คดีรักข้ามเวลา บทที่ 10 : ยาพิษบนแผลสด

คดีรักข้ามเวลา บทที่ 10 : ยาพิษบนแผลสด

โดย : ณรัญชน์

คดีรักข้ามเวลา โดย ณรัญชน์ เรื่องราวของการเดินทางย้อนอดีต เพื่อไขปริศนาฆาตกรรมที่เกิดขึ้นในปัจจุบัน ซึ่งหนทางเดียวที่พิชญาจะพิสูจน์ตัวเองให้ได้คือสืบหาต้นตอของคดีฆาตกรรม ในชาติภพที่ผ่านมา ‘คดีรักข้ามเวลา’ นิยายออนไลน์ ที่ อ่านเอา อยากให้คุณได้ อ่านออนไลน์

……………………………………………………..

-10-

ถ้าหากวาจาของหลวงเวชเดโชเป็นอาวุธ มันคงเป็นมีดคมกริบที่สามารถทิ่มแทงเข้าไปในใจของผู้ฟังได้ในพริบตา กลุ่มคนที่ยืนล้อมรอบตัวเขาอยู่นิ่งงันไปด้วยความคาดไม่ถึง แต่วินาทีต่อมาความเงียบก็ถูกแทนที่ด้วยเสียงอุทานไม่ได้ศัพท์ ตามด้วยเสียงแหลมเล็กพร้อมจะเอาเรื่องของไพลิน

“ที่แท้ก็อย่างนี้เอง แม่ผิน หล่อนตั้งใจจะวางยาให้คุณพี่มีลูกไม่ได้ ฉันไม่คิดเลยว่าหล่อนจะอกตัญญูร้ายกาจอย่างนี้ เสียงแรงคุณแม่เอ็นดู หล่อนไม่สำนึกบุญคุณข้าวแดงแกงร้อนที่ราดหัวอยู่บ้างเลยรึ”

เสียงแว้ดๆนั้นแทบจะไม่เล็ดลอดเข้าไปในโสตประสาทที่กำลังมึนงงของพิชญา ถ้าหลวงเวชเดโชบอกว่ากระต่ายมีเขา หรือวัวมีหงอน หล่อนจะประหลาดใจน้อยกว่านี้ แต่การทำให้ผู้ชายคนหนึ่งเป็นหมันนี่นะ…

ฮัลโหล สติค่ะสติ !

“แม่ผินไม่ได้ทำแน่ แม่ผินจะแกล้งให้คุณพี่เป็นหมันไปเพื่อกระไร ไม่เห็นจะได้ประโยชน์กระไรเลย” บุหลันแย้งเมียหลวง ก่อนจะหันไปหาคุณนวล “คุณแม่อย่าเชื่อนะเจ้าคะ อิฉันว่าต้องมีคนใส่ร้ายแม่ผืนเป็นแน่”

คุณนวลเองก็ไม่รู้จะตัดสินอย่างไร ตลอดชีวิตของเธอไม่เคยพบเรื่องฉงนสนเท่ห์อย่างนี้มาก่อน

“จะว่าแม่ผินอยากให้พ่อกนกเป็นหมัน ก็ไม่รู้ว่าจะทำไปเพื่อกระไร แต่จะว่าไม่ได้ทำ คนในครัวที่ไม่รู้ว่าพ่อกนกแพ้กุ้งก็มีแค่แม่ผินคนเดียว โอ๊ย! นี่มันกระไรกัน แม่งงไปหมดแล้ว”

“คุณท่านเจ้าขา อิฉันรู้มาตลอดว่าคุณกนกแพ้กุ้งเจ้าค่ะ ไส้ขนมช่อม่วงวันนี้ก็เป็นไส้ไก่ ไม่ใช่ไส้กุ้ง ถ้าไม่เชื่อเรียกป้าแจ่มมาถามก็ได้” พิชญาชี้แจง อาการแพ้กุ้งของกนกเป็นสิ่งแรกที่นางแจ่มบอกหล่อน ตั้งแต่วันแรกที่เข้าครัวด้วยซ้ำ

ไพลินกำลังรอประโยคนี้ของพิชญาอยู่พอดี จึงสวนกลับมาอย่างเยาะเย้ย ปากพูดกับพิชญา แต่ตาชำเลืองไปทางบุหลัน

“ตกลงอย่างไรกันแน่ ไหนแม่บุหลันบอกว่าแม่ผินไม่รู้ว่าคุณพี่แพ้กุ้ง แต่แม่ผินกลับบอกว่ารู้ หากรู้ว่าแพ้ทำไมยังทำขนมไส้กุ้งมาให้คุณพี่กินอีก เหมือนจงใจจะทำร้ายกัน หรือว่าไม่รู้ ถึงได้พลาดใส่ใบอุบาทว์นั่นลงไป เอ… แต่ฉันว่าแม่ผินไม่รู้มากกว่านะ เพราะไม่รู้ความชั่วที่หล่อนแอบใส่ใบอีหลาวเพื่อให้คุณพี่เป็นหมัน ถึงได้แตกออกมาอย่างไรล่ะ”  หล่อนจบประโยคด้วยน้ำเสียงเกรี้ยวกราด ท่าทีเหมือนแม่เสือที่กำลังจะขย้ำเหยื่อ

