
ฤดูร้อนเป็นของเขา ฤดูหนาวเป็นของเธอ บทที่ 1 : คอนเน็กชันกับผี
โดย : วิตต ตุลยธัญ
![]()
เมื่อความตายไม่ใช่จุดจบ แต่คือจุดเริ่มต้นของการแชร์ร่าง! ‘ณดา’ ต้องรับภารกิจเป็นร่างทรงไทม์แชร์ให้สองวิญญาณข้ามฤดูหนาวและฤดูร้อน ในนวนิยายแฟนตาซี-ฟีลกู๊ด ‘ฤดูร้อนเป็นของเขา ฤดูหนาวเป็นของเธอ’ โดย วิตต ตุลยธัญ อ่านเลย

ตัวเลขดิจิทัลบนหน้าจอมือถือของณดาบอกเวลา 8.00 น.
หญิงสาวเปิดแอปพลิเคชันพยากรณ์อากาศเป็นรอบที่ห้าของวัน ไอคอนรูปดวงอาทิตย์สีส้มยืนยันอีกครั้งว่าวันนี้อากาศแจ่มใส แต่ณดาก็ยังไม่วางใจจึงเปิดดูแอปพลิเคชันคู่แข่งอีกสองตัวเพื่อเพิ่มความมั่นใจอีกรอบ ณดาถือคติว่า ไม่ว่าจะทำอะไร การเช็กข้อมูลจากแหล่งข้อมูลหลายๆ แห่งย่อม ‘ปลอดภัยกว่า’
ณดาเดินออกไปที่ระเบียงเพื่อเช็กสภาพอากาศด้วยตาตัวเองอีกครั้ง หญิงสาวได้กลิ่นลมทะเลที่พัดโชยมากระทบใบหน้า เบื้องหน้าของเธอคือหาดทรายขาวละเอียด แสงแดดอุ่นๆ สาดส่องลงมากระทบผืนน้ำทะเลสีครามจนเกิดเป็นประกายระยิบระยับ แต่ความงดงามตรงหน้าไม่ได้แทรกซึมเข้าไปในโสตสัมผัสของหญิงสาวเลยแม้แต่น้อย
หญิงสาวเดินกลับเข้ามาในห้องพักสไตล์มินิมอลสีขาวสะอาดตา สิ่งเดียวที่เธอสนใจในตอนนี้ก็คือหน้าจอแล็ปท็อปที่ตั้งอยู่บนโต๊ะทำงาน ณดาหย่อนตัวลงนั่งบนเก้าอี้เพื่อทำงานที่ค้างอยู่ ตัวเลขมากมายบนหน้าจอส่องสะท้อนลงบนแว่นตากรอบทองที่เธอสวมใส่ ณดาจ้องมองผลงานตรงหน้าด้วยความพึงพอใจ
นี่สิความงามที่แท้จริง ไม่มีอะไรในโลกนี้จะงดงามไปกว่าความจริงแท้ของคณิตศาสตร์อีกแล้ว
ณดามักจะมีปัญหาเสมอเวลาที่ต้องอธิบายอาชีพตัวเองให้คนอื่นฟัง เธอทำงานเป็นนักคณิตศาสตร์ประกันภัยหรือที่เรียกกันว่า ‘แอคชัวรี’ เวลาใครถาม หญิงสาวมักจะอธิบายให้ฟังสั้นๆ ว่างานของเธอคือการออกแบบกรมธรรม์ประกันชีวิตทั้งที่จริงๆ แล้วอาชีพของเธอมีรายละเอียดที่ซับซ้อนกว่านั้น
กรมธรรม์อันล่าสุดที่ทีมของณดาออกแบบเพิ่งคว้ารางวัลกรมธรรม์ดีเด่นจากสมาคมประกันชีวิตมาได้สดๆ ร้อนๆ และตอนนี้เธอก็มุ่งมั่นกับการออกแบบกรมธรรม์อันใหม่เพื่อคว้ารางวัลเป็นปีที่สองติดต่อกันให้ได้
ที่จริงวันนี้ณดาควรจะได้ทำงานที่ออฟฟิศในกรุงเทพฯ แต่เปรมชัย หัวหน้าของณดากลับสั่งให้เธอมาร่วมงานสัมมนาการท่องเที่ยวที่เกาะสมุย ณดาไม่เข้าใจเลยว่างานสัมมนานี้มีประโยชน์กับงานที่เธอทำตรงไหน แต่เปรมชัยบอกว่าคนทำอาชีพแอคชัวรีควรจะรู้จักหาคอนเน็กชันเอาไว้บ้าง
คอนเน็กชันกับผีน่ะสิ!
