Mr. Judo ทุ่มฉันเถอะที่รัก บทที่ 17 : บุคคลลึกลับที่เรียกว่า สปาย

Mr. Judo ทุ่มฉันเถอะที่รัก บทที่ 17 : บุคคลลึกลับที่เรียกว่า สปาย

โดย : แสนแก้ว

Mr. Judo ทุ่มฉันเถอะที่รัก นิยายออนไลน์ของ แสนแก้ว เรื่องราวของ ‘ลูกไม้’ นักกีฏวิทยาสาวที่บังเอิญต้องเข้าไปเป็นสมาชิกเว็บไซต์โสดเสงี่ยมเลี่ยมทองและได้พบกับชายในฝัน เธอต้องทำทุกวิถีทางให้เขาเห็นเธออยู่ในสายตาและรับเธอเข้าไว้ในหัวใจ ปฏิบัติการทุกอย่าง ไม่เว้นแม้แต่ยอมให้เขาทุ่มในสังเวียน! #นิยายสนุกๆ มีให้อ่านที่อ่านเอา

**************************

– 17 –

สนับสนุนอ่านเอาด้วยการสั่งซื้อหนังสือ “ในสวนอักษร” คลิกที่นี่

แสงสว่างจากเสาไฟส่องมาทางเบื้องหลังของชายหนุ่มเกิดเป็นเงาพาดทับลงมา ร่างสูงใหญ่นี้ก็ยิ่งดูมืดทะมึนขึ้น เขาสืบเท้าก้าวมาเชื่องช้า แววตาวาววับราวกับดวงตาพยัคฆ์ร้าย เพลงพนัสได้กลิ่นความอันตราย อยากจะหันซ้ายขวาเผื่อใครผ่านมาแถวนี้จะได้ร้องขอความช่วยเหลือแต่ก็ไม่กล้าแม้แต่จะขยับคอ

“คะ…คุณแสนย์ จะทำอะไรคะ”

“ผมต่างหากที่ต้องถามว่าคุณจะทำอะไรกันแน่” เขาสวนเสียงเครียด “คุณจบถึงปริญญาโท แต่กลับเขียนในใบสมัครแค่ ม.6 คุณระบุว่าที่ทำงานเก่าคือบริษัทเอกชนที่ต่างจังหวัด แล้วมีเหตุผลอะไรต้องเปลี่ยนมาทำงานไกลถึงกรุงเทพ หน้าตาท่าทางของคุณก็ไม่เหมือนคนทำงานทำความสะอาด แล้วจะให้ผมเชื่ออย่างงั้นเหรอว่าคุณมาที่นี่เพื่อเป็นแม่บ้านจริงๆ”

ไม่นึกว่าเจ้าของโรงเรียนอย่างเขาจะตรวจสอบประวัติพนักงานตำแหน่งเล็กๆ อย่างแม่บ้านด้วย หญิงสาวพยายามตั้งสติ พอจะจับความได้ว่า เขาคงไม่พ้นสงสัยในความลับๆ ล่อๆ ของเธออีกเช่นเคย จึงเอ่ยตอบไปว่า

“ก็ในประกาศบอกไว้ว่าคุณสมบัติของแม่บ้านต้องการวุฒิการศึกษาแค่ ม.6 ขึ้นไปนี่คะ ฉันก็เลยใส่ไปแค่ ม.6 ส่วนที่ต้องย้ายมากรุงเทพ ก็เพราะฉันมีน้องสาวเรียนอยู่ที่นี่ จะได้พักกับน้องสาว ไม่ต้องหาที่พักใหม่” หญิงสาวชี้ไปข้างในคอนโดฯ ยืนยันอีกแรงว่าลูกศรอยู่ที่นี่จริงๆ “ส่วนหน้าตาท่าทางของฉัน…อันนี้ก็ไม่ทราบสิคะ”

“ในเมื่อคุณยอมรับแล้วว่าการศึกษาสูงถึงขั้นนั้น แล้วมีเหตุผลอะไรต้องมาเป็นแม่บ้านด้วย เงินเดือนก็น้อย ทำงานใช้แรงงานแบบนี้ ผมไม่คิดว่ามันสมองระดับปริญญาโทของคุณจะใช้หางานได้แค่นี้หรอกนะ”

หญิงสาวกลั้นใจ อยากจะได้ความพลิ้วไหวจากทอรุ้งไว้ใช้บ้างในยามคับขัน แต่ดูท่าจะไม่ได้จากเพื่อนมาเลยสักเสี้ยว

“คุณคิดว่าผมไม่รู้เหรอว่าคอนโดน้องรุ้งอยู่พระรามเก้า” เขาเอ่ยต่อเรียบเย็น “คุณให้น้องรุ้งโกหกว่าบ้านอยู่ทางเดียวกัน ให้น้องรุ้งโกหกว่าพี่ที่ทำงานป่วยแล้วก็รีบปลีกตัวไป เพื่อให้ผมมาอยู่กับคุณตามลำพังอย่างนี้ไม่ใช่เหรอ เพื่ออะไรล่ะครับ ผมก็อยากรู้เหมือนกัน”

