MESSY BUDDY คุณบัดเดอร์ ใช่เธอหรือเปล่า? บทที่ 6 : บุกห้องท่านประธาน

MESSY BUDDY คุณบัดเดอร์ ใช่เธอหรือเปล่า? บทที่ 6 : บุกห้องท่านประธาน

โดย : แสนแก้ว

MESSY BUDDY คุณบัดเดอร์ ใช่เธอหรือเปล่า?  โดย แสนแก้ว หญิงสาวผู้มีความฝันอยากเป็นนักเขียน จึงตัดสินใจเข้าอบรมในโครงการ อ่านเอา ก้าวแรกรุ่นที่ ๑ ทำให้เกิดแรงบันดาลใจกลับไปเขียนนวนิยายจนจบเป็นเรื่องแรกและได้รับรางวัลชมเชยจากการประกวดในครั้งนี้ และนี่คือ นิยายออนไลน์ ที่เราอยากให้คุณได้ อ่านออนไลน์

– 6 –

 

เอกอักษรเข้ามาในสำนักงานหลังจากแวะซื้อข้าวเหนียวหมูปิ้งที่หน้าตึก เธอเหลียวมองตะกร้าข้างโต๊ะเปรมยุดาก็พบว่าในตะกร้าไม่มีของขวัญของเธอ  เก็จดาวคงเพิ่งมาถึงก่อนหน้าเธอไม่นานเพราะเห็นกำลังวางของ เก็บกระเป๋าอยู่ หญิงสาวจับจ้องเพื่อนไม่วางตาทุกการเคลื่อนไหว พยายามเพ่งมองผ่านแว่นตากรอบโตว่าในสารพัดถุงที่เก็จดาวขนมาด้วยนั้นมีอะไรบ้าง ที่ต้องสอดรู้สอดเห็นขนาดนี้ก็เพราะไม่แน่ว่า ตอนบ่ายเมื่อพี่เป้ยแจกของขวัญบัดดี้ หนึ่งในนั้นอาจเป็นของของเธอก็ได้

ถ้าจริงละก็… คุณบัดเดอร์ก็คือเก็จดาวเพื่อนรักอย่างไม่ต้องสงสัย

แล้วทันใดนั้น เธอก็มีอันต้องสะดุ้งโหยง! เมื่อมีมือหนึ่งวางปุลงบนบ่า

“มองอะไรน่ะ”

เอกอักษรหันขวับ พบว่าเป็นคุณพี่บูรณ์พิภพนั่นเอง

“เปล่า… เปล่าค่ะพี่เบียร์”

“เปล่าอะไร ก็เห็นอยู่ว่าแอบมองน้องดาวตาไม่กะพริบเลยนี่ หรือจะเถียงว่าไม่จริง”

เอกอักษรรีบเอานิ้วชี้จ่อปาก ไอ้พี่เบียร์จะเสียงดังเกินไปแล้ว

“ว่าแต่พี่เบียร์เถอะ เรียกเอมีอะไรหรือเปล่า”

ชายหนุ่มรุ่นพี่ยื่นกล่องช็อกโกแลตให้ ข้างในเป็นหลุมโบ๋จนเกือบหมด  “ช็อกโกแลตของคุณคิมไง ไม่เห็นเอกินเลย นี่พี่แอบกั๊กไว้ให้นะเนี่ย ไม่อย่างนั้นหมดไปนานแล้ว”

หญิงสาวรับมาด้วยความซาบซึ้งใจ พักหลังมานี้บูรณ์พิภพให้ความสนิทสนมกับเธอมากกว่าแต่ก่อน คล้ายกับเขาเปิดใจให้เพื่อนร่วมงานและร่วมออฟฟิศมากขึ้น แน่นอนว่าตัวเขาเองก็ดูผ่อนคลายขึ้นเช่นกัน  วันก่อนเธอยังได้คุยโทรศัพท์กับหนูน้อยเยลลี่ เสียงแจ๋ว ๆ นั้นบอกให้รู้ว่าหนูน้อยมีความสุขมากขนาดไหนเมื่อคุณแม่ยอมกลับมาอยู่บ้านคุณพ่อแล้ว

