ฤดูร้อนเป็นของเขา ฤดูหนาวเป็นของเธอ บทที่ 6 : ลูกค้าวีไอพี

โดย : วิตต ตุลยธัญ

Loading

เมื่อความตายไม่ใช่จุดจบ แต่คือจุดเริ่มต้นของการแชร์ร่าง! ‘ณดา’ ต้องรับภารกิจเป็นร่างทรงไทม์แชร์ให้สองวิญญาณข้ามฤดูหนาวและฤดูร้อน ในนวนิยายแฟนตาซี-ฟีลกู๊ด ‘ฤดูร้อนเป็นของเขา ฤดูหนาวเป็นของเธอ’ โดย วิตต ตุลยธัญ อ่านเลย

เผลอแป๊บเดียว ณดาก็ทำงานที่บ้านชมดาวมาได้เกือบหนึ่งเดือนแล้ว

อากาศที่เชียงดาวในช่วงเดือนธันวาคมเย็นฉ่ำเหมือนติดแอร์ ภาพที่ณดาเห็นจนชินตาในทุกเช้าคือหมอกบางที่คลอเคลียอยู่บนไหล่เขา พอแดดออก อากาศจะอบอุ่นขึ้นเล็กน้อยแต่ก็ยังเย็นสบายตลอดทั้งวัน

ณดารู้สึกสนุกกับงานที่โรงแรมมากกว่าที่ตัวเองคิด คิรินมอบหมายให้ณดาทำงานฟรอนต์ออฟฟิศซึ่งเปรียบเสมือนปราการด่านแรกของโรงแรม หน้าที่ของณดาคือการช่วยดูแลแขกในการเช็กอิน เช็กเอาต์ จัดการข้อมูลการจอง ตอบคำถาม ให้ความช่วยเหลือแขก จัดทำรายงานประจำวันและอีกสารพัด

งานหน้าฟรอนต์ไม่ต้องใช้สมการซับซ้อนเหมือนงานคณิตศาสตร์ประกันภัยแต่ ‘ตัวแปร’ ที่จัดการได้ยากยิ่งกว่าสำหรับณดาก็คือ…มนุษย์ โดยเฉพาะแขกเจ้าปัญหาทั้งหลายที่มีเรื่องปวดหัวมาให้ณดาไม่เว้นแต่ละวัน เมื่อไหร่ที่ต้องรับมือกับลูกค้ายากๆ อวัศยาจะเข้าร่างณดาเพื่อแก้ปัญหาให้ทุกครั้ง

บ่ายวันหนึ่งที่ณดากำลังตอบอีเมลลูกค้าที่ออฟฟิศด้านหลัง หญิงสาวได้ยินเสียงโวยวายดังมาจากเคาน์เตอร์ด้านหน้า ณดารีบวิ่งออกมาและพบแขกวัยกลางคนในชุดเสื้อฮาวายที่กำลังยืนตะคอกใส่ฝ้ายอยู่

“นี่พวกคุณทำงานกันภาษาอะไร”

ฝ้ายกดคอมพิวเตอร์และเพ่งมองหน้าจอด้วยสีหน้าเคร่งเครียด ข้างหน้าเคาน์เตอร์ยังมีอีกครอบครัวหนึ่งยืนรออยู่ พวกเขามาด้วยกันสามคน หนึ่งในนั้นเป็นชายชราในรถเข็น

“เดี๋ยวฉันจัดการเอง” อวัศยาเอ่ยขึ้นแล้วรีบเข้าร่างณดาโดยไม่รอคำตอบ

“มีอะไรหรือเปล่าฝ้าย” อวัศยาเอ่ยถามพนักงานสาว

“เหมือนระบบจะมีปัญหาค่ะ เลยมีบุกกิงของลูกค้าสองรายซ้อนกัน วันนี้ไม่มีห้องเหลือแล้วด้วย”

อวัศยาหันไปยิ้มให้ครอบครัวหน้าเคาน์เตอร์ พวกเขาดูท่าทางใจเย็นผิดกับชายในเสื้อฮาวายอย่างสิ้นเชิง ข้างตัวชายชราในรถเข็นคือหญิงชราหน้าตาใจดีที่น่าจะเป็นภรรยาของเขา ส่วนอีกคนน่าจะเป็นลูกสาวที่หน้าตาถอดแบบจากแม่อย่างไม่ผิดเพี้ยน