“ฉัน…ฉันไม่ได้ใช้ให้รุ้งโกหกคุณนะคะ”

“แต่ผมก็มาอยู่นี่ตามที่คุณต้องการแล้วไง” เขาพูดทันที เพลงพนัสไม่แน่ใจว่าเขากำลังโกรธหรือเปล่า “เอาเป็นว่า เรามาพูดกันตรงๆ ดีกว่า ไหนๆ ผมก็มาอยู่ตรงหน้าคุณนี่แล้ว คุณมีอะไรจะต่อรองกับผมครับ คุณเพลง”

“ต่อรอง? ฉันไม่เข้าใจค่ะว่าคุณหมายถึงอะไร ฉันมาเพื่อทำงานจริงๆ เพราะมาที่นี่ฉันมีเพื่อน มีน้องสาว ฉันอยากทำงานที่นี่จริงๆ ไม่มีอะไรอย่างอื่นเลยนะคะ”

แววตาวาววับของชายหนุ่มบ่งบอกว่าเขาไม่เชื่อเธอเลยสักนิด เขาเอ่ยขึ้นว่า

“คุณเป็นใครครับ”

หญิงสาวอยากจะกลายร่างเป็นหนูเสียให้รู้แล้วรู้รอด จะได้มุดท่อหนีไปให้พ้นจากสายตาคาดคั้นอันน่าอึดอัดคู่นี้เสียที

“ฉันก็ไม่รู้ว่าต้องตอบยังไงคุณถึงจะพอใจ แต่ถ้าให้ตอบละก็…ฉันชื่อเพลงพนัส ชื่อเล่นชื่อเพลง เป็นผู้หญิงธรรมดาที่ไม่เคยคิดร้ายกับคุณหรือว่าใคร จะไม่เชื่อก็ไม่เป็นไร จะพิสูจน์กันก็ได้ เพราะถึงยังไง ฉันก็เป็นแค่แม่บ้านคนหนึ่ง ไม่มีทางเป็นอื่นอยู่แล้วค่ะ”

ใบหน้าขรึมพยักช้าๆ “ได้ ผมจะจำคำตอบของคุณไว้”

เพลงพนัสวางสีหน้าไม่ถูก เขาพูดแบบนี้แสดงว่าไม่เชื่ออีกนั่นแหละ

“ผมแค่คิดว่าเราน่าจะคุยกันได้ ไม่ว่าคุณจะเป็นใคร หรือใครส่งคุณมาก็ตาม เราน่าจะยังต่อรองกันได้อยู่ แต่ถ้ามันเกิดอะไรมากกว่านี้แล้วผมจับได้ว่าเป็นฝีมือคุณละก็…”

เขาหยุดไว้เพียงแค่นั้นราวกับกลัวว่า คำต่อมาที่จะพูดอาจเบาเกินไปเมื่อเทียบกับสิ่งที่จะกระทำจริง ทิ้งไว้เพียงสายตาคมกริบดุจพญาเหยี่ยวที่คงติดตาเธอไปอีกนาน

 

วันรุ่งขึ้นเพลงพนัสมาเปิดโรงเรียนยูโดซันตามปกติ กะว่าทอรุ้งมาเมื่อไรจะต้องปรึกษาเรื่องที่เกิดขึ้นเมื่อคืนให้ได้ แต่ไม่ทันจะได้พูดคุยกัน ก็เกิดเหตุการณ์แปลกประหลาดขึ้นเสียก่อน

จู่ๆ ชัชแสนย์ซึ่งนั่งทำงานกับโน้ตบุ๊กอยู่ที่เคาน์เตอร์ยาวก็ลุกพรวดขึ้น ส่งสัญญาณเรียกโคชโอห์มซึ่งกำลังสอนอยู่ที่เบาะให้ปลีกตัวมาชั่วคราว ทั้งสองดูจอโน้ตบุ๊กแล้วต่างก็มองตากันเองอย่างตกตะลึง

ไม่เพียงเท่านั้น ชัชแสนย์คว้าโน้ตบุ๊กเดินลิ่วไปนั่งที่โซฟาตัวยาว ขณะที่โคชโอห์มผลักประตูห้องฟิตเนสไปตามโคชคนอื่นๆ ซึ่งกำลังเวตเทรนนิงกันอยู่ให้ตามออกมาประชุมที่มุมโซฟา

เพลงพนัสอยากจะเข้าประชุมด้วยจะแย่ แต่รู้ตัวว่าไม่อาจทำได้ จึงทำทีเป็นนั่งจัดตู้อยู่แถวโซฟานั้น กางประตูตู้ออกมากำบังตัว แอบมองแอบฟัง ซึ่งเรื่องราวที่รับรู้และปะติดปะต่อมาได้ ก็ทำให้ต้องตกตะลึงไม่แพ้โคชทั้งกลุ่ม

