สเตลล่า..ลูกอีช่างฟ้อง

สเตลล่า..ลูกอีช่างฟ้อง

โดย : เจริญขวัญ แพรกทอง บลาฮาสสกี้

Loading

“อเมริกันคัน” เรื่องราวเกี่ยวกับอเมริกาในบางแง่มุมในอเมริกาที่หลายคนไม่เคยรู้หรือเคยรับรู้มาบ้าง แต่อาจมองไม่เห็นภาพรวมชัดเจน เจริญขวัญ แพรกทอง บลาฮาสสกี้ เจ้าของคอลัมน์ที่เขียนลงในต่วยตูนมาถึง 10 ปี นำมาเขียนเล่าสู่กันฟังแบบสนุกๆ เหมือนการเล่าให้เพื่อนฟัง โดยคงบุคลิก “ต่วยตูน” ดั้งเดิมเอาไว้คือสาระและบันเทิง

ใครๆ ก็รู้ว่าอาชีพทนายในอเมริกาทำรายได้ดีชะมัด  เพราะแผ่นดินนี้เต็มไปด้วยการฟ้องร้องคดีโน่นนี่นั่น แม้บางคดีดูแล้วแทบจะไม่มีมูลให้ฟ้องได้ หรือพูดแบบบ้านๆ ว่าเรื่องขี้หมูราขี้หมาแห้งก็ยังเอามาฟ้องกันไม่เว้นว่าง  ถ้าโชคดีชนะความอาจกลายเป็นเศรษฐีไปเลย หากว่าคู่กรณีเป็นบริษัทใหญ่ๆ ที่มีชื่อเสียง ค่าทนายจึงแพงหูฉี่เลยทีเดียว

เวลาดูทีวี มักจะเห็นโฆษณาประเภทหนึ่ง ซึ่งส่วนมากมาจากเหล่าทนายความทั้งหลายประกาศหาผู้ที่เคยใช้ยายี่ห้อโน้นยี่ห้อนี้แล้วเกิดผลข้างเคียง ให้รีบมาติดต่อสำนักงานทนายความด่วน เพราะจะได้นำเคสเหล่านี้ไปฟ้องบริษัทผลิตยา

เมื่อขยันฟ้องร้องอย่างเป็นล่ำเป็นสัน เลยมีรางวัลแนวขำๆ ฮาๆ ขึ้นมา โดยมีการจัดอันดับเป็นรายปี และคดีที่นำมาฟ้องร้องจะต้องเป็นคดีแปลกๆ อย่างที่ไม่คิดว่าจะเป็นคดีความได้  ถือเป็นการจัดอันดับคดีที่ชนะมาได้อย่างไม่น่าเป็นไปได้ประจำปีของอเมริกา  รางวัลคนช่างฟ้องนี้เรียกว่า “รางวัลสเตลล่า” หรือ “สเตลล่าอวอร์ด”

ชื่อรางวัลไม่ใช่ได้มาเพราะโชคช่วยเหรือเล่นหวยใต้ดิน แต่ได้มาจากชื่อแม่นางจอมเฟอะฟะรายหนึ่ง อายุอานามก็ย่างเข้าวัยแรกแย้ม  นางสเตลล่า ไลน์เบ็ควัย 81 ปีขับรถไปซื้อกาแฟร้อนที่ร้านแม็คโดนัลด์ เมื่อปี 1992 ทีนี้ คุณยาย เอ๊ย คุณพี่สเตลล่ารายนี้วางกาแฟร้อนไว้หว่างขาตัวเอง แล้วซุ่มซ่ามทำกาแฟร้อนๆ หกรดขา แต่รายงานข่าวไม่ได้ให้รายละเอียดว่าอวัยวะส่วนใดเสียหายใช้การไม่ได้หรือเปล่า

นางสเตลล่าโกรธจัด ชูกำปั้นเร่าๆ ว่าเราจะฟ้องไอ้แม็คโดนัลด์ให้ได้ ใครๆ ต่างพากันหัวเราะเยาะ เพราะถามเด็กๆ ก็รู้ว่า เวลาทำน้ำร้อนราดตัวเองเพราะความไม่ระวัง จะไปโทษใครได้ นอกจากความซุ่มซ่ามของตน    สุดท้ายเจ๊แกยื่นฟ้องศาลในข้อหา “ ไม่เขียนคำเตือนไว้ที่ถ้วยกาแฟ”  ปรากฎว่าเจ๊ชนะฮ่ะ ได้เงินหอมๆ มากอดถึง 2.9 ล้านดอลล่าร์ คิดเป็นเงินไทยก็ไม่มากไม่มายอะไรเล้ย  แค่ประมาณ 90 ล้านบาทเอง เห็นแล้วอยากโดนกาแฟหกรดมั่งจัง เผื่อจะได้เป็นเศรษฐีไวๆ แบบเจ๊สเตลล่า