ถ้าเป็นสาวน้อยอ่อนต่อโลก มาถูกกล่าวหาด้วยข้อหาร้ายแรงอย่างนี้ก็อาจจะเสียขวัญจนทำอะไรไม่ถูก แต่ประสบการณ์ชีวิตหล่อหลอมพิชญามาจนแกร่ง หญิงสาวจึงตอบกลับอย่างไม่สะทกสะท้าน

“ฉันขอยืนยันอีกครั้งว่าฉันบริสุทธิ์ เรียกป้าแจ่มมาถามดูก็ได้ค่ะ ในครัวมีคนอยู่หลายคน อาจมีใครแอบเอาขนมช่อม่วงไส้กุ้งมาสับเปลี่ยนกับไส้ไก่ที่ฉันทำก็ได้”

“ขนมนี่แม่ผินทำเป็นรูปมงกุฎไม่ใช่รึ” คราวนี้เขมเป็นฝ่ายซักบ้าง เขายืนไพล่หลัง พูดกับหล่อนเหมือนตำรวจสอบปากคำคนร้าย “คนอื่นไม่มีทางรู้ล่วงหน้าว่าหล่อนจะทำเป็นรูปกระไร ถึงจะทำไว้ก่อนแล้วเอามาเปลี่ยนก็ไม่มีทางเหมือน”

เผยตัวออกมาแล้วหรือไอ้ตัวดี!

พิชญาจ้องหน้าขาวๆนั้นอย่างเดือดดาล ถ้าจะถามว่าใครเป็นคนวางแผนเล่นงานหล่อน พิชญาสามารถชี้นิ้วไปที่ชายหนุ่มได้ทันทีโดยไม่เสียเวลาคิด หล่อนกำลังรออยู่เชียวว่าเมื่อไรเขาจะออกโรง

“ฉันทำช่อม่วงไว้ตั้งแต่กลางวันนะคะ กว่าจะยกมาตั้งสำรับก็บ่าย ถ้ามีใครแกล้งเปลี่ยนขนมจริงๆ ก็มีเวลาเหลือเฟือ”

“ไหนว่าขนมนี่เป็นสูตรของแจ่มไงล่ะ นอกจากแม่ผินแล้วใครจะทำรสชาตินี้ได้อีก”

เขมโต้กลับเรียบๆแต่ทำเอาพิชญาพูดไม่ออก ความเข้ าใจกระจ่างแจ้งเหมือนมีคนมาเปิดไฟส่องทาง ที่แท้ป้าแจ่มก็ร่วมมือในเล่ห์กลครั้งนี้ด้วย ทีแรกพิชญาจะทำช่อม่วงเป็นรูปดอกไม้ตามปกติ แต่นางนั่นเองที่เอ่ยปากขอให้หล่อนทำเป็นรูปทรงอื่น เพื่อให้ดูแปลกตา

“เป็นรูปมงกุฎก็ดีนะเจ้าคะ จะได้เป็นมงคล คุณท่านคงชอบ”

แล้วก็ป้าแจ่มอีกนั่นละที่เป็นคนสับเปลี่ยนขนม รสชาติของช่อม่วงเป็นเครื่องยืนยันในเรื่องนี้ หากนางไม่ลงมือทำด้วยตัวเอง ใครล่ะจะทำขนมได้รสเดียวกันไม่ผิดเพี้ยน

พิชญาคิดถึงใบหน้าอ้วนกลม รอยยิ้มกว้างแจ่มใสของแม่ครัวอย่างหดหู่ ไม่คิดเลยว่าหญิงวัยกลางคนที่ดูใจดีไม่มีพิษภัย จะหักหลังลูกศิษย์ได้ลงคอ

“แต่แม่ผินจะอยากให้คุณพี่เป็นหมันไปเพื่อกระไร ไม่มีเหตุผลเลยนะคะ” บุหลันพยายามแก้ตัวแทนพิชญา

“นั่นสิ ถึงพ่อกนกจะเป็นหมัน มีลูกไม่ได้ ก็ไม่เกี่ยวกระไรกับแม่ผิน” คุณนวลเห็นด้วย แอบรำพึงในใจต่อว่า ‘จะว่าแม่ผินอยากเป็นเมียพ่อกนกอีกคน จนต้องแกล้งให้เมียเขาไม่มีลูกก็ไม่น่าใช่ เพราะทุกวันนี้พ่อกนกก็แสดงออกว่าพร้อมจะยกหล่อนขึ้นเป็นเมียทุกเมื่ออยู่แล้ว’