จู่ๆ โอโนะซังก็ส่งอีเมลมาแคนเซิลเวิร์กช็อปซึ่งกำลังจะจัดในวันเสาร์อาทิตย์หน้า พร้อมกันนั้นในหน้าเพจของสถาบันเดอะไฟเตอร์ก็ยิงโปสเตอร์ประชาสัมพันธ์เวิร์กช็อปสุดสัปดาห์เสียยิ่งใหญ่ และที่น่าตกใจคือ วิทยากรพิเศษก็คือ โอโนะซัง

“นี่มันอะไรกันเนี่ย” โคชโยฮันน์ถามขึ้นเป็นภาษาอังกฤษซึ่งแน่นอนว่าไม่มีใครตอบได้ เพราะเป็นคำถามเดียวกับที่ก้องอยู่ในใจทุกคน

“แกล้งกันชัด ๆ ” โคชหนุ่มอีกคนพูด “ถึงจะอยากเชิญโอโนะซังมาเป็นวิทยากรเหมือนกัน ก็ไม่มีเหตุผลที่จะต้องจัดวันเดียวกันและชิงตัวโอโนะซังไปแบบนี้”

“พวกมันต้องเอาเงินฟาดแน่ๆ” โคชร่างใหญ่เสนอความคิด “มันอาจจะสืบจนรู้ว่าเราให้ค่าตอบแทนโอโนะซังเท่าไร แล้วก็ฟาดกลับไปสองเท่า สามเท่า”

“ผมว่าไม่” โคชโอห์มตอบขรึม “โอโนะซังไม่น่าจะเอาชื่อเสียงตัวเองมาแลกกับเงินค่าสอนเวิร์กช็อปก้อนเล็กๆ ผมว่ามันจะต้องมีเบื้องลึกเบื้องหลัง โทรถามโอโนะซังเลยดีกว่าว่าเกิดอะไรขึ้นกันแน่”

สิ้นคำแนะนำของโคชโอห์ม ชัชแสนย์ก็ลุกออกไปโทรศัพท์ทันที ครู่ใหญ่ที่ทุกคนต่างรอคอยด้วยความอดทนกระวนกระวาย ในที่สุดผู้เป็นเจ้าของสถาบันก็กลับมา

เขาลงนั่งบนโซฟาท่าทางอ่อนล้า หากดวงตานั้นวาวโรจน์

“โอโนะซังบอกว่า เป็นฝั่งเราต่างหากที่ส่งอีเมลไปแคนเซิลเขาก่อน”

ทุกคนต่างตะลึงพรึงเพริด มองตากันไปมาอย่างหาคำตอบมิได้

“ผมเชื่อว่า พวกเราทุกคนไม่มีใครทำอย่างนั้นหรอก” ชัชแสนย์เอ่ยขรึมๆ “เราทุกคนร่วมแรงกายแรงใจสร้างยูโดซันมาด้วยกันอย่างเต็มที่ ผมไม่คิดว่าจะมีใครที่คิดหักหลังยูโดซันอยู่ในกลุ่มพวกเรา”

ชัชแสนย์คลิกกล่องจดหมายส่งออกหรือ sent box ก็ไม่พบอีเมลที่โอโนะซังอ้างว่าเป็นอีเมลขอยกเลิกจากยูโดซันแต่อย่างใด ราวกับว่ามีการเคลื่อนไหวในเงามืดของใครบางคนที่อ้างว่าเป็นยูโดซัน คอยกระทำเรื่องร้ายอย่างที่พวกเราทางนี้ไม่อาจคาดเดาได้

ชายหนุ่มเจ้าของสถาบันกล่าวต่อไปว่า “ตอนที่คุยโทรศัพท์เมื่อกี้ ผมยืนยันว่าทางเราไม่ได้มีเจตนาขอแคนเซิล อาจเป็นความผิดพลาดอะไรบางอย่าง โอโนะซังก็บอกว่าเขาจะฟอร์เวิร์ดอีเมลที่ว่านั่นมาให้ดู  น้ำเสียงเขาดูตกใจมากและฝากขอโทษพวกเราทุกคนด้วย แต่เขาเปลี่ยนกลับมาสอนไม่ได้แล้วจริงๆ เพราะรับเงินจากเดอะไฟเตอร์มาแล้ว”

“เดอะไฟเตอร์ ไอ้หมาลอบกัด” โคชคนหนึ่งคำรามลอดไรฟัน

ทันใดนั้น อีเมลฉบับใหม่จากโอโนะซังก็ส่งมาถึง พวกกลุ่มโคชมุงดูกันใหญ่ เพลงพนัสไม่อาจชะเง้อดูด้วยได้ ได้แต่สังเกตปฏิกิริยาของแต่ละคนแทน

พวกเขาดูจะงุนงงยิ่งขึ้นไปอีก และอาการท่าทางเช่นนั้นบ่งบอกว่า อีเมลที่โอโนะซังอ้างถึงนั้น เป็นอีเมลจากยูโดซันจริงแท้อย่างหาพิรุธไม่ได้

