เด็กชายชาวดง บทที่ 16 : รักสองแบบ

เด็กชายชาวดง บทที่ 16 : รักสองแบบ

โดย : มาลา คำจันทร์

“เด็กชายชาวดง” นวนิยายเรื่องล่าสุด จากปลายปากกาของ มาลา คำจันทร์ ศิลปินแห่งชาติสาขาวรรณศิลป์ ที่อ่านเอา อยากให้คุณได้อ่านออนไลน์ เรื่องราวของเด็กชายที่เติบโตขึ้นมาในหมู่บ้านเล็กๆ กับเรื่องเล่าและวัฒนธรรมล้านนาอันยิ่งใหญ่ ชีวิตที่เรียบง่ายและแตกต่างจากเด็กในปัจจุบัน จะนำมาซึ่งรอยยิ้ม และจะสร้างความอุ่นหัวใจให้กับนักอ่าน

****************************

– 16 –

 

พี่แสงมาเป็นลูกของป้า ป้าคือพี่สาวของพ่อ ป้ากับลุงเขยปลูกเรือนอยู่ไม่ห่างจากเรือนของปู่สักเท่าใด  อยู่ไกลเรือนเราราวสองร้อยก้าว พี่แสงมาอายุรุ่นราวคราวเดียวกับไอ่อ้าย พูดจากูมึงกับไอ่อ้าย แต่กับพวกเรา แกแทนตัวเองว่าพี่ กับน้องๆ ร่วมท้องเดียวกัน แกใช้คำแทนตัวว่าเอ้ย คำว่าเอ้ยเป็นคำเฉพาะ หมายถึงลูกสาวคนแรก เป็นคำศักดิ์สิทธิ์ เป็นคำที่มีอำนาจคำหนึ่งในภาษาพื้นเมืองแบบบ้านเรา

คำว่าอ้าย โดยเฉพาะอย่างยิ่งคือไอ่อ้ายก็เป็นคำที่มีอำนาจ มีความศักดิ์สิทธิ์อีกคำหนึ่งในบ้านเรา

พี่แสงมาเป็นคนสวย ความสวยเริ่มผุดออกมาแต่อายุ๑๓-๑๔ อาจไม่สวยมากอย่างที่บัวผันที่ตกเหวเสียชีวิตในฮ่อมผีฮบ พี่บัวผันเป็นรุ่นพี่แสงเมืองหลายปี เป็นญาติใกล้ชิดกันจึงรู้เรื่องความรักของแกดี พี่แสงมาเป็นลูกสาวคนแรกของลุงและป้า ป้าเป็นลูกสาวคนแรกของปู่กับย่า ส่วนย่าจะเป็นลูกสาวคนที่เท่าไร เป็นลูกสืบเรือนหรือไม่ขี้คร้านสืบ ย่าเสียชีวิตไปนานสิบกว่าปี ปู่เป็นพ่อหม้ายอยู่เรื่อยมา

ผัวของป้าหรือลุงเขยเป็นคนบ้านน้ำลัด คนสามสี่หมู่บ้านแวดล้อมทุ่งหลวงแต่งงานกันได้เพราะต่างเป็นคนเมืองเหมือนกัน  วัฒนธรรมประเพณีวิถีชีวิตเป็นแบบเดียวกัน  หากเป็นต่างวัฒนธรรม เช่นคนเมืองกับชาวญาง ชาวลัวะ ถึงจะรักกันปานใดก็แต่งงานกันได้ยาก ยากมากๆ พ่อแม่ทั้งสองฝ่ายมักกีดกันเพราะระเบียบประเพณีวิถีชีวิตไม่เหมือน แต่ในรายพี่บัวผันกับอ้ายน้อยอุ่นเป็นคนเมืองเหมือนกันแต่ไม่ได้แต่งงานเพราะพ่อแม่พี่บัวผันอยากได้ลูกพ่อกำนันเป็นเขย แล้วไปลงเอยด้วยการจบชีวิตตกตายด้วยกัน

“มีชาวลัวะ มีชาวญาง แล้วมีชาวอื่นไหมตา”

“มีอีกชาว เป็นเผ่าลึกลับ คนบ้านเราเรียกว่าชาวในดง”

“ชาวในดงเป็นคนหรือผีกันแน่ตา”

“ครึ่งคนครึ่งผี  คนบ้านเราว่าอย่างนั้น”

“ตาเคยพบเขาไหม”

“เคย เมื่อตายังเป็นบ่าว” ตาหมายถึงเมื่อยังโสด “หมู่เฮาสามสี่คนตามรอยช้างค่อมเข้าไป”

“ช้างค่อม?”