ณดาไม่ชอบเดินทางไปไหนเพราะมันคือการเพิ่มความเสี่ยงโดยไม่จำเป็น สิ่งที่ณดาโมโหที่สุดคือการที่เปรมชัยส่งเธอมาสมุยในช่วงฤดูฝนแบบนี้ ตัวเองทำงานประกันแท้ๆ ไม่รู้เลยหรือไงว่าการเดินทางตอนฝนตกมีโอกาสเกิดอุบัติเหตุสูงกว่าช่วงเวลาปกติถึง 34% ณดากังวลกับเรื่องนี้จนต้องเช็กสภาพอากาศซ้ำแล้วซ้ำอีก
ณดาทำงานไปได้สักพัก เสียงโทรศัพท์ในห้องก็ดังขึ้น
“คุณณดาคะ รถตู้ที่นัดไว้มาถึงแล้วค่ะ” เสียงหวานๆ ของพนักงานโรงแรมดังมาจากปลายสาย
“ได้ค่ะ เดี๋ยวสักครู่ลงไปนะคะ” หญิงสาวถอดแว่นวางลงบนโต๊ะพลางจ้องมองงานที่ทำค้างอยู่ด้วยความเสียดาย ถ้ามีเวลามากกว่านี้อีกสักหน่อย เธอน่าจะทำตารางคำนวณแผ่นนี้ได้เสร็จพอดี
ณดากดลิฟต์ลงมาที่ชั้นหนึ่ง ช่วงโลว์ซีซันแบบนี้มีนักท่องเที่ยวไม่มากนักจึงมีคนอยู่ในล็อบบีแค่เพียงประปราย หญิงสาวมองเห็นรถตู้สีดำจอดรออยู่ที่จุดรับส่ง เธอเดินตรงปรี่ไปดูชื่อรุ่นรถแล้วเช็กข้อมูลในมือถือ ก่อนจะเดินสำรวจรถรอบคันอย่างละเอียดถี่ถ้วน
รถตู้รุ่นนี้อายุการใช้งานน่าจะยังไม่ถึงสี่ปี ดูจากภายนอกไม่มีรอยบุบตรงไหน คงไม่เคยผ่านอุบัติเหตุครั้งใหญ่มาก่อน ฟังเสียงเครื่องยนต์ก็รื่นหูดี ไม่มีอะไรติดขัด คนขับน่าจะดูแลเครื่องยนต์เป็นอย่างดี
“มีอะไรหรือเปล่าครับ” คนขับรถที่ยืนรออยู่ข้างๆ ถามณดาเมื่อเห็นว่าเธอไม่ยอมขึ้นรถสักที
ณดาไม่ตอบอะไรแต่ใช้สายตาเพ่งพินิจชายตรงหน้า เขาเป็นชายวัยกลางคนผิวสีคล้ำแดด ท่าทางสุภาพเรียบร้อย ณดาเดินเข้าประชิดตัวชายแปลกหน้าพลางทำจมูกฟุดฟิดคล้ายสุนัขตำรวจที่กำลังตรวจจับยาเสพติดในสนามบิน
ท่าทางเรียบร้อยดี ไม่มีกลิ่นเหล้า ถือว่าผ่าน
“เอ่อ มีอะไรให้ผมช่วยหรือเปล่าครับ” คนขับรถถามซ้ำอีกครั้งด้วยสีหน้ากังวล
“ไม่มีอะไรค่ะ” ณดาตอบกลับไปสั้นๆ
คนขับรถยิ้มเจื่อนก่อนจะค้อมหัวให้ณดาแล้วเปิดประตูรถให้ รถตู้รับจ้างประเภทนี้มักจะต้องเวียนไปรับแขกตามโรงแรมต่างๆ ตอนที่ณดาขึ้นรถ มีผู้โดยสารอีกสองคนนั่งอยู่ก่อนแล้ว ดูจากตำแหน่งที่นั่งและท่าทีที่ห่างเหิน ทั้งคู่น่าจะไม่ได้มาด้วยกัน
ชายหนุ่มที่นั่งอยู่เบาะแถวกลางหันมายิ้มให้ณดา ในขณะที่หญิงสาวที่เบาะหน้ายังวุ่นอยู่กับการคุยโทรศัพท์มือถือและดูแท็บเล็ตในมือไปด้วย ทั้งคู่น่าจะอยู่ในช่วงวัยสามสิบต้นๆ ใกล้เคียงกับณดา หญิงสาวเดินเข้าไปนั่งที่เบาะแถวหลังของรถตู้ที่ยังว่างอยู่
ทันทีที่ขึ้นรถ ความกังวลใจก็เริ่มก่อตัวขึ้นอีกครั้ง จู่ๆ ท้องฟ้าสดใสเมื่อครู่ก็หายวับไปอย่างไร้ร่องรอย แล้วเมฆสีเทาก้อนใหญ่ก็ปรากฏกายขึ้นมาแทนที่ ณดาเปิดแอปพลิเคชันพยากรณ์อากาศอีกครั้ง ตอนนี้รูปพระอาทิตย์สีส้มเปลี่ยนไปเป็นรูปก้อนเมฆสีเทาที่มีละอองฝนเล็กๆ เกาะอยู่ด้านล่างเรียบร้อยแล้ว
ไอ้แอปทรยศ เมื่อกี้ยังบอกว่าอากาศแจ่มใสอยู่เลย โกหกกันเห็นๆ
