ฤดูร้อนเป็นของเขา ฤดูหนาวเป็นของเธอ บทที่ 20 : ศิลปินน้อย

ฤดูร้อนเป็นของเขา ฤดูหนาวเป็นของเธอ บทที่ 20 : ศิลปินน้อย

โดย : วิตต ตุลยธัญ

Loading

เมื่อความตายไม่ใช่จุดจบ แต่คือจุดเริ่มต้นของการแชร์ร่าง! ‘ณดา’ ต้องรับภารกิจเป็นร่างทรงไทม์แชร์ให้สองวิญญาณข้ามฤดูหนาวและฤดูร้อน ในนวนิยายแฟนตาซี-ฟีลกู๊ด ‘ฤดูร้อนเป็นของเขา ฤดูหนาวเป็นของเธอ’ โดย วิตต ตุลยธัญ อ่านเลย

ผัดสะตอกะปิกุ้งสดฝีมือณดาถูกจัดวางบนโต๊ะอาหารอย่างสวยงามพร้อมกับข้าวสวยร้อนๆ และกับข้าวอีกสามอย่างที่เย็นเป็นคนเตรียมเอาไว้ แต่คนที่รวีอยากให้ทานอาหารจานนี้มากที่สุดกลับไม่อยู่ที่โต๊ะ

“หนูเจนไปไหนล่ะ ทำไมไม่มากินข้าวด้วยกัน” ป้านวลเอ่ยถามขึ้น

“ช่วงนี้แกอารมณ์ศิลปินน่ะค่ะ ตอนนี้คงไปนั่งวาดรูปอยู่ที่ไหนสักที่ในสวนนี่แหละค่ะ” ศศิธรตอบ

“งั้นเดี๋ยวหนูไปตามให้เองค่ะ” ณดาอาสา

ณดาเดินไปทั่วสวนและพบว่าเด็กหญิงกำลังนั่งวาดรูปอยู่ที่ศาลาเล็กหลังหนึ่ง เด็กหญิงดูจริงจังกับภาพวาดตรงหน้าราวกับเป็นศิลปินตัวน้อยๆ เมื่อเห็นอย่างนั้น ณดาจึงตัดสินใจเดินกลับไปหยิบอุปกรณ์สีน้ำที่ห้องพักแล้วเดินกลับมาหาเจนอีกครั้ง

เด็กหญิงกำลังวาดรูปต้นมะพร้าวด้วยสีไม้ เป็นภาพวาดการ์ตูนแบบเด็กๆ แต่ดูน่ารักมีสไตล์เป็นของตัวเอง ณดาเดินเข้าไปนั่งข้างเด็กหญิงเงียบๆ ก่อนจะหยิบอุปกรณ์วาดรูปของตัวเองออกมา เจนหันมามองด้วยหางตาแล้วทำหน้าบึ้งตึง ไม่พูดอะไร

ณดาเริ่มวาดภาพต้นมะพร้าวด้วยสีน้ำ หลังจากวาดไปสักพัก เจณิสตาก็เริ่มหันมามองณดาเป็นระยะ จากตอนแรกที่แกล้งทำเป็นไม่สนใจก็ค่อยๆ หันมามองอย่างตั้งอกตั้งใจ

ณดายื่นพู่กันกับกระดาษในมือให้เด็กหญิง “อยากลองใช้สีน้ำดูบ้างมั้ยจ๊ะ”

เจณิสตาหันมามองหน้าณดาด้วยสีหน้าลังเล

“หนูวาดสีน้ำไม่เป็นค่ะ”

“ให้น้าสอนให้เอามั้ยล่ะ”

ณดาหยิบกระดานวาดรูปพลาสติกใสอีกอันขึ้นมา เอาฟองน้ำชุบกระดาษจนเปียกแล้วเอาผ้าเช็ดให้หมาด ก่อนจะค่อยๆ วางลงไปบนกระดาน หญิงสาวยื่นกระดานให้เด็กหญิงพร้อมกับพู่กัน

เจณิสตาถือพู่กันอย่างเก้ๆ กังๆ ขณะที่สายตาจับจ้องกระดานวาดรูปตรงหน้า “หนูอยากวาดวิวตรงหน้านี้ค่ะ หนูควรจะวาดอะไรก่อนดีคะ” เด็กหญิงถามด้วยน้ำเสียงไม่มั่นใจ

ณดายิ้มก่อนจะค่อย ๆ เอื้อมมือไปแตะพู่กันในแก้วน้ำ “เริ่มจากท้องฟ้าก่อนดีมั้ยจ๊ะ”

ณดาวาดรูปท้องฟ้าในกระดาษของตัวเอง

“โห สวยจัง เหมือนท้องฟ้าจริงๆ เลย” เด็กหญิงอ้าปากกว้าง ดวงตาเป็นประกาย “เราวาดสีน้ำบนกระดาษเปียกๆ แบบนี้ได้เลยเหรอคะ”

“วาดสีน้ำมันมีเทคนิคอยู่หลายแบบจ้ะ เทคนิคแบบนี้เรียกว่า Wet-on-Wet ทาน้ำสะอาดลงไปก่อนแล้วค่อยๆ แต้มสีลงไป ปล่อยให้สีไหลเองไปตามธรรมชาติ”