ลองมาดูกันว่ามีคดีเพี้ยนๆ แบบไหนบ้างที่เคยได้รางวัลสเตลล่าอวอร์ด เริ่มจากคดีกระรอกนี่เลย  นางมาร์ซี่ เมคเกอร์กำลังช้อปกระหน่ำซัมเมอร์เซลล์อยู่ในห้างแห่งหนึ่ง หลังจากช้อปปิ้งจนพอใจแล้วก็จ่ายเงินแล้วเดินออกจากห้าง        ขณะที่กำลังก้าวออกจากประตูห้าง อยู่ๆ กระรอกตัวหนึ่งโผใส่อย่างไม่ทันตั้งตัว   แล้วงับเธอสุดแรง มาร์ซี่แผดเสียงกรี๊ด  เสียหลักหกล้มจนบาดเจ็บสาหัส จึงจ้างทนายฟ้องห้างแห่งนั้นว่า ทั้งหมดทั้งมวลล้วนเป็นความผิดของห้างสถานเดียวเพราะไม่มีป้ายแปะเตือนให้ระวังกระรอก สุดท้ายห้างนั้นต้องควักเงินจ่ายค่าเสียหายไป 50,000 ดอลลาร์ หรือหนึ่งล้านเจ็ดแสนกว่าบาท

มาดูคดีที่ติงต๊องส์ไม่แพ้กัน ฟ้องอะไรไม่ฟ้อง ดันฟ้องเครื่องตัดหญ้า เรื่องมีอยู่ว่าครอบครัวซิมมอนส์เสียลูกชายวัย 4 ขวบในสถานที่รับเลี้ยงเด็ก   เพราะเกิดอุบัติเหตุจากเครื่องตัดหญ้า ในข่าวไม่ได้ลงรายละเอียดว่าเครื่องตัดหญ้าแฉลบไปโดนหรืออะไรยังไง แต่เมื่อลูกตายไปแล้ว  พ่อแม่ฟ้องศูนย์รับเลี้ยงเด็กทันที เพราะไหนๆ ลูกก็ไม่ฟื้น เลยคิดหาเงินด้วยการฟ้อง แต่ปัญหาคือศูนย์รับเลี้ยงเด็กไม่ได้ร่ำรวยอะไร ฟ้องไปก็ป่วยการ เพราะไม่มีเงินก้อนโตมาจ่ายให้หรอก สุดท้ายสองสามีภรรยาเลยไปฟ้องบริษัทเครื่องตัดหญ้าแทน ในข้อหาว่า “ไม่มีคำเตือนและวิธีการใช้ติดที่เครื่อง” คุณพระช่วยกล้วยทอด เครื่องตัดหญ้านี่ไม่ได้พิสดารพันลึกจนเกินกว่าความเข้าใจเลยนะ แต่ครอบครัวนี้ชนะและได้เงินไปสองล้านดอลลาร์เหนาะๆ

ไม่ค่อยแน่ใจเท่าไหร่นักว่าผู้พิพากษาและทนายของอเมริกามีสามัญสำนึกกันขนาดไหน หรือว่ายึดทุกอย่างตามตัวบทกฎหมายเป๊ะ เรื่องนี้ถ้าเกิดขึ้นที่บ้านเรา มีหวังพลิกโผ แถมใครบ้าฟ้องร้องขึ้นมาคงโดนโห่ฮาน่าดู แต่อเมริกาคืออเมริกา ทุกสิ่งเกิดขึ้นได้แม้ในเรื่องที่ไม่น่าจะเกิดขึ้น ลองมาดูคดีนี้กันว่าพิสดารพันลึกขนาดไหน

แคทลิน โรเบิร์ตสันอาศัยอยู่ในเมืองออสตินรัฐเท็กซัส  วันหนึ่งนางรำพึงดังๆ ว่าอยากได้โซฟาใหม่เอาไว้นั่งนุ่มๆ เพื่อให้การดูทีวีมีความสุนทรีย์ขึ้น เลยชวนลูกชายวัยซนไปที่ร้านเฟอร์นิเจอร์  ระหว่างที่กำลังเพลิดเพลินชมโซฟาตัวนั้นตัวนี้ เด็กคนหนึ่งก็วิ่งมาชนเธออย่างแรงทำให้ถึงกับก้นจ้ำเบ้าหัวเข่าแตก  เจ๊ลุกขึ้นมาได้ก็โวยวายว่าจะฟ้อง  ซึ่งนางก็ไม่ได้ขู่เอามันส์ แต่แล่นไปหาทนายแล้วฟ้องร้านเฟอร์นิเจอร์จริงๆ แต่เชื่อหรือไม่ว่าเด็กที่วิ่งชนเจ๊หัวเข่าแตกนั้นไม่ใช่ใครที่ไหน แต่คือลูกชายหัวแก้วหัวแหวนของนางนั่นเอง แต่นางก็ช่างกล้าฟ้องร้านเฟอร์นิเจอร์จนชนะคดี เอากับเจ๊แกสิ งานนี้เจ๊กลับไปนอนนับเงินเหนาะๆ ถึง 80,000 ดอลลาร์หรือสองล้านแปดแสนบาทอย่างสบายอารมณ์

