ฤดูร้อนเป็นของเขา ฤดูหนาวเป็นของเธอ บทที่ 31 : ทุกวินาทีของชีวิตที่เหลือ

ฤดูร้อนเป็นของเขา ฤดูหนาวเป็นของเธอ บทที่ 31 : ทุกวินาทีของชีวิตที่เหลือ

โดย : วิตต ตุลยธัญ

Loading

เมื่อความตายไม่ใช่จุดจบ แต่คือจุดเริ่มต้นของการแชร์ร่าง! ‘ณดา’ ต้องรับภารกิจเป็นร่างทรงไทม์แชร์ให้สองวิญญาณข้ามฤดูหนาวและฤดูร้อน ในนวนิยายแฟนตาซี-ฟีลกู๊ด ‘ฤดูร้อนเป็นของเขา ฤดูหนาวเป็นของเธอ’ โดย วิตต ตุลยธัญ อ่านเลย

กลิ่นฉุนของน้ำยาฆ่าเชื้อโรคปลุกณดาให้ตื่นขึ้น

นี่ฉันกลับมาอยู่โรงพยาบาล…อีกแล้วเหรอ

ณดาพยายามปะติดปะต่อความทรงจำในหัวที่กระจัดกระจายไปทั่วเหมือนจิกซอว์ชิ้นเล็กๆ ในที่สุดภาพสุดท้ายก่อนจะหมดสติก็ค่อยๆ ปรากฏขึ้น

“คิริน” หญิงสาวลืมตาแล้วหันไปมองข้างเตียง

ใบหน้าที่คุ้นเคยจ้องมองเธอกลับมาพร้อมรอยยิ้ม “ตื่นแล้วเหรอครับ”

“นี่ฉันหลับไปนานแค่ไหนแล้วคะ” ณดาถามชายหนุ่มด้วยเสียงแผ่วเบา

คิรินไม่พูดอะไรแต่เดินเข้ามากอดณดาไว้แน่นจนณดาได้ยินเสียงเต้นของหัวใจ ความอบอุ่นล้ำลึกที่ถูกส่งผ่านมาจากอ้อมกอดของชายหนุ่มทำให้ณดาลืมทุกสิ่งไปชั่วขณะ

“ผมรักคุณนะณดา ผมคงอยู่ไม่ได้ถ้าไม่มีคุณ”

ณดาเพิ่งรู้ในตอนนั้นเองว่าเสียงหัวใจที่ได้ยินไม่ใช่เสียงหัวใจของชายหนุ่มแต่เป็นเสียงหัวใจของเธอเอง ณดารู้สึกเหมือนมีก้อนอะไรบางอย่างจุกอยู่ในลำคอ แล้วน้ำใสๆ ก็ไหลรินลงมาอาบแก้มทั้งสองข้าง

“ฉันก็รักคุณเหมือนกันค่ะ” ณดาไม่เคยแน่ใจในความรู้สึกของตัวเองมากเท่านี้มาก่อน

ณดาเพิ่งจะผ่านความตายมาอีกครั้งและตอนที่เธอคิดว่าตัวเองกำลังจะตาย สิ่งหนึ่งที่เธอเสียใจที่สุดก็คือการที่เธอไม่เคยบอกรักคิรินเลยสักครั้ง

“คุณรู้ได้ยังไงคะว่าฉันอยู่ที่นั่น”

“ผมเพิ่งเห็นอีเมลของคุณตอนที่ลงเครื่องมาแล้ว พอเห็นก็รีบโทรหาคุณแต่ไม่มีใครรับสาย ผมดูคอนแทกต์ของทนายจากอีเมลแล้วโทรไปหา แต่เขาบอกว่าคุณยังมาไม่ถึง ผมเป็นห่วงก็เลยขับตามไปดู”

ณดาเพิ่งนึกขึ้นได้ในตอนนั้นเองว่าเธอมัวแต่ห่วงเรื่องแฟลชไดรฟ์จนลืมมือถือไว้ที่บ้าน

“แล้วแฟลชไดรฟ์ล่ะคะ ตอนนี้อยู่ที่ไหน”

