ผมรัก/ฆ่าคุณ บทที่ 10 : Panic

ผมรัก/ฆ่าคุณ บทที่ 10 : Panic

โดย : รังสิมันต์

ผมรัก/ฆ่าคุณ สุดยอดนวนิยาย Medical thriller แห่งปี จากปลายปากกาของ ‘รังสิมันต์’ ที่คุณอ่านแล้วจะต้องนับวันรอตอนต่อไปด้วยใจที่จดจ่อ… นิยายออนไลน์ อีกเรื่อง ที่ เว็ปอ่านเอา อยากให้คุณได้อ่านออนไลน์

****************************

– 10 –

/ กูว่า กฤษ กับ ภู แน่ๆว่ะ  #พี่ภูน้องกฤษ /

 

/ นี่ก็ว่าใช่ มิน่ามันดูสวีทกันเกินไป #พี่ภูน้องกฤษ /

 

/ นี่ก็ติดตามนะ แต่ไม่ได้ตามกรี๊ด ตามดูความย่อยยับ 555 #พี่ภูน้องกฤษ  #แฟนคลับลับมีด/

 

/ ถ้าเราบอกว่า “กูว่าแล้ว” ติ่ง #พี่ภูน้องกฤษ จะตามมากระทืบกูป่ะ? /

 

และยังมีรีพลายอีกเยอะ นี่ยังไม่นับคนที่รีทวีต และโควททวีต ทวิตภพกำลังสนุกสนานกับการฉีกทึ้งผมกับพี่ภู และมันเริ่มต้นจาก ทวีตของโฟร์ โฟร์ที่เป็นเพื่อนรัก เพื่อนสนิทของผม

 

โฟร์ … มึงทำแบบนี้กับกูได้ไง

มึงเป็นเพื่อนสนิทกูนะเว้ย !

 

 

ยิ่งโทสะยิ่งพุ่ง ผมก็รู้สึกถึงหน้าตัวเองที่ร้อนขึ้น และสิ่งที่ร้อนกว่าอารมณ์และหน้าของผมคือขอบตา เคยใช่ไหม เวลาที่คุณโกรธมาก โมโหสุดๆ น้ำตาคุณจะเอ่อขึ้นมาพร้อมไหลได้ทันที  มันไม่ใช่น้ำตาของความเสียใจ มันไม่ใช่น้ำตาของความเศร้าใจ แต่มันคือน้ำตาของความโกรธ และผิดหวัง

 

โฟร์  … มึง

 

ผมรู้เลยว่าตัวเองหายใจเร็วขึ้น หัวใจเต้นเร็วขึ้นและแรงขึ้น  แรงจนเหมือนจะทะลุอกออกมา อาการ panic เริ่มโจมตีผมอีกแล้ว

 

ผมเดินไปที่โต๊ะ หยิบกระปุกยามาเปิดกรอก rivotril ลงกลืนไปหนึ่งเม็ด ดีว่ามือผมยังไม่สั่น ไม่อย่างนั้นรีบร้อนขนาดนี้ผมคงทำกระปุกยาหกกระจาย ไม่วายต้องไปขอยาหมอนินใหม่แน่นอน

 

ผมเดินกลับมาที่เตียง แม้จะรู้ว่ายิ่งเปิดดู มันยิ่งแย่ มันจะส่งผลไม่ดีต่ออาการ panic แต่ผมก็ห้ามตัวเองไม่ได้ ผมยังไล่ทวิต ดูรีพลายลงมาเรื่อยๆ

 

หลายคนที่เข้ามารีพลายในแง่ลบ คือคนที่ติดตามผมกับพี่ภู ทั้งใน twitter และ IG นี่สินะที่เคยมีคนบอกว่า เพียงเพราะเขาติดตามเรา ไม่ได้แปลว่าเขาชื่นชม  เขาอาจจะรอดูความย่อยยับของเราก็ได้

 

