอลดาแล้วผมจะไปหาคุณลุงที่ห้องทำงาน ถ้าคุณลุงมีธุระจะต้องออกไปข้างนอก พอเสร็จธุระแล้วผมจะโทรไปรายงานทีหลังหรือไม่ก็…เย็นนี้เราคุยกันที่บ้าน….ดีไหมครับ”

หญิงสาวปลดมือเขาได้สำเร็จ หล่อนก้มศีรษะให้ทริสตันและลุงของเขา ก่อนจะรีบเดินอ้อมไปทางประตูและเปิดออกไปอย่างรวดเร็วก่อนที่ชายหนุ่มจะทักท้วงได้ทัน

ทริสตันถอนใจยาว รู้สึกโกรธลุงของเขาอย่างบอกไม่ถูกที่จงใจเข้ามาอย่างผิดที่ ผิดเวลา ในขณะที่เขาและไอลดากำลังจะทำความเข้าใจกัน…ในขณะที่เขากำลังจะบอกเธอว่าเขารู้สึกอย่างไรกับเธอ…แล้วนี่เขาจะหาโอกาสแบบนี้ได้อีกอย่างไร ด้วยเขาเองก็ไม่แน่ใจว่าหญิงสาวจะยอมให้เขาพบโดยลำพังอีกหรือไม่หลังจากที่เขาจะไปพบแดฟนีและบอกความจริงกับฝ่ายนั้นว่า เขาไม่สามารถดำเนินความสัมพันธ์ใดๆ กับแดฟนีได้อีกแล้วเพราะเขารักไอลดา…ไม่ใช่เธอ!

เรย์มอนด์รู้สึกเหมือนสติสัมปชัญญะกลับมาสู่ตัวเองอีกครั้ง ก็ต่อเมื่อไอลดาลับสายตาไป เขาเสมองไปทางอื่นเพื่อหลีกเลี่ยงสายตาของหลานชายที่มองตรงมาอย่างสงสัย

“คุณลุงครับ”

“เอ่อ…ผลการประชุมเป็นอย่างไรบ้าง” ลอร์ดเรย์มอนด์หลุดคำถามออกมาได้ในที่สุด “ลุงอยากรู้เดี๋ยวนี้เลย”

“ก็เหมือนเช่นเคยแหละครับ” เขาตอบเสียงเนือยๆ “อย่างที่เราคาดเดาไว้….ผมไม่คิดว่าคุณลุงจะอยากรู้เดี๋ยวนี้”

“เผอิญลุงมีธุระข้างนอกอาจจะกลับดึก ก็เลยอยากจะรู้ตอนนี้เลย” ผู้เป็นลุงหาเหตุผลออกมาจนได้ “อีกอย่าง…พอรีเซปชันบอกว่าธุระด่วนของหลานคือผู้หญิงและแถมห้ามรบกวนเสียด้วย…ลุงก็ไม่อยากจะรอเพราะไม่รู้ว่าจะกินเวลานานเท่าไร”

“คุณลุง…”

“เอาเถอะๆ” คนฟังโบกมือห้าม “ถ้าไม่มีอะไรคืบหน้าก็แล้วไป ครั้งหน้าสรุปให้ได้แล้วกันเพราะว่าโครงการนี้มันจะล่าช้าไปกว่านี้ไม่ได้แล้ว…เข้าใจไหม”

“ครับ”

“ผู้หญิงคนนี้คงเป็นคนพิเศษมากซินะ” ลอร์ดเรย์มอนด์เดินตรงไปยังประตู “ระวังอย่าให้แดฟนีรู้ก็แล้วกัน…ไม่อย่างนั้นหลานคงลำบากแน่”

ทริสตันถอนใจยาว

“ครับ”

“ไปเจอกันที่ไหน…คนนี้ดูแปลกไปจากคนก่อนๆ ที่ลุงเคยเห็น คงเป็นเพราะสวยขนาดนี้ซินะ ถึงได้เดตพร้อมๆ กันกับแดฟนีเนี่ย”

“ผมไม่ได้เดตเธอหรอกครับ” คนตอบถอนหายใจยาวอีกครั้ง “เธอเป็นเพื่อนสนิทของแดฟนี”

“ทริสตัน!…นี่อย่าบอกลุงนะ ว่าเธอสองคนคบกันลับหลังแดฟนี”

“ไปกันใหญ่แล้วครับคุณลุง” ชายหนุ่มส่ายศีรษะ “ผมไม่ได้แอบคบกับเเธอหรอก ผมชอบเธอก่อนจะไปไหนมาไหนกับแดฟนีเสียอีก ทุกอย่างมันเหมือนเป็นเรื่องบังเอิญจริงๆ ที่ผมได้พบเธอก่อน แล้วก็มาเริ่มสนิทแดฟนีทีหลัง”

“อ้าว แล้วถ้าชอบคนนี้ ทำไมถึงได้ไปเดตแดฟนีเป็นเรื่องเป็นราวอย่างนั้นล่ะ ทำไมไม่เดตแม่สาวคนนี้ไปเลย”

“ผมไม่ได้ตั้งใจจะเดตแดฟนีหรอกครับ คุณลุงเองเป็นคนแนะนำเลดี้ไวโอเล็ตกับแดฟนีในงานเลี้ยงจำได้ไหมครับ แล้วพอแดฟนีรู้ว่าเราทำธุรกิจอะไร อยู่ๆ วันหนึ่งเธอก็ส่งไอลดามาดูเมโดว์บรุคที่เราเพิ่งซ่อมเสร็จแล้วผมก็ขอคุณลุงเปิดให้เช่าไง…จำได้ไหมครับ”