คดีร้านเฟอร์นิเจอร์ก็คงประมาณกับคดีนี้แหละ แม่สาวแอมเบอร์ คาร์สันแห่งเมืองฟิลาเดลเฟียจับได้ว่าแฟนหนุ่มปันใจ แอบไปกุ๊กกิ๊กเพื่อนสนิทของเธอเอง หลังจากร้องไห้ไปแล้วหลายยก นางคงคิดตกว่าเลิกๆไปเถอะ ไอ้แฟนเฮงซวยแบบนี้  แต่จะเลิกยังไงนี่สิ สุดท้ายเธอก็นัดแฟนหนุ่มมายังร้านที่ทั้งคู่ออกเดทกันหนแรก

เมื่อแฟนหนุ่มมาถึงแล้ว  แทนที่แอมเบอร์จะเป็นฝ่ายขอเลิก กลับปรากฎว่าฝ่ายชายขอเลิกกับเธอก่อน เพราะต้องการไปมีแฟนใหม่ ซึ่งก็คือเพื่อนรักของเธอ ทั้งคู่โต้เถียงกันอย่างไม่ลดละ แอมเบอร์โกรธจนตัวสั่น หูอื้อตาลาย ทำอะไรไม่ถูก ด้วยความเจ็บแค้นสุดหัวใจเลยคว้าแก้วเครื่องดื่มสาดหน้าแฟนแล้วสะบัดก้นเดินออกจากร้าน

แต่จังหวะที่สะบัดหน้าพรืดอย่างแค้นเคืองนั้นดันลื่นล้มจากน้ำที่ตนสะบัดใส่หน้าแฟนจนก้นกบแตก แอมเบอร์จึงให้ทนายฟ้องเรียกค่าเสียหายจากร้านอาหารแห่งนั้น และชนะคดีได้เงินมากอดแทนผู้ชายเป็นเงินหนึ่งแสนหนึ่งหมื่นสามพันห้าร้อยดอลลาร์ คิดเป็นเงินไทยก็หลายล้านอยู่

ส่วนคดีนี้งกจนได้เรื่อง จะว่าไปแล้วกิจการร้านอาหารมีความเสี่ยงสูงเหมือนกัน หากเจอลูกค้าประเภทลูกอีช่างฟ้อง ทั้งที่เป็นความผิดของตัวเอง แต่ดูเหมือนว่ากฎหมายจะคุ้มครองสิทธิ์ลูกค้าอย่างสุดติ่งกระดิ่งแมวจนเจ้าของร้านหน้ามืดไปหลายราย ดูอย่างรายนี้ก็แล้วกัน

นางคาร่า วัลตันนั้นเป็นยอดขี้งก คืนหนึ่งนึกอยากไปดื่มและดิ้นในไนท์คลับ บังเอิญให้ปวดชิ๊งฉ่อง เต็มแก่ พอเดินไปหน้าห้องน้ำก็ทำตาโตเท่าไข่ห่าน โอ้โห..ค่าเข้าห้องน้ำทำไมมันแพงสาหัสขนาดนี้ตั้งสามดอลลาร์กับอีกห้าสิบเซนต์แน่ะหรือประมาณหนึ่งร้อยยี่สิบสองบาท สงสัยว่าเจ้าของไนท์คลับก็ขี้ตืดพอกัน เพราะปกติแล้ว ห้องน้ำในร้านจะสามารถใช้บริการได้ฟรี

นางคาร่าเลยเกิดไอเดียว่าไปมุดเข้าห้องน้ำทางหน้าต่างดีกว่า จะได้ไม่ต้องเสียเงินค่าเข้า ว่าแล้วนางก็อาศัยความมืดงมๆ คลำทางไปแล้วผลุบโผล่กระดืบตัวเองเข้าไปทางหน้าต่าง ปรากฎว่าพลาดอย่างแรง เพราะเกิดลื่นหลุดมือ หน้าคะมำลงไปกองกับพื้นห้องน้ำ ฟันหักไปสองซี่ แต่กระนั้นก็ยังมีหน้าฟ้องเจ้าของไนท์คลับจนได้เงินไปเชยชมสมใจนึกบางลำพูตั้ง 12,000 ดอลลาร์หรือสี่แสนสองหมื่นบาท มันคุ้มมั้ยน่ะกับการที่ฟันหน้าหลอไปสองซี่เนี่ย ค่าทำฟันปลอมในอเมริกานี่ก็แพงเหลือหลายนะเจ๊

จริงๆ แล้วคดีแปลกๆ ที่ไม่น่าเชื่อยังมีอีกเยอะมากในอเมริกา คงพอกันรายการคดีเด็ดนั่นแหละที่หลายคดีดูแล้วต้องเกาหัวแกรกๆ ด้วยความงงว่า “อะไรกันวุ้ย..แบบนี้ก็มีด้วย”

Don`t copy text!