ฉัตรกนก บทที่ 7 : อุบัติเหตุ

ฉัตรกนก บทที่ 7 : อุบัติเหตุ

โดย : พงศกร

ฉัตรกนก นวนิยายสืบสวนสอบสวน โรแมนติก จากซีรี่ส์คุณหญิงยอดนักสืบ โดย พงศกร นิยายออนไลน์ ที่ อ่านเอา อยากให้คุณได้ อ่านออนไลน์ กับเรื่องราวของโรงพิมพ์ผ้าตราฉัตรกนกที่กำลังเป็นที่นิยม เกิดเหตุฆาตกรรมขึ้น โดยมีชายลึกลับเข้ามาเกี่ยวข้อง…ชายผู้ซึ่งไม่รู้ว่าเป็นฆาตกรหรือโจรขโมยหัวใจกันแน่

……………………………………………………………….

-7-

 

“ว้าย…แย่แล้ว”

ทันทีที่เงยหน้าขึ้นมองถนน คุณหญิงฉัตรกนกก็ส่งเสียงร้องลั่นด้วยความตกใจ เมื่อเห็นแขกโพกผ้าคนหนึ่งกำลังจูงวัวเดินตัดหน้าในระยะกระชั้นชิด ถ้าหากฤทธิ์จะไม่เอื้อมมือไปช่วยคุณหญิงฉัตรกนกหักพวงมาลัยเสียก่อน รถยนต์เปิดประทุนคันงามก็คงจะชนเข้ากับแขกเลี้ยงวัวและฝูงวัวเข้าอย่างจัง

“อุ๊บ…”

ฤทธิ์เป็นฝ่ายร้องบ้าง จังหวะที่เขาหักพวงมาลัย เป็นจังหวะเดียวกับที่คุณหญิงฉัตรกนกเหยียบคันเร่งพอดี รถจึงเคลื่อนที่ด้วยความเร็วสูง หน้ารถหันไปทางต้นไม้ที่ปลูกรายอยู่สองข้างถนน แขกเลี้ยงวัวรอดชีวิตไปอย่างหวุดหวิด เขายังคงจูงวัวเดินทอดหุ่ยต่อไปอย่างสบายอารมณ์ ไม่รู้เลยว่าเกิดอะไรขึ้นบ้าง

“ว้าย…” คุณหญิงฉัตรกนกอุทาน

“คุณหญิงเหยียบเบรก…” นายฤทธิ์ตะโกนแข่งกับเสียงของเครื่องยนต์ “เหยียบเบรก”

“ไหน เบรกอยู่ไหน…นายฤทธิ์…” ยามตกใจ คุณหญิงจำอะไรไม่ได้สักอย่าง ทั้งที่เมื่อครู่เพิ่งเรียนกันไปหมาดๆ

ถึงจะหาเบรกพบตอนนี้ก็ไม่ทันเสียแล้ว รถเสียหลักเอียงวูบตกถนน และร่างโปร่งบางของเธอก็พลอยเสียหลัก เอนไปซบกับบ่ากว้างของชายหนุ่มร่างสูงใหญ่

“คุณหญิง…ระวัง”

แขนแข็งแกร่งของเขาโอบคุณหญิงฉัตรกนกเอาไว้ รถคันงามพุ่งชนเข้ากับต้นหูกวางริมถนน ก่อนที่เครื่องยนต์จะกระตุกสองสามหน จากนั้นก็เงียบเสียงลง พร้อมกับที่กิ่งไม้ขนาดใหญ่หักตกลงมา และฤทธิ์ก็เหลือบไปเห็นพอดี

ฤทธิ์รีบพลิกกายรวดเร็ว ใช้ร่างของเขาบังร่างของราชนิกุลสาวเอาไว้ กิ่งหูกวางจึงไม่ตกใส่คุณหญิงฉัตรกนก หากแต่ฟาดเข้ากลางหลังของเขาอย่างจัง