“พวกมันทำได้ยังไงกัน” โคชโอห์มเอ่ยเสียงต่ำ “มันจงใจแฮ็กอีเมลเข้ามา หรือไม่ก็คงจะจ้างแฮ็กเกอร์”

“หรือไม่…” เสียงเย็นเยือกของชัชแสนย์เสริมต่อ “มันอาจจะส่งสปายมาที่นี่”

สิ้นคำนั้นเพลงพนัสซึ่งทำทีเป็นจัดข้าวของจุกจิกในตู้ก็เผลอทำไฟฉายหลุดมือตกพื้น เสียงดังเคร้งสนั่นท่ามกลางความเงียบเสียดแทงจนขนลุกซู่ หญิงสาวค่อยๆ หันไปทางโซฟาก็พบสีหน้าเคร่งเครียดของโคชร่างใหญ่ทั้งกลุ่มหันขวับมาทางนี้เป็นตาเดียว

และโดยเฉพาะอย่างยิ่ง ชัชแสนย์ผู้นำหลักของยูโดซัน บัดนี้เขามองเธอราวกับเสือเจ็บจับจ้องพรานป่าผู้ล่าตนก็ไม่ปาน!

ทั้งที่เพลงพนัสเคยดีใจว่าจะได้เจอคุณแสนย์แทบทุกวัน แต่ยามนี้กลับคิดว่าเป็นโชคร้ายเสียมากกว่า เพราะเธอต้องอดทนต่อสายตาจับผิดและท่าทีเย็นชาของเขาถึงหกวันต่อสัปดาห์ แต่อย่างน้อยก็ยังพอมีช่วงได้พักหายใจหายคอบ้างนั่นคือค่ำวันพฤหัสบดีอย่างตอนนี้ มันเป็นช่วงเวลาเดียวที่สามารถรวมตัวกันได้ระหว่างเพลงพนัส ทอรุ้ง และธัชชัย

“โคตรซวย”

ไอ้ธัชหัวเราะงอหาย จนคนถูกเยาะเย้ยต้องกวาดคีบเบคอนย่างทั้งจานยัดใส่ปากให้มันหุบ ธัชชัยเบี่ยงหลบ ยกตะเกียบชี้หน้า

“มันก็สมควรที่เขาจะไม่ไว้ใจแก และแกก็ต้องยอมรับว่า แกก็ทำตัวให้เขาไม่ไว้ใจด้วย”

“ทำไมวะ แกดูหน้าฉันสิไอ้ธัช หน้าอย่างฉันเนี่ยนะจะคิดร้ายกับใครได้ แล้วฉันไปทำอะไรเขาตอนไหน หา” คนถูกกล่าวหาโวยวายทันที

“แล้วแกคิดว่ามีเด็กจบ ป.โทที่ไหนไปสมัครงานเป็นแม่บ้านบ้าง ถามใจตัวแกเองก็ได้ลูกไม้ว่าถ้าไม่มีผู้ชายคนนั้น แกเคยคิดจะไปเป็นแม่บ้านหรือคนรับใช้จริงๆ ไหม แล้วไหนๆ จะถามใจแล้วนะ ถามไปด้วยอีกข้อว่า แกไปที่โรงเรียนนั่นเพราะอะไรกันแน่”

“เพราะอะไรล่ะ ก็แกเป็นคนบอกให้ไปเจอตัวจริงเขาให้ได้ ไม่ใช่หรือไง”

“นั่นไง นั่นคือวัตถุประสงค์แท้จริงของแกซึ่งไม่ใช่ไปทำงาน คุณแสนย์ของแกเขาไม่ได้โง่นะเว้ย ถึงจะดูไม่ออกว่าแกไม่บริสุทธิ์ใจ แต่ที่เขารับแกเข้าทำงานเนี่ยก็เพราะเขาแมนพอที่จะเจอกับแกตัวต่อตัว”

เพลงพนัสทำหน้ามุ่ย ถอยมากลับชิ้นหมูในเตาย่าง “แล้วฉันจะทำยังไงดีวะแก”

เหมือนทอรุ้งคอยจังหวะอยู่แล้ว รีบตอบเสียงดังฟังชัด “สารภาพไปเลย! ว่ามาที่นี่ก็เพราะชอบพี่แสนย์”

“ถูก! ฉันเห็นด้วย” ธัชชัยพูด แล้วสองคนก็หันไปแปะมือกัน

“บ้าสิ ฉันจะทำอย่างนั้นได้ยังไง”

ทอรุ้งวางตะเกียบแล้วเท้าแขนกับโต๊ะ

“มันก็ดีกว่าตกเป็นผู้ต้องสงสัยให้พี่แสนย์เขาเพ่งเล็งอย่างนี้นะเว้ย นอกจากจะจีบไม่ติดแล้ว แกยังดูแย่ในสายตาเขาอีก ฉันว่าพูดความจริงไปเถอะ ถ้าแกกลัวถูกปฏิเสธก็บอกเขาไปสิว่า แกมาบอกชอบเฉยๆ ไม่ได้ต้องการคำตอบ  ทีนี้ไม่ว่าเขาจะชอบแกหรือไม่ อย่างน้อยมุมมองของเขาก็เปลี่ยนไปว่าแกคือคนที่มาจีบ ไม่ใช่สปาย”

