ฉัตรกนก บทที่ 15 : เหยื่อรายที่สอง

ฉัตรกนก บทที่ 15 : เหยื่อรายที่สอง

โดย : พงศกร

ฉัตรกนก นวนิยายสืบสวนสอบสวน โรแมนติก จากซีรี่ส์คุณหญิงยอดนักสืบ โดย พงศกร นิยายออนไลน์ ที่ อ่านเอา อยากให้คุณได้ อ่านออนไลน์ กับเรื่องราวของโรงพิมพ์ผ้าตราฉัตรกนกที่กำลังเป็นที่นิยม เกิดเหตุฆาตกรรมขึ้น โดยมีชายลึกลับเข้ามาเกี่ยวข้อง…ชายผู้ซึ่งไม่รู้ว่าเป็นฆาตกรหรือโจรขโมยหัวใจกันแน่

……………………………………………………………….

-15-

“คุณหญิงคิดว่าลำพังแค่คนงานทิ้งก้นบุหรี่ลงไปในกองผ้าจะทำให้โรงงานต.ภูษาไหม้จนเหลือแต่ซากแบบนี้หรือครับ” ตวงฤทธิ์ยังถามย้ำคำถามเดิม

“แม้เหตุเกิดขึ้นในยามวิกาล แต่ก็มีคนงานพักอยู่ในโรงงานหลายคน ที่สำคัญ พวกนั้นไม่มีใครสูบบุหรี่เลยสักคน” ชายหนุ่มหลับตานิ่ง “บุหรี่เป็นอันตรายกับผ้า ฉะนั้นโรงงานผมมีข้อห้ามเด็ดขาด ไม่ให้คนงานสูบบุหรี่ ใครที่สูบบุหรี่ ถ้าจับได้เราจะไล่ออกทันที…ดังนั้น เรื่องไฟไหม้ ผมมั่นใจว่าไม่ได้เกิดจากคนของเราแน่นอน…ยิ่งไปกว่านั้น พอคนงานรู้ว่าเกิดไฟไหม้ พวกเขาช่วยกันดับไฟกันจนสุดความสามารถ แต่ที่สกัดไฟเอาไว้ไม่ได้ เพราะเพลิงไหม้เกิดขึ้นพร้อมกันหลายจุดต่างหาก…”

“หมายความว่านี่คือการลอบวางเพลิง” คุณหญิงฉัตรกนกฟังแล้วได้แต่อ้าปากค้าง

“ใช่ครับ” ตวงฤทธิ์พยักหน้า “ตำรวจที่เข้ามาตรวจสอบ พบว่าต้นตอของไฟเกิดขึ้นที่ห้องเก็บผ้า ห้องเก็บด้าย ห้องเอกสาร และห้องเก็บสินค้า มีคนทิ้งก้นบุหรี่ที่ยังไม่ดับลงไป มีร่องรอยราดน้ำมันอยู่ในห้องพวกนั้นด้วย ด้วยเหตุนี้ไฟจึงไหม้ขึ้นพร้อมๆ กัน จากนั้นก็ลุกลามไปทั่วโรงงานอย่างรวดเร็ว เกินความสามารถที่คนงานและพนักงานดับเพลิงจะควบคุมเอาไว้ได้”

“เป็นฝีมือของใครคะ”

คุณหญิงพึมพำถาม รู้สึกเสียดายที่โรงงานใหญ่โตต้องมามอดไหม้ไปภายในชั่วคืน ส่งผลกระทบกับสินค้าที่จะต้องขาดตลาด และมีคนจะต้องตกงานอีกไม่น้อย

“นั่นสิครับ…ผมก็อยากรู้เหมือนกัน…ว่าเป็นฝีมือของใคร” ชายหนุ่มถอนใจ “ถ้าโรงงานของผมเกิดความเสียหาย จนผลิตผ้าไม่ได้…ใครกันที่จะได้รับผลประโยชน์จากเหตุการณ์ในครั้งนี้”