เอกอักษรหยิบเจ้าขนมก้อนเล็กหน้าตาน่าเอ็นดูเข้าปาก หลับตาพริ้ม ช็อกโกแลตมินต์ของเบลเยียมนี่อร่อยขนาดนี้เลยหรือนี่ ครั้นแล้วเธอก็ลืมตาปิ๊งเหมือนนึกอะไรออก… สัปดาห์ที่ผ่านมาไม่ได้มีแต่เก็จดาวที่ไม่อยู่ออฟฟิศ ยังมีอีกคนหนึ่ง

เจ้าของช็อกโกแลตกล่องนี้ไง… คุณคิมหันต์

เธอลืมไปเสียสนิท เพราะตอนแรกที่คิดว่าตลอดสัปดาห์ใครไม่อยู่บ้าง ก็เพียงแต่มองไปรอบ ๆ ลืมไปเสียสนิทว่าท่านประธานมีห้องทำงานส่วนตัวแยกไปต่างหาก แสดงว่าตอนนี้มีบุคคลน่าสงสัยอยู่สองคน คือเก็จดาวกับคุณคิมหันต์ ใช้ความคิดอยู่ครู่ก็นึกขึ้นได้ว่า การ์ดใบแรกที่ได้รับจากคุณบัดเดอร์เป็นลายมือเขียน ถ้าเอามาเทียบกับลายมือของสองคนนี้ อาจจะได้เบาะแสอะไรบ้างก็ได้ เธอเคยเห็นลายมือเก็จดาวบ้างแต่ก็ไม่แน่ใจนักว่าใช่หรือไม่

เผลอแป๊บเดียวเพื่อนสาวนักการตลาดก็หิ้วกระเป๋าปลิวไปหาลูกค้ากับพวกทีมเซลล์แล้ว ก็เหลือแต่คุณคิมหันต์ที่เธอพอจะสืบได้ แต่ว่า… จะเข้าไปในห้องทำงานเขายังไงดี

คิดเท่าไรก็คิดไม่ตก หญิงสาวไปด้อม ๆ มอง ๆ หน้าห้องท่านประธาน ก็พอดีกับพี่เป้ยคนสวยเดินถือถาดถ้วยชาออกมาจากห้องครัว

“อ้าว เอ” เลขานุการสาวเผยรอยยิ้มชวนฝัน “ดื่มชาอังกฤษหน่อยไหมจ๊ะ ของฝากจากคุณคิมอีกนั่นละ เดี๋ยวพี่ชงให้ แต่ขอเอาแก้วนี้ไปเสิร์ฟให้คุณคิมก่อน”

ไวกว่าความคิด เอกอักษรก้าวเข้าไปดักหน้า “เอ้อ… พี่เป้ยคะ ให้เอเอาไปให้ไหมคะ พี่เป้ยจะได้ชงชาดื่มไง ส่วนเอไม่เป็นไรก็ได้ค่ะ”

พูดไปก็รู้ว่าฟังดูไม่เข้าท่า พี่เป้ยเองก็ทำหน้าฉงนปนขบขัน “เอน่ะเหรอ จะเอาชาไปเสิร์ฟแทนพี่ เห็นปกติไม่จำเป็นจริง ๆ ไม่ยอมเข้าห้องคุณคิมเด็ดขาด ขนาดพี่เติ้งยังแทบจะต้องลากเข้าไปเลยนี่นา”

“ก็…” เธอยิ้มแหย “เอก็แค่อยากช่วยแบ่งเบาพี่เป้ยบ้าง เป็นเลขาฯ งานยุ่งจะตาย เห็นพี่เป้ยกลับเย็นเกือบทุกวันเลย แค่เสิร์ฟชาเอง เอช่วยได้ค่ะ”

“เห็นพี่กลับเย็นก็เพราะว่าเอก็กลับเย็นใช่ไหมล่ะ เอไปทำงานเถอะ ไม่ต้องห่วงหรอก พี่ว่าพี่ขอเข้าไปเสิร์ฟชาก่อนดีกว่า เดี๋ยวเย็นหมด”

