
จิตรกร ยาขม และชมรมคนชรา บทที่ 13 : ทฤษฎีโลกกลม
โดย : สีหมอก ดอกรัก
![]()
เมื่อพี่ชายตัวดีหนีไปมีสามี! จิตรกรสาวจึงต้องจำใจบริหารโรงงานยาไทยมรดกของคุณปู่แทน แต่ท่ามกลางอุปสรรคที่ไม่ถนัด เธอจะพบว่าความสัมพันธ์ที่งดงามจากเหล่าคนชราในโรงยาแห่งนี้ คือยาขนานเอกที่ช่วยเยียวยาหัวใจได้ดีที่สุด พบกับเรื่องราววุ่นๆ นี้ ใน “จิตรกร ยาขม และชมรมคนชรา” โดย สีหมอก ดอกรัก

ธาดากำลังนั่งรอน้องสาวอยู่ที่ล็อบบีคอนโดมิเนียมด้วยความตื่นเต้นผสมความกังวลใจที่จะได้ไปรับรู้เรื่องของเอริค ถ้าเป็นก่อนหน้านี้ชายหนุ่มคงไม่พอใจอย่างมาก ที่จะมีใครมายุ่งเกี่ยวกับเรื่องส่วนตัว โดยเฉพาะเรื่องของคู่ชีวิต แต่ครั้งนี้ต้องยอมรับว่าตัวเองพลาดเอง แล้วก็ผสมปนเปกับความอยากรู้ด้วยว่าเพื่อนของคีรีจะรู้อะไรมา ระหว่างที่ยังนั่งกระสับกระส่ายอยู่ก็มีรถเลี้ยวเข้ามาจอดด้านหน้าตัวอาคาร และเมื่อกระจกฝั่งผู้โดยสารเลื่อนลงมา น้องสาวตัวดีชะโงกหัวออกมาแล้วโบกมือทักทาย ธาดาจึงเดินออกมาจากล็อบบี แล้วเปิดประตูรถไปนั่งด้านหลัง
คีรีมองผ่านกระจกมองหลังแล้วยิ้มให้ “หวัดดี ธาดา…พร้อมมั้ย ไปเจอกับเพื่อนพี่” ชายหนุ่มที่นั่งเบาะหลังยิ้มรับผ่านกระจก พลางตอบว่า “พร้อมมาก!”
ร้านอาหารขนาดกะทัดรัดอยู่ในห้างสรรพสินค้าใจกลางเมือง ภายในตกแต่งแบบชนบทของยุโรป เสียงดังกรุ๋งกริ๋งของกระดิ่งที่ผูกประตูทำให้รู้ว่ามีแขกเข้ามาในร้าน โต๊ะไม้สีเข้ม ตัดกับผ้าปูสีเหลือง แสงไฟสีเหลือนวลที่ส่องไปตามมุมต่างๆ ที่ประดับประดาด้วยกรอบรูปสีสันฉูดฉาด เพดานสีเหลืองตัดกับคิ้วไม้สีเข้ม เก้าอี้สีแดงก่ำ สีสันของทุกอย่างตัดกันฉับจนดูน่าตื่นตาตื่นใจ ‘เพื่อน’ ของคีรีนั่งรออยู่ก่อนแล้ว จึงโบกมือทักทายผู้ที่เพิ่งเข้ามาในร้าน
ชายหนุ่มที่เดินนำหน้าโบกมือตอบ พลางพยักหน้าเรียกธัญญาและธาดาที่เดินตามหลังไปยังโต๊ะที่ชายหนุ่มผิวเข้มยิ้มฟันขาวรออยู่ จนเมื่อเดินไปใกล้ๆ ชายหนุ่มร่างบางจึงมองเห็น ‘เพื่อน’ ของคีรีชัดๆ ถึงกับตกใจรีบยกมือไหว้
“สวัสดีครับ พี่สาริน เพิ่งรู้ว่าเป็นเพื่อนของพี่คี”
“อ้าว นี่รู้จักกันมาก่อนเหรอ” คีรีถามด้วยความประหลาดใจ