“โอ๊ย” ฤทธิ์อุทานเบาๆ กัดฟันข่มความเจ็บปวดเอาไว้

เขาผลักกิ่งไม้ออกไป ก่อนจะยันกายลุกขึ้นด้วยความยากลำบาก คุณหญิงฉัตรกนกขยับแขนขา ตรวจสอบว่ามีส่วนใดบาดเจ็บหรือไม่ ก็พบว่าอวัยวะทุกส่วนของตัวเองยังอยู่ดี ไม่มีอะไรบุบสลาย

“คุณหญิงเป็นอะไรหรือเปล่า” เขาถามเสียงแผ่ว

“ไม่เป็นไรค่ะ” คุณหญิงฉัตรกนกพยายามผลักประตูรถ แต่พบว่ามันเบียดกับลำต้นของหูกวาง ไม่สามารถเปิดได้

“ต้องปีนออกมาทางฝั่งผมครับ” ฤทธิ์ขยับลุกขึ้นจากที่นั่ง ประตูฝั่งของเขาเปิดไม่ได้เหมือนกัน แต่ยังสามารถปีนออกไปได้

“ระวังด้วยนะครับ” เขาช่วยดึงมือของคุณหญิงฉัตรกนกให้ก้าวข้ามประตูรถ แล้วช้อนรับร่างของเธอเอาไว้ เคราะห์ดีที่คุณหญิงนุ่งกางเกง ทำให้การปีนออกจากรถค่อนข้างจะคล่องตัว

“โอ๊ย…” ชายหนุ่มร้อง

จังหวะที่เขาเกร็งแขนเพื่อรับร่างของคุณหญิงที่กระโดดออกมา ฤทธิ์รู้สึกเจ็บแปลบที่กลางหลัง และเมื่อคุณหญิงฉัตรกนกเห็นชายหนุ่มได้ถนัด เธอก็ต้องอุทานตกใจ

“นายฤทธิ์…เลือด”

“เลือด” ฤทธิ์ยังงง “เลือดอะไรที่ไหนครับ”

“ที่หลังของคุณ…” คุณหญิงฉัตรกนกหน้าซีด “ไหลเต็มเลย”

ฤทธิ์มองตามนิ้วมือที่ชี้ ก็เห็นเสื้อเชิ้ตของเขาเปื้อนเลือดที่ไหลมาจากแผ่นหลัง เมื่อเอามือลองคลำดูก็พบว่ามีแผลฉกรรจ์อยู่ที่กลางหลัง คงเกิดตอนที่กิ่งไม้หักแล้วตกลงมาใส่นั่นเอง จังหวะนั้นเขามัวแต่ห่วงความปลอดภัยของคุณหญิงฉัตรกนกจนลืมอาการบาดเจ็บของตัวเองไปเสียสนิท

“ไปโรงพยาบาลดีกว่า” คุณหญิงฉัตรกนกตัดสินใจ

เธอเหลียวซ้ายแลขวา มองหาความช่วยเหลือ ก็ปรากฏว่าเห็นคนงานกลุ่มหนึ่งกำลังวิ่งตรงมา นำหน้าด้วยนายมงคล…หัวหน้าคนงานที่เพิ่งเรียกร้องขอขึ้นเงินเดือนไปหยกๆ

“คุณหญิง…คุณฤทธิ์” ท่าทางของนายมงคลดูตกใจ “เป็นอย่างไรบ้างครับ…เจ็บตรงไหนหรือเปล่า…ผมทำงานกันอยู่ ได้ยินเสียงรถเบรกดังลั่น ตามมาด้วยเสียงชนโครมใหญ่ ก็เลยพากันวิ่งมาดู…”

“นั่นสิครับ คุณหญิงเจ็บตรงไหนหรือเปล่า” แก่นหายใจหอบ เขาเพิ่งวิ่งมาถึง “ทำไมถึงเป็นแบบนี้ได้นะเนี่ย ถ้าคุณหญิงเปลวรู้เข้าละก็…เล่นงานผมตายเลย”