และทันทีที่มีรอยร้าวเล็กๆตรงจุดไหนสักจุดบนพื้นผิวอันไร้ที่ติของคนที่พวกเขาติดตาม  คนพวกนั้นก็พร้อมจะกระหน่ำมือและเท้าลงตรงจุดนั้นหวังมันให้ร้าวมากขึ้น จนแตกสลาย  พอใจเขาแล้ว ก็คงไปไล่ตามดูหายนะของคนอื่นต่อ

 

ทำไมอินเตอร์เน็ทมันช่างน่ากลัวแบบนี้ …

ทำไมมันถึงเต็มไปด้วยฝูงแร้ง ฝูงไฮยีน่า

ทำไมมันถึงมีแต่สัตว์กินซาก…

 

ผมหายใจช้าลงแล้ว ชีพจรช้าลงแล้ว แต่โทสะและความผิดหวังของผมมันไม่รามือ ผมเขวี้ยงหมอนไปที่มุมห้อง แล้วกรีดร้องออกมาดังๆ ผมไม่สนว่าแม่จะอยู่ในบ้านไหม ผมไม่สนว่าแม่จะตกใจหรือเปล่าที่ผมกรีดร้อง ผมต้องระบายออกทางใดทางหนึ่ง ไม่งั้นคง …

 

เสียงโทรศัพท์ยั้งความคิดของผมไว้  หยิบมาดู เป็นเบอร์พี่นนท์ แฟน(คนล่าสุด)ของโฟร์  ส่วนใหญ่มันจะคบแต่กับเด็กมหาลัย  โฟร์เปลี่ยนแฟนบ่อย ไม่เคยมีใครนานกว่าสามเดือนสักคน

 

บางคนโฟร์มันก็พามารู้จักกับเพื่อน แต่บางคนก็คบเป็นแฟนแบบเงียบๆ มีออกสื่อ มันบอกว่าออกสื่อแล้วเป็นการปิดโอกาสตัวเองทำให้คนอื่นเข้ามาหาไม่ได้  ผมไม่เคยสนับสนุนแล้วก็ไม่เคยคัดค้าน ผมถือว่านั่นเป็นเรื่องส่วนตัว

 

พี่นนท์คือคนล่าสุด เป็นนักศึกษาทันตแพทย์ปี 3 คนนี้ผมรู้จัก พอจะได้พูดคุยกันบ้าง แล้วก็มีเบอร์ของพี่เขาด้วย  ว่าแต่พี่เขาจะโทรมาหาผมทำไมกันวะ

 

แม้จะสงสัย แต่ผมก็กดรับสาย

 

“ครับพี่นนท์”

“โฟร์อยู่กับกฤษไหมครับ?”

 

“เปล่าครับ ผมนึกว่ามันค้างกับพี่นนท์เมื่อคืน”

“เปล่าครับ เมื่อวานพี่ไม่ได้เจอโฟร์เลย”

 

“อ้าว แต่มันบอกว่าจะไปปาร์ตี้พี่นี่ครับ” ผมแปลกใจ

“โฟร์ไม่ได้มาปาร์ตี้พี่ครับ เขาบอกพี่ว่าอยู่กับกฤษ พอดีพี่เพิ่งเห็นทวีตของโฟร์ที่ลงเมื่อคืน เลยสงสัยว่านายสองคนมีอะไรหรือเปล่า พี่โทรหาโฟร์เขาปิดเครื่อง เลยลองโทรหานาย”

 

“เปล่าครับ มันไม่ได้อยู่กับผม แล้วตอนนี้ผมก็ไม่อยากเจอหน้ามันด้วย”  ในเมื่อพี่นนท์เห็นทวีตนั่นแล้ว ผมก็ไม่จำเป็นต้องซ่อนความรู้สึกโกรธระหว่างคุยกับเขาสินะ

 

แต่ถ้าโฟร์มันไม่ได้อยู่กับพี่นนท์

แล้วเมื่อคืนนี้มันไปไหนล่ะ? อยู่บ้านเหรอ?