คิรินยิ้มให้ณดา “คุณไม่ต้องห่วงเรื่องนั้นแล้วละ ทนายได้รับข้อมูลทั้งหมดเรียบร้อย แล้วตอนนี้ตำรวจก็ควบคุมตัวคนร้ายทั้งสามคนเอาไว้แล้ว”

“แล้วพิชชาล่ะคะเป็นยังไงบ้างคะ” ใบหน้าที่บิดเบี้ยวของพิชชาผุดขึ้นมาในหัวณดาอีกครั้ง

“เขาก็สะบักสะบอมพอๆ กับคุณนั่นแหละ” คิรินหัวเราะ “แต่ตอนนี้พิชชายอมสารภาพทุกอย่างแล้วนะ”

“ฉันไม่เคยคิดเลยว่าพิชชาจะทำแบบนี้ได้” ณดาพูดด้วยสีหน้าเศร้าๆ “แล้วเธอมาเกี่ยวข้องกับสองคนนั้นได้ยังไงคะ”

“พิชชาน่ะเขาเป็นชู้รักของชัชชล ที่คุณบอกว่าวันนั้นคุณเห็นชัชชลที่สนามบินชุมพร นั่นก็เพราะเขาไปหาพิชชานั่นแหละ”

ณดารู้สึกเหมือนมีหลอดไฟสว่างวาบขึ้นมาในหัว มันคือจุดเชื่อมโยงที่ณดาไม่เคยนึกถึงมาก่อน

“แล้วเรื่องกรมธรรม์ล่ะคะ ถ้าเงินค่าสินไหมเป็นของหนูเจน แล้วพวกนั้นไปเอาเงินมาจากไหน”

“พิชชาน่ะเขาหลอกให้รวีเซ็นกรมธรรม์อีกฉบับที่มีชื่อตัวเองอยู่ในนั้นน่ะสิ พิชชาเป็นคนจ่ายเบี้ยประกันด้วยตัวเอง เลยไม่มีใครรู้ว่ามีกรมธรรม์ฉบับนี้อยู่ด้วย ช่วงนั้นรวีคงยุ่งกับงานเลยไม่ทันได้สังเกต พอพิชชาเอาเอกสารอะไรมาก็เซ็นให้หมด”

สมเป็นรวีจริงๆ ณดาคิด ประมาทและไว้ใจคนใกล้ตัวมากเกินไป

“แล้วป้านวลล่ะคะ แล้วทุกคนที่สวนมะพร้าวเป็นยังไงบ้าง” ตอนนี้ณดารู้สึกเป็นห่วงความรู้สึกของทุกคนที่โคโค่วิลล์มากที่สุด หญิงสาวนึกไม่ออกเลยว่าทุกคนจะรู้สึกยังไงที่ถูกคนใกล้ตัวทรยศแบบนี้

“ทุกคนรู้เรื่องหมดแล้วละ แต่ยังไม่มีใครบอกหนูเจน ป้านวลบอกว่ารอให้หนูเจนโตกว่านี้หน่อยค่อยเล่าความจริงให้ฟังน่าจะดีกว่า ป้านวลเสียใจกับเรื่องนี้มากแล้วก็รู้สึกผิดกับคุณด้วย นี่ท่านขึ้นมากรุงเทพเพื่อมาเยี่ยมคุณโดยเฉพาะเลยนะ นี่ก็เพิ่งกลับไปไม่นาน เดี๋ยวก็น่าจะกลับมาอีก”

“แต่มันไม่ใช่ความผิดของป้านวลเลยนะคะ”

“ผมรู้ ผมก็บอกป้านวลไปอย่างนั้นเหมือนกัน” คิรินยิ้มให้ณดา “เอ่อ ผมลืมเล่าให้คุณฟังว่า ป้านวลเขาชวนภรรยากับลูกของลุงค่อมมาทำงานด้วยกันที่ชุมพรด้วยนะ พวกเขามาเจอกันตอนที่มาเยี่ยมคุณนี่แหละ ครอบครัวลุงค่อมดีใจมากที่คุณช่วยคืนความยุติธรรมให้พวกเขา”

