ฤดูร้อนเป็นของเขา ฤดูหนาวเป็นของเธอ บทที่ 22 : สะพานชมกวาง

ฤดูร้อนเป็นของเขา ฤดูหนาวเป็นของเธอ บทที่ 22 : สะพานชมกวาง

โดย : วิตต ตุลยธัญ

Loading

เมื่อความตายไม่ใช่จุดจบ แต่คือจุดเริ่มต้นของการแชร์ร่าง! ‘ณดา’ ต้องรับภารกิจเป็นร่างทรงไทม์แชร์ให้สองวิญญาณข้ามฤดูหนาวและฤดูร้อน ในนวนิยายแฟนตาซี-ฟีลกู๊ด ‘ฤดูร้อนเป็นของเขา ฤดูหนาวเป็นของเธอ’ โดย วิตต ตุลยธัญ อ่านเลย

 แสงอาทิตย์ยามบ่ายส่องสะท้อนลงบนผืนน้ำกว้างขวางของบึงใหญ่จนเกิดเป็นประกายระยิบระยับ สิ่งที่ลอยตัวอยู่เหนือผืนน้ำคือสะพานไม้ที่ทอดยาวไปถึงบริเวณชายป่าอันเป็นถิ่นที่อยู่ของกวางหลายสิบชีวิต ณดาและคิรินเดินเคียงคู่กันไปบนทางเดินไม้ของ ‘สะพานชมกวาง’ สถานที่ท่องเที่ยวขึ้นชื่อของชุมพร บรรยากาศในตอนนี้แทบจะเหมือนฉากในหนังโรแมนติกสักเรื่องถ้าไม่ติดที่ว่า…

“โห สวยจัง” เสียงเจื้อยแจ้วของเจณิสตาดังก้องไปทั่วสะพานไม้

จากตอนแรกที่คิดว่าจะได้มากับคิรินสองต่อสอง พอเจอลูกอ้อนของเจณิสตาเข้าไป ณดาก็ใจอ่อนยอมให้เด็กหญิงตามมาด้วย การรับมือกับเด็กหญิงยังไม่เท่าไร แต่สิ่งที่กวนใจณดายิ่งกว่าก็คือดวงวิญญาณผู้ใหญ่ใจน้อยที่ยังไม่ยอมออกจากร่างเธอไปเสียที

          (นี่! นายออกจากร่างฉันไปได้แล้ว นี่มันเวลาส่วนตัวของฉันนะ) ณดาบ่นเป็นรอบที่สิบ

(ผมก็ต้องมาดูแลลูกสาวผมสิ เกิดหนูเจนตกน้ำขึ้นมาใครจะรับผิดชอบ)

(ฉันไม่ปล่อยให้เรื่องแบบนั้นเกิดขึ้นหรอกน่า) ณดาเริ่มหงุดหงิด

“คุณพ่อคุณแม่มาซื้อกล้วยให้กวางที่นี่ได้นะครับ” คนขายกล้วยบนสะพานร้องทัก

ณดาหันไปมองคิรินและเจณิสตาที่ยืนอยู่ข้างกายแล้วก็ยิ้มออกมา คนขายคงเข้าใจผิดว่าพวกเขาทั้งสามคนเป็นพ่อแม่ลูกกัน หญิงสาวกำลังจะอธิบายให้คนขายกล้วยเข้าใจแต่คิรินหันมายิ้มให้คล้ายจะบอกว่า…ไม่เป็นไร

“ขอซื้อกล้วยสิบหวีครับ” คิรินเอ่ยขึ้นพร้อมกับยื่นธนบัตรในมือให้คนขายกล้วย

“กวางน่ารักจังเลยค่ะ” เจณิสตาเอ่ยขึ้นระหว่างที่ป้อนกล้วยให้กวาง

ณดากำลังจะป้อนกล้วยให้กวางบ้าง แต่แล้วมือข้างนั้นก็กลับชะงักกลางอากาศ ก่อนจะโยนกล้วยออกไปด้านข้าง กล้วยผลใหญ่ลอยไปกระทบใบหน้าด้านข้างของคิริน ชายหนุ่มหันมาทำหน้าเหลอหลา