แล้วฝนก็เริ่มลงเม็ดในตอนที่รถตู้ออกจากโรงแรมพอดี
ใจเย็นไว้ณดา มันก็แค่ฝนตก ไม่ได้มีอะไรน่ากลัวสักหน่อย ณดาพูดกับตัวเองซ้ำๆ เพื่อขับไล่ความคิดฟุ้งซ่านในหัวออกไป ณดามองสำรวจภายในรถอีกครั้ง ตอนนี้ผู้โดยสารหญิงวางโทรศัพท์แล้วแต่ก็ยังวุ่นอยู่กับการดูข้อมูลในแท็บเล็ต ผิดกับผู้โดยสารชายที่นั่งเอนหลังมองวิวนอกหน้าต่างอย่างสบายอารมณ์
ตั้งแต่มาทำงานด้านประกัน ณดาก็ชอบสังเกตผู้คนจนเป็นนิสัย เธอสนุกกับการเฝ้าดูพฤติกรรมมนุษย์ที่พบเจอในชีวิตประจำวันพลางคิดวิเคราะห์ว่าเขาคนนั้นเหมาะกับกรมธรรม์ประเภทไหน ยังไงตอนนี้ณดาก็ไม่มีอะไรทำอยู่แล้ว การนั่งสังเกตผู้โดยสารคนอื่นก็เป็นการฆ่าเวลาที่ไม่เลวเหมือนกัน
เริ่มจากชายหนุ่มกันก่อน ใบหน้าคมเข้มของเขาเข้ากันได้ดีกับผิวสีแทนที่น่าจะเกิดจากการใช้ชีวิตกลางแจ้งเป็นประจำ เขาสวมเสื้อยืดสีเทาทับด้วยเสื้อแจ็กเก็ตยีนส์สีน้ำเงินเข้ม ดูจากบุคลิกและการแต่งกายแล้ว ชายหนุ่มคนนี้คงเป็นคนชอบการผจญภัย น่าจะเหมาะกับกรมธรรม์ที่เน้นเรื่องการประกันอุบัติเหตุ
มาที่หญิงสาวกันบ้าง เธอใส่ชุดสูทสีเทาเข้มที่เข้ารูปพอดี ไว้ผมบ๊อบตรงยาวประบ่า เธอมีผิวขาวละเอียดในแบบที่ณดานึกอิจฉา ดวงตาหรี่เล็กแบบสาวหมวยจ้องเขม็งไปที่แท็บเล็ตตรงหน้าอย่างไม่วางตา ดูแล้วน่าจะเป็นสาวแนวเวิร์กกิงวูแมน คนแบบนี้เหมาะกับกรมธรรม์ที่เน้นการลงทุนแบบความเสี่ยงสูง
ระหว่างที่คิดอยู่เพลินๆ โทรศัพท์ในกระเป๋าถือของณดาก็เริ่มสั่น พอเห็นคำว่า ‘แม่’ บนหน้าจอ ณดาก็ระบายลมหายใจยาวออกมา ปกติแม่ก็โทร.มาหาณดาทุกวันอยู่แล้วแต่พอรู้ว่าณดามาต่างจังหวัดก็ยิ่งเพิ่มความถี่ในการโทร.เป็นพิเศษจนบางทีเธอก็รู้สึกหงุดหงิด
เดี๋ยวไว้จบจากสัมมนาค่อยโทรกลับก็แล้วกัน ณดาหย่อนโทรศัพท์กลับลงไปในกระเป๋า
ในตอนนั้นเองที่ณดารู้สึกได้ถึงความผิดปกติบางอย่าง หญิงสาวใจหายวูบเมื่อเหลือบมองไปที่กระจกส่องหลังและเห็นเงาสะท้อนของรถสิบล้อคันหนึ่งที่แล่นฝ่าสายฝนมาจากด้านหลังด้วยความเร็วที่ผิดปกติ
โครม!
รถสิบล้อคันนั้นขับชนท้ายรถตู้เเต็มแรง แรงกระแทกทำให้รถตู้สั่นสะเทือนไปทั้งคัน มือถือและแท็บเล็ตของหญิงสาวในชุดสูทหลุดกระเด็นไปชนกระจกรถจนแตกร้าว แม้แต่ชายหนุ่มในเสื้อยีนส์ก็หันกลับมามองด้วยสีหน้าตกใจ
คนขับพยายามประคองพวงมาลัยเอาไว้ แต่รถบรรทุกกลับพุ่งเข้าชนรถตู้อีกเป็นครั้งที่สอง แรงอัดที่หนักหน่วงกว่าเดิมบวกกับความลื่นของพื้นถนนเปียกฝนทำให้รถตู้หมุนเคว้งก่อนจะไถลออกนอกเส้นทาง ทุกอย่างเกิดขึ้นเร็วมากจนจิตสำนึกของณดาไม่อาจรับรู้เหตุการณ์ตรงหน้าได้ทัน
สิ่งสุดท้ายที่เข้ามากระทบโสตสัมผัสของณดาคือเสียงล้อเบียดพื้นถนนตามด้วยเสียงกระแทกดังสนั่น
แล้วโลกทั้งใบของณดาก็ดับวูบลงไปในวินาทีนั้น