“จริงเหรอคะ ดีจังเลยค่ะ” ณดารู้สึกดีใจแทนลุงค่อมและหวังว่าเขาจะได้ไปผุดไปเกิดสักที

“เอ่อ แล้วตอนที่คุณหลับไป เพื่อนที่ทำงานที่ชื่ออนิสาเขามาเยี่ยมคุณด้วยนะ”

เพื่อนเหรอ  จริงสิ ตอนนี้เธอน่าจะเรียกอนิสาว่าเป็นเพื่อนได้อย่างเต็มปากเต็มคำแล้วสินะ

“เขาบอกว่าบริษัทอยากให้คุณกลับไปทำงาน แถมยังเสนอว่าจะเลื่อนตำแหน่งให้คุณด้วยนะ”

ณดาส่ายหน้าแล้วหัวเราะ “ที่นั่นเป็นที่สุดท้ายที่ฉันอยากไปเลยค่ะ”

“อ้าว ทำไมล่ะ” คิรินยิ้ม

“ที่จริงฉันก็ยังชอบงานนักคณิตศาสตร์ประกันภัยอยู่นะคะ มันก็ยังเป็นส่วนหนึ่งในตัวฉัน แต่ว่าตอนนี้ฉันอยากจะลองใช้ชีวิตในแบบที่ตัวเองอยากใช้จริงๆ มากกว่า”

“คุณหมายความว่า…”

“ใช่ค่ะ เป็นเพราะคุณนั่นแหละ” ณดายิ้ม “ฉันอยากจะลองทำงานออกแบบอย่างคุณแนะนำดูบ้าง”

“เรื่องนั้นไม่ต้องห่วงเลย ผมพร้อมสนับสนุนคุณเต็มที่อยู่แล้ว” คิรินยิ้มกว้างด้วยความดีใจ

ในหัวของณดายังเต็มไปด้วยคำถามมากมาย แต่ก่อนที่ณดาจะพูดอะไรต่อ ประตูห้องก็เปิดขึ้น คนที่เดินเข้ามาคือวาริน แม่ของณดา

“ณดา”

“แม่”

สีหน้าของวารินเต็มไปด้วยความรู้สึกมากมายที่ผสมปนเปกันอยู่ในนั้น หญิงวัยกลางคนโผเข้ากอดลูกสาวคนเดียวไว้จนแน่น แล้วน้ำตาของณดาที่เพิ่งจะแห้งไปก็ไหลรินออกมาอีกครั้ง หญิงสาวใช้มือปาดน้ำตาก่อนจะหันไปหาคิริน

“คุณแม่คะ นี่คุณคิรินนะคะ” ณดาพูดไปก็หน้าแดงไป “เขาเป็น…เอ่อ…แฟนหนูเองค่ะ”

“เราสองคนรู้จักกันแล้วละจ้ะ” แม่ยิ้มให้ณดา “แต่แม่เพิ่งรู้ว่าเขาเป็น…แฟนของหนู”

ก็เพิ่งจะเป็น…เมื่อตะกี้นี่แหละค่ะ ณดาอยากจะตอบไปอย่างนั้นแต่ไม่ได้พูดอะไร

“คุณคิรินค่ะ ถ้าคุณไม่ว่าอะไร ฉันขอคุยอะไรกับแม่หน่อยได้ไหมค่ะ” ณดาหันไปยิ้มให้ชายหนุ่ม

“ได้สิ งั้นผมไปเดินเล่นก่อนนะ” พูดจบคิรินก็เดินออกจากห้อง ปล่อยให้สองแม่ลูกอยู่ด้วยกันเพียงลำพัง

ณดาจ้องหน้าแม่อยู่นานกว่าจะเริ่มพูดประโยคแรกออกมาได้ “หนูขอโทษนะคะแม่ ขอโทษจริงๆ ที่ทำให้แม่ต้องเป็นห่วง”

“ไม่เป็นไรจ้ะ แต่หนูอย่าทำให้แม่เป็นห่วงอีกได้มั้ยจ๊ะ” แม่ยิ้มให้ณดาอย่างอ่อนโยน

“ที่จริงหนูมีเรื่องที่อยากจะพูดกับคุณแม่ด้วยค่ะ”

