สายลมตะวันออก บทที่ 21 : ทดสอบอีกครั้ง

สายลมตะวันออก บทที่ 21 : ทดสอบอีกครั้ง

โดย : สันติธร วินิจฉัยกุล

สายลมตะวันออก โดย สันติธร วินิจฉัยกุล เมื่อโครงการ Dream walkers นำเขากลับไปสู่อดีตกาลและได้รู้จักกับชายหนุ่มจากดินแดนอาทิตย์อุทัย ผู้ที่สายลมตะวันอกพัดพาให้เขาเดินทางมาสู่แผ่นดินกรุงศรีอยุธยาและมีชะตาชีวิตที่พิสดารเกินกว่าใครจะคิดฝันถึง ยามาดะคือใคร นวนิยายออนไลน์อีกเรื่องที่อ่านเอา อยากให้คุณได้อ่านออนไลน์

**************************

สนับสนุนอ่านเอาด้วยการสั่งซื้อหนังสือ “ในสวนอักษร” คลิกที่นี่

ผมยังคงบันทึกความฝันต่อเนื่อง ส่งเนื้อหาทางอีเมล์ทุกเช้า เมื่อเรียบร้อย จึงเป็นเวลาอาหารเช้า จากนั้นมุ่งไปกับงานเขียนสารคดี เรื่องราวซามูไรอโยธยา ยามาดะ นากามาสะ ผมเห็นว่าควรปูพื้นฐานให้เข้าใจแง่ประวัติศาสตร์ เสริมด้วยประเด็นน่าสนใจอย่างขุมสมบัติจอมสลัดแห่งน่านน้ำทะเลตะวันออก

ผมลองวาดภาพโครงร่างบทความ เริ่มเกริ่นเรื่อง เพื่อให้ผู้อ่านเข้าใจที่มาที่ไป รู้จักโรนินหนุ่มรายนี้ อาจเริ่มด้วยเหตุการณ์สมัยสงครามโลก การสร้างยามาดะเพื่อเป็นสัญลักษณ์บางอย่าง ต่อด้วยเรื่องความพยายามในการค้นหาสิ่งที่อาจถูกซุกซ่อนของญี่ปุ่น เรื่องการเจรจาลับกับรัฐบาลไทย แล้วเสริมด้วยเรื่องความขัดแย้งตามข้อมูลใหม่ของศาสตราจารย์ธาม

จากนั้นย้อนกลับไปถึงแหล่งที่มาของสมบัติ และเหตุที่ยามาดะได้ครอบครองสิ่งที่ศาสตราจารย์ธามเรียกว่า สิ่งล้ำค่า

และหากเชื่อว่าอยู่ที่ยามาดะจริง ผมอาจลองตั้งคำถาม หลังจากเขาตาย สิ่งล้ำค่าไปอยู่ที่ไหน ใครครอบครองต่อมา

คำตอบอาจค้นหาได้จากข้อเท็จจริงในเหตุการณ์วาระสุดท้ายของชีวิตยามาดะ ทั้งคนลงมือ เหตุผล และการผลัดเปลี่ยนมือครอบครองสิ่งล้ำค่า  แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น ในเมื่อไม่อาจฟันธง ผมคงทำได้แค่รวบรวมข้อมูลหลักฐานเท่าที่หาได้ แล้วตั้งประเด็นทิ้งไว้ท้ายบทความ

เสียงโทรศัพท์ร้องออกมาจากความเงียบในห้อง ทำเอาสะดุ้ง

เป็นสายจากคุณรินทร์

“ขอโทษที่โทรมารบกวนค่ะ”

ผมแปลกใจที่ได้รับการติดต่อด้วยช่องทางนี้ ปกติเรามักติดต่อเรื่องงานกันทางอีเมล์

“มีอะไรเร่งด่วนหรือเปล่าครับ?”

“ก็ไม่เชิงค่ะ แค่ด็อกเตอร์ต้องการให้คุณเข้ามาที่แล็บเพื่อทดสอบ”

“เพิ่งทดสอบไปไม่นานเองนี่ครับ มีอะไรผิดปกติหรือเปล่า?”

“เปล่าค่ะ อย่ากังวล แค่อยากได้ข้อมูลให้ละเอียดขึ้นเท่านั้นค่ะ ขออภัยด้วย”

“ไม่เป็นไรครับ ผมไม่มีปัญหาอยู่แล้ว แล้วจะให้ไปเมื่อไรครับ?”

