ขอบฟ้าจรดขอบน้ำ บทที่ 19 : เจอของจริง

ขอบฟ้าจรดขอบน้ำ บทที่ 19 : เจอของจริง

โดย : กฤษณา อโศกสิน

ขอบฟ้าจรดขอบน้ำ บทสรุปของความรักที่ดูเหมือนจะเป็นไปไม่ได้ของสมุทรไทและบนฟ้า นวนิยายยอดนิยมในอ่านเอา จากปลายปากกาของกฤษณา อโศกสิน ศิลปินแห่งชาติสาขาวรรณศิลป์ นิยายออนไลน์ ที่ อ่านเอา อยากให้คุณ อ่านออนไลน์

***************************

– 19 –

ขณะเดินไปด้วยกันทั้งสี่นายที่มีนางสาวเพียงหนึ่งนั้น สมุทรไทต้องหันมามองผู้ที่เคียงบ่าไหล่ไปกับเขาตลอดทาง ด้วยว่า ยาเยียขนาบข้างเขาทางซ้าย มีปรายอยู่ขวา ปล่อยให้ยงยุทธกับโยธีไปข้างหน้า คุยกันเสียงดัง

ที่จริงผมก็เคยมาเวนิสหนเดียวเองพ่อ เดี๋ยวพ่อจะนึกว่าส่งมาเรียนแต่เอาเงินมาเที่ยวไม่เลยนะไม่เลยตอนที่มาเวนิสก็เพราะเพิ่งสอบผ่านภาษาอิตาเลียนที่เปรูจ้า กำลังย้ายไปมิลาน เพื่อนก็เลยชวนมาแวะเวนิสซะหน่อย เดี๋ยวพอไปเข้าเรียนที่นั่นแล้วจะไม่มีเวลามา

จะว่าอะไร้เสียงยงยุทธทอดอ่อน

ตลอดการเดินทางมาด้วยกัน ชายหนุ่มไม่เคยได้ยินเขาห้ามปรามหรือผิดหูเลยไปถึงผิดตาในอาการกิริยาของยาเยียที่มักมีกับเขา นั่นก็คือเอาใจใส่แทบทุกฝีก้าวว่าเขาจะไปไหน ทำอะไร เหนื่อยหรือไม่

แล้วนี่ก็เอาอีกแล้ว

คราวนี้ หล่อนขยับมือเลยมาจับแขนเขานิดหนึ่งเชิงลองดู เพราะอย่างน้อยก็มีเสื้อหนาวตัวหนาคั่นกลาง

ฝ่ายปรายผู้อยู่อีกข้างก็ดูเหมือนจะไม่รู้ไม่เห็นเนื่องด้วยยังเอ่ยเรื่อยๆ

กูละก็ไม่ได้ใครว่าที่ไหนดี กูไปแหลกตอนอยู่อังกฤษกูก็ไปหมดสก็อตแลนด์ ไอร์แลนด์พี่ปันถึงกับโทร.เตือนเพลาๆหน่อยนะแกต้องรู้นะว่าที่ไปเรียนนี่พ่อแม่หวังให้แกเอากลับมาใช้งาน งานแข่งขันนะเว้ยฮ่าฮ่าพี่ปันอีเป็นซีอีโอซะชินเพื่อนของเขาเล่าอย่างไม่ยินดียินร้ายในคำสั่งทำยังกะกูไม่รู้แล้วเดี๋ยวนี้เป็นไง อีถามกูทุกวันว่านั่นนี่ต้องเดินแบบไหนฮ่าฮ่า…”