“พี่สารินเป็นพี่ชายพี่ลินินน่ะ” ธาดาตอบ ก่อนจะหันไปยิ้มให้สาริน “โลกกลมจัง”
“นั่นสิ โลกกลม เราเป็นลูกพี่ลูกน้องกับลินินที่ธาดาเขาทำงานอยู่ด้วยน่ะ เคยเจอกับธาดาหนนึงละ ที่ร้านลินิน” ชายหนุ่มผิวเข้มอธิบาย
“ไงคี ไม่เจอกันนานเลย เจอกันล่าสุดตอนรียูเนี่ยนมั้ง” แล้วก็หันมาอธิบายทุกคนอย่างเป็นกันเอง
“ผมกับคีรู้จักกันตั้งแต่มัธยมปลายแล้ว แต่ผมแยกไปเรียนต่อที่อเมริกา ส่วนคีเป็นวิศวกรอยู่ที่นี่” ชายหนุ่มผิวเข้มอธิบายง่ายๆ แล้วส่งเมนูให้ธัญญาและธาดาเลือก
“…อยากกินอะไรสั่งได้เลยนะ พี่สั่งพวกของทานเล่นไว้แล้ว น่าจะชอบกัน มีไส้กรอกหลายแบบเลย มันบด มันทอด กะหล่ำปลีดอง…” พูดจบก็ยิ้มเห็นฟันขาวสะอาด ตัดกับผิวเข้มที่น่าจะมาจากการเล่นกีฬากลางแจ้ง เพราะช่วงไหล่ที่เต็มไปด้วยมัดกล้าม และการเคลื่อนไหวที่เต็มไปด้วยชีวิตชีวา
‘คนนี้ยิ้มทั้งปากและตาเลยแฮะ เหมือนพี่คีเลย’ หญิงสาวสรุปในใจพลางยิ้มตอบ
“หวัดดีค่ะ ขอเรียกพี่สารินนะคะ ชื่อแทนค่ะ เป็นน้องพี่ธาดา บ้านอยู่ติดกับพี่คี เราเป็นเพื่อนกันตั้งแต่เด็กละ” พูดจบก็แหงนหน้าขึ้นมามองคีรี คนถูกมองดูจะเขินๆ นิดหนึ่ง แต่คนมองคงไม่ได้สังเกต
สารินมองหน้าคีรีแล้วแอบยิ้ม แล้วชี้ชวนให้สองพี่น้องช่วยกันเลือกอาหาร ธาดามัวแต่ตื่นเต้น จึงยกหน้าที่สั่งอาหารให้น้องสาว
“ได้เลย เดี๋ยวแทนจัดให้…พี่คีกินอันนี้มั้ย แทนสั่งให้นะ” หญิงสาวหันไปถามชายหนุ่มเหมือนรู้ใจว่าชอบกินอะไร ทำให้สารินที่แอบมองอยู่อดยิ้มอีกครั้งไม่ได้ หญิงสาวคนเดียวในโต๊ะจึงเรียกพนักงานมาสั่งอาหาร เสร็จแล้วก็หยิบขนมปังที่วางอยู่มาบิเป็นคำเล็ก แล้วปาดด้วยเนยอย่างสบายใจ
กระทั่งอาหารมาวางบนโต๊ะแล้ว ความสนใจทั้งมวลจึงไปรวมอยู่ที่โต๊ะอาหาร ไม่ว่าจะเป็นหมูห่อเนยแข็ง หรือจานถัดไปเป็นไส้กรอกเยอรมัน ขาหมูที่ยกมาทั้งขา สิ่งที่ชอบที่สุดน่าจะเป็นกะหล่ำปลีดอง ที่เอาไว้ตัดเลี่ยนจากบรรดาเนื้อสัตว์ตรงหน้า
จนเมื่ออาหารพร่องไปมากแล้วนั่นแหละ หญิงสาวจึงหันมาถามชายหนุ่มตัวโตที่เพิ่งรู้จักได้ไม่นาน
“พี่สารินทำงานที่เดียวกับเอริคใช่มั้ยคะ” หญิงสาวถามตรงประเด็นทันที