(เฮ้ย ไปโยนกล้วยใส่คุณคิรินเขาทำไม)

(ผมไม่ได้ตั้งใจ มือมันลั่นเฉยๆ น่ะ)

“ขอโทษนะคะ ณดาไม่ได้ตั้งใจค่ะ”

คิรินหันมายิ้มให้ คงคิดว่าณดาแกล้งหยอกเขาเล่นๆ ในตอนนั้นเองมือของณดาเริ่มจะคว้ากล้วยอีกครั้ง แต่ครั้งนี้หญิงสาวหยุดมือตัวเองเอาไว้ได้ทัน

“เราไปเดินเล่นกันต่อเถอะค่ะ เห็นเขาบอกว่าตรงกลางมีป่าด้วยนะคะ” เจณิสตาพูดด้วยน้ำเสียงตื่นเต้น

ณดากำลังจะก้าวต่อไปข้างหน้า แต่แล้วขาของเธอก็กลับชะงักไปอีกครั้ง ณดาพยายามจะขยับตัวไปทางซ้าย แต่รวีก็บังคับร่างเธอไปทางขวา พอณดาขยับขาขวาจะเดินไปข้างหน้า รวีก็ขยับขาซ้ายเดินถอยหลัง แล้วร่างของณดาก็เริ่มขยับไปมาอย่างควบคุมไม่ได้ เหมือนหุ่นกระบอกที่ถูกเชิดโดยคนเมา

ในตอนนั้นเองที่ทุกคนบนสะพานหันมามองณดาเป็นตาเดียว

“คนนั้นเขาเป็นอะไรน่ะแม่” เด็กหญิงคนหนึ่งสะกิดถามแม่ด้วยสีหน้าหวาดกลัว

“น่าจะเป็นคนสติไม่ค่อยดีน่ะลูก อย่าเข้าไปใกล้เขานะ” คนเป็นแม่รีบดึงตัวลูกสาวให้ออกห่างจากณดา

ไม่ได้มีแต่คนเท่านั้นที่ตกใจ แม้แต่กวางเองก็ยังวิ่งไปกระจุกตัวกันที่มุมเดียว บางทีพวกมันอาจจะมองเห็นณดาเป็นสัตว์ผู้ล่าสปีชีส์ใหม่ที่กำลังจะจับพวกมันกินเป็นอาหารก็ได้

(เฮ้ย นายทำบ้าอะไรของนายเนี่ย)

“หนูไม่รู้มาก่อนเลยว่าน้าณดาชอบเต้นด้วย” เจณิสตามองดูณดาด้วยสายตาชื่นชมพร้อมกับหยิบมือถือขึ้นมาถ่ายคลิป เมื่อเห็นอย่างนั้น คนบนสะพานกวางต่างก็หยิบมือถือขึ้นมาถ่ายบ้าง ณดารู้สึกอายจนแทบอยากแทรกแผ่นดินหนี หญิงสาวพยายามสูดลมหายใจเข้าลึกๆ เพื่อควบคุมร่างกายตัวเอง

ในที่สุดณดาก็กลับมายืนนิ่งได้สำเร็จ เมื่อหญิงสาวลืมตาขึ้นอีกครั้งก็พบว่าสายตาทุกคู่กำลังจับจ้องมาที่เธอ แล้วสักพักเสียงปรบมือก็เริ่มดังขึ้น ณดามองไปรอบตัวด้วยความแปลกใจ