จบคำร่างสูงโปร่งในชุดเดรสทรงสอบอวดสะโพกกลมกลึงก็ผลักประตูไม้มะฮอกกานีเข้าไป เอกอักษรถอนหายใจยาว แล้วจึงเดินเลยไปเข้าห้องน้ำ

มุกแรกไม่สำเร็จ  เธอยืนเกาะอ่างล้างหน้า มองไปมองมาหาแผนสอง แต่คิดเท่าไหร่ก็ไม่ออก จึงกลับออกมา แล้วในตอนนั้นเอง เธอก็เห็นพี่เป้ยออกมาจากห้องท่านประธาน ก้าวเร็วไปยังห้องครัว มีเสียงดังลอดออกมาว่า

“คุณป้าขา หนูรบกวนช่วยไปเก็บเศษแก้วในห้องคุณคิมให้หน่อยได้ไหมคะ พอดีแก้วชาตกแตกน่ะค่ะ”

ครู่เดียว พี่เป้ยก็เลี้ยวกลับมาที่โต๊ะทำงาน เอกอักษรรีบก้าวเร็ว ๆ ผ่านแว่บเข้าครัวไป เจอคุณป้าแม่บ้านกำลังถือที่ตักผงกับไม้ม็อบถูพื้น

เธอส่งยิ้มหวานแล้วปรี่ไปหา “คุณป้าขา มาค่ะหนูช่วย”

คุณป้าแม่บ้านผู้ยิ้มยาก มีสีหน้าเหมือนเห็นหมากินสับปะรด “ช่วยอะไรคะ”

“ก็… ช่วยเก็บกวาดห้องท่านประธานไงคะ ได้ยินว่ามีแก้วแตก เดี๋ยวบาดมือคุณป้าแย่เลย”

“อุ๊ย ไม่ต้องหรอกค่ะคุณ ป้าเก็บเองได้ค่ะ เป็นหน้าที่อยู่แล้ว”  คุณป้าขยับรีบเดินออก เธอก็รีบมาขวางไว้ไม่ลดละ

“ไม่เป็นไรจริง ๆ ค่ะป้า เอาอย่างนี้ เราเข้าไปด้วยกัน  หนูเก็บเศษแก้ว คุณป้าถูพื้น ช่วยกันดีไหมคะ จะได้เสร็จเร็ว ๆ”

คราวนี้คุณป้าขมวดคิ้ว หน้าตึง “ถ้าอยากให้เสร็จเร็ว คุณก็อย่ามาขวางดีกว่าค่ะ ป้าไปก่อนนะคะ ชักช้าเดี๋ยวป้าจะโดนท่านดุ”

แล้วร่างท้วมกลมก็เบียดผ่านตัวเธอไปพร้อมกับไม้ม็อบและที่ตักผงที่กระทบกันโช้งเช้ง เอกอักษรถอนใจอีกครั้งเมื่อแผนสองล่มไม่เป็นท่า แถมโดนด่าอีกต่างหาก เป็นอันว่าคงต้องคอตกกลับเข้าโซนทำงานไป เดี๋ยวรอเก็จดาวกลับมาแล้วค่อยสืบจากลายมือของเพื่อนก่อนก็ได้ ใจเย็นหน่อยนะเอกอักษร

แต่ก่อนจะกลับไปถึงโต๊ะของตัวเอง พี่เติ้งก็เรียกไว้เสียก่อน

“เอ พี่รบกวนหน่อยสิ” หัวหน้าทีมหนุ่มยื่นเอกสารให้สองสามฉบับ “ช่วยเอาไปส่งให้คุณเป้ยหน่อยนะ บอกว่าใส่แฟ้มส่งให้คุณคิมเซ็น”