“ใช่ครับ พี่เป็นผู้อำนวยการฝ่ายการตลาด” ชายหนุ่มเอ่ยชื่อบริษัทที่ตนเองทำงานอยู่พร้อมตำแหน่ง พลางหันไปมองหนุ่มร่างบางที่กำลังนั่งอ้าปากค้าง ก่อนจะละล่ำละลักถาม
“อะไรนะฮะ พี่สาริน เอาใหม่ ผมงงไปหมดแล้ว ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาดบริษัทพี่มีกี่คนฮะ”
“มีพี่คนเดียวนี่แหละ พี่ย้ายมาจากสำนักงานใหญ่ที่อเมริกา ตอนเรียนจบ พี่ก็ทำงานที่โน่นก่อนตั้งแต่ยังเป็นสตาฟธรรมดาจนตำแหน่งโตขึ้น แล้วพอทางนี้มีตำแหน่งว่างก็ขอย้าย อยากกลับบ้าน”
“แล้ว…ที่พี่ถ่ายรูป ที่พี่บอกเป็นช่างภาพ” ธาดาเริ่มงุนงง
“พี่ถ่ายรูปเป็นงานอดิเรก ลินินเลยใช้พี่ทำงานนี่แหละ พี่ถึงไปที่ออฟฟิศลินินตอนเย็นไง”
“อ้าว แต่เอริคมันบอกกับพี่ธาดาว่า เขาเป็นผู้อำนวยการฝ่ายการตลาดที่นี่ มีรถประจำตำแหน่งแล้วก็มีคนขับด้วยนะ…ใช่มั้ย พี่ธาดา” หญิงสาวหันไปถามพี่ชาย ก่อนจะเขี่ยกะหล่ำปลีดองที่อยู่ในจานตรงหน้าเข้าปากอย่างเอร็ดอร่อย เหมือนกับว่าทั้งอาหารและหัวข้อสนทนาชักจะเริ่ม ‘แซ่บ’
“อะไรนะ รถประจำตำแหน่ง ไม่มีหรอก พี่ขับรถเอง บางทีเบื่อรถติดก็ยังขึ้นรถไฟฟ้าเลย บริษัทพี่น่ะ กว่าจะได้รถก็ต้องซีเลเวล” สารินหมายถึงผู้บริหารระดับสูง แล้วมองหน้าชายหนุ่มที่ผิวขาวอยู่แล้วแต่บัดนี้ซีดแทบไม่มีสีเลือด ก่อนจะเปิดกระเป๋าหนังสีน้ำตาลเข้มข้างตัว แล้วหยิบบัตรที่มีสายคล้องคอส่งให้ธาดา
“อะ เดี๋ยวจะหาว่าโม้…นี่บัตรพนักงานของพี่” พลางลอบมองดูอาการของคนตรงหน้า
“แล้ว…เอริค” ธาดาพูดขึ้นมาหลังจากก้มลงมองบัตรพนักงานของสาริน ตำแหน่งชัดเจนไม่ผิดเพี้ยน
สารินจึงเปิดโทรศัพท์เคลื่อนที่ของตนเอง เลือกโปรแกรมเพื่อเข้าไปสู่ระบบภายในของบริษัท ชายหนุ่มขยับแว่น แล้วค้นหาอะไรอยู่สักครู่ จากนั้นจึงส่งรูปในโทรศัพท์ให้ธาดา
“นี่มัน…” ธาดาเหมือนจะพูดอะไรไม่ออก สารินจึงอธิบาย
“นี่เป็นระบบภายในของบริษัท ตรงนี้ ถ้าใส่ชื่อพนักงาน มันก็จะไปค้นในฐานข้อมูล ก็จะเจอว่าคนนี้ทำงานแผนกอะไรไงล่ะ…เอริคมีคนเดียวในบริษัท…เห็นมั้ย…เป็นพนักงานธรรมดาเลย ยังไม่มีตำแหน่งอะไร”
“แสดงว่าเขาแอบอ้างตำแหน่งนายน่ะสิ” คีรีที่นั่งเงียบอยู่นานพูดขึ้นมา