“สุดยอดเลยพี่ เต้นสไตล์นี้เขาเรียกว่าอะไรครับ” เด็กวัยรุ่นคนหนึ่งเดินมาชมณดา

ในจังหวะที่ณดาเผลอ ร่างของเธอก็เริ่มเต้นอีกครั้งด้วยท่วงท่าที่แปลกประหลาดยิ่งกว่าเก่า แล้วคนบนสะพานก็เริ่มเดินมามุงดูณดามากขึ้นเรื่อยๆ แม้แต่แม่ลูกที่คิดว่าณดาสติไม่ดีก็ยังเขยิบเข้ามาดูใกล้ๆ ณดาพยายามยึดร่างตัวเองกลับมา แต่ครั้งนี้เธอไม่อาจสู้แรงของดวงวิญญาณในร่างได้

(หยุดได้แล้ว ไอ้บ้า!) ณดาร้องโอดครวญ แต่รวีก็ยังไม่ยอมหยุด

ในตอนนั้นเองที่ขาขวาของณดาไปสะดุดเข้ากับแผ่นไม้แผ่นหนึ่ง ร่างของหญิงสาวเซไปกระแทกกับราวสะพานจนเกิดเสียงดังกร๊อบ ราวไม้ที่ผุกร่อนร่วงลงไปในน้ำและสิ่งที่กำลังจะร่วงตามไปก็คือร่างของณดา

เอาเถอะ อย่างน้อยเรื่องบ้าๆ นี่จะได้จบลงสักที ณดาหลับตาปี๋ ทำใจไว้แล้วว่าจะต้องตกลงไปน้ำแน่ๆ

แต่สุดท้ายแล้วณดาก็ไม่ได้ตกลงไป…

เมื่อลืมตาขึ้นมาอีกครั้ง ณดาพบว่าตัวเองกำลังอยู่ในอ้อมกอดของคิริน มือซ้ายของเขาโอบรอบเอวของเธอเอาไว้ในขณะที่มือขวาประคองหลังอย่างอ่อนโยน ใบหน้าของคิรินอยู่ห่างจากใบหน้าของณดาไม่ถึงคืบ ลมหายใจอบอุ่นแผ่วเบาของชายหนุ่มรวยรินบนใบหน้าของหญิงสาวจนเธอต้องรีบหลุบตาหนี

ทุกอย่างนิ่งค้างอยู่อย่างนั้นหลายวินาทีก่อนที่คิรินจะค่อยๆ คลายอ้อมกอดและช่วยให้ณดากลับมายืนบนขาตัวเองอีกครั้ง

“ขอโทษนะคะ ขอโทษที่ทำให้คุณขายหน้า” ณดาบอกกับคิรินโดยไม่กล้าสบตา

“ไม่เลยครับ” คิรินยิ้มให้ณดา “ไม่ได้ขายหน้าตรงไหนเลย ผมเพิ่งรู้นะครับว่าคุณเต้นเก่งขนาดนี้”

(นายออกจากร่างฉันไปได้แล้ว) ณดาพูดเสียงเข้ม

(ผมขอโทษนะ ขอโทษจริงๆ) ในที่สุดรวีก็ยอมออกจากร่างของณดา

“น้าณดา ฝนตกแล้วค่ะ เรารีบไปหลบฝนกันเถอะ” เจณิสตาเอ่ยทัก

ณดาเพิ่งสังเกตว่าฝนกำลังลงเม็ดจริงๆ

คิรินยื่นร่มให้ณดากับเจณิสตาคนละคัน “พวกคุณไปรอข้างหน้ากันก่อนนะครับ เดี๋ยวผมวนรถมารับ”

ณดาพาเจณิสตาเดินไปรอที่จุดรับส่งพลางคิดไปถึงสิ่งที่เพิ่งเกิดขึ้น ทุกอย่างมันผิดแผนไปหมด จู่ๆ รวีก็เกิดเฮี้ยนขึ้นมาแบบไม่มีเหตุผล แล้วพอรวีออกจากร่างไป ฝนก็ดันมาตกเสียอีก แล้วแผนการเดินเล่นสะพานกวางที่ควรจะสวยงามเหมือนหนังโรแมนติกก็กลายเป็นหนังตลกไปซะอย่างนั้น