 

“พี่นนท์โทรไปบ้านโฟร์มันหรือยังอ่ะครับ? มันอาจจะอยู่บ้านก็ได้”  ก็ถ้าไม่ได้อยู่กับผม ไม่ได้อยู่บ้านพี่นนท์ ก็เหลือแค่ที่เดียวเท่านั้นแหละ คือบ้านมัน โฟร์มันไม่ได้มีเพื่อนสนิทเยอะมากขนาดนั้นหรอก

 

“นายก็รู้ว่าโฟร์เขาปิดพ่อแม่เรื่องที่คบกับพี่ พี่ไม่กล้าโทรไปหรอก นายโทรให้พี่หน่อยได้ไหมอ่ะกฤษ”

 

โอย รำคาญว่ะ ทำไมผมต้องมาเป็นธุระให้เพื่อนทรยศกับแฟนของมันด้วยวะ แต่ถ้าปฏิเสธไปพี่นนท์ก็คงตื๊อให้ช่วยต่ออยู่ดี ผมเลยตัดรำคาญ

 

“โอเคได้พี่ เดี๋ยวผมโทรถามพี่ชายเขาให้”  อีกทางออกที่ดีคือโทรหาพี่ซัน  โทรเข้าบ้านโฟร์มันไม่รู้จะมีคนรับสายหรือเปล่า เดี๋ยวนี้แทบไม่มีใครมี land phone กันแล้ว ยกเว้นบ้านมันนี่แหละ

 

“ขอบคุณนะกฤษ”

“ครับพี่”  แล้วผมก็วางสาย

 

ยังไม่ทันจะได้กดหาเบอร์พี่ซัน

ปรากฏว่าพี่ซันก็โทรเข้ามาหาผมก่อน

 

เออ … อะไรจะบังเอิญแบบนี้วะ

เช้านี้มีแต่คนอยากโทรหาผมหรือไงเนี่ย

ทุกคน ยกเว้นแฟนผม …

 

“หวัดดีครับพี่ซัน”  ผมรับสาย

“กฤษ … มาหาพี่ที่โรงพยาบาลได้ไหม?”

 

“มีอะไรอ่ะฮะพี่ซัน กฤษไม่ว่างอ่ะ”

“โฟร์โดนทำร้ายร่างกาย ตอนนี้ยังไม่ตื่นเลย มีคนพามาส่งที่โรงพยาบาลเมื่อตีห้า”​

 

หืมมมม !!!!

 

 

ผมวิ่งหน้าตื่นเข้ามาที่โรงพยาบาล  ที่หน้าหอผู้ป่วยศัลยกรรมอุบัติเหตุ พี่ซันยืนรอผมตรงนั้น สีหน้ากังวล พอเห็นผมเขาก็ถอนหายใจ รีบเดินมาหา

 

“ไอ้โฟร์มันเป็นไงบ้างพี่?”  ผมรีบถาม อารามห่วงเพื่อนก็ลืมไปเลยเรื่องที่มันทำกับผมบนทวิตเตอร์

 

พี่ซันส่ายหน้า  “มันยังไม่ตื่นเลย นี่พ่อแม่อยู่ต่างประเทศ พี่ยังไม่ได้บอกใคร”  ผมพยักหน้า  “แล้วมันเป็นไรมากหรือเปล่าอ่ะพี่ ทำไมยังไม่ได้สติอ่ะ หรือเป็นไรรุนแรงไหม?”

 

“มีรอยโดนฟาดที่หัว มูลนิธิที่นำส่งบอกว่าเจอที่ริมถนนใกล้ๆบ้านนี่แหละ พวกของมีค่าติดตัวหายไปหมดเลย เบื้องต้นเขาก็คิดว่าทำร้ายร่างกายเอาทรัพย์สินน่ะ”  พี่ซันเดินไปนั่งตรงม้านั่งหน้าหอผู้ป่วย กุมขมับ

 

“ที่พี่โทรหากฤษเพราะพี่จะถามว่า เมื่อคืนโฟร์มันออกจากปาร์ตี้กี่โมง? จะได้กะเวลาคร่าวๆได้ เพราะต้องให้ปากคำกับตำรวจ”