“อือ ช้างค่อม”

“มันเป็นตัวเป็นตนอย่างใด   ช้างค่อม”

 

ย้อนนึกไปในวัยเด็ก มันมีความสุข ความสนุกสนานตื่นเต้นบนความขาดแคลนทางวัตถุปัจจัย ไม่มีแสงสีไฟฟ้า ไม่มีวิทยุโรทัศน์ ไม่มีหนังละครมาให้ดูถึงบ้าน แต่มีนิทานนิยาย มีเรื่องราวกล่าวขานตำนานพงไพรให้ฟัง จริงบ้างไม่จริงบ้าง แต่ความจริงไม่ใช่สิ่งสูงสุดของชีวิต ความเชื่อสำคัญกว่า เพราะความจริงนำไปสู่ความรู้ แต่ความเชื่อนำไปสู่ความประพฤติ สังคมคนบ้านอกขอกแดนเมื่อกึ่งพุทธกาล ต้องการคนประพฤติดีมากกว่าคนรู้มาก

“ช้างค่อมตัวมันค่อม” ตาเอามือไขว้สานเส้นตอกแม่นยำเหมือนมีตาที่มือ “ตัวมันย่อมลงมาขนาดควายน้อย แต่มีงวงมีงา มีหน้าตาหัวหูแบบช้างทุกอย่าง”

“มันดีอย่างใด”

“ดีอย่างใด”ตาขมวดคิ้ว ตาบอดเหลือกขึ้นข้างบนเห็นแก้วตาขาว “มันเป็นช้างวิเศษ มีฤทธิ์อำนาจกาจกล้าไว้คุ้มครอง อำนาจช้างค่อมเหนือผีโหงผีห่าและขึดขวงทั้งมวล บ้านใดได้งาช้างค่อมไว้แม้เพียงขอนเดียว ก็อย่าได้กลัวขึดขวงปวงห่าใดๆ เลย ว่ากันอย่างนั้น”

“แล้วพบไหมตา”

“บ่พบ แต่ไปพบชาวในดง”

“เขาเป็นคนอย่างใดตา หน้าตาหัวหูเป็นอย่างใด”

“ก็เป็นคนอย่างเรา แต่เตี้ยกว่า ล่ำกว่า ผมยาวซุ่ยฮุ่ยปกหน้าปกตา บ่นุ่งเสื้อนุ่งผ้า เอาเปลือกไม้มาทุบพันเอว เขาบ่มีปืน บ่มีมีดหอกดาบ เข้าใช้ธนูกับหลาวไม้รวก แต่อย่าได้ประมาทดูแคลนเขา ลูกธนูกับหลาวเขาอาบยา หากจะให้เราตายก็ยากจะรอดเพราะเขาหายตัวได้ แต่เขาออกมาให้เราเห็นเพราะอยากแลกข้าวของเครื่องมือเรา”

“ปืนหรือ”

“บ่แม่น เขายิงปืนบ่เป็น เขาอยากได้มีดพร้ากระท้าขวาน  เขาจะปล้นเอาก็ง่ายเพราะเขาเห็นเราแต่เราไม่เห็นเขา เขาชี้มาที่มีดที่ขวาน เอาหนังเสือหนังหมีมาแลก แลกได้แล้วก็เดินถอยหลัง พอหันหน้ากลับก็หายวับกับตา”

 

พี่แสงมานอกจากจะเป็นคนสวยยังเป็นคนใจดี แปลงกินอันใดดีๆ ลำๆ ก็แบ่งให้เรือนเรา ป้ากับลุงเขยก็ใจดี จะว่าไป คนสมัยนั้นใจดีมากกว่าใจร้าย ใจดีหมายถึงเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ ใจร้ายหมายถึงตระหนี่ถี่เหนียว แต่หากเป็นคนปล้นฆ่าลักงัวลักควายทำร้ายผู้อื่นจะเรียกว่าคนใจหนา หรือคนพาลาถ่อยร้าย คนบ้านเรามีแต่คนใจดี อาจเป็นเพราะคนรุ่นแรกของหมู่บ้านอย่างปู่ย่าตายายยังมีชีวิตอยู่ เขาฝ่าทุกข์ฝ่ายากมาด้วยกัน กินสุกกินดิบมาด้วยกัน ฟันฝ่าภัยผีภัยคนมาด้วยกัน จึงรักใคร่ใยดีกันมาก นิสัยนี้ตกทอดมาถึงรุ่นพ่อรุ่นแม่ สืบมาถึงรุ่นหลาน แต่ในรุ่นเหลนเจือจางเบาบางลงไป เพราะมีสิ่งอื่นจากภายนอกเข้ามากระทบมากมาย