“เกี่ยวสิเจ้าคะคุณแม่” ไพลินไม่ปล่อยโอกาสทองที่จะโค่นคู่ปรปักษ์หลุดลอยไป “.อย่าลืมว่าตอนนี้คุณพี่มีลูกแล้วคนหนึ่ง อยู่ในท้องแม่บุหลันนั่นอย่างไรล่ะ ถ้าคุณพี่เป็นหมันมีลูกอีกไม่ได้ ต่อไปลูกของแม่บุหลันก็จะเป็นทายาทคนเดียว ทรัพย์สมบัติทั้งหมดจะไปไหนเสีย ก็ต้องตกเป็นของแม่บุหลันกับลูก”

คำพูดร้ายกาจของหล่อนมีเหตุผลไม่น้อย เปรียบเสมือนยาพิษที่ป้ายลงมาบนแผลสด เพียงสัมผัสก็แทรกซึมเข้าทำลายศัตรูอย่างได้ผล คุณนวลไม่เคยคิดถึงประเด็นนี้มาก่อนเลย แต่พอลูกสะใภ้สะกิดบอกเธอก็นึกขึ้นได้ จากนั้นความโกรธสุดขีดก็ตามมา  สายตาที่มองบุหลันและพิชญาเปลี่ยนเป็นชิงชัง น้ำเสียงเกรี้ยวกราดขึ้นมาทันที

“ที่แท้ก็เพราะอย่างนี้เอง แม่บุหลัน หล่อนวางแผนไว้ใช่ไหม จิตใจเลวทรามกระไรเช่นนี้ แม่ผินก็เหมือนกัน เสียแรงฉันเอ็นดูไม่คิดเลยว่าจะหน้าซื่อใจคด”

เธอหันไปทางลูกชายคนเล็ก “พ่อเขม ไปตามนครบาลมา แม่จะเอานังสองคนนี้เข้าคุก มันหวังฮุบสมบัติถึงขนาดจะทำให้เราสิ้นลูกสิ้นหลาน”

บุหลันส่ายหน้า น้ำตารินลงมาเป็นสาย แม้แต่พิชญาก็จนคำพูด ป้าแจ่มผู้เป็นพยานคนเดียวก็อยู่ข้างเขมไปเสียแล้ว หลักฐานทุกอย่างมัดตัวแน่นจนหล่อนไม่มีทางดิ้นหลุดได้เลย

วูบหนึ่งหญิงสาวรู้สึกว่าตนเองช่างเขลาเสียจริงที่มองว่าคนในเรือนนี้ซื่อสัตย์ ไม่มีเล่ห์เหลี่ยมมากเท่าคนในโลกของหล่อน จึงไม่ทันระวังตัว จนพลาดท่าเสียทีอย่างง่ายดาย

“คุณบุหลันไม่ได้บงการฉัน เธอไม่ได้วางแผนการอะไรเลย ทุกคนกำลังเข้าใจผิด” พิชญาพยายามอธิบายอีกครั้งแม้จะเหลือความหวังเพียงริบหรี่ แต่เสียงของหญิงสาวถูกกลบด้วยเสียงแหวของไพลิน

“แม่บุหลันนั่นละตัวดี มีแต่หล่อนคนเดียวที่จะได้ประโยชน์หากคุณพี่เป็นหมัน ส่วนแม่ผินก็คงหวังจะได้ดีมีสุขไปด้วยละสิ ถึงยอมทำเรื่องชั่วช้าให้”

“ยอมรับความผิดเถิดแม่ผิน โทษหนักจะได้เป็นเบา”

เขมที่จับตามองพิชญาตลอดเวลาบอกเรียบๆ พิชญาจ้องตอบอย่างสุดแค้น เขาคงปักใจเชื่อว่าหล่อนฆ่ามัดหมี่ละสิ พอหล่อนไม่ติดคุกในโลกโน้น เขาก็เลยหาเรื่องให้หล่อนติดคุกที่นี่จนได้

นี่ถ้ากินเนสส์บุ๊กมีการบันทึกสถิติบุคคลที่ตามจองเวรเป็นเลิศ ผู้ชายคนนี้ต้องได้ครองตำแหน่งแน่นอน!