“ให้คุณเขาเข้าพักเถอะ” ชายชราบนรถเข็นพูดขึ้นอย่างสุภาพ

ชายเสื้อฮาวายหันขวับมามองหน้าชายชราเหมือนไม่เชื่อหูตัวเอง “คุณแน่ใจนะ”

ชายชรายิ้มแล้วพยักหน้าให้ชายในเสื้อฮาวาย แต่ลูกสาวที่อยู่ข้างหลังมีท่าทีไม่พอใจเท่าไรนัก

หลังจากที่จัดการกับลูกค้าจอมโวยจนเรียบร้อย อวัศยาก็หันกลับมาขอโทษชายในรถเข็นอีกครั้ง

“ทางเราต้องขอโทษด้วยจริงๆ นะคะคุณธนา”

ชายชราทำหน้าแปลกใจก่อนจะยิ้มออกมา “หนูรู้จักชื่อฉันด้วยเหรอ นี่เราเคยเจอกันมาก่อนหรือเปล่า”

“ยังไม่เคยค่ะ” เหมือนอวัศยาจะเพิ่งนึกได้ว่าตอนนี้เธออยู่ในร่างณดา “แต่หนูพอจะรู้มาว่าคุณธนาเป็นลูกค้าประจำของเราค่ะ”

“พ่อไม่น่าให้ห้องลุงนั่นไปเลย เราจองมาแล้วแท้ๆ” ลูกสาวพูดขึ้นด้วยท่าทางหงุดหงิด

“ไม่เป็นไรน่าพิม นี่เราก็ได้มาบ้านชมดาวแล้วไง” คนเป็นแม่ปรามลูกสาวบ้าง

อวัศยานิ่งไปพักใหญ่เหมือนกำลังคิดอะไรอยู่ก่อนจะพูดออกมาอีกครั้ง “ที่จริงหนูอาจจะพอหาห้องให้ได้นะคะ คุณธนาพอจะรอสักประมาณครึ่งชั่วโมงได้มั้ยคะ ไม่ใช่สิ แค่ยี่สิบนาทีก็พอค่ะ”

“หนูพูดจริงหรือเปล่า” ชายชราดูท่าทางดีใจอย่างเห็นได้ชัด “ได้สิ แค่ยี่สิบนาทีสบายอยู่แล้ว”

 

สามนาทีต่อมา อวัศยาก็พาร่างณดากลับมาที่ห้องพักของตัวเองอีกครั้ง

ทันทีที่เดินเข้าห้อง ดวงวิญญาณสาวก็เริ่มแพ็กสิ่งของลงในกระเป๋าโดยไม่อธิบายอะไร

(นี่เธอกำลังคิดจะทำอะไรน่ะ อย่าบอกนะว่า…) ณดาถามอวัศยาในความคิด

(ก็ใช่น่ะสิ เราจะยกห้องนี้ให้ลูกค้าไง) อวัศยาตอบสั้นๆ ก่อนจะยกหูโทรศัพท์กดเบอร์ภายในของหัวหน้าแม่บ้าน “พี่นุชคะ เดี๋ยวพี่ช่วยพาน้องๆ มาเก็บของกับทำความสะอาดห้องหนูหน่อยนะคะ”

ห้องพักของณดาในตอนนี้คือห้องเก่าของอวัศยานั่นเอง ที่จริงห้องนี้สวยไม่แพ้ห้องไหนในโรงแรมเลยติดก็แค่สัมภารก…เอ๊ย…สัมภาระเก่าๆ ของอวัศยาที่กระจัดกระจายอยู่ทั่วห้อง ณดาเคยขอให้อวัศยาจัดห้องมาแล้วหลายครั้งแต่ดวงวิญญาณสาวอ้างว่าการเปลี่ยนที่วางของใหม่จะทำให้ระบบความคิดของเธอสับสน สรุปได้ว่าของทุกอย่างต้องอยู่ที่เดิม ห้ามเคลื่อนย้ายเป็นอันขาด

การที่อวัศยาลุกขึ้นมาเคลียร์ห้องแบบกะทันหันอย่างนี้จึงทำให้ณดารู้สึกแปลกใจไม่น้อย

(คืนนี้เราลองไปนอนที่ วิลล่า เดอ นัวร์ กันมั้ยล่ะ จะได้ไปสำรวจคู่แข่งกันด้วย) ณดาเสนอไอเดีย

(ไม่มีทางหรอก เธอไม่รู้หรือไงว่าฉันเกลียดนายศรุต เจ้าของโรงแรมนั่นแค่ไหน) อวัศยาโพล่งออกมาด้วยความโกรธจนณดาตกใจ