 

ผมนั่งลงข้างๆพี่ซัน  ส่ายหน้า “ผมไม่ได้ไปปาร์ตี้กับมันอ่ะพี่  แล้วก็ …” ตรงนี้ผมลังเลไม่รู้จะพูดดีไหม แต่พี่ซันก็เป็นพี่ชายของโฟร์  ดังนั้นไม่ช้าก็เร็วพี่ซันก็ต้องรู้อยู่ดี  งั้นผมบอกเลยก็แล้วกัน

 

“โฟร์มันไม่ได้ไปงานปาร์ตี้ที่บ้านแฟนมันนะพี่”

“อ้าว แต่เมื่อคืนมันโทรบอกพี่ว่าไปกับนาย”

 

ผมส่ายหน้า  “เปล่าพี่ กฤษไม่ได้ไปกับโฟร์ แล้วเมื่อเช้ากฤษคุยกับพี่นนท์  เขาก็บอกว่าโฟร์มันไม่ได้ไปที่ปาร์ตี้ด้วย ผมนึกว่ามันอยู่บ้านเสียอีก”

 

“เปล่า เมื่อคืนมันไม่ได้กลับบ้าน”

สีหน้าว่างเปล่าของพี่ซันเปลี่ยนเป็นระคนสงสัย ไม่ต่างกับผม ถ้าสิ่งที่ทุกคนพูดเป็นความจริง นี่มันคือหลุมดำของข้อเท็จจริงที่หายไปเมื่อคืนนี้  ห้วงเวลาที่โฟร์หายไปไหนก็ไม่รู้ แต่มีทวิตข้อความของมันเล่าเรื่องผม

 

โฟร์โกหกพี่นนท์ ว่าไปบ้านผม

โฟร์โกหกพี่ซัน ว่าไปปาร์ตี้กับผม

และโฟร์โกหกผมว่าไปปาร์ตี้บ้านพี่นนท์

 

คำถามที่ลอยคว้างในหัวผม และพี่ซัน  คือ … แล้วเมื่อคืนนี้ โฟร์มันไปทำอะไรที่ไหน และคนเดียวที่ตอบได้ ตอนนี้ก็ยังนอนไม่ได้สติอยู่ … ไอ้โฟร์นั่นล่ะ

 

……..

 

“พี่พายครับ น้องผมเป็นไงบ้าง?”

 

พี่ซันรีบวิ่งเข้าไปหาหมอรุ่นพี่คนหนึ่งที่มาดูอาการยังไม่ได้สติของโฟร์  เขาหยิบฟิล์ม CT scan สมองยื่นส่งให้พี่ซัน  พี่ซันรับไปส่องกับไฟดู   ผมแอบมองชื่อที่ปัก นพ. พระพาย

 

“ไม่มีเลือดออกในสมอง แผลที่หัวเป็นแค่แผลภายนอก กระโหลกศีรษะไม่แตกไม่มีรอยบุบอะไร ส่วนที่ยังไม่ตื่น…”  หมอพายลากเสียงแล้วมองมาทางผม สลับกับหันไปมองพี่ซันอีกที

 

“ไม่เป็นไรพี่ นี่น้องกฤษ เป็นเพื่อนสนิทโฟร์มัน เล่าได้ไม่มีความลับหรอกพี่” พี่ซันแนะนำผมกับหมอพาย ผมยกมือไหว้ พี่หมอพายก็ยกมือรับไหว้ผม

 

บอกตรงๆนะ ตอนที่พี่ซันแนะนำว่าผมเป็นเพื่อนสนิทโฟร์มันก็เจ็บจี๊ดๆในอกนิดๆนะ เพราะระหว่างผมกับโฟร์ยังมีประเด็นทวีตที่ยังไม่ได้เคลียร์กันอยู่

 

“Bezodiazepine level ในเลือดขึ้นน่ะ เลยยังไม่ตื่น พี่ว่าต้องรอสักพักให้ระดับยามันลดลงก่อน”  แล้วพี่หมอพายก็ยื่นชาร์ทส่งให้พี่ซันดู  เขาหยิบมาดูพลางขมวดคิ้ว  “น้องผมโดนวางยาเหรอพี่?”