แต่ไม่ว่าอย่างไร พิชญาจะไม่ยอมให้บุหลันผู้มีพระคุณต้องมาเดือดร้อนไปด้วยเป็นอันขาด หล่อนกัดฟันกล้ำกลืนความแค้นลงไป หันไปบอกคุณนวลว่า

“คุณบุหลันกำลังท้องอยู่ อย่าให้เธอต้องลำบากเลยค่ะ ถ้าคุณท่านจะหาคนผิดก็ให้อิฉันรับโทษคนเดียวเถิด”

“ไม่ได้ดอกเจ้าค่ะคุณแม่ คนทำผิดก็ต้องถูกลงโทษ ถ้าเว้นคนใดคนหนึ่งไว้ต่อไปไม่รู้จะก่อเรื่องกระไรขึ้นมาอีก” ไพลินสอดขึ้นมาทันที โอกาสเขี่ยเมียน้อยออกจากเรือนมาถึงแล้ว หากหล่อนไม่คว้าไว้ก็คงโง่เต็มทน

“อย่าให้อื้อฉาวถึงขนาดนั้นเลยขอรับคุณแม่”

เสียงของใครคนหนึ่งดังขึ้น จากนั้นกนกก็ก้าวออกจากห้องมาสมทบ ใบหน้าชายหนุ่มซีดเซียว ท่าทางอ่อนระโหย แต่ในสายตามีแววเด็ดขาดของผู้เป็นหัวหน้าครอบครัว

ไพลินกุลีกุจอเข้าประคองสามีแต่กนกยกมือห้าม พึมพำว่าเขาไม่เป็นไร ก่อนจะเดินตรงมาหามารดา

“ผมได้ยินทุกอย่างแล้ว เรื่องวางยาให้ผมเป็นหมันอาจจะเป็นเรื่องใหญ่ แต่ตอนนี้แม่บุหลันกำลังท้อง ผมคงปล่อยให้ลูกผมไปลำบากในคุกไม่ได้ และถ้าเรื่องนี้แพร่งพรายออกไปนอกเรือน ครอบครัวเราจะต้องเป็นขี้ปากคนไปอีกนาน ชื่อเสียงที่เจ้าคุณทวดสั่งสมไว้ก็ต้องพลอยมัวหมอง วิญญาณท่านคงไม่เป็นสุขแน่”

“แล้วพ่อกนกจะทำอย่างไร จะปล่อยแม่บุหลันไปเฉยๆรึ” คุณนวลถาม วูบแรกเธอโกรธจนลืมตัวจึงหลุดปากเรื่องนครบาลออกไป ครั้นพอลูกชายห้ามเธอก็ได้สติ เห็นจริงตามกนกว่าไม่ควรให้ไฟในไหม้ลามออกไปภายนอก เป็นการประจานวงศ์ตระกูลของเธอเอง

“แต่ถึงอย่างไรแม่ก็ต้องลงโทษให้เข็ดหลาบนะ มิฉะนั้นคนผิดจะได้ใจ”

“เอาอย่างนี้ดีไหมขอรับ คุณแม่ คุณพี่” เขมช่วยออกความเห็น “ไหนๆคุณพี่กนกก็ไม่เป็นกระไรมาก ผมว่าควรลงโทษสถานเบา สำหรับคุณพี่บุหลันให้กักบริเวณอยู่บนเรือนสักหนึ่งเดือน ส่วนแม่ผินก็ให้หาบน้ำใส่ตุ่มทั่วบ้านให้ครบทุกตุ่มก็แล้วกัน”

ถ้าสายตาพิชญาเป็นเข็ม เขมคงได้กลายเป็นเม่นไปแล้ว แต่เมื่อไม่ใช่หล่อนจึงได้เห็นเขายิ้มกว้าง ซ้ำยังเดินเข้ามาใกล้ กระซิบปลอบใจ “ดีไหมแม่ผิน หล่อนจะได้ออกกำลังกายไปในตัวด้วยไง”

พิชญาไม่หวังให้สายตาตัวเองเป็นเข็มแล้ว แต่อยากให้มันเป็นสาก จะได้ตะบันหน้าผู้ชายคนนี้ให้สมแค้น โดยเฉพาะตรงปากช่างพูดนั่น ต้องตำๆๆ ให้เละ จากนั้นก็เอาไปโยนให้แร้งกิน

“ไม่ได้นะเจ้าคะคุณแม่” เสียงแหลมของไพลินดังขึ้นขัดจินตนาการของหล่อน “ถ้ายังเลี้ยงสองคนนี้ไว้ วันหน้าแม่บุหลันอาจวางยาคุณพี่อีกก็ได้ งูพิษน่ะเลี้ยงไม่เชื่องดอกเจ้าค่ะ” ดวงตาหล่อนวาววับ คิดขึ้นมาได้ว่าควรใช้โอกาสนี้ กำจัดว่าที่เมียใหม่ของสามีไปเสียก่อน

“อย่างน้อยไล่แม่ผินไปคนหนึ่งก็ยังดี แม่บุหลันจะได้ขาดผู้ช่วย ทำร้ายใครอีกไม่ได้”

เรื่องที่ว่าวันหน้าผู้หญิงสองคนนี้อาจจะแผลงฤทธิ์ขึ้นมาอีกนี่ละ ที่คุณนวลยังหนักใจ แต่กนกไม่เห็นด้วย เขาค้านเสียงแข็ง