“ใช่” ธัชชัยสำทับอีกแรง “นอกจากแกจะหลุดจากข้อหาสปายแล้ว แกยังได้เริ่มแสดงตัวจีบเขาอย่างเป็นทางการด้วยนะเว้ย ถึงมันจะดูแปลกๆ หน่อยก็เถอะ”

“แปลกยังไงวะไอ้ธัช” ทอรุ้งหันไปถาม กองเชียร์เริ่มแตกเสียงกันเอง

“ผู้ชายไม่ชอบให้ผู้หญิงมาจีบตรงๆ หรอก ชอบให้จีบเนียนๆ อ้อนบ้าง ชวนคุยชวนเล่นบ้าง ผูกพันกันไปมากกว่า”

“ฉันก็ว่างั้นแหละไอ้ธัช” เพลงพนัสพูดบ้าง “ฉันก็อยากให้เป็นแบบนั้นเลยไม่อยากเปิดเผยตัวตอนนี้ ยังไงก็ทำตามที่พวกแกพูดไม่ได้ว่ะ”

เหมือนทุกอย่างจะวนกลับมาจุดเดิมราวกับหลงทางอยู่ในเขาวงกต ทั้งสามกินอาหารต่อเงียบๆ เหมือนต่างคนต่างใช้ความคิด และสุดท้ายก็เป็นฝ่ายธัชชัยที่โพล่งขึ้นก่อน

“งั้นก็มีอีกทาง” เขายกตะเกียบชี้มาทางเพลงพนัส หรี่ตามองอย่างหมายมั่น “แกต้องรีบหาตัวสปายให้เจอ ยิ่งเจอเร็วเท่าไรแกก็จะยิ่งหลุดจากข้อกล่าวหาเร็วเท่านั้น และยังเป็นการทำคะแนน สร้างความประทับใจให้คุณแสนย์ของแกและทุกคนที่ยูโดซันด้วย”

เพลงพนัสถึงกับงับตะเกียบค้าง ต่างกับทอรุ้งที่ตื่นเต้นจนมาเขย่าแขนเพื่อนชายยิกๆ ให้ช่วยกันวางแผน

ชายหนุ่มค้อมตัวมาพูดเสียงเบาราวกับกลัวใครในร้านจะได้ยิน

“เอางี้นะ แกสองคนไปดูอีเมลระหว่างโอโนะซังกับคุณแสนย์ว่ามีอะไรผิดปกติหรือเปล่า ถ่ายรูปมาให้ฉันช่วยดูก็ได้ แต่ถ้าให้ดีฟอร์เวิร์ดอีเมลมาเลย เดี๋ยวฉันช่วยวิเคราะห์ให้ แล้วก็อย่าลืมลบออกจาก sent box ด้วยล่ะ”

เพลงพนัสจ้องหน้าเพื่อนชายอย่างสุดทึ่ง “เจ้าหน้าที่ไอทีอย่างแก ทำอะไรแบบนี้ก็ได้เหรอวะ”

“ก็ต้องลองดู แต่ถึงทำไม่ได้ ฉันก็มีเพื่อนที่ทำได้แหละน่า” ธัชชัยยิ้มกริ่ม

 

หลังเลิกเรียนในค่ำวันหนึ่ง นักเรียนกลับบ้านหมดแล้ว เหลือแต่พวกโคชออกกำลังกายในห้องฟิตเนสซึ่งบัดนี้กลายเป็นของยูโดซันโดยสมบูรณ์ จากที่พยายามติดต่อซื้อขายกันมา พอเจ้าของฟิตเนสเดิมรู้ข่าวผลงานอันยอดเยี่ยมในงานสยามยูโดคัพ การเจรจาก็กลับง่ายขึ้นอย่างไม่น่าเชื่อ

ตอนมาบอกข่าวทุกคนนั้น ชัชแสนย์เน้นย้ำว่า การประเมินสุดยอดสถาบันยูโดประจำปีนี้เขาตั้งเป้าพายูโดซันติดหนึ่งในห้าให้ได้ ดังนั้นจึงต้องพัฒนาทุกด้านทั้งนักกีฬา ผลงาน สถานที่เรียนและสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ ในฟิตเนสมีห้องเก็บของเล็กๆ ชายหนุ่มว่าจะทำเป็นห้องครัว ทำเคาน์เตอร์ ซิงก์ล้างจาน และย้ายตู้เย็นกับตู้เสบียงเข้าไปตั้งในนั้นให้เป็นที่เป็นทาง