เด็กหนุ่มนึกโทษตัวเองที่ปล่อยให้คุณหญิงคลาดสายตาไปได้ คุณหญิงเปลวกนกอุตส่าห์สั่งนักสั่งหนาว่าให้เขาคอยระวังดูแลความปลอดภัยให้คุณหญิงฉัตรกนกอย่าให้คลาดสายตา นี่เผลอประเดี๋ยวเดียว คุณหญิงคนรองออกมากับนายฤทธิ์ได้อย่างไรก็ไม่รู้

“ฉันไม่เป็นไรแล้วแก่น พี่หญิงเปลวไม่ว่าอะไรหรอก ไม่ต้องกังวล” คุณหญิงว่า “แค่เคล็ดขัดยอกนิดหน่อย คุณฤทธิ์น่ะสิ…ท่าทางจะเจ็บหนักกว่าฉัน…ถอดเสื้อออกเลยนายฤทธิ์…”

ประโยคหลังคุณหญิงฉัตรกนกหันไปสั่งชายหนุ่ม

“ให้ฉันดูแผลหน่อย”

ฤทธิ์ถอดเสื้อออกตามคำสั่งของราชนิกุลสาว แผ่นหลังของเสื้อเชิ้ตที่เขาสวมขาดเป็นทาง ผิวของชายหนุ่มขาวสะอาดอย่างคนไม่เคยโดนแดด ต้นแขนทั้งสองข้างแข็งแกร่ง บ่าและไหล่หนั่นหนา กล้ามหน้าอกเห็นชัด มีไรขนบางๆ แล่นเลื้อยหายไปกับกล้ามท้องที่แลเห็นเป็นลอนสวย  อย่างคนที่ออกกำลังกายเป็นประจำ จู่ๆ คุณหญิงฉัตรกนกก็หน้าแดงขึ้นมาโดยไม่มีเหตุผล

“หันหลังมาสิ”

เสียงของคุณหญิงผะแผ่ว และชายหนุ่มก็ทำตามอย่างว่าง่าย

“ตายจริง…” คุณหญิงฉัตรกนกยกมือขึ้นแตะริมฝีปาก เมื่อเห็นว่าแผลที่กลางหลังของเขาค่อนข้างฉกรรจ์ ปลายของกิ่งไม้ปาดลึกเป็นทางยาว เลือดสีแดงสดยังไหลระเรื่อยออกมา

“แก่น” คุณหญิงหันไปทางเด็กหนุ่มที่พี่สาวส่งมาให้คอยอารักขา “กลับไปที่โรงงานเดี๋ยวนี้เลย ไปหาผ้าสะอาดๆ มาสักสองผืน เอาน้ำต้มสุกใส่อ่างมาด้วย”

“ขอรับคุณหญิง” แก่นรับคำแล้วหันหลังวิ่งกลับไปทันที

นายมงคลกับพรรคพวกช่วยคุณหญิงฉัตรกนกประคองนายฤทธิ์ให้ไปนั่งอยู่ที่ใต้ต้นไม้ ดวงหน้าของราชนิกุลสาวซีดเซียวเพราะไม่เคยเห็นใครเลือดออกมากเท่านี้มาก่อน แก่นหายไปไม่นานก็กลับมาพร้อมกับอุปกรณ์ทำแผลที่คุณหญิงสั่ง

เธอใช้ผ้าชุบน้ำอุ่นแล้วค่อยๆ เช็ดแผลกลางหลังของชายหนุ่มอย่างอ่อนโยน

“โอ๊ย…” ฤทธิ์ร้อง “มือหนักจังเลยคุณหญิง”

“นี่ทำเบาที่สุดแล้วนะ” คุณหญิงนิ่วหน้า ยิ่งเช็ดแผล เลือดสดๆ ยิ่งไหลทะลักออกมา บาดแผลที่ปรากฏตรงหน้า…ฉกรรจ์ไม่ใช่น้อย

“แผลใหญ่ขนาดนี้ ไปโรงพยาบาลเถอะ” แม้ไม่ใช่หมอหากคุณหญิงฉัตรกนกบอกได้ว่าแผลฉีกขาดยาวแบบนี้ไม่มีทางใส่ยาแล้วหายได้เองแน่ แต่ต้องไปเย็บแผล “มงคล…”