โอกาสมาถึงแล้ว… เอกอักษรรับมา พยายามตีสีหน้าเรียบเฉย เดี๋ยวพี่เติ้งจะงงว่าไปส่งเอกสารแค่นี้จะดีใจทำไม เธอรีบจ้ำไปหาเปรมยุดาก็พอดีกับที่คุณคิมหันต์เปิดประตูออกมาจากห้องทำงานจนเกือบจะชนกันเข้า เธอชะงักเท้าแล้วกล่าวสวัสดีเสียงอ่อย คุณคิมหันต์ในวันนี้ใส่สูทสีน้ำเงินเข้มเข้ากับกางเกงสแล็กส์ เนี้ยบทุกกระเบียดนิ้วเช่นเคย เขาก้มศีรษะให้นิดหนึ่งแล้วก้าวเดินท่วงท่ามั่นใจอันเป็นบุคลิกประจำตัวไปทางลิฟต์

เอกอักษรมองตามอึดใจหนึ่งก็รีบมาที่โต๊ะเปรมยุดา เลขาสาวกำลังรีบร้อนเก็บของบนโต๊ะพัลวัน

“ขอโทษทีจ้ะเอ มีอะไรด่วนไหม พี่ต้องรีบไปประชุมกับคุณคิมน่ะ”

“เอ่อ พี่เติ้งให้เอาเอกสารมาให้พี่เป้ยใส่แฟ้มส่งคุณคิมน่ะค่ะ”

พูดไม่ทันจบประโยคดี แฟ้มปกแข็งสีน้ำตาลก็มาวางตรงหน้า “งั้นเอใส่เองเลยแล้วกันนะ เอาเข้าไปวางบนโต๊ะคุณคิมได้เลย พี่ไปก่อนละ”

จบคำพี่เป้ยก็ออกวิ่งสี่คูณร้อยตรงไปยังลิฟต์ซึ่งเพิ่งจะปิดไปเพราะท่านประธานไม่กดรอ รองเท้าส้นสูงไม่สามารถลดฝีเท้าเธอได้  แต่แล้วเธอก็เหมือนนึกอะไรขึ้นได้จึงจิกปลายเท้าเบรกกะทันหัน แล้วย้อนกลับมาที่โต๊ะ ก็พอดีชนเปรี้ยงเข้ากับตี๋ใหญ่ซึ่งเพิ่งเดินขึ้นบันไดมา ชายหนุ่มทิ้งข้าวของกระจายพื้นเพราะห่วงประคองไม่ให้พี่เป้ยล้มมากกว่า

เอกอักษรรีบตรงไปหาคนทั้งคู่เผื่อว่าจะช่วยอะไรได้บ้าง แต่ไม่ทันไปถึงพี่เป้ยก็ลงลิฟต์ไปแล้ว ส่วนตี๋ใหญ่ก้มเก็บของที่พื้น

“เป็นอะไรไหมแก”

“ไม่เป็นไร” เขาหัวเราะ “ขำเจ๊เป้ย เห็นสวย ๆ เริ่ด ๆ อย่างนี้ก็มีมุมโก๊ะเหมือนกัน นี่เจ๊แกจะไปประชุมแล้วดันลืมสมุดบันทึก เลยวิ่งกลับมาเอา ฉันเพิ่งประชุมเสร็จขึ้นมาพอดีเลยชนกันเข้า สรุปเจ๊แกก็เลยเอาสมุดของฉันไปประชุมแทนก่อน”

เขาเล่าละเอียดเพราะคงไม่เห็นว่าเธอยืนดูเหตุการณ์อยู่ เก็บเสร็จก็เข้าโซนทำงานไป ส่วนเอกอักษรจัดการปฏิบัติภารกิจ คว้าแฟ้มสีน้ำตาลที่พี่เป้ยให้ไว้ รุดเข้าห้องท่านประธานซึ่งบัดนี้ไม่มีใครอยู่

เธอหยิบการ์ดของคุณบัดเดอร์ออกมา ลายมือสวย ๆ บนนั้นเชิญชวนให้เปรียบเทียบหาความจริงเต็มที่ แต่แล้วเธอกลับพบว่า ท่านประธานเก็บเอกสารทุกอย่างบนโต๊ะอย่างเรียบร้อย ตามลิ้นชักก็ล็อกกุญแจไว้ ตู้เก็บของ ชั้นหนังสือข้าง ๆ ก็ล็อกเช่นกัน มีเพียงโน้ตบุ๊กที่ยังเปิดค้างไว้อยู่เท่านั้นที่บ่งบอกว่าท่านประธานจะกลับมา