“ใช่ ถ้ามีหลักฐานก็เอาผิดได้เลยนะ” สารินพูดเรียบๆ เพราะไม่ใช่เรื่องดีแน่ หากนำตำแหน่งไปแอบอ้างแล้วทำให้เกิดความเสียหาย
หญิงสาวคนเดียวในโต๊ะบีบมือพี่ชาย “ไม่เป็นไรนะพี่ธาดา บางทีนรกก็ส่งคนเฮงซวยมาให้เราเรียนรู้…ดีแค่ไหนแล้วที่เรารู้เร็ว” ธาดาพยักหน้าอย่างเข้าใจ เพราะทำใจได้มาระดับหนึ่งแล้ว พลางนึกขึ้นได้ว่าเคยแอบถ่ายรูปเอริคที่ร้านกาแฟ จึงเปิดรูปถ่ายในโทรศัพท์แล้วยื่นให้สารินดู
“นี่แหละฮะ รถบริษัทที่มีคนขับมาส่งที่คอนโด แล้วนี่ก็รูปคนที่เขาบอกว่าเป็นคนขับรถ” ธาดาแค่นหัวเราะ ชายหนุ่มรับโทรศัพท์ไป มองรูปถ่ายแล้วลองขยายภาพดูจะได้เห็นหน้าชัดขึ้น
“ผมรู้จักนี่นา น้องคนนี้เป็นพนักงานใหม่ของผมเอง เด็กบ้านรวย เพิ่งเรียนจบ นี่มันจะหลอกเด็กเหรอเนี่ย” สารินเริ่มรู้สึกเป็นห่วงน้องผู้หญิงในรูป
“คงต้องกระชากหน้ากาก ไม่อย่างนั้นเอริคมันเกาะหนึบ” ธัญญาออกความเห็น ซึ่งทุกคนก็เห็นด้วย
“เดี๋ยวน้องในรูปนี่ผมจัดการเอง ไม่ชอบให้ใครมาหลอกลูกน้องผม” สารินรับปากหนักแน่น แล้วหันมาชวนคีรีไปดูขนมที่ตู้โชว์หน้าร้านด้วยกัน “พี่น้องเขาจะได้คุยกันไง” หญิงสาวมองอย่างขอบคุณ
ยังไม่ทันที่สองหนุ่มจะลุกเดินไปที่ตู้กระจกด้านหน้าร้านที่วางขายขนม ทั้งสี่คนก็ต้องหยุดชะงัก เพราะร้านอาหารตั้งอยู่ในห้างสรรพสินค้า จึงมีคนเดินผ่านไปมาไม่ขาดสาย แต่สายตาของทั้งสี่คนจับจ้องอยู่ที่คนคู่หนึ่งที่เพิ่งจะอยู่ในหัวข้อสนทนาเมื่อกี้นี้เอง
“ทฤษฎีโลกกลมชัดๆ” หญิงสาวพึมพำ
ธาดานึกขึ้นมาได้ จึงหยิบโทรศัพท์แล้วกดหาเอริคทันที แล้วพูดด้วยน้ำเสียงหวานเหมือนปกติ ในขณะที่ปลายสายของธาดาหันไปบอกหญิงสาวข้างกาย แล้วเดินแยกไปรับโทรศัพท์ โดยไม่รู้ตัวเลยว่ามีสายตาอีกสี่คู่มองดูจากในร้านอาหาร
“เอริคเหรอครับ เดินทางเหนื่อยมั้ย ได้เยี่ยมคุณแม่หรือยังครับ” ธาดาเงียบเสียง ตั้งใจฟังปลายสาย และคนทั้งโต๊ะก็พลอยเงียบด้วยอาการช่วยลุ้น
“ผมดีใจนะฮะที่คุณแม่แข็งแรงดี แล้วจะกลับกรุงเทพเลยมั้ยฮะ…อ๋อ พรุ่งนี้เหรอ เดินทางปลอดภัยนะครับ คิดถึงครับ” แม้น้ำเสียงจะอ่อนหวานอย่างที่คุยกับคนรัก แต่ดวงตากลับจ้องเขม็งไปที่คนทั้งสอง
“พี่ธาดา โอเคมั้ย” หญิงสาวถามพี่ชายด้วยความเป็นห่วง แม้จะอยากรู้ว่าพี่ชายไปเรียนการละครมาตั้งแต่เมื่อไร