“ทำแบบนี้แล้วเหมือนสีมีชีวิตเป็นของตัวเองเลยนะคะ” เด็กหญิงยิ้มกว้าง

“ใช่จ้ะ หนูลองดูสิจ๊ะ”

เจณิสตาพยักหน้าแล้วค่อยๆ แตะพู่กันลงในสีน้ำสีฟ้า มือของเด็กหญิงยังสั่นนิดๆ แต่แววตาเต็มเปี่ยมไปด้วยความตั้งใจ น้ำและสีค่อยๆ แผ่ซึมบนกระดาษ สีฟ้าอ่อนกลายเป็นโค้งของท้องฟ้าและตรงมุมหนึ่งเริ่มกลายเป็นเงาเมฆ เด็กหญิงมองภาพตรงหน้าด้วยสีหน้าพึงพอใจ

“สวยมากเลยจ้ะ” ณดาชมเด็กหญิง “เห็นไหม ว่าสีมันพาเราไปเอง”

“จริงค่ะ หนูชอบแบบนี้จัง”

“หนูชอบวาดรูปเหรอจ๊ะ” ณดาชวนคุย

“ค่ะ หนูชอบวาดรูปตั้งแต่เด็กแล้ว แต่แม่ชอบบอกว่าวาดรูปเล่นมันไม่มีประโยชน์ เอาเวลาไปตั้งใจเรียนดีกว่า” เด็กหญิงเล่าด้วยสีหน้าไม่สบอารมณ์

ณดาก้มมองภาพท้องฟ้าสีสันสดใสในแผ่นกระดาษของเด็กหญิง เจณิสตากำลังใช้พู่กันเล็กแต่งแต้มต้นมะพร้าวลงไป เป็นต้นมะพร้าวไร้เดียงสาที่ไม่เหมือนจริงแต่เต็มเปี่ยมไปด้วยชีวิตชีวา หญิงสาวมองเห็นประกายสดใสในดวงตาของเด็กหญิง

“หนูขอโทษนะคะ” เจณิสตาเอ่ยขึ้น

“ขอโทษอะไรจ๊ะ”

เด็กหญิงวางพู่กันลงแล้วหันมามองหน้าณดา “ก็ขอโทษที่หนูทำตัวแย่ๆ กับคุณน้าไงคะ”

“ไม่เป็นไรเลยจ้ะ” ณดายิ้มให้เด็กหญิง

“หนูคิดถึงพ่อค่ะ” เจณิสตาพูดเสียงสั่นเหมือนจะร้องไห้ “ถ้าพ่อยังอยู่ คงเข้าใจหนูมากกว่านี้ หนูรู้สึกว่าไม่มีใครเข้าใจหนูเลย โดยเฉพาะแม่”

ณดาหันไปมองหน้าเด็กหญิง แววตาไร้เดียงสาฉายแววเศร้าออกมาอย่างเห็นได้ชัด

“น้าว่าแม่ก็รักหนูไม่ต่างจากพ่อเหมือนกันนั่นแหละจ้ะ คนแต่ละคนก็มีวิธีแสดงความรักที่ไม่เหมือนกันนะจ๊ะ” ณดาปลอบใจเด็กหญิง “หนูรู้มั้ยว่าพ่อพี่ก็เสียไปตอนเด็กๆ เหมือนกัน”

เด็กหญิงเลิกคิ้วขึ้น “จริงเหรอคะ”

“จริงสิจ๊ะ แต่หนูรู้มั้ยว่า พ่อหนูไม่ได้ไปไหนหรอก เขาก็ยังอยู่ดูแลหนูอยู่ตลอดนั่นแหละ”

“หมายถึง…ดูแลจากบนฟ้าอย่างนั้นเหรอคะ” เด็กหญิงถามด้วยแววตาใสซื่อ

“เอ่อ บางทีอาจจะอยู่ใกล้กว่านั้นก็ได้นะ” ณดาพูดพลางเหลือบไปมองรวีที่ยืนอยู่ใกล้ๆ

จู่ๆ เด็กหญิงก็โผเข้ากอดณดา แล้วน้ำตาก็พรั่งพรูออกมาอาบทั้งสองแก้ม

“เข้ามาสิ” ณดากระซิบบอกดวงวิญญาณหนุ่มเบาๆ ระหว่างที่เจณิสตาอยู่ในอ้อมกอดของเธอ

ทันทีที่ดวงวิญญาณหนุ่มเข้ามาในร่าง ณดาก็รู้สึกเหมือนมีก้อนอะไรบางอย่างจุกอยู่ที่คอ แล้วน้ำตาของเธอก็ค่อยๆ ไหลรินออกมา

แสงแดดยามเย็นอาบสวนมะพร้าวจนกลายเป็นสีส้มทอง เด็กหญิงกอดณดาเอาไว้แน่นราวกับรู้ว่าดวงวิญญาณของพ่ออยู่ในร่างของหญิงสาวตรงหน้า

“ขอบคุณนะคะ ตอนนี้หนูรู้สึกดีขึ้นแล้วค่ะ” เด็กหญิงค่อยๆ คลายอ้อมกอดช้าๆ

“จ้ะ ขอบใจหนูเหมือนกันจ้ะ” ณดาใช้มือปาดน้ำตาบนใบหน้าของตัวเอง หญิงสาวไม่แน่ใจเหมือนกันว่ามันคือน้ำตาของรวี หรือน้ำตาของตัวเองกันแน่

 



Don`t copy text!