ณดาพาเด็กหญิงมายืนหลบฝนที่ใต้ต้นไม้ต้นหนึ่ง ในตอนนั้นเองที่หญิงสาวได้ยินเสียงเครื่องยนต์ดังใกล้เข้ามา ตอนแรกเธอไม่ได้คิดอะไรเพราะคิดว่าคงเป็นเสียงมอเตอร์ไซค์ที่ขับอยู่แถวนั้น แต่เสียงคำรามของเครื่องยนต์กลับดังขึ้นเรื่อยๆ ณดารีบหันไปมองข้างหลัง ดวงตาทั้งสองของหญิงสาวเบิกกว้างเมื่อเห็นว่ารถมอเตอร์ไซค์คันนั้นกำลังพุ่งตรงมาหาเธอด้วยความเร็วสูง

“ระวังค่ะ น้าณดา” เจณิสตาร้องด้วยความตกใจ

ในจังหวะนั้นเองที่ณดารู้สึกถึงพลังบางอย่างที่กระชากตัวเธอให้พ้นจากวิถีของมอเตอร์ไซค์คันนั้นได้อย่างฉิวเฉียด ร่างของหญิงสาวลงไปกองบนพื้น ข้อศอกครูดกับพื้นซีเมนต์จนเกิดรอยถลอกยาว

“น้าณดาเป็นอะไรหรือเปล่าคะ” เจณิสตาวิ่งมาถามณดาด้วยความเป็นห่วง

“ไม่เป็นไรจ้ะ” ณดาใจหายวูบเมื่อรู้ตัวว่าตัวเองเพิ่งรอดตายมาได้อย่างฉิวเฉียดอีกครั้ง

แต่เดี๋ยวนะ…เมื่อกี้เธอไม่มีทางหลบรถมอเตอร์ไซค์คันนั้นได้ทันแน่ๆ ถ้าไม่ใช่…

(วี นายอยู่ในร่างฉันเหรอ)

คนที่ช่วยชีวิตเธอเอาไว้คือรวีนั่นเอง เขาเข้ามาในร่างณดาและช่วยชีวิตเธอไว้ได้ทันพอดี

(ใช่ ผมขอโทษนะ ผมรู้ว่าผมควรจะอยู่ไกลๆ แต่ผมก็อดเป็นห่วงคุณไม่ได้)

          (ไม่เป็นไรเลย ขอบคุณนะ)

ในตอนนั้นเองที่รถของคิรินมาถึงพอดี เมื่อเห็นว่าณดานั่งอยู่กับพื้น คิรินก็รีบวิ่งมาดูด้วยความตกใจ

“เกิดอะไรขึ้นครับ”

“มีอุบัติเหตุนิดหน่อยค่ะ แต่ตอนนี้ไม่เป็นไรแล้วละค่ะ”

“เราไปโรงพยาบาลกันก่อนมั้ยครับ”

“ไม่เป็นไรค่ะ แค่แผลถลอกนิดหน่อยเอง”

 

ณดากลับมาที่โคโค่วิลล์อีกครั้งด้วยหัวใจที่หนักอึ้ง หลังจากกลับจากสะพานกวาง คิรินก็เดินทางกลับเชียงดาว และจนถึงตอนนี้ ณดาก็ไม่ได้เจอกับรวีอีกเลย ใจหนึ่งณดาก็ยังโกรธรวีกับเรื่องที่เกิดขึ้นในวันนี้ แต่อีกใจก็อดห่วงดวงวิญญาณหนุ่มไม่ได้ ณดาไม่เข้าใจเลยว่าเกิดอะไรขึ้นกับรวี แต่สิ่งที่หญิงสาวไม่เข้าใจยิ่งกว่าก็คือมันเกิดอะไรขึ้นกับความรู้สึกของตัวเธอเองในตอนนี้กันแน่