“โอเคสิ โอเคมากเลย เหลือแค่แสดงตัว จะได้คาหนังคาเขา”
“เขาบอกว่าวันนี้จะไปเยี่ยมแม่ที่ต่างจังหวัดที่ว่าป่วย แล้วขอเงินพี่ จำได้มั้ย” ธาดาทวนความจำ หญิงสาวจึงพยักหน้าหงึกๆ
“แล้วพี่ก็เลยมายืมเงินแทนอีกต่อ”
“ก็เออสิ มันไม่พอกินแล้วไง” ชายหนุ่มเริ่มหงุดหงิด
“ก็นี่แหละน้า เปย์ผู้ชายจนหมด” หญิงสาวพูดจบแล้วรีบหลบหลังคีรีทันที
“เอาน่า อย่าเพิ่งตีกันสิ พี่น้องคู่นี้” คีรีปราม
“ผมว่า ผมมีอะไรสนุกๆ แล้วละ ธาดาอยากสนุกด้วยมั้ยล่ะ” สารินยิ้มเจ้าเล่ห์ แล้วหันไปถามธาดา ชายหนุ่มเข้าใจทันที จึงตอบรับหนักแน่น “พร้อม!”
สารินจึงหยิบเงินสดออกมาวางไว้ที่โต๊ะ แล้วเอาแก้วน้ำทับไว้ จะได้ไม่ต้องรอพนักงานเก็บเงินให้เสียเวลา ช้าไปจะไม่ทันการ ทั้งสี่คนเดินออกไปนอกร้าน และไม่ลืมที่จะแจ้งพนักงานว่าวางเงินไว้ให้แล้ว ที่เหลือเป็นค่าทิป
ทั้งสี่คนเดินออกไป โดยที่ธาดาเดินนำหน้า และที่เหลืออีกสามคนคอยสังเกตการณ์อยู่ไม่ห่างนักเอริคและ ‘คนขับรถ’ ชี้ชวนกันดูร้านรวงต่างๆ จนกระทั่งได้ยินเสียงที่คุ้นเคยจากด้านหลัง
“เอริค กลับจากเยี่ยมคุณแม่แล้วเหรอ เร็วจังเลยนะครับ เหมือนเหาะมาเลย” ไม่พูดเปล่า ธาดาแทรกตัวเข้าไปคล้องแขนแสดงความเป็นเจ้าของทันทีแล้วหันไปพูดกับหญิงสาวที่มากับเอริค
“แม่เขาป่วยน่ะเธอ ป่วยหนัก ถึงกับขอเงินเจ๊ไปแสนนึง วันนี้เขาบอกเจ๊ว่าจะไปเยี่ยมแม่” ชายหนุ่มบอกชื่อจังหวัดที่อยู่แสนไกล “เมื่อกี้โทรคุยกัน ยังอยู่โน่น” ชายหนุ่มชี้นิ้วโด่งขึ้นฟ้าพร้อมกับคำว่า ‘โน่น’ “ผ่านไปไม่ถึงห้านาที อยู่นี่เฉยเลยอะเธอ” ธาดาไม่สนใจสีหน้าพิพักพิพ่วนของเอริค ที่จะหนีไปก็หนีไม่ได้ เพราะธาดาคล้องแขนล็อกไว้แน่น
“นี่ เธอ” ธาดาเริ่มเปิดประเด็นใหม่ “เขาบอกว่าเขาเป็นผู้อำนวยการฝ่ายการตลาดมีคนขับรถให้ด้วยนะเธอ” ธาดาบอกยี่ห้อรถพร้อมสี และเลขทะเบียนเสร็จสรรพ “…ดูตำแหน่งใหญ่โต แต่ขอยืมเงินเจ๊ไปรักษาแม่แสนนึงอะ คิดดูสิ” ธาดาเอามือที่เหลืออีกข้างปิดปากแล้วขำด้วยจริตคุณนายภูธร แล้วยังย้ำเรื่องเงินแสนด้วยความแค้น