เธอบอกเวลา ซึ่งดึกกว่าเวลาปกติที่เคยไป ผมประหลาดใจอยู่ แต่ก็เอ่ยรับปาก

“ได้ครับ จะไปตามนั้น”

*

ผมลงจากสถานีรถไฟฟ้าเมื่อเวลาเกือบสี่ทุ่ม หน้าอาคารเหลือเพียงแสงสลัวจากไฟตามเสา ประดับริมลาน และแสงจากถนน ผู้คนที่ยามกลางวันพลุกพล่านหายไปมากแล้ว ผมเดินไปยังประตูทางเข้าประจำ แสงไฟหน้าประตูหายไปหลายดวง ทำให้ออกจะสลัวกว่าคราอื่นๆ ผมออกแรงดันบานกระจก ไม่ขยับ ลองอีกที ผลเหมือนเดิม กวาดตาไปรอบๆ ไร้ผู้ใดเฝ้าให้สอบถาม

ผมยืนอยู่เดียวดาย เริ่มลังเล มีอะไรผิดพลาดหรือเปล่านะ? หรือผมฟังเวลานัดหมายผิด ทบทวนอีกครั้ง ไม่น่าใช่

“ทางนี้ค่ะ”

ผมจำได้ว่าเป็นเสียงคุณรินทร์ที่แว่วมาจากประตูกระจกบานเล็กๆ ห่างจากทางเข้าปกติไม่มากนัก เธออยู่ในชุดเสื้อคอปกแขนยาวสีขาว กางเกงขายาวเข้ารูป

“เกิดอะไรขึ้น?” ผมถามเมื่อเดินไปพบเธอ

“ทางนี้เป็นทางเฉพาะเจ้าหน้าที่ค่ะ”

“ผมหมายถึงนัดวันนี้เหมือนเป็นนัดที่ไม่อยู่ในตาราง รู้สึกเหมือนกำลังแอบเข้ามาแบบไม่ให้มีใครเห็น

ไม่มีอะไรค่ะ ปกติคุณมาช่วงหัวค่ำ ยังเปิดทำการ วันนี้ มาดึกกว่าปกติ บางประตูปิดแล้ว คุณคงรู้ ที่นี่เน้นการรักษาความปลอดภัย รปภ.กะดึก ไม่ใช่คนมีมนุษยสัมพันธ์ดีนัก แม้แต่กับคนในองค์กรเดียวกัน”

“อ้อ อย่างนี้นี่เอง” ผมไม่เชื่อว่าเป็นเหตุผลแท้จริง

“อีกอย่าง ด็อกเตอร์มีธุระช่วงเย็น เลยขอเลื่อนเวลานัดสักหน่อยน่ะค่ะ” หญิงสาวเพิ่มเติม

“ครับ” ผมเพียงพยักหน้า

เราสองคนลงลิฟต์สู่ข้างล่าง ผ่านเคาน์เตอร์ที่ปกติมักพบสาวชุดม่วง แต่คืนนี้ไม่เห็นเธอ คงกลับบ้านไปอยู่กับครอบครัว ใช้เวลากับลูกและสามีแล้วกระมัง หรือบางทีเธออาจยังโสด ทำไมนะ ผมถึงคิดว่าเธอมีลูกแล้ว?

เดินต่อไปตามทางยาว เสียงส้นเท้ากระทบพื้นยังก้อง แสงไฟยังสว่างตลอดทางเดินชั้นใต้ดิน คุณรินทร์นำหน้า ผมเดินตาม เผลอไผลแอบมองสะโพกเธอ เพิ่งสังเกตเห็นว่าสะโพกเธองามกลมได้รูป ไม่แพ้สาวเสิร์ฟร้านสไตล์วินเทจที่เคยไปดื่มกับศาสตราจารย์ธามเลย

เมื่อมาถึงแล็บ ด็อกเตอร์นั่งอยู่หลังโต๊ะทำงาน ยกหูโทรศัพท์สนทนา ผมยกมือไหว้ แกยิ้มรับ

คุณรินทร์ถามผมว่าจะพักรอก่อน หรือต้องการอาบน้ำ ผมแจ้งความต้องการเป็นอย่างหลัง เมื่อเรียบร้อย ผมเปลี่ยนเป็นชุดนอน จากนั้นไปคอยในห้องสมุด

คุณรินทร์นำชาและขนมพุดดิ้งมาให้ผม

“คาโมมายด์ช่วยให้หลับสบายค่ะ พุดดิ้งช็อคโกแลตแบบไร้ไขมัน ช่วยให้ฝันดี”