มือของเด็กสาวที่แต่แรกแค่เกาะบัดนี้ค่อยๆเลาะเลียบสอดเข้ามา คล้องแขนเขาไว้

แต่ก็ยังสนใจเรื่องราวที่ปรายบอกกล่าวโดยไม่คิดจะผ่านเลย

พี่ปันนี่คงมีอำนาจสิทธิ์ขาดละมังพี่ปราย

โอ๊ยปู่ย่าพ่อแม่ญาติโกโหติกาฟังพี่ปันทุกคนพี่ปุญไม่ค่อยมีปากเสียงเท่าไหร่ อีเป็นรองพี่ปันอยู่แล้ว แต่กับพี่ พี่ปันไม่ค่อยกล้าเพราะอะไรฮ่าฮ่าฮ่ามึงก็รู้ใช่ไหมว่า พี่ปันก็ดีแต่ปาวๆโดนกูย้อนเข้าสักสองสามดอกก็จะหายหน้าไปวันครึ่งฮ่าฮ่า…” ปรายเล่าถึงพี่คนโตอย่างสนุกมีปู่กับกูแค่นั้นที่เด็ดดวง ถึงไงอีก็ต้องพึ่งต้องมานี่สงสัยไอ้เจ้าสามคงตอแหลให้ฟังเพลินไปแล้วมั้งว่ามึงร้ายยังงั้นยังงี้

โยธีได้ยินก็เลยหันมาหัวเราะ

หมอนี่กำลังปฏิบัติการเสี้ยมเขาควาย

อากาศในฤดูใบไม้ร่วงยามค่ำทวีความเย็นแขนที่คล้องแขนเขาไว้ขยับแล้วขยับอีกเพื่อให้กระชับแนบแน่น

สมุทรไทนึกไม่ออกเอาเลยว่าเขาควรจะทำอย่างไรดีถ้าโยธีหรือยงยุทธหันมา เห็นภาพลูกสาวคล้องแขนอยู่กับเขา

จะนึกว่าเขาเป็นฝ่ายเริ่มก่อนหรือไม่

คิดแล้วก็แสนกระวนกระวาย

ปรายก็เอาแต่คุย จนกระทั่งถึงซุปเปอร์มาร์เก็ตที่ต้องเดินอ้อมสวนสาธารณะเล็กๆด้านหลังอพาร์ตเม้นท์ตรงไป

นั่นเองยาเยียจึงคลายแขนออก

เขาก็ได้แต่ระบายลมหายใจอย่างโล่งอก

อดสะทกสะท้านมิได้ถ้าหล่อนยังคงอี๋อ๋อคลอเคลียจนปรายสะดุดใจ

พี่ไทขา…” ครั้นแล้วเขาก็ได้ยินหล่อนทอดเสียงพี่ไททานโยเกิร์ตไหมคะ คุณปู่คุณย่า พี่บนล่ะ ทานไหม ถ้าทานทุกคนน้องจะได้ซื้อไปใส่ตู้เย็นจนครบสองวันคือเช้าพรุ่งนี้กับมะรืนนี้

เดี๋ยวพี่ซื้อเองชายหนุ่มหนาวเยือกเมื่อปรายได้ยินเสียงน้องของเพื่อนแล้วหันมา

พลางหลิ่วตากับเขาวับหนึ่ง

มึงนี่เจ้าเสน่ห์นะกูชักจะอิจฉาแล้วซี

แหมพี่ปรายพี่เองก็เจ้าเสน่ห์นะคะเด็กสาวหยอดไว้มาเที่ยวกันคราวนี้ น้องมีความสุขมากเลย พี่รู้ไหม

เอ้าน้องจะซื้ออะไรก็เลือกๆซะจ้าโยธีหันมาเตือน แม้แลเห็นน้องสาวเคลื่อนตัวไปมาอย่างร่าเริงระหว่างสองชายก็ไม่สะเทือนใดๆ ด้วยว่าใคร่ให้น้องมีชายหลายหลากมาให้เลือก

ยงยุทธก็เช่นกัน

เป็นเพราะเขาเลี้ยงลูกสาวอย่างชายเจ้าชู้ผู้ล่วงรู้ลู่ทางของชายด้วยกัน จึงมักติงเตือนอย่างมีความหมาย

คนเรานี่มีข้อบกพร่องด้วยกันทุกคน แต่ต้องอยู่ด้วยกันแล้วถึงจะรู้คนรวยแต่เลวหมาไม่กินก็มีเยอะ คนทั้งรวยทั้งดีนี่คงต้องงมหากันเลยละ แล้วยังมีคนดีแต่ไม่รวย ก็ไม่รู้ว่ายังเหลือสักเท่าไหร่ แต่ทั้งไม่ดีแล้วไม่รวยนี่ถ้าเจอก็เขี่ยให้กระเด็นไป ถึงหล่อก็อย่าเอา ดีไม่ดีมันตบลูกเข้าทีสองที พ่อเตะมันสิบทีเลยบอกให้รู้