“เดี๋ยวนะ พี่เอริค นั่นมันรถหนู พี่บอกเค้าว่าหนูเป็นคนขับรถเหรอ แล้วผู้อำนวยการฝ่ายการตลาดมันพี่สาริน หัวหน้าหนูนี่นา พี่แอบอ้างเหรอ” หญิงสาวหันมาถามเอริคอย่างจะเอาเรื่อง
“หนูจะไปฟ้องฝ่ายบุคคล เรื่องนี้หนูยอมไม่ได้” หญิงสาว ‘ลูกคุณหนู’ ถือคติฆ่าได้หยามไม่ได้
เอริคเริ่มลนลาน เหงื่อกาฬแตกพลั่กพอๆ กับหน้าที่แตกเพล้ง
“ส่วนแสนนึง เจ๊ก็จะถือซะว่าซื้อผู้ชายกินแล้วกันนะ…บาย” ธาดาเอกการละครใส่จริตสุดพลัง ก่อนจะสะบัดแขนทิ้งให้เอริคยืนงง ส่วนหญิงสาวที่มาด้วยก็เดินหนีไปไกลแล้ว
“พี่ธาดา” เสียงเรียกเบาๆ ดังมาจากหลังต้นไม้ปลอมที่ใช้ประดับทางเดินในห้างสรรพสินค้าทำให้ชายหนุ่มที่เพิ่งสะบัดผู้ชายทิ้งหันมามองตามเสียงเรียก รีบพุ่งตัวเข้าไปหา น้ำหูน้ำตาไม่รู้มาจากไหน จนธัญญาต้องควานหากระดาษทิชชูส่งให้ทั้งห่อ
“ปกติพี่ไม่ทำจริตสาวนี่นา ไปหัดมาจากไหนเนี่ย เอกการละครชัดๆ ป่านนี้เอริคคงยังไม่หายงง”
“ดีละ ปิดจบเรื่องนี้ได้ ที่เหลือทางผมจะไปคุยกับฝ่ายบุคคลอย่างที่น้องเขาบอก เพราะเขาแอบอ้างผม มีนามบัตรปลอมเป็นหลักฐาน” สารินสรุป
“ไปหาขนมกินกันมั้ย มีคนร้องไห้จนตาบวมแล้ว” คีรีลูบหลังเพื่อนบ้านที่รู้จักกันมาตั้งแต่เด็กอย่างปลอบใจ
“ไป! แม่จะฟาดไอติมให้หมดร้านเลย”
- READ จิตรกร ยาขม และชมรมคนชรา บทที่ 13 : ทฤษฎีโลกกลม
- READ จิตรกร ยาขม และชมรมคนชรา บทที่ 12 : ความจริงปรากฏ
- READ จิตรกร ยาขม และชมรมคนชรา บทที่ 11 : ป้ามาลัยอีกที
- READ จิตรกร ยาขม และชมรมคนชรา บทที่ 10 : ป้ามาลัย
- READ จิตรกร ยาขม และชมรมคนชรา บทที่ 9 : แก๊งค์นักสืบ
- READ จิตรกร ยาขม และชมรมคนชรา บทที่ 8 : เบียดเบียน
- READ จิตรกร ยาขม และชมรมคนชรา บทที่ 7 : จับขโมย
- READ จิตรกร ยาขม และชมรมคนชรา บทที่ 6 : ว่าที่ดีไซเนอร์เปย์เวอร์วัง
- READ จิตรกร ยาขม และชมรมคนชรา บทที่ 5 : เรื่องวุ่นวายในโรงยา
- READ จิตรกร ยาขม และชมรมคนชรา บทที่ 4 : งานในฝันและผู้ชายในฝัน
- READ จิตรกร ยาขม และชมรมคนชรา บทที่ 3 : ผู้ช่วยคนสำคัญ
- READ จิตรกร ยาขม และชมรมคนชรา บทที่ 2 : แล้วยังจะสร้างเรื่องไว้อีก
- READ จิตรกร ยาขม และชมรมคนชรา บทที่ 1 : พี่ชายตัวดีหนีไปมีผัว