‘ดีจังเลย ทุกวันนี้ฉันล้างแก้วในห้องน้ำก็รู้สึกแปลกๆ ยังไงชอบกล’ เพลงพนัสกระซิบทอรุ้งซึ่งยืนฟังอยู่ข้างกัน ส่วนเพื่อนสาวเหล่มองมาด้วยสายตากรุ้มกริ่ม

‘แหม พอมีแกเข้ามาเป็นแม่ครัว เขาก็เนรมิตครัวให้แกเชียวนะ’

‘จะบ้าเหรอ เกี่ยวกันซะที่ไหนเล่า’

ทอรุ้งเปลี่ยนเสื้อผ้าเสร็จมานั่งเล่นโทรศัพท์ที่โซฟา ส่วนชัชแสนย์ซึ่งวันนี้ไม่มีสอนนั่งทำงานอยู่ที่เคาน์เตอร์ยาว เป็นภาพค่อนข้างคุ้นตา เพลงพนัสซึ่งกำลังเติมกรวยน้ำกระดาษข้างตู้น้ำดื่มรู้สึกดีที่วันนี้ชายหนุ่มเอาแต่ยุ่งกับงานในโน้ตบุ๊กตั้งแต่เย็นจนค่ำ เพราะจะได้เป็นเป้านิ่งให้เธอแอบมองบ้าง มากกว่าเป็นฝ่ายจับตามองเธอจนหายใจไม่ทั่วท้องเหมือนทุกวัน

ทันใดนั้น ปลาคาร์พซึ่งอาบน้ำเปลี่ยนชุดเป็นเสื้อยืดกับกระโปรงสั้นจู๋ก็เดินนวยนาดเข้ามาหาชัชแสนย์ ทำเสียงออดอ้อนชวนเขาลงไปหาอะไรกินข้างล่างหน้าตาเฉย

ทอรุ้งซึ่งอยู่ตรงโซฟาจ้องเขม็ง ท่าทางพร้อมลุยเต็มที่ เพลงพนัสใจคอไม่ค่อยดีแต่ยังทำได้แค่สังเกตการณ์ ปรากฏว่าชัชแสนย์พับจอโน้ตบุ๊กแล้วลุกออกมาตามคำชวน ปลาคาร์พเดินเกาะแขนชายหนุ่มหนุงหนิงออกจากยิมไป ตอนเดินผ่านโซฟาก็ยังไม่วายหันมาเบะปากหน้าตายใส่ทอรุ้งซึ่งจ้องตามทุกอิริยาบถอย่างเข่นเขี้ยว

“หน็อย นังปลาคาร์พ วอนเจ๊ซะแล้ว” ทอรุ้งหักนิ้วมือดังกร๊อบแกร๊บ แต่ก็เปลี่ยนมาทำหน้าเฉยอย่างรวดเร็ว “แต่ก็ช่างเทอะ ครั้งนี้ต้องขอบใจมันถึงจะถูก”

“เอ๋ ทำไมล่ะ”

เพื่อนสาวไม่ตอบ แต่พอคล้อยหลังสองหนุ่มสาวนั่นซึ่งเพิ่งลงลิฟต์ไป ทอรุ้งก็ลุกพรวด คว้ามือเธอวิ่งไปยังเคาน์เตอร์ยาวทันที

“ไปเร็วแก!”

ที่แท้ ท้อรุ้งหมายถึงขอบใจที่ปลาคาร์พช่วยพาคุณแสนย์ออกไปจากที่นี่นั่นเอง จะได้เริ่มปฏิบัติการล้วงลับโจรกรรมอีเมลปริศนาเสียที แต่พอเปิดโน้ตบุ๊กของชายหนุ่มขึ้นมาก็พบหน้าจอพื้นสีเข้ม มีช่องแถบขาวเล็กๆ ไว้กรอกพาสเวิร์ด ชัชแสนย์ตั้งล็อกคอมพิวเตอร์ไว้

“พาสเวิร์ดอะไรดีน้า วันเกิด วันก่อตั้งโรงเรียน หรืออะไรดี” ทอรุ้งพึมพำคิดหนัก เท้าแขนสองข้างคร่อมจอ

“รุ้ง ฉันว่าเราค่อยขอคุณแสนย์ดูดีๆ ดีไหม ทำแบบนี้เหมือนไปยุ่งกับของส่วนตัวเขานะ”

“แค่นี้พี่แสนย์ก็ระแวงแกจะแย่อยู่แล้ว ถ้าแกขอดูคอมเขา เขาจะให้แกดูง่ายๆ เหรอ ฉันว่าตอนนี้มาช่วยกันคิดดีกว่าว่าพาสเวิร์ดน่าจะเป็นอะไร เรามีเวลาไม่มาก ไม่รู้ว่าสองคนนั่นไปกินข้าวกันถึงไหน อาจจะแค่ลงไปซื้อมากินข้างบนก็ได้”

“แต่ว่า ถ้าคุณแสนย์จับได้ขึ้นมา…”

“ปัดโธ่ แกจะมาปอดแหกอะไรเอาตอนนี้ เรามีแค่โอกาสนี้โอกาสเดียวเท่านั้นนะเว้ย”