แต่คำที่ลูกตอบกลับมาก็คือ

มือชั้นลูกไม่เคยกลัวใคร ลูกเลือกได้เลือกเป็นมาตั้งแต่เริ่มมีเม็นส์แล้วหละพ่อ

ดังนั้นมาคราวนี้ บิดาจึงค่อนข้างเบาใจในชายหนุ่มทั้งคู่ที่เขาเพียงแต่ปรายตาดู ก็รู้ว่าลูกของเขาเล่นด้วยได้

 

คนแรกทั้งรวยทั้งใจนักเลง ถ้อยคำที่พูดจาคล้ายไม่เกรงใจใคร หากก็ไม่เบ่ง แต่เกรงอยู่นิดหนึ่งก็ตรงที่ไม่ดูว่าเขาตื่นตะลึงใดๆในลูกสาว

ส่วนคนหลัง โยธีบอกเขาว่าฐานะปานกลาง แต่เป็นกลางค่อนข้างสูง เป็นผู้ไม่ฟุ้งเฟ้อ ไม่บำเรอตนเอง รวมทั้งไม่บำเรอผู้ใด ได้ยินข่าวว่าเคยมีผู้รู้ใจมาแล้ว อาจจะสองสามคน แต่ต่างก็ผ่านพ้นกันไปเมื่อต่างก็รู้ตัวว่าไม่ใช่

มันค่อนข้างดูยากสักหน่อยเหมือนกัน คือมันไม่พูดมากไงพ่อ พอใจไม่พอใจไม่ค่อยรู้

ผู้เป็นพ่อพยักหน้า นั่นก็ด้วยไม่รู้สึกปลื้มชายคนหลังสักเท่าไร คงเพราะไม่รวยมากนั่นเอง

ในที่สุด ยาเยียก็เลือกโยเกิร์ต เบคอน ไส้กรอก ไข่ไก่มาได้พอสมควร ส่งตะกร้าให้พี่ชาย นำไปยังเคาน์เตอร์จ่ายเงินตัดหน้าปราย

มึงอยู่เฉยๆ พ่อกูจ่าย

ปรายก็เลยพนมมือไหว้

ที่จริงก็หน้าที่ผมนะฮะคุณลุง

ไม่เป็นไร ลุงจ่ายดีกว่า

ขากลับนี้ ยาเยียก็ยังคงคล้องแขนชายหนุ่มให้พ่อและพี่ชายได้ดูเป็นขวัญตา

แต่ทั้งคู่ไม่มีปฏิกิริยาใดๆ

ปรายหันไปเห็นแล้วก็ได้แต่สงสารน้องสาวจนสุดจะกลั้นความสั่นในอารมณ์ไว้ได้

 

ขณะที่บนฟ้าน้ำตาไหลไม่หยุด แม้ตั้งใจจะฉุดรั้งตนเองให้กลับไปสู่ความเป็นบนฟ้าผู้เคยเชิดหน้าตวัดสายตาอย่างไม่ไยดีในทุกสิ่ง หยิ่งให้เห็นหยามก็เป็น ทั้งโดดและเด่นตลอดมา ทิฐิมานะก็เหลือจะกล้าแข็งแรงด้วยถือตนว่าเป็นคนระดับดังแต่อารมณ์อันราวกับภินท์พังไปแล้วในครั้งนี้ก็เหลือจะฝืนใจให้มีโยธีเข้ามาแทน

ได้ยินปู่ย่าพลิกตัวสองสามครั้งหลังจากบอกกล่าวเมื่อกี้

รู้ไหมว่าย่าไม่มีกะใจจะสนุกอีกแล้วนะถ้าหนูยังทำตัวแบบนี้ ทำไม่ดีกับเขา

แต่ตรงกันข้ามกับปู่ที่บอกว่า

เอาเป็นอันว่าหนูจะโผจากไทไปหาโยใช่ไหมเอาโผก็โผพรุ่งนี้ เริ่มต้นใหม่ไปกับโยเลยดีกว่า อย่ามามัวลังเล รักพี่เสียดายน้อง มันไม่ดีกะตัวเอง

