ฤดูร้อนเป็นของเขา ฤดูหนาวเป็นของเธอ บทที่ 25 : ภารกิจสุดท้าย

ฤดูร้อนเป็นของเขา ฤดูหนาวเป็นของเธอ บทที่ 25 : ภารกิจสุดท้าย

โดย : วิตต ตุลยธัญ

Loading

เมื่อความตายไม่ใช่จุดจบ แต่คือจุดเริ่มต้นของการแชร์ร่าง! ‘ณดา’ ต้องรับภารกิจเป็นร่างทรงไทม์แชร์ให้สองวิญญาณข้ามฤดูหนาวและฤดูร้อน ในนวนิยายแฟนตาซี-ฟีลกู๊ด ‘ฤดูร้อนเป็นของเขา ฤดูหนาวเป็นของเธอ’ โดย วิตต ตุลยธัญ อ่านเลย

“เธอจะบอกว่ามันไม่ใช่อุบัติเหตุ…อย่างนั้นเหรอ”

อวัศยาเอ่ยขึ้นด้วยสีหน้าเคร่งเครียดหลังจากที่ณดาเล่าสมมติฐานของตัวเองให้ฟัง

“ที่จริงมันก็ยังเป็นแค่ทฤษฎีนะ” ณดาอธิบาย “เธอว่ามันไม่บังเอิญไปหน่อยเหรอที่แพ็กเกจประกันชีวิตที่รวีซื้อดันเป็นอันที่ฉันออกแบบพอดี แล้วก็เป็นอันที่มีปัญหาด้วย แถมยังมีเรื่องคุณชัชชลอะไรนั่นอีก”

พูดจบณดาก็เริ่มเขียนมายด์แม็ปลงบนไวต์บอร์ด เธอมักจะใช้วิธีการนี้เป็นประจำเวลาที่ต้องใช้ความคิดกับเรื่องยากๆ

หญิงสาวใช้ปากกาเมจิกสีแดงวาดวงกลมวงใหญ่ที่กลางกระดานแล้วเขียนคำว่า ‘อุบัติเหตุที่สมุย’ ที่กลางวง จากนั้นก็โยงเส้นสายต่างๆ จากวงกลมเหมือนรากต้นไม้ที่แตกแขนงออกไปทั้งข้อมูลของรวี อวัศยา ศศิธร ชัชชล และตัวณดาเอง รวมไปถึงจุดเชื่อมโยงสำคัญอย่างเงินประกันและหลักฐานต่างๆ ที่ต้องตรวจสอบเพิ่มเติม

“ผมไม่คิดว่าศศิธรจะทำอะไรแบบนี้ได้หรอกนะ” รวียืนยันความเชื่อของตัวเองเป็นรอบที่สิบ

“ฉันเข้าใจนายนะ แต่ว่าตอนนี้เราต้องคิดถึงความเป็นไปได้ทุกอย่างเอาไว้ก่อน” ณดาหันไปพูดกับรวีด้วยสายตาเข้าอกเข้าใจ “คำถามแรกก็คือพวกนายสองคนไปทำอะไรที่สมุยในวันนั้น”

“ไปงานสัมมนา” ดวงวิญญาณทั้งสองพูดขึ้นแทบจะพร้อมกัน

“คุณพูดก่อนก็แล้วกัน” รวีหันไปบอกอวัศยา

“มีคนติดต่อฉันมาว่าอยากให้เข้าร่วมงานสัมมนา ‘การท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์’ ที่สมุย บอกว่าจะออกค่าเดินทางและค่าที่พักให้ เขาบอกว่า บ้านชมดาวเป็นโรงแรมที่ได้รับเลือกให้เป็นตัวแทนของเชียงดาวน่ะ”

“ของผมก็เหมือนกัน เขาบอกว่า โคโค่วิลล์ได้รับเลือกให้เป็นตัวแทนของชุมพร”

“แล้วเธอล่ะ” อวัศยาหันมาถามณดาบ้าง

“ฉันก็ไปงานสัมมนางานเดียวกันนั่นแหละ แต่ว่าเจ้านายเป็นคนส่งฉันไปน่ะ” มือของณดาสั่นเล็กน้อยตอนที่เขียนชื่อของเปรมชัยเพิ่มลงไปในมายด์แม็ป เธอรู้มาตลอดว่าเปรมชัยไม่ชอบเธอ แต่ความคิดที่ว่าเขาเกลียดเธอขนาดที่จะฆ่ากันได้ลงคอไม่เคยอยู่ในความคิดของหญิงสาวมาก่อน