“แม่ผินเป็นน้องบุญธรรมของบุหลัน บ้านช่องก็ไม่มีซ้ำพ่อแม่ตายหมด ถ้าไล่ไปจะให้ไปอยู่ที่ไหน แม่ไพลินไม่ควรใจดำนัก ฉันเองก็ยังไม่ได้เป็นหมัน จะลงโทษแม่ผินให้ถึงกับเร่รอน ไม่มีที่ซุกหัวนอนเชียวหรือ”

สิ่งที่กนกพูดตรงกับความกังวลของทุกคนพอดี สายตาทุกคู่จึงหันไปมองหลวงเวชเดโชโดยไม่ได้นัดหมาย คุณหลวงเห็นดังนั้นก็ตอบว่า

“ใบอีหลาวนี้ต้องกินติดต่อกันถึงจะได้ผล คุณกนกเพิ่งกินเข้าไปไม่มาก ไม่เป็นกระไรดอกขอรับ”

ใจจริงกนกเคืองพิชญาไม่น้อยเลย แต่ครั้นจะไล่หล่อนไปเขาก็ยังเสียดายดวงหน้าสวยหวาน ผิวพรรณผุดผ่องนวลลออที่เขาน่าจะได้เป็นเจ้าของในไม่ช้า พอได้คำตอบจากหลวงเวช ชายหนุ่มก็ได้ที พูดกับไพลินด้วยเสียงเกือบจะเป็นเย็นชา

“ได้ยินหรือยัง พี่ไม่ได้เป็นกระไรนักหนา อีกอย่างแม่ผินก็ทำไปเพื่อทดแทนบุญคุณแม่บุหลัน ในเมื่อแม่บุหลันถูกลงโทษสถานเบา แล้วจะลงโทษอีกคนในสถานหนัก มันจะยุติธรรมรึ”

“คุณพี่!”

ฟังดูก็รู้ว่าเขาลำเอียงเข้าข้างพิชญาจนออกนอกหน้า ไพลินอาจจะกรี๊ดออกมาให้สมแค้น แต่เมื่อเห็นท่าทีฉุนเฉียวของสามี หล่อนก็ไม่กล้าโต้แย้ง ได้แต่มองพิชญาอย่างชิงชังแกมหมั่นไส้

เขมยิ้มสมใจเมื่อทุกอย่างเป็นไปตามแผน กนกต้องอยู่ห่างเมียรองถึงหนึ่งเดือน เป็นเวลานานพอที่ความรักจะจืดจาง และมากพอให้ไพลินทำคะแนนตีตื้นขึ้นมาได้ ยังเหลือขั้นตอนสุดท้ายอีกเพียงขั้นเดียว นั่นคือแยกพิชญาออกจากบุหลัน เขาจึงเสนอว่า

“เพื่อตัดปัญหา ต่อไปให้แม่ผินไปช่วยงานผมที่ร้านขายผ้าก็แล้วกันขอรับ ผมจะคอยควบคุมให้เอง คุณพี่กนกพูดถูก ไล่ไปก็คงไม่มีที่อาศัย น่าเวทนาลูกนกลูกกาตาดำๆ”

ตลอดเวลาที่ทุกคนหารือกัน บุหลันยังคงร้องไห้ไม่หยุด มีบางครั้งหล่อนทำท่าจะแก้ตัว แต่พิชญากระตุกมือไว้ ส่ายหน้าเป็นเชิงห้าม บุหลันจึงยอมนิ่ง หล่อนก็รู้เช่นเดียวกับหญิงสาวว่าไม่ว่าจะพูดอะไรไปก็ไม่มีประโยชน์ สายตาขุ่นเคืองที่กนกมองมา บอกอย่างโจ่งแจ้งว่าเขาเชื่อหลักฐานที่ใส่ร้ายหล่อนหมดใจ

พูดไปสองไพเบี้ย สู้บุหลันนิ่งเสียแล้วหาทางชนะใจสามีในภายหลังไม่ดีกว่าหรือ

ร้านขายผ้าของกนกมีเนื้อที่กว้างขนาดห้องแถวสามคูหา ภายในมีแพรพรรณหลากสีสันวางเรียงรายจนละลานตา ทั้งที่ราคาปานกลางและราคาแพงลิบ ลวดลายก็งดงามแปลกตากว่าร้านอื่น เพราะรับมาจากเรือสินค้าที่มาจากยุโรป ติดกันเป็นร้านขายทองรูปพรรณ ผลิตจากโรงงานทำทองของครอบครัวกนก

เมื่อก่อนชายหนุ่มเคยดูแลร้านทั้งสองนี้ แต่หลังจากคุณทรัพย์ตายไป กนกก็ต้องดูแลโรงงานทำทองแทนพี่ชาย และยังต้องควบคุมการเก็บค่าเช่าที่นา โรงสี และกิจการอื่นอีกหลายแห่ง จนแทบไม่มีเวลาพักผ่อน เขมจึงอาสามาดูแลร้านผ้าและร้านขายทองเสียเอง ท่ามกลางความประหลาดใจแกมยินดีของมารดาและพี่ชาย