ผมยกชาจิบ ส่วนหญิงสาวหยิบโทรศัพท์ทำอะไรสักอย่างหน้าจอ ไม่นานเสียงเพลงมูนไลต์ของบีโธเฟ่น จากลำโพงที่ไหนสักแห่งในห้องก็ถูกบรรเลง ไม่ดังไม่เบาเกินกว่าคำว่าพอดี

“ชอบไหมคะ? หมายถึงเสียงเพลง”

“ดีครับ ฟังสบาย บางทีผมก็เลือกเปิดฟังเวลาเขียนงาน แต่ส่วนมากเป็นงานของบาค”

“ใจจริงฉันชอบเพลงไทยเก่าๆ ยุคเจ็ดศูนย์ แปดศูนย์” จากนั้นเธอเริ่มสาธยายตัวอย่างเพลงที่ชอบ หลายเพลง ผมเองก็นิยมฟังเหมือนกัน

“แต่ด็อกเตอร์ชอบบราห์ม กับบีโธเฟ่น ฟังบ่อยเวลาทำงาน ฉันก็ฟังไปด้วย ก็ชอบนะ” เธอบอกต่อมา

“ที่จริงน่าจะเปิดในห้องทดสอบเลยนะครับ”

“เราไม่อยากให้มีเสียงรบกวนระหว่างทดสอบค่ะ ไม่อยากให้มีปัจจัยรบกวนสมอง ไม่ว่าทางบวกหรือลบ ฉันเปิดเพียงให้คุณผ่อนคลายก่อนเข้าทดสอบเท่านั้นค่ะ”

“อย่างนี้นี่เอง”

เธอขอตัวไปเตรียมอุปกรณ์ความพร้อม ผมใช้เวลาระหว่างนั้นฟังดนตรีพลางลิ้มรสชาและพุดดิ้ง หอมกลมกล่อมกำลังดี จนเมื่อมูนไลต์ โซนาตา ของบีโธเฟ่นจบ ผมจึงลุกเดินหาหนังสืออ่าน ไล่สายตาไปตามสัน

หนังสือที่นี่ยังใหม่เสมอ กลิ่นกระดาษและหมึกยังชัด หนังสือแต่ละประเภทถูกจัดแบ่งเป็นสัดส่วนอย่างดีตามหมวดหมู่ ราวกับมีบรรณารักษ์ คอยดูแลตลอด ผมเดินดูมาจนถึงส่วนที่เป็นหมวดชีวประวัติ เลือกหยิบเล่มที่ตั้งใจไว้แต่คราวก่อน

 

เฟอร์ดินานด์ แมกเจลแลน มหาบุรุษผู้บุกเบิก

 

ถือกลับมาที่โต๊ะ เปิดอ่านไปได้ไม่กี่หน้า คุณรินทร์ก็เข้ามา

“พร้อมหรือยังคะ?”

“พร้อมครับ ถึงยังไม่ง่วงเท่าไรก็เถอะ”

เธอเพียงยิ้ม ผมทิ้งเรื่องราวของแมกเจลแลนไว้บนโต๊ะ เดินไปกับเธอจนถึงห้องทดสอบ หญิงสาวตระเตรียมอุปกรณ์สีลูกกวาด ผมนั่งลงบนเตียง

“เริ่มง่วงหรือยังคะ?”

“ยังครับ” ผมยิ้ม “คุณน่าจะแอบใส่ยานอนหลับในชา หรือพุดดิ้งให้ผม จะได้หลับง่าย”

เธอยิ้มด้วยริมฝีปาก ไม่พูดอะไร

ผมค่อยๆ เอนกายนอนลง หญิงสาวมาสวมหมวกเมดูซ่าติดอุปกรณ์หลากสีให้

“หลับให้สบายนะคะ” เธอบอก ดึงผ้าขึ้นมาห่มให้ผม

คุณรินทร์หันกลับมามองผมตอนเธอเปิดประตูกำลังจะออกไป ยิ้มน้อยๆ เหมือนทุกครั้ง แต่ครั้งนี้รู้สึกว่าน้อยลงกว่าคราอื่น แต่ก็ยังเป็นอาหารตา ผ่อนคลายความรู้สึกได้อย่างดี