พี่แสงมากับพี่บัวผัน ต่างก็มีความรัก แต่ความรักแตกต่างกัน ยกเอามาเล่าเพื่อเปรียบเทียบกันเท่านั้น ไม่มีเจตนาจะยกย่องหรือประณามใคร ความรักของพี่บัวผันจบลงด้วยความตายแล้วกลายเป็นตำนานเล่าขานถึงรักรันทดสลดใจ ความรักของพี่แสงมาเป็นรักขมอมหวาน ไม่มีตำนานเล่าถึง

ความรักของพี่บัวผันเอาใจตัวเองเป็นใหญ่

ความรักของพี่แสงมาเอาความเห็นของพ่อแม่เป็นใหญ่

โดยทั่วไป ลูกๆ สมัยนั้นมักยอมรับทุกอย่างพี่พ่อแม่จัดการให้ เพราะเรามั่นใจว่าพ่อแม่รักเรา หวังดีต่อเรา ในเรื่องความรักหรือการแต่งงาน พ่อแม่มักไม่ค่อยเข้มงวดกับลูกชาย อาจเพราะเราต้องไปเป็นเขยเรือนอื่น มันขึ้นอยู่กับว่าฝ่ายสาวจะพอใจเราหรือไม่ แต่ในกรณีลูกสาว พ่อแม่มักเข้มงวด บางรายก็ถึงขั้นจู้จี้พิถีพิถัน เพราะลูกสาวอยู่ติดเรือน ผูกอยู่กับตระกูล พลาดพลั้งขึ้นมา ชีวิตคู่ไม่ยืดยาวด้วยสาเหตุใดก็ตาม เขยแค่เพียงกลับเรือนเดิมพันธะก็สะบั้นขาดจากกัน มาตัวเปล่าก็ไปตัวเปล่า ไม่เอาลูกไปด้วย  ลูกจะอยู่กับแม่ เป็นภาระฝ่ายแม่ต้องอุ้มชูเลี้ยงดู

ในรายพี่บัวผัน แกรักกันอยู่กับพี่น้อยอุ่นคนหล่อคนงาม หากไม่มีลูกพ่อกำนันมาเกี่ยวข้อง ความรักอาจราบรื่นลงเอยด้วยการเป็นผัวเป็นเมียแก่กัน ไม่จบลงด้วยความตายกลายเป็นตำนานเล่าขานสืบมา แต่เรื่องนี้จะโทษลูกกำนันก็ไม่ได้ ลูกกำนันก็คงรักจริงหวังแต่งเพราะในเรื่องเล่ามีว่าจะเอาพ่อแม่มาสู่ขอไปเป็นสะใภ้ขึ้นเรือน จะโทษพ่อพี่บัวผันก็ไม่ถนัด  แกอาจเพ่งเล็งไปที่ความมั่นคงของในชีวิตของลูกสาว อาจเห็นว่าถ้าได้ไปเป็นสะใภ้ขึ้นเรือนพ่อกำนัน จะมั่นคงสุขสบาย ขึ้นอยู่กับพี่บัวผันว่าจะเลือกทางใด พี่บัวผันอาจเห็นแก่ความรักมากกว่าความมั่นคงจึงไม่ยอมรับการจัดการของพ่อแม่ จึงลอบลักชักพากันหนี อาจคิดว่าสามปีห้าปีข้างหน้าค่อยพาลูกมาขอขมาตายาย ถึงเวลานั้น ทุกอย่างจะเย็นลง พ่อพี่บัวผันแม้อับอายขายหน้าแต่คงไม่ฆ่าไม่แกงลูกสาวลูกเขยและหลานน้อย

แต่อ้ายน้อยอุ่นกับพี่บัวผันหนีไปได้แค่ฮ่อมผีรบ ก็ไปตกเหวตาย กลายเป็นเรื่องเล่าตำนานกล่าวขานถึงผีหนุ่มผีสาวออกมาปรากฏตัวในวันครบรอบปีที่เขาตาย

พี่บัวผันตายปีพ.ศ.๒๕๐๐ พี่แสงมาแต่งงานราวปี๒๕๐๔

พี่แสงมาอายุ๑๘ แสงเมืองอายุ๑๓ ไอ่อ้ายเองก็๑๘ เท่าพี่แสงมา  มีสาวหมายเป็นชาวห้วยโท้ง อยู่ในระหว่างเล็งแลแผผ่อต่อกันไปมา ฝ่ายหญิงมักเพ่งเล็งที่บ่าไหล่เรี่ยวแรงว่าแข็งขันหรือไม่ ฝ่ายชายมักมองไปที่ผีสาง หากสาวหมายที่ลูกชายไปติดพันมีเชื้อผีสือผีกะ พ่อแม่ก็อาจทักท้วง