เมื่อเห็นณดานั่งเหม่ออยู่คนเดียว อวัศยาก็ถามด้วยความเป็นห่วง

“ว่าไง กำลังสับสนเรื่องรวีกับคิรินอยู่เหรอ”

ณดาหันขวับไปมองหน้าดวงวิญญาณสาว “นี่เธอรู้ได้ยังไง”

“รู้สิ ผู้หญิงน่ะมีเซนส์นะ แล้วอีกอย่าง ฉันก็เคยอยู่ในร่างเธอตั้งหลายเดือน ทำไมฉันจะไม่เข้าใจเธอล่ะ”

“แล้วเธอคิดยังไงล่ะ” ณดาลองถามหยั่งเชิง

“ถ้าถามฉัน ฉันก็ต้องเชียร์น้องชายฉันอยู่แล้วสิ ฉันไม่เคยเห็นมันชอบใครจริงๆ จังๆ แบบนี้มานานแล้วนะ” อวัศยาหัวเราะ “แต่เรื่องพวกนี้มันก็อยู่ที่เธอนั่นแหละ”

“ฉันไม่เคยรู้สึกอะไรแบบนี้มาก่อนเลย” ณดาย่นคิ้ว “มันเป็นไปได้ด้วยเหรอที่เราจะรู้สึกดีกับคนสองคนในเวลาเดียวกัน มันไม่มีเหตุผลเลย”

“ก็ความรักมันเป็นเรื่องไม่มีเหตุผลอยู่แล้วน่ะสิ เวลาที่เรารักใคร มันไม่ได้มีสูตรคำนวณมาให้เหมือนเวลาที่เธอออกแบบกรมธรรม์หรอกนะ”

สูตรคำนวณอย่างนั้นเหรอ คำพูดของอวัศยาจะทำให้ณดานึกบางอย่างขึ้นมาได้ หญิงสาวหยิบแล็ปท็อปขึ้นมาวางไว้บนโต๊ะ

“นี่เธอคิดจะทำอะไรน่ะ” อวัศยาขมวดคิ้วเป็นเครื่องหมายคำถาม

“ก็ทำเรื่องไม่มีเหตุผลให้มันมีเหตุผลไงล่ะ” ณดาหันไปยิ้มให้อวัศยาก่อนจะใส่ ‘ตัวแปร’ ต่างๆ ลงไปในตารางสเปรดชีตตรงหน้าไล่ไปตั้งแต่ รูปร่างหน้าตา บุคลิก ค่านิยม ไลฟ์สไตล์ งานอดิเรก ฯลฯ ตารางด้านซ้ายเป็นของคิริน ด้านขวาเป็นของรวี ใช้เวลาไม่นาน โปรแกรมก็แสดงผลการคำนวณออกมา

ณดาจ้องมองตัวเลขตรงหน้าด้วยความประหลาดใจ

คะแนนทั้งสองข้างออกมาที่ 8.57 เท่ากันเป๊ะ แม้ว่ารายละเอียดที่ใส่จะต่างกันอย่างสิ้นเชิง

“ฉันว่าเธอลืมตัวแปรสำคัญไปตัวหนึ่งนะ” อวัศยาออกความเห็น

“อะไรเหรอ”

“ก็อนาคตที่มีร่วมกันยังไงล่ะ”

ณดาตัดสินใจเพิ่มตัวแปรใหม่เข้าไปตามที่อวัศยาแนะนำ แล้วสกอร์ของคิรินก็พุ่งขึ้นมาเป็น 9.25 ในขณะที่สกอร์ของรวีตกฮวบไปเหลือแค่ 6.2

ก็คนกับผีอยู่ร่วมกันไม่ได้ แล้วจะไปมีอนาคตร่วมกันได้ยังไงล่ะ

ในที่สุดโปรแกรมสเปรดชีตก็ให้คำตอบที่ตามหา แต่หัวใจของณดากลับไม่มั่นใจในคำตอบนั้นเลยแม้แต่นิดเดียว

 



Don`t copy text!