ผมหลับตาหลังประตูปิดลง ในห้องเหลือแต่ความสงัด

ผมปล่อยตัวเองให้ล่องลอยในความมืดใต้เปลือกตา และภาวะเงียบงันสงบนิ่ง รอคอยนิทราเดินทางมาถึง

*

ผมตื่นขึ้นจากความฝัน ลุกไปล้างหน้าล้างตา นั่งพักคอยในห้องสมุดร้างไร้คน แมกเจลแลนในรูปหนังสือยังวางอยู่ที่เดิมเดียวกับตอนผมจากมา คุณรินทร์ถือชาและพุดดิ้งรสเดิมมาให้

“คงไม่เบื่อนะคะ รองท้องแก้หิว”

“ไม่ครับ ที่จริงอยากได้กลับไปกินที่บ้านด้วยซ้ำ”

“ยินดีมากค่ะ อยากได้แค่ไหนได้เต็มที่” เธอยิ้มกว้าง

“ทำไว้เยอะหรือครับ?”

“ของโปรดด็อกเตอร์ ฉันเลยทำเตรียมไว้เยอะเลยค่ะ”

“ของโปรดสำหรับผมเหมือนกัน” ผมตัดชิ้นเล็กๆ ใส่ปากชิ้นหนึ่ง หอมหวานถูกใจเหลือเกิน “จะมีนักวิทยาศาสตร์กี่คน ที่ทั้งสวยทั้งเก่งได้รอบด้านอย่างนี้” ผมชมเธอด้วยใจจริง

“ไม่ได้เก่งกาจอะไรนักหรอกค่ะ แค่ลองทำ บอกตามตรง ไม่ถึงกับเป็นความชอบ เพียงแค่อยากลอง เหมือนว่าในสมองเคาะบอกว่าให้ลองทำดู สิ่งที่ตัวเองยังไม่เคย ไม่ต้องแคร์ว่าคนอื่นจะชอบไหม แค่มีสักคนพอใจฝีมือของเรา บอกว่าอร่อย เท่านี้ก็พอ”

“แต่สำหรับผมถือว่าเก่งรอบด้าน สมัยเด็กผมมีเพื่อนเรียนเก่ง ทุกวิชา แม้แต่พละ ศิลปะ ไม่ว่าจะทำอะไร รู้สึกว่าเป็นระดับบนตลอด จนรู้สึกว่าสวรรค์ลืมใส่จุดด้อยลงมาให้มัน”

“คนเราไม่จำเป็นต้องเก่งเรื่องใดเรื่องหนึ่ง” เธอตอบน้ำเสียงมั่นใจ “บางคนว่าคนเราควรเลือกเอาดีทางใดทางหนึ่งไปเลย เป็นเลิศด้านนั้น แต่สำหรับฉันไม่ใช่ ไม่จำเป็นเลย สมองและร่างกายมนุษย์พร้อมรองรับความสามารถหลายอย่าง เป็นเลิศได้อีกหลายๆ ด้านตามเงื่อนไขปัจจัยแต่ละคน ฉันเป็นคนขี้สงสัย อยากรู้อยากลองไปทุกอย่าง ฉันไม่ชอบเรื่องอาหารอะไรมากมายนัก แต่ครั้งหนึ่งตอนไปเรียนขี่ม้า ไปเจอเค้กลาวาที่คลับของเพื่อน เธอกำลังลองทำ ฉันสนใจขึ้นมา ท่าทางยาก ท้าทายดี กรรมวิธีมากมายละเอียดยิบ แน่นอนรสชาติก็ต้องพอใจด้วย ฉันเลยลองทำ ไม่ได้เน้นผล แต่เน้นกระบวนการระหว่างทำ ทำให้เกิดความคิด สร้างสมาธิ ฉันเรียนรู้อะไรต่างๆ มากมายระหว่างนั้น”

“ทำขนมสักอย่าง ได้เรียนรู้อะไรมากมาย ฟังคล้ายปรัชญานะครับ”

“ก็อาจจะ แต่ที่จริงก็ไม่ได้ยาก หรือฟังยากขนาดนั้น”

“คุณเป็นนักวิทยาศาสตร์ ขี่ม้า ทำขนมได้ แล้วยังทำอะไรได้อีก”

เธอยกมือเท้าคาง ทำท่าคิด “ก็ไม่รู้สิคะ ฉันชอบร้องเพลงนะ ฟังดนตรี ฉันเล่นเปียโน ไวโอลิน อาจไม่เก่ง แต่ก็พอฟังได้”

“ได้เรียนรู้ระหว่างบรรเลง?”