“สรุปว่ามันคือแผนสมคบคิดเพื่อฆ่าพวกเราพร้อมกันทั้งสามคนสินะ” อวัศยาถอนหายใจแรงด้วยความโมโหขณะมองไปยังกระดาน “นี่พวกเราตายเพราะไอ้งานสัมมนาฟรีโง่ๆ นี่อย่างนั้นเหรอ”

ณดาเองก็ไม่อยากเชื่อเหมือนกัน แต่หลังจากที่เชื่อมโยงเรื่องต่างๆ เข้าด้วยกัน ทุกอย่างก็ดูสมเหตุสมผลขึ้นมา แผนการนี้คงสำเร็จลงด้วยดีถ้าณดาตายไปตั้งแต่ตอนนั้น ณดาเคยเข้าใจว่าเธอเจออุบัติเหตุหลายครั้งทั้งที่เชียงดาวและที่ชุมพรเพราะกำลังดวงตก แต่ที่จริงแล้วมีใครบางคนปองร้ายเธอมาตลอด แค่คิด…ณดาก็หายใจไม่ทั่วท้องขึ้นมาทันที

“ถ้าอย่างนั้นนี่ก็คือภารกิจสุดท้ายของคุณใช่มั้ย” รวีถามณดาด้วยสีหน้าเป็นห่วง “และมันก็คือเหตุผลที่เราสองคนยังไม่ได้ไปผุดไปเกิดสักที”

“ฉันคิดว่าอย่างนั้นนะ” ณดาพูดพลางถอนหายใจ ณดาเองก็อยากจะถามเรื่องนี้กับยมทูตเหมือนกัน แต่เขาก็ไม่ปรากฏตัวให้เห็นอีกเลยหลังจากที่นั่งรถมาส่งทุกคนที่ชุมพรแล้ว

“พวกเราเรียกคิรินมาช่วยด้วยดีไหม” อวัศยาออกความเห็น

“ช่วงนี้คุณคิรินเขาต้องไปพรีเซนต์งานที่ญี่ปุ่นน่ะสิ ยังไม่แน่ใจเลยว่าจะกลับมาเมื่อไหร่”

“แล้วทีนี้เราจะทำยังไงกันต่อดีล่ะ แจ้งตำรวจอย่างนั้นเหรอ” อวัศยาถามขึ้น

“แต่เรายังไม่มีหลักฐานอะไรเลยนะ” รวีออกความเห็น

ณดามองหน้าอวัศยากับรวีสลับกันไปมาอย่างใช้ความคิด

“ฉันว่ามันถึงเวลาแล้วละที่พวกเราต้องกลับไปที่สมุยกันอีกครั้ง”

 

แล้วณดาก็ได้กลับมาที่สมุยในฤดูฝนอีกครั้ง ฝนบางๆ ที่โปรยปรายลงมาจากท้องฟ้าสีเทาเข้มทำให้หัวใจของณดาหนักอึ้งระหว่างที่ขับรถ หญิงสาวหวนกลับไปนึกถึงอุบัติเหตุที่เกิดขึ้นในฤดูฝนที่แล้วอีกครั้ง ณดาไม่แน่ใจเหมือนกันว่าทำไมถึงเธอจึงถูกเลือกให้เป็นคนที่มีชีวิตรอด บางทีมันอาจจะเป็นเรื่องของบุญกรรม เป็นเรื่องของโชคชะตา หรืออาจเป็นแค่ความบังเอิญล้วนๆ ก็ได้

สิ่งเดียวที่ณดาแน่ใจก็คือ มันเป็นหน้าที่ของเธอในฐานะผู้รอดชีวิตเพียงคนเดียวที่จะต้องคืนความเป็นธรรมให้กับรวีและอวัศยาให้ได้ แล้วตอนนี้ดวงวิญญาณทั้งสองก็ไม่สามารถใช้ร่างของณดาได้อีกต่อไปแล้ว มีแต่ณดาคนเดียวเท่านั้นที่จะจัดการเรื่องนี้ได้