 

“มีอีกอย่างนะ ระดับแอลกอฮอล์ก็สูงด้วย” พี่หมอพายพูดต่อ  “พี่ว่าคงไปดื่มเหล้าแล้วโดนเอายามาผสมในเหล้านั่นแหละ ดีนะที่มันไม่ได้สูงขนาดกดการหายใจ แค่หลับลึกเฉยๆ รออีกสักพักเดี๋ยวก็ตื่น”

 

“แต่ไม่รู้จะจำเหตุการณ์อะไรได้ไหมนะ”  ประโยคนี้ของหมอพายทำให้ผมกับพี่ซันขมวดคิ้ว  “คือคนไข้ที่โดนยากลุ่ม bezodiazepine น่ะมันจะมีภาวะ retrograde amnesia ด้วย จำเหตุการณ์อะไรไม่ได้หรอก ยิ่งบวกเหล้า แล้วศีรษะกระแทกด้วยแล้ว พี่ว่าคงนึกอะไรไม่ออก”

 

“ไอ้ยาเสียตัวที่เขามอมกันในผับ ก็คือยากลุ่มนี้เลยนี่แหละ ยาควบคุมแท้ๆ”  พี่หมอพายส่ายหัว  “ไม่รู้วัยรุ่นสมัยนี้ไปหาซื้อกันมาได้ไง ยาอันตรายชัดๆ” แล้วก็ถอนหายใจยาวเหยียด

 

“ขอบคุณพี่พายมากครับ”  พี่ซันค้อมหัวให้หมอพาย พลางส่งแฟ้มคืน หมอพายรับแฟ้มไป  “เฮ้ย เรื่องเล็กน่ะ มีอะไรให้ช่วยก็บอกพี่ได้นะ เดี๋ยวขอตัวก่อนละกัน พี่มีเคสอื่นที่วอร์ดอีก”  แล้วเขาก็หันมายิ้มและพยักหน้ากับผมก่อนจะเดินออกไป

 

“มันไม่ได้ไปปาร์ตี้แฟน  มันไม่ได้ไปกับนาย” พี่ซันหันมามองผม  “แล้วไอ้โฟร์มันไปแดกเหล้าที่ไหนกันวะ ทั้งเหล้าทั้งยา จนโดนทำร้ายร่างกายเอาของไปหมดเลย”  แล้วเขาก็ส่ายหน้า  “ไอ้โฟร์เอ้ยยย ไอ้น้องเวรตะไล ตื่นมานะกูจะกระทืบซ้ำให้”

 

ผมรู้ว่าพี่ซันไม่ได้หมายความตามนั้นหรอก น้ำเสียงเขาดูโล่งอกมากกว่าตอนที่รู้ว่าโฟร์ไม่ได้เป็นอะไรมาก เดี๋ยวก็ตื่น  “นี่แปลว่าโฟร์มันอาจจะจำเรื่องเมื่อคืนไม่ได้ด้วยอ่ะสิพี่”  ผมถามพี่ซัน

 

“พี่ก็ว่างั้นแหละ ถ้าเป็นอย่างที่พี่พายว่านะ”

“งั้นเราจะรู้ไหมล่ะ ว่าเมื่อคืนโฟร์มันไปไหน”

 

“คงไม่หรอก พี่ว่ามันปลอดภัยพี่ก็ดีใจแล้ว”

“……”  ผมไม่มีคำตอบอะไรสำหรับเรื่องนี้

 

ใช่ สำหรับพี่ซัน การที่น้องชายปลอดภัยคือจบ  แต่สำหรับผมมันไม่ใช่เลยไง  มันมีเรื่องต้องเคลียร์กันอีก เรื่องที่มันโกหกผม โกหกพี่วัน โกหกพี่นนท์  ไปไหนก็ไม่รู้  แถมเรื่องทวิตแฉเรื่องของผมอีกด้วย