“ก็ใช้สร้างสุนทรียทางอารมณ์ ถือเป็นกระบวนการสำคัญต่อความเป็นมนุษย์”

“เก่งหลากหลายดีแท้ หาได้ยากครับ”

“เกิดขึ้นได้กับทุกคนค่ะ ขึ้นอยู่กับความตั้งใจ” เธอเหลือบลงมองหนังสือตรงหน้าผม “อย่างนายคนนี้ก็เก่งหลายด้าน ถึงแม้คนส่วนใหญ่รับรู้แต่เฉพาะเรื่องสำคัญๆ ของเขาเท่านั้น”

ผมก้มมอง “คุณรู้จักด้วยหรือ?”

“แน่นอนค่ะ แมกเจลแลน ชายที่ช่วยพิสูจน์ให้มนุษย์เห็นว่าโลกกลม แม้ไม่ใช่เป้าหมายของเขา และเขาเองก็ไม่ได้เดินทางไปถึงจุดหมายตามที่หวัง แต่งานครั้งนี้ของเขา ก็สมควรถูกยกย่อง”

“ใช่ ผมก็ว่าอย่างนั้น เขาเป็นนักบุกเบิกที่ยิ่งใหญ่”

“แต่ไม่ใช่แค่เรื่องการเดินเรือ คุณคงรู้ เขาเคยทำมาหลายอย่าง”

“เขาเคยรบที่อเมริกาใต้ บัญชาการกองทหาร มีความรู้ทางอาวุธ เขารักการเรียนรู้ เชี่ยวชาญภาษา ขี้สงสัย แมกเจลแลนสนใจท้องฟ้า เชื่อว่าดวงดาวนับล้านสามารถช่วยเขาให้พบเส้นทางเดินเรือใหม่นอกจากเส้นทางตะวันออกที่พวกโปรตุเกสพบ เมื่อเขาออกทะเล สังเกตพบกลุ่มเมฆประหลาด ที่ไม่เคยมีใครพบมาก่อน มันมีส่วนช่วยสร้างแผนที่เดินเรือของเขา ระหว่างการท่องสมุทร”

“เมฆแมกเจลแลน” นักวิทยาศาสตร์สาวว่า “สีชมพูอมม่วงอ่อนๆ เห็นได้เมื่ออยู่ทางซีกโลกใต้ น้อยครั้งที่จะมองเห็นจากส่วนอื่นของโลก วันนั้นเขาเห็นเป็นเมฆ ต่อมาเราจึงรู้ว่าไม่ใช่เมฆ แต่เป็นกลุ่มดาว เป็นสีชมพูม่วงเพราะการกระเจิงของแสง การค้นพบนี้ถือเป็นเรื่องสำคัญ”

“เสียดายที่เขาไม่ได้เห็นสิ่งที่เขาทำ ไม่เห็นความสำเร็จของตนเอง”

“ใช่ค่ะ น่าเสียดาย”

คุณรินทร์บอกว่าสามารถยืมไปอ่านที่บ้านได้ ผมขอบคุณ จากนั้นเธอขอตัวกลับออกไป ผมใช้เวลาอ่านเรื่องราวแมกเจลแลนอยู่สักสิบนาที ผู้ช่วยสาวของด็อกเตอร์มูรากิก็กลับเข้ามา บอกว่าด็อกเตอร์ติดงานด่วน มาคุยด้วยไม่ได้ แกฝากขอโทษมาด้วย

“ไม่เป็นไรครับ เรื่องเล็กมาก”

เธอยื่นกล่องทัพเพอร์แวร์ที่ติดมือเข้ามาให้ผม “นี่ค่ะ พุดดิ้ง ถึงบ้านแล้วรีบใส่ตู้เย็นไว้นะคะ”

“ซาบซึ้งมากครับ”

“อีกสองวันจะทำเค้กลาวาเตรียมไว้ให้กินค่ะ”

“อีกสองวัน?”

“อ้อ ฉันลืมบอกไป ดอกเตอร์อยากให้คุณมาทดสอบอีก วันมะรืน ไม่มีอะไรค่ะ แค่อยากได้ข้อมูลเพิ่มเติม คงไม่ลำบากไปนะ”

“สบายมากครับ ผมยังได้ค่าจ้างอยู่นี่”

อีกสองวันต่อมาตามนัดหมาย เดอะ พิกเซลทาวเวอร์ เกิดไฟไหม้

 



Don`t copy text!