หลังจากสอบถามข้อมูลจากบริษัทที่จัดงานสัมมนา ทางบริษัทยืนยันว่าไม่มีการแจกตั๋วเครื่องบินและที่พักฟรีแต่อย่างใด ข้อมูลที่บันทึกไว้บอกเพียงว่ามีใครบางคนซื้อบัตรร่วมงานให้รวีและอวัศยาโดยจ่ายเป็นเงินสด ส่วนเบอร์โทรศัพท์ที่โทร.มาหาทั้งสองคนก็เป็นเบอร์ที่ไม่ได้ลงทะเบียน จึงไม่มีอะไรเชื่อมโยงไปถึงคนที่อยู่เบื้องหลังได้เลยแม้แต่อย่างเดียว

หลังจากเช็กอินที่โรงแรมเรียบร้อย ณดาก็รีบเดินทางไปยังจุดเกิดเหตุทันที

“เราจะเริ่มกันตรงไหนดีล่ะ เดินถามชาวบ้านไปเรื่อยๆ งั้นเหรอ” อวัศยาเดินไปก็บ่นไป

นั่นสินะ ณดาคิด การสืบสวนในชีวิตจริงมันไม่ได้เท่เหมือนในหนังเลย

ณดามองไปรอบๆ สิ่งแรกที่ปรากฏขึ้นในคลองสายตาคือร้านข้าวแกงที่อยู่ห่างจากจุดเกิดเหตุเล็กน้อย บางทีคนในร้านอาจจะเห็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นก็ได้ ณดาคิด แล้วอีกอย่างตอนนี้ก็เป็นเวลาอาหารเที่ยงพอดี ณดาจึงตัดสินใจเดินไปที่ร้านข้าวแกงและสั่งข้าวราดแกงส้มกับปลาสลิดทอดเพื่อเริ่มต้นการสืบสวน

ทันทีที่ตักข้าวแกงเข้าปาก ณดาก็คิดถึงแกงรสมือป้านวลขึ้นมาจับใจ ข้าวสวยที่นี่ทั้งแข็งและแห้ง แกงส้มก็เย็นชืดแถมรสชาติยังจืดสนิท ส่วนปลาสลิดก็แข็งจนเคี้ยวแทบไม่ลง

“จู่ๆ รถบรรทุกก็ขับมากระแทกรถตู้คันนั้นจนตกข้างทางไปเลย ป้านี่ตกใจจนทัพพีร่วงเลยละ” ถึงคุณป้าร้านข้าวแกงจะทำอาหารได้จืดชืด แต่เธอกลับเล่าเรื่องในวันนั้นให้ฟังได้อย่างออกรสออกชาติ

“แล้วหลังจากนั้นรถบรรทุกทำยังไงต่อคะ”

“พอชนแล้วมันก็ขับหนีไปเลย ป้าสายตาไม่ค่อยดีเลยมองป้ายทะเบียนรถไม่ทัน เห็นตำรวจบอกว่ากล้องวงจรปิดตรงจุดนั้นก็บังเอิญเสียพอดี”

ณดารู้ดีว่ามันไม่มีความบังเอิญในโลกใบนี้ ทุกอย่างถูกวางแผนเอาไว้แล้วอย่างแน่นอน

“แล้วมีคนอื่นเห็นเหตุการณ์อีกมั้ยคะ” ณดาถามพลางกระเดือกข้าวแกงแห้งๆ ลงคอแล้วดื่มน้ำตาม

“ไม่มีหรอกหนู ก็มีแต่ป้านี่แหละ เออ…หนูเอาไข่พะโล้เพิ่มอีกมั้ย ไข่พะโล้ที่นี่อร่อยนะ”

คุณป้านี่ฮาร์ดเซลจริงๆ ณดาอยากปฏิเสธการขายของคุณป้าเหลือเกินแต่ก็จำต้องสั่งไข่พะโล้เพิ่มอีกจานเพื่อรีดข้อมูลจากป้าให้มากที่สุด ไข่พะโล้ที่สั่งมาหวานเลี่ยนจนณดาต้องรีบดื่มน้ำเปล่าตามเข้าไปหลายอึก

“เดี๋ยวเราลองเดินดูกันเองดีกว่ามั้ย ถ้ายังอยู่นี่ เธอต้องได้กินข้าวแกงจนหมดร้านแน่ๆ” อวัศยาแนะนำ

ณดาพยักหน้าเห็นด้วยแต่ในตอนที่กำลังจะเรียกเก็บเงิน สายตาของเธอก็เหลือบไปเห็นร่างหนึ่งที่เดินเข้ามาในร้าน ภาพตรงหน้าทำให้ดวงตาของณดาเบิกโพลง

 



Don`t copy text!