“เรื่องอะไรเหรอจ๊ะ”

ณดาเงียบไปพักใหญ่เหมือนพยายามเฟ้นหาถ้อยคำในหัว

“หนูอยากจะบอกคุณแม่ว่าเรื่องที่คุณพ่อเสียไปไม่ใช่ความผิดของคุณแม่เลยนะคะ”

“หมายความว่ายังไงนะจ๊ะ”

“หนูรู้นะคะว่าตั้งแต่เสียพ่อไป คุณแม่ก็รู้สึกผิดมาตลอด แล้วคุณแม่ก็กลัวว่าจะต้องเสียหนูไปอีกคน แต่ทุกอย่างไม่ใช่ความผิดของคุณแม่เลยค่ะ ทั้งเรื่องคุณพ่อแล้วก็เรื่องหนูด้วย”

พูดจบณดาก็กอดแม่อีกครั้งจนแน่น สองแม่ลูกน้ำตาไหลรินออกมาพร้อมๆ กัน

“ขอบใจนะจ๊ะ ขอบใจจริงๆ”

“แม่ไม่ต้องห่วงเรื่องหนูแล้วนะคะ หนูดูแลตัวเองได้แน่นอนค่ะ” ณดายิ้มกว้างให้แม่

“แม่เชื่อแล้วละจ้ะ” แม่ตอบยิ้มๆ “หนูรู้มั้ยว่าตอนที่หนูหลับไป มีคนมาเยี่ยมหนูเยอะแยะเลยนะ ทุกคนดูเป็นห่วงหนูกันมากเลย แม่ไม่เคยรู้มาก่อนเลยว่าหนูมีเพื่อนเยอะขนาดนี้” สีหน้าของแม่ดูดีใจอย่างเห็นได้ชัด

ณดาเองก็ไม่เคยคิดเหมือนกันว่าจะมีวันหนึ่งที่เธอมีเพื่อนดีๆ มากมายขนาดนี้ หญิงสาวนึกย้อนกลับไปในตอนที่เธอเข้าโรงพยาบาลครั้งที่แล้วเมื่อหลายเดือนก่อน ตอนนั้นมีแต่แม่คนเดียวเท่านั้นที่มาเฝ้าเธอ เออ…ถ้าไม่นับอนิสาที่เอาใบลาออกมาส่งให้เธอนะ

พอคิดแล้วณดาก็นึกไปถึงรวีกับอวัศยาขึ้นมาอีกครั้ง ถ้าไม่มีพวกเขา ณดาก็คงไม่มีวันนี้ ณดาคิดถึงทั้งสองคนมากเหลือเกินแล้วก็ยังรู้สึกเสียดายที่ไม่เคยมีโอกาสได้บอกลาพวกเขา ณดารู้สึกได้ด้วยตัวเองว่าตอนนี้เธอไม่สามารถเชื่อมต่อกับโลกวิญญาณได้อีกต่อไปแล้ว หญิงสาวเดาว่าความสามารถพิเศษนี้คงสูญหายไปตอนที่เกิดอุบัติเหตุอีกครั้ง เธอได้แต่หวังว่าทัั้งสองคนจะได้เดินทางไปสู่ภพภูมิที่ดี

ตอนนี้ณดาเริ่มไม่แน่ใจแล้วว่าสัญญาเรื่องต่ออายุเป็นเรื่องจริงหรือเป็นแค่เรื่องโกหกที่ยมทูตแต่งขึ้นมาหลอกเธอกันแน่ แต่นั่นก็ไม่ใช่เรื่องสำคัญอีกต่อไปแล้ว

สิ่งเดียวที่ณดารู้ก็คือตอนนี้เธอยังมีชีวิตอยู่ และไม่ว่าณดาจะเหลืออายุขัยบนโลกใบนี้อีกนานเท่าไร หญิงสาวก็ตั้งใจเอาไว้แล้ว ว่าเธอจะใช้เวลาทุกวินาทีของชีวิตที่เหลือให้คุ้มค่าที่สุด

 



Don`t copy text!