“มันเกิดจากหยังหือตา ผีกะผีสือ”

“เกิดแต่เชื้อสายก็มี เกิดแต่กรรมก็มี เกิดแต่แปดติดข้าวของก็มี”

ค่ำคืนลมพัดพร้าว นอนกับตามีความสุข ได้ฟังค่าวฟังธรรม บางค่ำคืนอารมณ์ดีตาดีดซึงใส่หูหลาน  เราสนิทกับตายายมากกว่าปู่ย่าเพราะเกิดบนเรือนตายาย โตบนเรือนตายาย  ไอ่อ้าย แสงเมืองแสงแก้วสนิทกับตามากกว่ายาย ส่วนอี่เอ้ยกับอี่หล้าสนิทกับยายมากกว่าตา

“ผีกะกับผีสือ อันใดดุร้ายกว่าอันใดหือตา”

“ผีกะดุร้ายกว่า กะมาจากคำว่าตะกละ มันเป็นผีเข้าสิงกินคน แต่ผีสือบ่เข้ากินไผ บ่ทำร้ายไผ “

“ภายฝ่ายพี่แสงมา เขาว่าลุงเขยมีเชื้อผีกะ”

“ผีกะผีพรายบ่สืบมาทางผู้ชาย สืบไปทางผู้หญิง อี่แสงมาจึงไม่ได้รับเชื้อผีกะพรายมาจากฝ่ายพ่อมัน”

พี่แสงมามีรักซ้อน รักคนหนึ่งแต่ต้องแต่งงานกับชายอีกคนตามใจพ่อแม่ พี่แสงมาไม่มีอำนาจแข็งกล้าในตัวเองอย่างพี่บัวผันจึงไม่กล้าขัดใจพ่อแม่ ยอมรับการจัดการของพ่อแม่ รักของพี่แสงมาเป็นรักซ้อนซ่อนชู้แบบที่คำบ้านเราว่า “รักชู้ซ่อนไว้ในใจ รักผัวเอาออกนอกหน้า” ชู้หมายถึงคนที่เรารัก เรารักใครคนนั้นก็เป็นชู้อยู่ในใจเรา  อยู่แต่ในใจ ไม่ให้ออกหน้ามาเป็นการกระทำ  หากหลุดออกมา จะถูกตำหนิประณามว่าเป็นคนไม่ดี หากเป็นชายจะถูกประณามว่า ลักสู้สู่เมียท่าน หากเป็นหญิงจะถูกประณามว่ารักสู้สู่ผัวท่าน เป็นคนบ่ดี บ่ควรคบ สาวบางคนโชคดีมีชู้กับผัวเป็นคนผู้เดียวกัน แต่พี่แสงมาโชคไมดี แต่ก็ไม่อาภัพอย่างอี่เอ้ย

อี่เอ้ยอาภัพเรื่องลูกผัวเพราะคอเอิมออกมาโตใหญ่ใบหน้าเบี้ยว แต่อี่เอ้ยไม่อาภัพรักในครัวเรือน พ่อแม่ตายายรักอี่เอ้ย ไอ่อ้ายก็รักน้อง เราเองที่เป็นน้องก็รักอี่เอ้ย  ยอมรับอำนาจความเป็นเอ้ยที่แปลว่าพี่สาวคนโต สิ้นพ่อสิ้นแม่ สิ้นตาสิ้นยาย หมู่เฮาที่เป็นน้องยกไอ่อ้ายอี่เอ้ยไว้เสมอพ่อแม่  ส่วนพี่แสงมา เราไม่แน่ใจว่าน้องๆ จะยอมรับอำนาจความเป็นเอ้ยมากน้อยแค่ไหน

พี่แสงมามีผัวเดียว มีลูก ๔ คน เราเองไม่รู้ว่าพี่แสงมาร้อนร้าวหนาวเย็นอะไรบ้างไหมเมื่อไม่ได้อยู่ดองครองร่วมกับชู้ บางที อาจมีแต่พี่แสงมาคนเดียวเท่านั้นที่เข้าใจลึกซึ้งถึงคำว่า รักชู้ซ่อนไว้ในใจ รักผัวเอาออกนอกหน้า รักแบบนี้คนบ้านเราชื่นชมสรรเสริญ รักแบบพี่บัวผัน คนบ้านเราอาจไม่ตำหนิแต่ไม่ชื่นชม

Don`t copy text!