หญิงสาวทิ้งตัวลงนั่งเก้าอี้ตรงข้ามโต๊ะทำงานอย่างเหนื่อยอ่อน อุตส่าห์หาทางเข้าห้องมาได้แล้ว แต่ก็กลับเหลวเสียนี่ …อย่างนี้จะทำอย่างไรดีล่ะ

คงต้องหาทางเข้ามาอีกทีตอนท่านประธานอยู่… เมื่อคิดได้ดังนั้น เธอก็ผลุนผลันออกมา กลับมาที่โต๊ะตัวเองแล้วคว้าสมุดจดบันทึกสีเขียวเข้มเล่มโปรด แล้ววกกลับเข้าห้องท่านประธานอีกครั้ง

เลยเวลาเลิกงานไปนานจนพนักงานกลับเกือบหมดออฟฟิศ เอกอักษรก็ยังนั่งซุ่มอยู่ที่มุมหนึ่ง คอยมองว่าคุณคิมหันต์กลับมาจากประชุมหรือยัง มันช่างช้านานเสียจนเธอสงสัยว่า ท่านอาจจะลืมปิดโน้ตบุ๊กแล้วกลับบ้านไปแล้วหรือเปล่า จนในที่สุดคุณคิมหันต์ก็ออกจากลิฟต์มา มีเปรมยุดาตามมาไม่ห่าง เอกอักษรรีบก้มหลบหลังพาร์ทิชั่น รอจนท่านเข้าไปในห้องเรียบร้อยก็พุ่งปราดเดียวไปถึงหน้าประตูไม้มะฮอกกานีนั้น แล้วเคาะประตูเป็นเชิงขออนุญาต

“เชิญครับ”

หญิงสาวเปิดประตูเข้าไป ใจตุ้ม ๆ ต่อม ๆ

“อ้าว คุณ…” เขาเอ่ยทักท่าทางประหลาดใจ เพราะไม่บ่อยเลยที่พนักงานเอกสารลูกกระจ๊อกอย่างเธอจะมาคุยงานกับท่านประธานบริษัทโดยตรง

“คือ ดิฉันจะขออนุญาตมาเก็บสมุดคืนค่ะ พอดีลืมสมุดไว้ในห้องนี้น่ะค่ะ”

เอกอักษรยืนเรียบร้อย ส่งยิ้มให้

“อ้อ… เหรอครับ” ผู้เป็นเจ้านายมีสีหน้าสงสัย เขาคงงงว่าสมุดของเธอหลงเข้ามาในนี้ได้ยังไง

“เอ่อ… สมุดของดิฉันคงติดมากับพวกเอกสารมั้งคะ”

คุณคิมหันต์เปิดลิ้นชัก แล้วหยิบปึกเอกสารขึ้นมา  หญิงสาวขออนุญาตเปิดดูผ่าน ๆ ตาคล้ายค้นหาสมุด แต่แท้จริงแล้วพยายามหาลายมือเขาต่างหาก ทว่าเอกสารเจ้ากรรมก็ดันเป็นตัวพิมพ์เรียบร้อยทั้งฉบับ มีแค่ช่องไว้ให้ลงนามแก๊กเดียวเท่านั้น แต่ถึงอย่างนั้น มันจะไม่มีสักใบเชียวหรือที่มีลายมือท่านประธานเขียนอะไรไว้สักประโยค

“เจอไหมครับ” คุณคิมหันต์ถาม ขณะหันไปค้นตู้ด้านหลังอย่างขะมักเขม้น จนเธอชักเกรงใจ

“ยังไม่เจอเลยค่ะ”  เอกอักษรพลิกแล้วพลิกอีก เผื่อจะเจอเบาะแสอะไรบ้าง กระดาษทดเลขสักใบก็ยังดี คิดแล้วเธอก็เอามือตบหน้าผาก สมัยนี้ใครจะมัวมาทดเลขกันอีก