“ก็โรงงานของฉันยังไง ที่จะได้ประโยชน์ไปเต็มๆ นายรู้ไหม…เมื่อช่วงเช้า บรรดาลูกค้าที่สั่งผ้าจากโรงงาน ต.ภูษา พากันย้ายมาสั่งสินค้าจากโรงงานของฉัน ออร์เดอร์มากเสียจนรับไม่หวาดไม่ไหว” เสียงของคุณหญิงฉัตรกนกแผ่วเบา “นี่…นายคงไม่คิดว่าฉันอยากได้ออร์เดอร์มากเสียจนต้องใช้วิธีสกปรกแบบนี้หรอกนะ”

“ผมไม่คิดเช่นนั้น” ตวงฤทธิ์ส่ายหน้า

“ฉันไม่มีวันทำแบบนั้นแน่นอน” คุณหญิงฉัตรกนกยังคงยืนยัน “นิสัยของฉันและหม่อมย่า ไม่เคยแทงใครข้างหลัง”

“คุณหญิงลองคิดต่อสิครับว่า…ถ้าโรงงานของคุณหญิงต้องปิดตัวไปอีกแห่ง” ชายหนุ่มถามต่อ “ใครจะได้ประโยชน์”

“คุณหญิงวิศวานฤมิต” ดวงตาของคุณหญิงฉัตรกนกเบิกกว้าง

“ใช่ครับ” ตวงฤทธิ์พยักหน้า “จะว่าไปแล้ว เธอเป็นบุคคลที่น่าสงสัยที่สุด…คุณหญิงทราบไหมครับ ก่อนหน้าที่ผมจะเข้าไปทำงานที่โรงงานฉัตรกนก คุณหญิงวิศวานฤมิตติดต่อผ่านมาทางคุณพ่อของผม เพื่อขอเข้ามาดูงาน แบบเดียวกับที่เธอไปที่โรงงานฉัตรกนก พ่อเรียกให้ผมมาคอยต้อนรับ วันที่เธอมาโรงงาน ต.ภูษา คุณหญิงก็ออกนิสัยแย่ๆ พูดจาเสียดสี ตำหนิ แบบเดียวกับวันนั้นไม่มีผิด”

“มิน่าล่ะ คุณหญิงวิศวาฯ ถึงทำท่าเหมือนเคยรู้จักนายมาก่อน” คุณหญิงฉัตรกนกนึกไปถึงท่าทางแปลกๆ ของคุณหญิงวิศวานฤมิต ตอนที่เห็นหน้า ‘นายฤทธิ์’

“แต่คุณหญิงวิศวาฯ ก็ตายไปแล้ว” คุณหญิงฉัตรกนกพึมพำ ถึงตอนนี้เธอรู้สึกว่าเรื่องราวซับซ้อนเกินกว่าจะเข้าใจ

“โรงงานของผมไฟไหม้ คุณหญิงวิศวานฤมิตตาย และถ้าโรงงานฉัตรกนกต้องปิดตัวไปอีกแห่ง…ผลประโยชน์จะเกิดขึ้นกับใครครับ” ตวงฤทธิ์ถามต่อ

“ท่านเจ้าคุณวิศวานฤมิต…” คราวนี้เสียงของคุณหญิงฉัตรกนกแผ่วเบาจนแทบไม่เล็ดลอดออกมาจากลำคอ

“เจ้าคุณวิศวานฤมิตกำลังจะเปิดโรงงานทอผ้าให้คุณหญิง ที่ผมทราบมา ตอนนี้ท่านสร้างโรงงานใกล้จะเสร็จแล้ว และสั่งเครื่องจักรรุ่นล่าสุดแบบเดียวกับโรงงานฉัตรกนกเรียบร้อย เครื่องจักรกำลังจะมาถึงพระนครเดือนหน้า…”

ตวงฤทธิ์เริ่มรู้สึกถึงความผิดปกติตั้งแต่ตอนที่คุณหญิงวิศวานฤมิตมาขอเยี่ยมชมโรงงาน ต.ภูษา จึงให้คนสนิทตามสืบเรื่องนี้มาระยะหนึ่งแล้ว

“นอกจากนี้ ท่านยังส่งบัวขาว เมียที่กำลังเป็นที่โปรดปราน ไปเรียนวาดภาพ เพื่อมาเขียนลายผ้าเหมือนที่คุณหญิงทำด้วยนะครับ”