 

พูดถึงเรื่องทวิต …  ฉิบหายล่ะ มัวแต่ยุ่งเรื่องไอ้โฟร์ ลืม ไม่ได้เช็คเลย ไม่ได้ไปแก้ต่างอะไรเลย  แม่งป่านนี้ลามเป็นไฟลามทุ่งถึงไหนแล้ว

 

ผมหยิบมือถือมาจะเปิดทวิตเตอร์ …  เออ เดี๋ยวก่อนนะ ผมควรจะโทรหาพี่ภูก่อนสิ  เขาเล่นทวิต เขาต้องรู้แน่นอนว่ามีเรื่องนี้ และแค่อ่านก็รู้แล้วว่า โฟร์มันหมายถึงผมแน่นอน

 

ผมเปลี่ยนใจจากเปิดทวิตเตอร์เป็นโทรหาพี่ภู โทรศัพท์ดังเนิ่นนาน แต่เขาก็ไม่รับสาย  ผมลองโทรหาซ้ำๆตลอดทางที่นั่งแท๊กซี่กลับบ้านจากโรงพยาบาล แต่พี่ภูก็ไม่ได้รับสาย

 

นี่เขากำลังยุ่งเหรอ?

หรือว่าเขาเห็นทวิตแล้วโกรธผม

หรือว่า … หรือว่าอะไรล่ะวะ นึกไม่ออก

 

โอ้ยยย ทำไมวันนี้มันเป็นวันวายป่วงจริงๆวะเนี่ย

 

ไอ้โฟร์ก่อเรื่องใส่ผม ยังไม่ทันจะได้ซักไซ้อะไร ก็ต้องมาเจอว่ามันโดนวางยา ทำร้ายร่างกาย นอนไม่ได้สติอยู่ที่โรงพยาบาล  นี่พอจะโทรไปเคลียร์กับแฟน แฟนก็ไม่รับสาย

 

แม่งเอ้ย  วันเหี้ยอะไรเนี่ย

 

แล้วนี่ก็ยังไม่รู้เลยว่าโฟร์มันตื่นมาแล้ว จะจำอะไรได้ไหม  ถ้าโฟร์มันลืมไปหมด แล้วผมจะเคลียร์อะไรกับมันได้ล่ะ ? ดีไม่ดี มันโมเมว่ามันจำไม่ได้ว่าทำ อาจจะเป็นคนอื่นแฮค twitter มันก็ได้ ผมก็โดนดราม่าฟรีดิ

 

แล้วก็ไม่รู้เหมือนกันว่าทำไม ผมถึงรู้สึกซีเรียสมากกับประเด็นที่โฟร์มันโกหกผม พี่ซัน กับพี่นนท์  หรือมันมีอะไรปิดบัง หรือเมื่อคืนนี้ มันมีนัดกะทันหันไปเจอใครสักคนหรือเปล่า?

 

ใครสักคน …

ที่มันไม่อยากให้ผมรู้

ใครสักคนที่มันต้องปิดพี่นนท์ และพี่ซัน

 

และใครคนนั้น …

อาจจะเป็นคนที่วางยา และทำร้ายมัน ?

 

แท๊กซี่จอดที่หน้าบ้านผมพอดี

ผมควักค่าโดยสารจ่ายให้ และเดินลงจากรถ

 

ที่หน้าประตูบ้าน พี่ภูยืนรอผมอยู่

 

“พี่ภู ….”

ผมทำสีหน้าไม่ถูก

 

พี่ภูเงยหน้าจากมือถือ

ผมอยู่ใกล้พอที่จะเห็นว่าเขาเปิด twitter

เขากำลังอ่านเรื่องที่โฟร์แฉผมลงในนั้น … แน่นอนอยู่แล้ว

 

“กฤษ … “  พี่ภูเดินเข้ามาหาผม

“กฤษมีอะไรสงสัยในตัวพี่เหรอครับ?”

Don`t copy text!