พิชญาเรียงผ้าหลายพับเข้าตู้ ก่อนจะสลัดแขนอย่างเมื่อยขบ หล่อนต้องหยิบผ้าให้ลูกค้าเลือกผืนแล้วผืนเล่า ทั้งบางคนยังแสนจะจู้จี้ ติโน่นตินี่ไม่ขาดปาก เล่นเอาพิชญาต้องยืนจนขาแข็งกว่ากุลสตรีมีทรัพย์เหล่านั้นจะจ่ายเงิน แล้วเดินระเหิดระหงจากไป โดยมีบ่าวของพวกหล่อนหิ้วของตามหลังไปด้วย

หลังจากถูกคาดโทษพิชญาก็ต้องไปหาบน้ำตามคำสั่งของคุณนวล แต่เรือนของเธอกินเนื้อที่หลายไร่ การเติมน้ำให้เต็มตุ่มทั้งหมดจึงเป็นงานหนัก แม้ว่าตุ่มครึ่งหนึ่งจะมีน้ำเต็ม คล้ายมีคนมาเติมไว้ล่วงหน้าแล้วก็ตาม กระนั้นพอทำเสร็จพิชญาก็ถึงกับจับไข้ โชคดีที่นางดวงเอายาฝรั่งมาป้อนให้ อาการของหญิงสาวจึงดีขึ้นอย่างรวดเร็ว นอนพักอีกสองวันก็มีแรงพอจะมาทำงานที่ร้านขายผ้าได้

ทว่าสามวันแรกเขมไม่มาปรากฏตัวให้เห็นเลย จวบจนวันที่สี่พิชญาจึงได้เห็นผู้ชายร่างสูงปากแดง เดินหน้าเฉยเข้ามาในร้าน เขาหยุดมองหล่อนแวบหนึ่งก่อนจะเมินไป ราวกับลูกจ้างคนใหม่ไม่มีตัวตน

คิดว่าฉันอยากคุยกับคุณตายละ!

พิชญาหันกลับไปทำงานต่อเหมือนไม่เห็นเจ้าของร้านเช่นกัน จนกระทั่งเย็น เขมจึงบอกให้หล่อนนั่งรถม้ากลับไปพร้อมกับเขา แต่พิชญาปฏิเสธ ตอบสั้นๆ ว่า

“ฉันมีธุระ”

“ถ้าจะไปบ้านหมอกุหลาบก็มากับผม ผมจะไปหาเขาเหมือนกัน”

พิชญามองรถม้าที่จอดอยู่หน้าร้าน เชิดหน้าเอ่ยลอยๆ “ลูกจ้างจนๆอย่างฉันไม่มีวาสนาจะนั่งรถม้าหรอก ฉันจะเดิน”

หล่อนกระแทกเสียงก่อนจะจ้ำพรวดๆ ไปตามทางที่ทอดไปสู่บ้านหมอกุหลาบ มีเขมเดินตามมาด้วยท่าทางสบายๆ เขาทำเป็นมองซ้ายมองขวาชมนกชมไม้อยู่พักหนึ่ง ก็ชวนคุยขึ้นมา

“คุณทำผมแปลกใจจริงๆนะ ผมคิดว่าคุณจะไม่พูดกับผมแล้วเสียอีก”

พิชญานิ่งไปอึดใจก่อนตอบ “ทีแรกฉันก็ตั้งใจจะทำอย่างนั้นละ แต่ตอนที่หาบน้ำฉันแช่งชักหักกระดูกคุณไปตลอดทาง เลยบรรเทาความแค้นไปได้บ้าง แต่ว่า…” หล่อนทำตาวาว หน้าตาลุ้นเต็มที่ “สองวันนี้คุณรู้สึกอึดอัดหายใจไม่ออก หรือว่าอยู่ดีๆก็ปวดแสบปวดร้อนเหมือนอยู่ในกองไฟบ้างหรือเปล่า”

ชายหนุ่มเดาออกทันทีว่าอีกฝ่ายคิดอะไรอยู่ เลยตอบเสียงเข้ม “คนอย่างผมตายยาก แค่คำแช่งลมๆแล้งๆของคุณทำอะไรผมไม่ได้หรอก”

“เหรอ งั้นรอดูต่อไปเถอะ ฉันยังมีคอมโบเซ็ทชุดใหญ่ให้คุณอีกชุด ฉันยังแช่งให้คุณถูกทอมแย่งแฟน เพื่อนรุมยืมเงินแล้วไม่คืน รถเสียวันที่ประกันหมดอายุ ถูกล็อตเตอรี่รางวัลที่หนึ่งแต่ล็อตเตอรี่ดันหายซะงั้น”

เขมไม่รู้ว่าควรจะโกรธหรือขำดี “คุณนี่เพี้ยนกว่าที่ผมคิดไว้เยอะ”