คุณหญิงร้องสั่งหัวหน้าคนงาน

“ไปเอารถอีกคันออกมารับคุณฤทธิ์ ฉันจะพาไปโรงพยาบาล”

“ครับ” มงคลเตรียมจะวิ่งกลับไปยังโรงงาน

นอกจากรถเปิดประทุนคันที่เกิดอุบัติเหตุ ที่โรงงานยังมีรถยนต์เก่าๆ อีกสองคัน สำหรับวิ่งส่งผ้าไปให้กับลูกค้าในพระนคร

“ผมไม่เป็นอะไรมาก ไม่ไปดีกว่าครับคุณหญิง” ฤทธิ์ส่ายหน้า “ไม่ต้องหรอกมงคล”

“ครับ” มงคลรับ “ไม่ไปครับ”

“ต้องไปสิ ไม่ไปได้ยังไงนายฤทธิ์ แผลใหญ่ขนาดนี้ เลือดออกจะหมดตัวอยู่แล้ว” คุณหญิงร้องสั่งอีก “มงคล…ฉันบอกให้ไปเอารถมายังไง”

“ครับ” มงคลเตรียมจะวิ่งไปอีก “ไปครับ”

“ไม่ต้อง มงคล” ฤทธิ์เสียงเข้ม “ฉันไม่ไป”

“อย่าดื้อนะ นายฤทธิ์” คราวนี้คุณหญิงหันไปเอ็ดตัวต้นเหตุ

“ผมไม่ได้ดื้อ…ผมแค่…เอ้อ…กังวลนิดหน่อย” ฤทธิ์อึกอัก จะให้บอกได้อย่างไรว่าเขากลัวเข็ม

“ไม่ต้องห่วงเรื่องค่ารักษา” คุณหญิงฉัตรกนกกลับเข้าใจไปอีกทาง “ฉันออกให้เอง”

“แต่ผมไม่…” ฤทธิ์พยายามจะปฏิเสธ

“นี่คือคำสั่ง ฉันไม่ได้ถามว่านายจะไปหรือไม่ไป…แต่นายต้องไป” คุณหญิงฉัตรกนกทำเสียงเข้มบ้าง

แก่นมองหน้าคนนั้นทีคนนี้ทีด้วยความงุนงง คุณหญิงฉัตรกนกไม่สนว่าฤทธิ์จะโอดครวญอย่างไร เธอหันไปสั่งมงคลด้วยสุ้มเสียงเด็ดขาดว่า

“นายมงคล กลับไปที่โรงงาน แล้วเอารถมารับนายฤทธิ์ไปโรงพยาบาลเดี๋ยวนี้ รีบไปก่อนฉันจะอารมณ์เสีย แล้วไล่ทุกคนออก โทษฐานที่ขัดคำสั่ง…”

คุณหญิงฉัตรกนกไม่เคยคิดเลยว่าผู้ชายตัวโตอย่างกับยักษ์ จะกลัวเข็มได้ถึงขนาดนี้

“ไม่…ผมไม่ฉีดยา”

เสียงตะโกนของฤทธิ์ดังลั่นออกมาให้ได้ยิน คุณหญิงฉัตรกนกที่นั่งรออยู่หน้าห้องฉุกเฉินได้แต่ส่ายหน้าไปมา ไม่รู้ว่าควรจะขำหรือสงสารกันแน่

หากยังไม่ทันจะได้ว่าอย่างไร พยาบาลคนหนึ่งก็วิ่งกระหืดกระหอบออกมา เมื่อเห็นคุณหญิงฉัตรกนกก็ตรงเข้ามาพูดด้วยน้ำเสียงเร่งร้อน

“คุณคะ…ช่วยเข้าไปในห้องฉุกเฉินหน่อยเถิด”

“เกิดอะไรขึ้นคะ” ดวงตาของคุณหญิงเบิกกว้าง “ฤทธิ์เป็นอะไรไป”