“คุณจำไม่ผิดแน่นะ ว่าลืมอยู่ในห้องนี้ คุณเกสร” เจ้านายหนุ่มหันมาถามเมื่อไม่พบของแปลกปลอมในตู้ส่วนตัว

มือขาวซีดซึ่งกำลังวุ่นวายกับกองกระดาษชะงัก  “เอ่อ ดิฉันชื่อ เอกอักษรค่ะ”

“อ้อ ขอโทษทีครับ คุณเอกอักษร”

หญิงสาวยิ้มให้แล้วตอบว่าไม่เป็นไร ก่อนจะจัดการเฉลยเรื่องโดยยกแฟ้มสีน้ำตาลขึ้น เผยให้เห็นสมุดสีเขียวอันเป็นบันทึกประจำตัววางเด่นอยู่ข้างใต้

“อยู่นี่น่ะเอง พบแล้วค่ะท่านประธาน”  น้ำเสียงเธอไม่ตื่นเต้นนัก คุณคิมหันต์ยังดูตื่นเต้นกว่า

“เจอก็ดีแล้วครับ ห้องผมยิ่งรก ๆ อยู่ ถ้าหายไปคงแย่”

เอกอักษรส่ายหน้าปฏิเสธทันใด ถ้าห้องนี้เรียกว่ารก แล้วโต๊ะของเธอจะเรียกอะไร หญิงสาวช่วยท่านประธานเก็บเอกสารที่รื้อออกมา แม้จะไม่พบลายมือของเขาแต่อย่างน้อยเธอก็รู้แล้วว่า เขาไม่ใช่คุณบัดเดอร์หรอก เพราะถ้าใช่ มีหรือจะจำชื่อเธอผิด ก็ส่งขนมกับการ์ดให้อยู่ทุกวัน

“ช่วงนี้คุณต้องอยู่ทำงานดึกเหรอ” เขาเอ่ยถาม คงเพราะเห็นว่าเลยเวลาเลิกงานนานแล้วแต่ยังไม่กลับ

“เปล่าหรอกค่ะ ดิฉันแค่มารอพบเพื่อหาสมุดเท่านั้นน่ะค่ะ ว่าแต่ท่านประธานงานยุ่งเหรอคะช่วงนี้ ให้ดิฉันช่วยอะไรไหมคะ”  เอกอักษรถามด้วยความจริงใจ แม้รู้ดีว่าลูกน้องปลายแถวอย่างเธอจะเอาปัญญาที่ไหนไปช่วยท่านประธานบริษัทได้  แต่ถึงอย่างนั้น เมื่อเห็นเจ้านายเหน็ดเหนื่อยก็อดถามไม่ได้อยู่ดี อย่างน้อย ๆ หากเขาต้องอยู่ทำงานจนค่ำ แค่ได้ช่วยออกไปซื้อข้าวเย็นมาให้เธอก็ยินดี

คุณคิมหันต์ยิ้ม “ไม่ยุ่งหรอกครับ วันนี้แค่เลิกประชุมช้าเฉย ๆ”

ครั้นแล้วเอกอักษรก็ขอตัวกลับ แต่ก่อนจะออกจากห้อง เธอก็นึกขึ้นได้

“เอ่อ ท่านประธานคะ ดิฉันมีเรื่องจะเรียนท่านค่ะ”

“ครับ” เขาเงยหน้า วางมือจากเอกสารที่กำลังลงนาม

“ที่ท่านประธานให้โอกาส แนะนำตำแหน่งเซลล์ให้” เธอเม้มปากนิดหนึ่ง “ตกลงว่าดิฉันจะสมัครค่ะ”

พูดออกไปแล้วเธอก็โล่งใจ ยิ่งเห็นเขายิ้มพอใจก็รู้สึกดีอย่างบอกไม่ถูก อดคิดฝันไม่ได้ว่า วันข้างหน้าคงมีสักวันที่เธอจะมายืนอยู่ตรงนี้อีกครั้งเพื่อบอกว่า เธอได้เป็นเซลล์แล้วจริง ๆ

Don`t copy text!