นี่ก็เป็นข้อมูลอีกเรื่องหนึ่งที่เขารู้มา

“ถ้าเป็นไปตามที่นายว่า…เช่นนั้น เจ้าคุณวิศวานฤมิตก็เป็นผู้ที่น่าสงสัยที่สุด เพราะเขาจะได้ผลประโยชน์ที่สุดจากเหตุการณ์ทุกอย่างที่เกิดขึ้น”

คุณหญิงฉัตรกนกนึกถึงท่าทีร้อนรนของท่านเจ้าคุณ ตอนที่ไปขอดูที่เกิดเหตุ

“จริงสินายฤทธิ์…เอ้อ…คุณตวงฤทธิ์…”

คุณหญิงกำลังจะเล่าเรื่องนี้ให้ฟัง หากชายหนุ่มรีบร้องห้ามขึ้นเสียก่อน

“เรียกผมนายฤทธิ์เหมือนเดิมเถิดครับ สำหรับคุณหญิงแล้ว…ผมอยากเป็นนายฤทธิ์เหมือนเดิม”

“หน้าสิ่วหน้าขวานขนาดนี้ ยังจะมาพูดเล่นอีก” คุณหญิงฉัตรกนกนิ่วหน้า “ฟังที่นายวิเคราะห์แล้ว มีความเป็นไปได้มากทีเดียว ท่านเจ้าคุณนี่ละน่าสงสัยที่สุดแล้ว รู้ไหมคะ เมื่อเช้าท่านเจ้าคุณพาลูกน้องไปตรวจที่เกิดเหตุที่โรงงานของฉันด้วยตัวเอง ไม่ได้ขออนุญาตตำรวจด้วยซ้ำ ฉันพยายามถ่วงเวลาอยู่นาน กว่าตำรวจจะมาถึง และท่านเจ้าคุณก็ดูเหมือนจะไม่พอใจมาก”

“คุณหญิงกำลังคิดว่าท่านเจ้าคุณเข้าไปเพื่อทำลายหลักฐานในที่เกิดเหตุ” ตวงฤทธิ์ขมวดคิ้วมุ่น ดวงหน้าคมสันของเขาเต็มไปด้วยร่องรอยครุ่นคิด

“นายก็คิดแบบนั้นไม่ใช่หรือ” คุณหญิงย้อนถาม

“อย่างนี้คุณหญิงยิ่งต้องระวังตัว” ชายหนุ่มเตือน “เพราะถ้าสิ่งที่เราคิดนั้นถูกต้อง แปลว่าคนร้ายจะต้องหาทางทำอะไรสักอย่าง เพื่อให้โรงงานฉัตรกนกต้องปิดกิจการไปอีกแห่ง เพื่อที่โรงงานพิมพ์ผ้าแห่งใหม่ของท่านเจ้าคุณวิศวานฤมิตจะได้ปราศจากคู่แข่ง”

“ฉันไม่เคยคิดถึงเรื่องนี้มาก่อน…” คุณหญิงฉัตรกนกอึ้งไปพักใหญ่

“ผมคิดว่าคนร้ายคงไม่หยุดแค่นี้แน่” ชายหนุ่มถอนใจ “โรงงานฉัตรกนกกำลังตกอยู่ในอันตราย”

“แล้วฉันจะทำอย่างไรดี…” คุณหญิงพึมพำกับตัวเองมากกว่าต้องการคำตอบ ที่ห่วงมากที่สุดไม่ใช่โรงงาน หากเป็นหม่อมอุ่นอรุณ…

“ผมจะกลับไปที่โรงงานของคุณหญิง” ตวงฤทธิ์บอกเสียงหนักแน่น “ในนามของฤทธิ์ ชาติสยาม”

“แต่…” คุณหญิงฉัตรกนกลังเล

“ไม่ต้องลังเลแล้วครับคุณหญิง” ตวงฤทธิ์ยืนยันความคิดของเขา “ผมเป็นห่วงคุณหญิง…ผมสังหรณ์ใจว่าจะต้องเกิดเหตุร้ายอะไรขึ้นอีกแน่ๆ…อีกอย่าง ที่ผมไปก็จะได้ช่วยสืบเรื่องฆาตกรรมคุณหญิงวิศวาฯ ด้วยนะครับ ผมเป็นคนหนึ่งที่ตำรวจสงสัย ฉะนั้น ผมจะไม่อยู่นิ่งเฉยแน่”