“คุณฤทธิ์น่ะไม่เป็นอะไรหรอกค่ะ” พยาบาลละล่ำละลัก “แต่หมอน่ะสิคะ…จะแย่แล้ว”

“หมอ” คุณหญิงกะพริบตาถี่ๆ “หมอเป็นอะไรไปคะ”

“แฟนคุณชกหมอ” คุณพยาบาลเสียงแหลม

“เดี๋ยวก่อน…เกิดเรื่องแบบนี้ได้อย่างไรกันคะ” คุณหญิงฉัตรกนกผุดลุกจากที่นั่ง ตามหลังพยาบาลเข้าไปรวดเร็ว แม้อยากจะแก้ต่างว่านายฤทธิ์ไม่ใช่แฟนของเธอสักหน่อย หากกำลังกังวลกับเรื่องที่เขาชกหมอมากกว่า

“ไม่…ไม่ฉีดยา อย่าเข้ามานะ”

เมื่อคุณหญิงฉัตรกนกโผล่เข้าไปในห้องฉุกเฉิน ฤทธิ์ยังส่งเสียงร้องโวยวาย ภาพที่ปรากฏตรงหน้าของหญิงสาวก็คือ ผู้ชายตัวใหญ่นั่งอยู่บนเตียง ถูกบุรุษพยาบาลสามสี่คนช่วยกันยึดเอาไว้ไม่ให้ดิ้น ถัดไปคุณหมอเจ้าของไข้กำลังใช้มือกุมจมูกที่ถูกชก บรรยากาศโกลาหลอลหม่านไปหมด

“คุณ” หมอหันมาทางคุณหญิงฉัตรกนกอย่างมีความหวัง “มาก็ดีแล้ว…ช่วยอธิบายแฟนคุณหน่อย ว่าหมอจำเป็นต้องฉีดยาป้องกันบาดทะยักให้ ไม่อย่างนั้นแผลอักเสบ กลายเป็นบาดทะยักละก็ ไม่รอดแน่”

“ไม่ฉีด…ผมไม่ฉีดนะคุณหญิง” ฤทธิ์ยังไม่หยุดโวยวาย ท่าทางดิ้นรนของเขาเหมือนกับเด็กเล็กๆ

“ทำไมไม่ฉีดคะ” คุณหญิงฉัตรกนกเดินตรงไปหาเขา พูดด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน กับคนแบบนี้ต้องใช้น้ำเย็นเข้าลูบ

“ผม…เอ้อ…ผม” เขาอึกอัก

“กลัวเข็ม” คุณหญิงฉัตรกนกต่อให้ ท่าทางแบบนี้ มีเหตุผลเดียวเท่านั้น

“ก็…” ฤทธิ์หยุดดิ้นรน “กลัว…นิดหน่อย”

“ไม่นิดหน่อยแล้วค่ะ” คุณหญิงฉัตรกนกถอนใจ “ถึงขนาดชกหมอปากแตกแบบนี้”

“มันเจ็บ…” ฤทธิ์ยังจ้องมองเข็มที่วางในถาดด้วยความหวาดระแวง

“แต่ถ้าคุณไม่ฉีดยา…แล้วแผลอักเสบ กลายเป็นบาดทะยัก มันจะยุ่งยิ่งกว่านี้หลายเท่า ถึงตอนนั้นจะต้องฉีดยาอีกเป็นสิบๆ เข็มเลย” คุณหญิงเอื้อมมือไปแตะต้นแขนของเขาแผ่วเบา

“ผมฉีดแล้ว…ตอนเย็บแผลที่หลัง หมอฉีดให้แล้ว” เขายังคงต่อรอง

“คนละยากัน” คุณหญิงว่า “นั่นยาชา…นี่ยาป้องกันบาดทะยัก”