ย่าก็เลยส่งเสียงเครือ

ฉันกำลังจะร้องไห้แล้วนะป๊า

ป๊าก็เลยนิ่งไป

ก็แล้วหล่อนเล่า ไม่อยากร้องแล้วร้องอีกหรือไร

หยิ่งในตนนั้นล้นพ้น จนไม่อยากเชื่อเลยว่าขณะนี้เกือบไม่เหลือความเป็นบนฟ้าติดหัวใจ ด้วยว่ารู้สึกพ่ายแพ้อย่างหนักหนาจนผลักดันตนเองให้ยืดตัวทรนงตนแทบไม่ไหว

ในที่สุด ก็ได้ยินเสียงปู่เอ่ยอีก

ถ้ายังไม่แน่ใจ หนูจะลองดูเขาไปก่อนดีไหมลูกก็เขาเอง เขายังบอกให้เราดูเขาไปก่อนเลยถ้าคิดในแง่ที่เขาแฟร์ก็ดูว่าแฟร์นะบัดนี้ปู่เองก็เพียรย้อนคิดไปถึงความเป็นเขาอย่างลึกอย่างซึ้งกว่าเคย เนื่องด้วยโจทย์ทำท่ายากขึ้นเรื่อยๆ แต่ถ้าคิดในแง่ที่เขาเผื่อไว้เผื่อระหว่างนี้เขาไปพบใครดีกว่าหนูเขาจะได้ไม่เสียก็น่าจะดีเหมือนกัน

แทบมิทันขาดคำ หลานของปู่ที่เมื่อกี้ทำทีทำท่าว่าฉันก็แน่เหมือนกัน พลันร้องไห้โฮใหญ่

โธ่ลูกเอ๊ยลูกแล้วนี่น่ะหรือจะไปสู้กับเด็กนั่น มันหัวเห็ดจะตายย่าเข้าข้างหลานตามอัธยาศัย ปลายเสียงตวัดอย่างเขม่นหมั่นไส้ที่สำคัญ มันไม่เคยร้องไห้เหมือนหนู

หากปู่ก็กำลังไตร่ตรอง

ในที่สุด จึงเรียกหลาน

น้องบนมานี่มา

บนฟ้าก็เลยลุกขึ้น เดินโผเผไปนั่งลงข้างๆปู่

การที่เราจะพาใครมาอยู่ด้วยตลอดชีวิตนี่ก็ต้องมีทั้งวิธีคิดวิธีทำผู้เคยช่ำชองมายาวนานทั้งบริหารงานบริหารคนรวมทั้งบริหารตนของตนให้สอดคล้องกับภาระจับมือหลานไว้มั่น แม้มองหลานผ่านความมืดก็ยังแลเห็นดวงหน้าเมื่อแรกเกิดของเด็กหญิงเล็กๆครั้งลืมตาดูโลกไม่มีวันลืม ด้วยว่าเป็นเพศหญิงหนึ่งเดียวท่ามกลางเพศชายที่ได้แล้วเกิดอีกปีแล้วปีเล่าจนนึกหน่ายนึกเบื่อ ก็แล้วเหตุไฉนตนเองและคณาญาติจึงไม่เกื้อกูลหนึ่งเดียวผู้นี้ให้ดี สวย รวย เก่งแต่ก่อนอื่นหนูก็ต้องฝึกตัวเองให้แข็งแรงทั้งกายทั้งใจถึงจะสู้เขาได้

ถ้าเป็นก่อนหน้านี้ ที่ยังไม่ถูกท้าทายด้วยของจริง

หลานหยิ่งของปู่ก็มักจะลุกขึ้นสะบัดหน้า ทนฟังคำสอนมิได้แม้หนึ่งวินาที

แต่เมื่อมาถึงขณะนี้กลับมีคำว่าจนมุมจนต้องนิ่งเงียบ

 

 

Don`t copy text!