ลอร์ดเรย์มอนด์รู้สึกเหมือนสายฟ้าฟาดโครมลงมาทั้งตัว เขานิ่งอั้น พยายามรวบรวมสติอย่างสุดความสามารถ…

ทริสตันรู้สึกแปลกใจที่จู่ๆ ลุงของเขาก็หันขวับมามองหน้าเขา ใบหน้าของท่านลอร์ดซีดเผือด

“อย่าบอกนะว่าผู้หญิงคนนั้นอยู่ที่เมโดว์บรุค…”

“ครับ ก็เขาเป็นเพื่อนสนิทของแดฟนีตั้งแต่อยู่มหาวิทยาลัย เขาชวนกันย้ายมาอยู่ที่นี่เพราะแดฟนีเขาอยากมาอยู่ใกล้ผม ไอลดาก็เลยตามมาด้วย ผมก็บอกคุณลุงตั้งแต่แรกว่า ไอลดาเป็นคนมาดูบ้าน…”

“หลานต้องให้ผู้หญิงคนนี้ย้ายออกจากบ้านหลังนั้นเดี๋ยวนี้! แดฟนีไม่เป็นไร…จะอยู่นานเท่าไรก็ได้ แต่ผู้หญิงคนนั้นต้องย้ายออกเดี๋ยวนี้”

“คุณลุง!” ทริสตันรู้สึกแปลกใจ “นี่มันเรื่องอะไรกันครับนี่”

“เข้าใจที่ลุงพูดไหม”

“นี่มันไปกันใหญ่แล้วครับคุณลุง…เรื่องของผมกับแดฟนี แล้วก็ไอลดานี่ มันก็คงไม่ถึงกับต้องบังคับให้เธอย้ายออกจากบ้านหลังนั้นนี่ครับ เราไม่มีอำนาจอะไรที่จะไปบังคับให้ใครอยู่หรือใครไป ในเมื่อเขาเช่าบ้านเราแล้ว…”

“ไม่ต้องอธิบาย ฉันรู้สิทธิ์ของผู้เช่าดี” คนฟังขึ้นเสียง “จะอย่างไรก็แล้วแต่ ผู้หญิงคนนั้นจะอยู่บ้านหลังนี้ไม่ได้!”

“คุณลุงครับ” เขาพยายามใจเย็นอย่างที่สุด “คุณลุงนั่งลงแล้วคุยกับผมก่อน มันเรื่องอะไรกันคุณลุงถึงได้โกรธแล้วก็ไม่ชอบไอลดาขนาดนั้น ผมก็บอกอยู่แล้วว่าผมไม่ได้แอบคบเขาลับหลังแดฟนีหรืออะไร ผมไม่รู้ด้วยซ้ำว่าเขาชอบผมหรือเปล่า ที่ผมเดตกับแดฟนีก็เพราะจะได้เจอหน้าเขาบ้างเท่านั้นเอง เพราะไม่เช่นนั้นผมก็คงไม่มีโอกาสเข้าถึงตัวเขา แต่เราไม่ได้ทำอะไรเสื่อมเสียเลย ผมแทบไม่มีโอกาสได้คุยกับเขาตามลำพังเลยจนกระทั่งเมื่อครู่นี้ที่เขามาขอพบนี่แหละครับ คุณลุงไม่ต้องกลัวว่าผมจะทำให้คุณลุงเสียผู้ใหญ่…”

ไม่มีคำพูดใดๆ หลุดมาจากปากของลอร์ดเรย์มอนด์ เรย์ลีย์ เขาทรุดตัวลงนั่งในที่สุด ใบหน้ายังคงซีดเผือด สักพักใหญ่ๆ เขาก็พึมพำออกมาเบาๆ กับตัวเอง

“ผมยาวสีดำดุจเส้นไหม…ดวงตาดุจนิลเจียระไน…”

“อะไรครับคุณลุง”

“ผู้หญิงคนนั้น เธอมีผมยาวสีดำดุจเส้นไหม…”

“ครับ” ทริสตันถอนใจ “คุณลุงช่วยขยายความให้ผมเข้าใจหน่อย…ใช่ครับ ไอลดาผมดำ ตาสีดำ ก็เธอเป็นคนไทย”

“เธอผู้มาจากดินแดนแสนไกลข้ามน้ำข้ามทะเล…”

ผู้เป็นลุงยกมือสั่นระริกขึ้นมาจับบ่าชายหนุ่ม ดวงตาสีฟ้าอมเทามีแววหวาดหวั่น

“หลานต้องเลิกยุ่งเกี่ยวกับผู้หญิงคนนี้อย่างเด็ดขาด ลุงขอร้อง…ยกเลิกสัญญาเช่ากับแดฟนีเสีย คืนเงินมัดจำไปแล้วจ่ายค่าขนย้าย ค่าเสียหายอะไรก็แล้วแต่ ลุงขออย่างเดียว ผู้หญิงคนนี้ต้องออกไปจากบ้านนั้นให้เร็วที่สุดก่อนที่ทุกอย่างมันจะสายเกินไป”

Don`t copy text!