แล้วก็ใจกว้าง และพร้อมจะให้อภัยมากกว่าที่นึกไว้ด้วย…

พิชญายิ้มน้อยๆ “ฉันก็เป็นคนอย่างนี้ละ ไม่ชอบจมอยู่กับความทุกข์นานๆ ถึงจะโกรธแค้นไปก็เป็นไฟเผาใจของฉันเอง คนอื่นไม่ได้มาทุกข์ด้วยเสียหน่อย แล้วฉันจะแค้นไปทำไม”

แต่กว่าจะทำใจได้อย่างนี้ เขมไม่รู้หรอกว่าหล่อนต้องผ่านความทุกข์ตรมขมขื่นหนักหนาสาหัสแค่ไหน โชคดีที่มีพี่โจอยู่เคียงข้าง คอยปลอบโยนเป็นกำลังใจ พิชญาถึงปล่อยวางความชิงชังทั้งมวลลงได้

“อีกอย่าง ฉันยังรู้มาด้วยนะว่าตอนที่ฉันไม่สบาย คุณเป็นคนฝากยาฝรั่งมาให้ฉันกิน แสดงว่ายังพอจะมีจิตสำนึกอยู่บ้าง ฉันเลยโกรธคุณน้อยลงนิดหนึ่งไง”

เขมทำหน้าเหมือนคนร้ายที่ถูกจับได้พร้อมของกลาง ก่อนจะรีบปรับสีหน้าเป็นปกติ “ผมอุตส่าห์กำชับดวงไม่ให้บอกคุณแล้วเชียวนะ ผู้หญิงนี่ไว้ใจยากจริงๆแฮะ” เขาบ่น

“พี่ดวงไม่ได้บอกฉันหรอก แกโกรธคุณจะเป็นจะตาย ที่ยอมรับยามาเพราะกลัวคุณจะหาว่าจองหอง เดี๋ยวจะเดือดร้อนถึงคุณบุหลันต่างหากล่ะ แต่ฉันรู้เพราะยาฝรั่งแบบนี้มีแต่คุณที่ใช้ คนอื่นในเรือนคุณนวลนิยมแพทย์แผนไทย ยาฝรั่งเข้าบ้านได้ที่ไหน”

“ผมอยากให้คุณรีบๆหาย จะได้มาช่วยงานในร้านผมต่างหาก”

การที่เขาไม่ถือโอกาสอวดอ้างบุญคุณ ทำให้พิชญารู้สึกดีกับผู้ชายคนนี้ขึ้นมาอีกนิด พอจะพูดกับเขาอย่างตรงไปตรงมา ไม่มีอาการตีรวนเหมือนเคย

“อีกเหตุผลหนึ่งที่ทำให้ฉันยอมยกโทษให้คุณ เพราะคุณลงโทษคุณบุหลันสถานเบา แสดงว่าคุณไม่คิดจะทำร้ายเธอ คุณแค่อยากช่วยคุณไพลินเท่านั้นเอง จริงไหม”

“แม้แต่คุณผมก็ไม่คิดจะทำร้ายหรอกนะ ถ้าคุณนวลจับคุณเข้าคุกจริง ยังไงผมก็ไม่ยอม” เมื่อหล่อนพูดตรงๆ เขมก็ตอบกลับไปตรงๆเช่นกัน

“เรื่องนั้นฉันรู้ ตอนที่นอนป่วยอยู่ฉันคิดทบทวนอย่างละเอียดแล้ว เลยรู้ว่าคุณไม่คิดจะบีบฉันจนหมดหนทางหรอก ที่จริงคุณก็เหมือนกับฉัน ไม่อยากทำร้ายใคร แต่เราช่วยคนหนึ่งโดยไม่ทำร้ายอีกคนไม่ได้”

เขมทำหน้าครึ่งยิ้มครึ่งบึ้ง บ่นพึมพำ “พูดตรงๆผมก็ไม่คิดเลยว่าในชาตินี้จะมีวันที่เหมือนกับคุณได้ ไม่รู้ควรจะดีใจดีไหมนี่”

พิชญาหุบยิ้มทันที ความหมั่นไส้เริ่มกลับมารำไร “แต่คุณต่างกับฉันตรงที่ฉันช่วยคุณบุหลันโดยไม่มีอคติกับคุณไพลิน ส่วนคุณช่วยคุณไพลินโดยที่มีอคติกับคุณบุหลัน ฉันถามจริงๆเถอะ ทำไมคุณไม่ชอบคุณบุหลัน เธอเคยทำอะไรคุณงั้นหรือ”