แล้วทั้งสองก็ช่วยกันระดมความคิด ลองใส่รหัสกันหลายครั้งก็ยังไม่สำเร็จ คิดยังไงก็คิดไม่ออกว่าชายหนุ่มเจ้าของเครื่องตั้งรหัสว่าอะไร เวลาล่วงเลยไปจนเริ่มร้อนใจกลัวสองคนนั้นจะกลับมา จึงตกลงกันว่าทอรุ้งจะลงไปดูลาดเลาที่หน้าลิฟต์ชั้นล่าง ส่วนเพลงพนัสก็พยายามใส่รหัสไป ระหว่างนี้ก็ต่อสายโทร. คุยความคืบหน้ากัน

 

ใจจริงปลาคาร์พอยากชวนโคชหนุ่มไปร้านอาหารญี่ปุ่นเปิดใหม่ แต่เขาบอกว่ายังเคลียร์งานไม่เสร็จ ขอซื้อของกินง่ายๆ ในตลาดนัดขึ้นไปกินข้างบนดีกว่า เธอจึงว่าตามนั้น ไม่ขัดข้อง รู้ดีว่านอกจากงานวิศวกรแล้ว เขายังมีเรื่องของยูโดซันต้องคิดต้องทำอีกมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งเรื่องน่าปวดหัวที่ทำให้เขาเงียบขรึมลง…บุคคลลึกลับที่คอยจ้องกลั่นแกล้งพวกเรา ที่เรียกว่าสปาย

แต่พอเดินหิ้วบะหมี่คนละกล่องกับน้ำหวานคนละแก้วกลับมาถึงตึก หญิงสาวก็สังเกตเห็นเงาใครยืนคุยโทรศัพท์ลับๆ ล่อๆ อยู่หน้าลิฟต์

นังรุ้ง…

คุยโทรศัพท์? ทำไมต้องคุยข้างล่าง ไม่คุยข้างบน ไม่ได้สะพายกระเป๋าลงมาแสดงว่ายังไม่กลับ แล้วลงมาทำไม หรือถ้ามารอใครก็น่าจะออกมารอหน้าตึก ไม่ใช่ซุ่มเฝ้าลิฟต์อย่างนี้ ทำยังกับว่ามาแอบสืบแอบส่อง แล้วโทร.รายงานสถานการณ์ให้ใครรู้อย่างนั้นแหละ

ปลาคาร์พเอะใจท่าทางหลุกหลิกนั้น ควงแขนชายหนุ่มขวับ

“พี่แสนย์คะ ปลาว่าเราอ้อมไปเข้าข้างหลัง ขึ้นทางบันไดกันเถอะค่ะ”

 

“เป็นไงบ้างลูกไม้ ได้หรือยัง” เสียงทอรุ้งร้อนรนมาทางโทรศัพท์ เพลงพนัสไม่กล้าตอบว่าตั้งแต่ทอรุ้งลงไปเธอยังไม่ได้กรอกอะไรเลย กลัวว่าใส่ผิดหลายๆ ครั้งเกิดคอมล็อกถาวรจะเป็นเรื่องใหญ่ จึงพยายามไตร่ตรองให้มากที่สุดก่อน

“รุ้ง แกเคยเห็นคุณแสนย์ใส่พาสเวิร์ดไหม เขาใส่ยาวหรือเปล่า กดตัวอักษรหรือตัวเลข กดปุ่มชิฟต์ด้วยไหม”

ทั้งที่พยายามสะกดกลั้นความระทึกร้อนใจแล้ว แต่ปากยังพูดเร็วจนลิ้นรัว

“เฮ้ย จะว่าไปฉันเคยเห็นครั้งหนึ่ง เดี๋ยวนะแก ขอฟื้นความจำแป๊บหนึ่ง” ปลายสายเงียบเสียจนได้ยินเสียงหัวใจตัวเองเต้น กว่าจะตอบมา “ก็ยาวอยู่นะ แล้วก็กดปุ่มชิฟต์ด้วย ใช่แล้ว…เขากดชิฟต์ซ้ายแล้วก็กดตัวอักษรอื่นๆ สามสี่ตัวใกล้ๆ ปุ่มชิฟต์นั่นแหละ จากนั้นก็กดตัวเลขยาวเหยียดเลย”

“ตัวเลขยาวเหยียดเลยเหรอ”

“ใช่ แต่ไม่ได้กดเรียงกันนะ กดสลับไปสลับมา”

เพลงพนัสขบริมฝีปาก แล้วลงมือกรอกรหัสจากเบาะแสเท่าที่มี ครั้นพอกดปุ่ม Enter ก็ปรากฏว่า…หน้าจอโน้ตบุ๊กดับวูบ ก่อนจะกลับมาแสดงผลอีกครั้งด้วยไฟล์งานต่างๆ เต็มจอ

“เฮ้ย! ได้แล้ว!”