“แล้วนายจะไปได้จริงๆ หรือ” คุณหญิงฉัตรกนกกวาดสายตามองดูสภาพแวดล้อมรอบกาย “โรงงานของนาย…คนงานของนาย…คุณพ่อของนาย จะทำยังไง”

“ถึงขนาดนี้ ต.ภูษาคงยากจะฟื้นตัวแล้วละครับ ไฟไหม้ขนาดนี้ ถ้าเราจะลุกขึ้นมาทำกิจการต่อ ก็ไม่ต่างอะไรกับการเริ่มต้นใหม่ทั้งหมด เงินทุนของครอบครัวเราในยามนี้ ไม่มีเหลือมากพอจะทำแบบนั้นได้ ก็คงต้องเลิกกิจการไปอย่างถาวร” ตวงฤทธิ์ถอนใจ

ดวงตาสีสนิมเหล็กของชายหนุ่มเต็มไปด้วยร่องรอยปริวิตก หากท่ามกลางแสงสลัวรางของราตรีกาล คุณหญิงฉัตรกนกเห็นประกายของความเป็นนักสู้ ที่ไม่ยอมแพ้ต่อโชคชะตาฉายชัดอยู่ในนั้น

“ส่วนคนงานก็คงต้องตกงาน…พวกเขาต้องหางานใหม่…ระหว่างนี้ผมจะให้เงินสนับสนุนพวกเขาคนละหนึ่งเดือน” ตวงฤทธิ์เล่าต่อ เขาครุ่นคิดทุกอย่างมาแล้วเป็นอย่างดี “ส่วนคุณพ่อ ท่านปลอดภัยดีครับ แต่คงตกใจกับสิ่งที่เกิดขึ้น หลังจากไฟไหม้คุณพ่อก็เอาแต่เก็บตัวอยู่ในห้อง แต่คุณหญิงไม่ต้องห่วงหรอกนะครับ คุณพ่อของผมเป็นคนเข้มแข็ง ท่านเคยผ่านวิกฤติต่างๆ มานับครั้งไม่ถ้วน ครั้งนี้เราก็จะผ่านไปได้เช่นกัน…”

“นายฤทธิ์” คุณหญิงฉัตรกนกเอื้อมมือไปแตะต้นแขนแข็งแรงของเขาแผ่วเบา

“ครับ” ชายหนุ่มเงยหน้าขึ้นสบตาคุณหญิงฉัตรกนก เขาแลเห็นประกายอ่อนโยนท่ามกลางความมืดมิดของยามราตรี

“คุณหญิงมีอะไรหรือเปล่า…”

“ฉันเสียใจกับสิ่งที่เกิดขึ้นด้วยนะ หากมีอะไรที่ช่วยได้…นายบอกฉันได้เลย” เธอไม่โกรธเขาแล้วที่ตวงฤทธิ์ปลอมตัวเข้าไปในโรงงานฉัตรกนก ฤทธิ์มีเหตุผลจำเป็น ถ้าเธอเป็นเขา ก็คงจะทำแบบเดียวกัน

“ที่คิดออกในตอนนี้คือ ฉันจะรับสมัครคนงานส่วนหนึ่ง เข้ามาทำงานที่โรงงานฉัตรกนก ตอนนี้เรารับออร์เดอร์เพิ่มขึ้น คนงานเท่าที่มีอยู่ ต่อให้ทำงานล่วงเวลาอย่างไรก็ทำไม่ทัน…อีกอย่าง คนงานของ ต.ภูษาก็มีประสบการณ์อยู่แล้ว ไม่ต้องเสียเวลาฝึกใหม่…เสียดายที่ฉันไม่อาจจะรับทุกคนไปได้ทั้งหมด อาจจะต้องคัดเอาเฉพาะคนที่มีฝีมือ”

“เท่านี้ก็เป็นพระคุณกับพวกเขามากแล้วละครับคุณหญิง” ดวงตาของตวงฤทธิ์มีความแช่มชื่นขึ้นบ้าง “ผมจะช่วยคุณหญิงคัดคนให้เอง”