“ก็ไม่รู้นี่” เขาว่า

“แล้วทำไมตอนนั้นไม่โวยวาย” คุณหญิงนึกสงสัย

“ไม่ทันได้โวยวายน่ะสิ” ฤทธิ์พึมพำ “มาถึงก็จับนอนคว่ำ แล้วหมอก็ฉีดยาจึ้กเลย…ไม่ทันได้ตั้งตัว…นี่ถ้ารู้ก่อนนะ ผมไม่ยอมหรอก”

“โตแล้วนะคุณ…กลัวเข็มเป็นเด็กๆ ไปได้” คุณหญิงส่ายหน้า “ยังไงก็ต้องฉีด…ป้องกันบาดทะยัก ไม่ฉีดไม่ได้หรอกนะคะ”

“ผม…” คนตัวโตจนด้วยเหตุผล

“ฉีดนะคะ” คุณหญิงฉัตรกนกยังใจเย็น นี่ถ้าเป็นเด็กตัวเล็กๆ ละก็ เธอจะจับฤทธิ์ตีให้ก้นลายเลยทีเดียว

“ผม…” ฤทธิ์ยังคงลังเล

“ไม่ต้องกลัว…ฉันสัญญาว่า ตอนหมอฉีดยา จะจับมือคุณเอาไว้” คุณหญิงฉัตรกนกพูดออกไปแล้วก็อดจะประหลาดใจตัวเองไม่ได้ ว่าทำไมต้องทำถึงขนาดนั้น…อาจจะเพราะเธออยากให้เขาฉีดยา…

…อาจจะเพราะอยากรับผิดชอบ ด้วยแผลที่กลางหลังของนายฤทธิ์ เกิดขึ้นเพราะเขาใช้ตัวเองบังเธอเอาไว้จากกิ่งไม้ หาไม่แล้ว คนที่ต้องเย็บแผลคงจะเป็นหล่อน…

“จริงนะคุณหญิง” ฤทธิ์ค่อยสบายใจขึ้นนิดหนึ่ง…นิดเดียวจริงๆ

“ฉันไม่เคยพูดโกหก”

พูดจบประโยค มือเรียวยาวของคุณหญิงฉัตรกนกก็เอื้อมไปจับมือของชายหนุ่มไว้ทันที อุ้งมือของเขาใหญ่และอบอุ่น เธอบีบมือของเขาเบาๆ ราวจะให้กำลังใจ

“หายใจเข้าลึกๆ ไม่ต้องกลัว”

ฤทธิ์หลับตาแน่น และคุณหญิงฉัตรกนกก็หันไปพยักหน้าให้สัญญาณหมอ เดินเข้ามาฉีดยาที่ต้นแขนของชายหนุ่ม

“เสร็จหรือยัง” ฤทธิ์ยังคงหลับตา

“เสร็จตั้งนานแล้ว” คุณหญิงฉัตรกนกว่า

“โกหก” เขาเถียง “ไม่เห็นรู้สึกเลย”

“บอกคุณแล้วว่าหมอนาถมือเบา ก็ไม่เชื่อ” พยาบาลที่ช่วยอยู่ข้างๆ บอก

“ถ้ายอมแต่แรก ก็ไม่ต้องระดมเจ้าหน้าที่มาทั้งโรงพยาบาลแบบนี้” นายแพทย์นาถพึมพำ เขาพูดไม่ถนัดเพราะปากเจ่อ

“ผมขอโทษนะหมอ ไม่ได้ตั้งใจจะชกหมอเลย…ให้ตายสิ…” ฤทธิ์ยกมือขึ้นไหว้ “เจอเข็มทีไร ผมสติหลุดแบบนี้ทุกที”

“ตัวโตเสียเปล่า…ใจปลาซิว” คุณหญิงฉัตรกนกอดไม่ได้ “ถ้าคราวหน้าต้องฉีดยาอีก จะทำยังไง”

“คุณหญิงก็จับมือผมไว้สิครับ” ฤทธิ์อ้อน

“ฝันไปเถอะ” คุณหญิงพึมพำ เพิ่งนึกได้ตอนนั้นเองว่าเขายังจับมือหล่อนเอาไว้แน่น “แล้วก็ปล่อยมือฉันเสียที…”

Don`t copy text!