ณดาเคยได้ยินเรื่องความขัดแย้งระหว่างสองโรงแรมจากฝ้ายมาบ้าง แต่ถึงวันนี้ณดาก็ยังไม่เข้าใจว่าทำไมอวัศยาถึงได้เกลียดโรงแรม วิลลา เดอ นัวร์ มากขนาดนั้น

(แล้วเราจะไปนอนที่ไหนกันล่ะ)

อวัศยาไม่ตอบอะไรแต่เดินไปเปิดตู้เก็บของแล้วหยิบกระเป๋าใบใหญ่รูปร่างยาวมาวางไว้บนเตียง

เต็นท์อย่างนั้นเหรอ ณดามองกระเป๋าตรงหน้าด้วยความแปลกใจ

อีกสิบนาทีต่อมา ณดาก็มาอยู่หน้าพวงมาลัยรถ โดยมีอวัศยาเป็นดวงวิญญาณจีพีเอสบอกทางอยู่ตรงที่นั่งข้างคนขับและมีรวีนั่งอยู่ที่เบาะหลัง

“นี่เราจะไปไหนกันน่ะ” รวีโผล่หน้ามาถามอวัศยาที่เบาะหน้า

“เดี๋ยวไปถึงก็รู้เองนั่นแหละ” อวัศยาตอบด้วยเสียงรำคาญ

“คุณธนานี่เขาเป็นลูกค้าวีไอพีเหรอ คุณถึงต้องยกห้องตัวเองให้ไปแบบนั้น” ณดาถามบ้าง

“มันก็ขึ้นอยู่ที่ว่าเธอนิยามคำว่าวีไอพียังไง” อวัศยาอธิบาย “ถ้าพูดถึงเรื่องเงิน เขาก็ไม่ใช่ลูกค้าที่จ่ายหนักอะไรขนาดนั้นหรอก แต่เขาเป็นลูกค้าประจำที่มาที่นี่ทุกปีแล้วเขาก็รักโรงแรมเรามาก แล้วอีกอย่างนะ…”

อวัศยาถอนหายใจยาวก่อนจะพูดต่อ “เมื่อประมาณสักสองสามเดือนก่อน ฉันไปหาหมอที่กรุงเทพแล้วบังเอิญเจอคุณธนากับครอบครัวที่โรงพยาบาล ภรรยาคุณธนาบอกว่าสามีเพิ่งตรวจพบมะเร็งที่ปอด น่าจะเป็นระยะท้ายๆ แล้ว ถ้าเป็นไปได้ พวกเขาก็อยากมาพักผ่อนที่บ้านชมดาวอีกครั้งก่อนที่คุณธนาจะเริ่มรักษาตัว ซึ่งก็น่าจะเป็นทริปนี้นี่แหละ”

“แล้วก็ดันมาเจอแจ็กพ็อตพอดี” รวีเสริม

“ก็ใช่น่ะสิ บางทีนี่อาจจะเป็นทริปสุดท้ายที่พวกเขาได้มาเที่ยวด้วยกันทั้งครอบครัวก็ได้ คราวที่แล้วที่เจอกัน คุณธนายังดูแข็งแรงอยู่เลย พอเห็นเขานั่งรถเข็นมาแบบนี้แล้วฉันรู้สึกใจหายยังไงก็ไม่รู้” อวัศยาทำหน้าเศร้าเหมือนจะร้องไห้ เห็นอวัศยาเป็นคนเข้มแข็งอย่างนี้แต่เอาเข้าจริงแล้วเธอก็เป็นคนที่จิตใจอ่อนโยนไม่น้อยเหมือนกัน

“นั่นไงถึงแล้ว เดี๋ยวเธอเลี้ยวซ้ายเข้าไปตรงถนนเล็กๆ ด้านหน้านี้เลยนะ”

ณดาจอดรถตรงลานจอดรถด้านหน้า อวัศยาเดินนำทางพาณดาและรวีเข้าไปในลานโล่งกว้างใหญ่แห่งหนึ่ง ณดาหยุดนิ่งชั่วครู่เพื่อซึมซับบรรยากาศตรงหน้าก่อนจะสูดลมหายใจลึก

หญิงสาวรู้สึกได้ถึงความปลอดโปร่งที่เธอไม่ได้สัมผัสมานานแสนนานเหลือเกิน

 



Don`t copy text!