“แล้วพวกเขา…” คุณหญิงเป็นห่วงเรื่องที่เขาปลอมตัว

“ไม่ต้องห่วงครับ” ตวงฤทธิ์หัวเราะเสียงแผ่ว เขาอ่านความคิดของคุณหญิงฉัตรกนกออก “ผมจะกำชับทุกคนไม่ให้แพร่งพรายว่า แท้จริงแล้วผมคือใครกันแน่…”

“ดีค่ะ…ตกลงตามนั้น” คุณหญิงฉัตรกนกเหลือบมองขอบฟ้าที่อรุณเริ่มฉายแสงรำไร “แต่ตอนนี้ ถึงเวลาที่นายจะต้องส่งฉันกลับวังแล้วละ…”

“นายฤทธิ์…นี่หายไปไหนมา”

คนแรกที่ร้องทักชายหนุ่มก็คือหม่อมอุ่นอรุณ เสียงหม่อมย่าของคุณหญิงฉัตรกนกเต็มไปด้วยความประหลาดใจ

“รู้หรือเปล่าว่าตำรวจตามหาตัวกันให้วุ่น นี่ถ้าไม่กลับมาทำงาน ฉันต้องเหมาเอาว่านายเกี่ยวข้องกับฆาตกรรมแน่นอน”

“ฤทธิ์มีธุระทางบ้านนิดหน่อยค่ะหม่อมย่า” คุณหญิงฉัตรกนกออกรับแทนชายหนุ่ม “หญิงซักไซ้ไล่เลียงเรียบร้อยแล้ว ส่วนเรื่องคดีคุณหญิงวิศวาฯ หม่อมย่าไม่ต้องเป็นห่วง หญิงโทรแจ้งคุณหลวงบูรณะแล้วเช่นกัน ตอนสายๆ คุณหลวงจะส่งลูกน้องมาสอบปากคำตวง…เอ้อ…นายฤทธิ์ที่นี่ค่ะ”

“กลับมาก็ดีแล้ว ขาดนายไปเสียคน ฉันหัวหมุนไปหมด” นายเศวตยิ้มกว้าง “งานก็เยอะ คนก็ขาด แถมเครื่องจักรเครื่องเก่าก็เหมือนจะรวนๆ”

“ไม่ต้องห่วงครับ” ชายหนุ่มยิ้มให้ชายวัยกลางคน และส่งยิ้มเลยมายังราชนิกุลสาวที่ยืนอยู่กลางห้องด้วย “ผมกลับมาแล้ว พร้อมทำงานเต็มที่”

“เรื่องงานเยอะ คนงานไม่พอก็ไม่ต้องห่วงนะคะหม่อมย่า” คุณหญิงฉัตรกนกหันไปกอดหม่อมอุ่นอรุณอย่างเอาอกเอาใจ “หญิงคิดว่าจะติดต่อไปที่โรงงาน ต.ภูษา รับคนงานบางส่วนมาทำที่โรงงานของเรา”

“จริงด้วย”ดวงตาของหม่อมอุ่นอรุณเบิกกว้าง “ย่าลืมคิดเรื่องนี้ไปเสียสนิท”

“คนงานพวกนั้นมีประสบการณ์ไม่ต้องฝึกใหม่ แถมเรายังช่วยไม่ให้เขาต้องตกงานอีกด้วย”เศวตรีบเสริม

“เดี๋ยวให้มะลิวัลย์รีบทำประกาศไปติดที่หน้าโรงงาน” คุณหญิงฉัตรกนกกวาดสายตามองไปรอบห้อง “เอ๊ะ…นี่มะลิวัลย์ยังไม่มาทำงานหรือคะ”

“นั่นสิ” หม่อมอุ่นอรุณขมวดคิ้ว ปกติมะลิวัลย์ไม่เคยมาทำงานสาย จะขาดจะลาก็บอกล่วงหน้าเสมอ วันนี้เลยเวลางานไปเกือบสองชั่วโมงแล้ว หากไม่ปรากฏแม้เงาของหญิงสาวคนนั้น

“อาจจะเหนื่อย เลยมาสาย” นายเศวตสันนิษฐาน “เห็นยามบอกว่า เมื่อวานกว่ามะลิวัลย์จะกลับบ้านก็ดึกโข คงจะอยู่ล่วงเวลาเพื่อเคลียร์เอกสารลูกค้าน่ะครับ”