เขมลังเล ความสบายใจเมื่อได้คุยกับหล่อนทำให้เกือบเอ่ยปากบอกเรื่องของปิ่นออกไปแล้ว แต่สัญชาตญาณตำรวจเตือนไม่ให้เขาทำอย่างนั้น เขาจะเชื่อใจผู้หญิงหน้าใส แววตาแจ่มกระจ่างคนนี้ได้ละหรือ ในเมื่อตัวหล่อนเองก็มีประวัติร้ายกาจเช่นกัน หากพิชญาเป็นพวกเดียวกับบุหลัน แม่ปิ่นที่ซ่อนตัวอยู่อาจเป็นอันตรายได้

“เอาเป็นว่าผมไม่ไว้ใจคุณบุหลันก็แล้วกัน คุณเองก็เป็นคนฉลาด ไม่รู้สึกหรือว่าคุณบุหลันไม่ใช่ผู้หญิงอ่อนแออย่างเปลือกนอกที่เธอแสดงออกหรอกนะ”

ใครว่าหล่อนไม่รู้สึก หลายครั้งที่พิชญาสังเกตว่าภายใต้ความอ่อนหวานละมุนละไมของบุหลัน มีความแข็งกร้าวซ่อนอยู่อย่างลึกเร้น มันแฝงตัวอยู่ในสีหน้าแววตายามเผลอ และวาจายอกย้อนที่หล่อนใช้โต้ตอบภรรยาหลวง

“ฉันว่าไม่ใช่แค่คุณบุหลันหรอกที่ไว้ใจไม่ได้ คุณนั่นละเจ้าเล่ห์ตัวพ่อเลย ไม่อย่างนั้นคงไม่แกล้งใส่กุ้งในขนมช่อม่วง ทำให้คุณกนกแพ้ จะได้มีข้ออ้างให้หลวงเวชมาตรวจดูขนม จนเจอใบอีหลาว เพื่อจะป้ายความผิดให้ฉัน เฮอะ! วางแผนซับซ้อนได้ขนาดนี้ไม่เจ้าเล่ห์เลยเนอะ ซื่อสัตย์มาก” หล่อนลากเสียงยาวเหยียดตรงคำว่ามาก

เขมหัวเราะเบาๆหมดปัญญาเถียง พิชญาจึงเล่นงานต่อ “โชคดีนะที่คุณกนกไม่เป็นอะไร ถ้าเกิดหมอมาช้า คุณกนกอาจตายจริงๆก็ได้”

“ไม่หรอก วันนั้นหลวงเวชต้องมาตรวจคุณหญิงละม้ายที่อยู่ใกล้เรือนคุณนวล ผมสืบมาแล้ว”

รอบคอบเหลือเกินนะไอ้ตัวแสบ! วูบหนึ่งพิชญานึกอยากขัดขาให้เขาหน้าคะมำลงไปตรงนั้น แต่ยั้งใจไว้ทัน เพราะดูจากรูปร่าง หล่อนอาจเจ็บขาฟรีๆโดยที่เขาไม่เป็นอะไรเลย

“ว่าแต่คุณเถอะ ไปยังไงมายังไงถึงปลอมเป็นคุณเขมได้ ตัวจริงเขาหายไปไหน” หญิงสาวถามต่อ

“เรื่องนั้นผมไม่รู้ แต่คิดว่าผมคงหน้าตาเหมือนคุณเขมมาก หลังจากถูกพายุพัดมา ผมก็มาอยู่หน้าเรือนคุณนวล พอดีนครบาลมาจับคุณเขมข้อหาฆ่าคนตาย เลยจับตัวผมไป ผมไม่รู้จะทำยังไงเลยต้องรับสมอ้างไปก่อน เพราะถึงจะปฏิเสธก็ไม่มีใครเชื่ออยู่ดี”

“มิน่าล่ะ ลายนิ้วมือคุณถึงไม่ตรงกับลายนิ้วมือคนร้ายในที่เกิดเหตุ เพราะคุณไม่เคยอยู่ในที่เกิดเหตุมาก่อนนี่เอง” พิชญาเริ่มเข้าใจ “แล้วถ้าวันหนึ่งตัวจริงเขากลับมาล่ะ คุณจะทำยังไง”

“รอให้ถึงตอนนั้นก่อนค่อยคิด แต่ถ้าจะให้ดี ผมว่าเราควรรีบกลับไปอนาคตให้เร็วที่สุด ไม่ใช่มาอยู่ผิดที่ผิดทางอย่างนี้”

คงเพราะเดินไปคุยไป พิชญาถึงรู้สึกว่าระยะทางไปบ้านหมอกุหลาบสั้นกว่าทุกครั้ง รู้ตัวอีกทีเรือนฝาขัดแตะหลังนั้นก็มาตั้งอยู่ตรงหน้า มีหมอดูผิวคล้ำนั่งยิ้มร่าอยู่บนแคร่หน้าเรือน พอเห็นทั้งคู่เขาก็ร้องทักแต่ไกล

“มาแล้วหรือนางหนู อ้าว! พ่อน้องชายก็มาด้วย มิน่าล่ะ วันนี้ข้าเขม่นตาขวาทั้งวัน”

Don`t copy text!