“งั้นเราก็แยกย้ายไปทำงานกันได้แล้ว” หม่อมอุ่นอรุณโบกมือ “ฉันเองก็มีงานเอกสารต้องตรวจสอบไม่น้อยเช่นกัน”

“ครับ” เศวตก้มศีรษะให้หม่อมอุ่นอรุณ เขาหันไปตบไหล่ตวงฤทธิ์ บอกกับชายหนุ่มด้วยน้ำเสียงยินดีว่า “ไปที่ห้องเครื่องจักรกันก่อนเลย…มีเรื่องรอให้ตรวจเช็กหลายรายการ แหม…กลับมาทันใจดีจริงๆ นะ นายฤทธิ์ ชาติสยาม…”

คุณหญิงฉัตรกนกยืนมองจนร่างสูงใหญ่เดินตามนายเศวตลับออกจากห้องไป จึงกลับมานั่งที่โต๊ะของตัวเอง

หม่อมอุ่นอรุณหยิบสมุดบัญชีจากโต๊ะของมะลิวัลย์มาเปิดและเริ่มลงมือตรวจรายการต่างๆด้วยความละเอียดรอบคอบ ขณะที่คุณหญิงฉัตรกนกเอื้อมมือไปเปิดลิ้นชัก หยิบเอากระดาษวาดเขียนออกมา ลงมือร่างลายผ้าที่เพิ่งคิดใหม่ด้วยดินสอ จากนั้นจึงหยิบเอาจานสีและพู่กันมาจากตู้ทางด้านหลัง

อุปกรณ์วาดภาพพวกนี้ หม่อมเจ้าเปรมปุษาณสั่งซื้อมาจากอิตาลี

พู่กันและสีหลากหลายชนิดมาจากร้าน il papiro ร้านเครื่องเขียนเก่าแก่อายุหลายร้อยปี เทียบกับสยามแล้ว ปีที่ร้านเปิดกิจการ ย้อนหลังไปได้ถึงสมัยสมเด็จพระเพทราชาโน่น ศิลปินเลื่องชื่อของยุโรปหลายคนเป็นลูกค้าประจำของร้านเครื่องเขียนแห่งนี้ คุณหญิงฉัตรกนกรู้จัก il papiro จากแมกกาซีนฝรั่งที่ท่านบิดาเป็นสมาชิก และเมื่อหม่อมเจ้าเปรมปุษาณรู้ว่าธิดาองค์รองอยากได้ พระองค์ก็จัดการสั่งซื้อให้เป็นของขวัญวันเปิดโรงงาน

ย่าหลานนั่งทำงานกันเพลินจนเวลาผ่านไปหลายชั่วโมง เงยหน้าขึ้นมาอีกทีนั้นก็เป็นเวลาจวนจะเที่ยงแล้ว และแก่นก็วิ่งกระหืดกระหอบเข้ามา

“คุณหญิง…หม่อมขอรับ แย่แล้ว” เด็กหนุ่มสมุนคนสนิทของคุณหญิงเปลวกนกมีสีหน้าตื่นตระหนก

“อะไรของแก…ไอ้แก่น” หม่อมอุ่นอรุณเอ็ด เธอขยับแว่นสายตากรอบทองเขม้นมองเด็กหนุ่มรูปร่างผอมเกร็ง ผิวคล้ำแดด “เสียงดังโวยวาย ทะเล่อทะล่าวิ่งเข้ามา ไม่ยอมเคาะประตู…มีอะไรด่วนหือ…”

“มะลิวัลย์…” แก่นหายใจหอบ

“มะลิวัลย์ทำไม…เออแน่ะ…ป่านนี้ยังไม่มาทำงานอีก” หม่อมอุ่นอรุณยังไม่ฉุกใจคิดถึงท่าทางว้าวุ่นใจของอีกฝ่าย ขณะที่คุณหญิงฉัตรกนกใจหายวาบ เพราะเดาว่าจะต้องเกิดเหตุร้ายขึ้นแล้ว

“ตำรวจให้คนมาส่งข่าวขอรับ” แก่นพยายามระงับสติอารมณ์ “มีคนพบมะลิวัลย์ถูกยิง ระหว่างทางที่มาทำงานเมื่อเช้านี้ขอรับ”

Don`t copy text!