“สุดยอด!” ฝ่ายรอลุ้นก็ตื่นเต้นไม่แพ้กัน “แกใส่อะไรลงไปน่ะ”

“จริงๆ ไม่ยากเลยแก ถ้าบอกว่าเป็นตัวอักษรสามสี่ตัวทางซ้าย ก็น่าจะเป็น SAEN ชื่อเล่นของเขานั่นแหละ ส่วนตัวเลขยาวๆ นั่น ถ้าไม่ใช่เลขเรียงที่ตั้งขึ้นมาให้จำง่าย ก็คงเป็นเบอร์โทรศัพท์สิบหลัก แต่มันค่อนข้างเสี่ยงที่จะเอามาตั้งเป็นพาสเวิร์ดเพราะเป็นสิ่งที่คนรู้กันทั่วไป ใครมีเบอร์เขาก็ต้องรู้ จริงไหม”

“แล้วสรุปว่ามันคืออะไรล่ะ”

“ตัวเลขยาวเหยียดที่คนส่วนใหญ่มักจำได้ขึ้นใจ ถ้าไม่ใช่เบอร์โทร ก็เหลืออยู่แค่สองอย่างเท่านั้นคือเลขประจำตัวนักศึกษา หรือไม่ก็เลขบัตรประชาชน”

“หา! นี่อย่าบอกนะ ว่าแกจำเลขบัตรประชาชนพี่แสนย์ได้”

เพลงพนัสหัวเราะ “จำได้ แต่ที่ใส่ไปเมื่อกี้เป็นเลขนักศึกษานะ”

เพื่อนสาวร้องโอ้โฮยาวถึงหน้าปากซอย “แกนี่มันโคนันชัดๆ”

“ไม่หรอก ทุกอย่างที่รู้ก็มาจากแกทั้งนั้นแหละ นักสืบไซเบอร์อย่างแกน่ากลัวกว่าฉันเยอะ ว่าแต่คุณแสนย์กับปลาคาร์พยังไม่มาใช่ไหม”

“ยังไม่เห็นนะ ทางสะดวกโลด ลงมือเลย”

หญิงสาวไม่รีรออีกต่อไป รีบเปิดอีเมลเจ้าปัญหาโดยเร็ว กดฟอร์เวิร์ดส่งต่อเข้าอีเมลของตัวเอง จัดการลบประวัติการส่งครั้งนี้จาก sent box กดล็อกหน้าจอโน้ตบุ๊กตามเดิมแล้วจึงพับฝาลง เป็นอันเสร็จสิ้นภารกิจ

ทว่า ในตอนที่พับฝาลงนั้นเอง เสียงแหลมของใครบางคนก็ผ่าขึ้นกลางความเงียบ

“ทำอะไรน่ะ!”

หัวใจทั้งดวงเหมือนจะร่วงลงไปรวมอยู่กับหัวแม่เท้า หญิงสาวสะดุ้งเฮือก หันขวับไปทางประตูทางเข้าอันเป็นต้นเสียงก็พบปลาคาร์พเคียงคู่มากับชัชแสนย์ ฝ่ายหญิงนั้นตรงรี่เข้ามาหาอย่างเอาเรื่อง

“เธอเองสินะที่เป็นสปาย เป็นคนทำลายพวกเรา”

“ไม่ใช่นะ ฉันเปล่า” เพลงพนัสถอยจนหลังชนตู้

“แก้ตัวหน้าด้านๆ เห็นอยู่ทนโท่ว่าแกน่ะแอบเปิดคอมของพี่แสนย์ และยังให้ยัยรุ้งไปเฝ้าต้นทางอยู่หน้าลิฟต์ข้างล่างด้วย ที่แท้แกก็เป็นสายของเดอะไฟเตอร์กันทั้งคู่เลยสินะ” ปลาคาร์พกล่าวเยาะๆ เหลือบตามองจากปลายเท้าขึ้นมาจ้องหน้า

“ไม่ใช่นะ รุ้งลงไป เอ่อ…ไปตลาดนัด”

“คิดว่าฉันจะโง่เชื่อเธอเหรอ” ปลาคาร์พถลึงตา “คราวที่แล้วส่งเมลไปแคนเซิลโอโนะซัง คราวนี้จะทำอะไรอีกละ ประกาศปิดโรงเรียนเลยไหม หรือยังไง”

“ฉันไม่ได้ทำอะไรจริงๆ ฉันแค่ เอ่อ…” หญิงสาวไม่ถนัดเลยกับการโกหก ยิ่งไม่รู้ด้วยว่าสองคนนี้เห็นเธอทำอะไรมากแค่ไหน แต่ยามจวนตัวเช่นนี้ยังไงก็ต้องลองดู “ฉันทำความสะอาดอยู่ก็เลยย้ายคอมเพื่อจะเช็ดเคาน์เตอร์ ก็แค่นั้นเอง”

ไม่น่าเชื่อว่าปลาคาร์พจะเงียบราวกับจนคำพูด อย่างนี้แสดงว่าเธอมาถูกทาง สองคนนี้อาจจะไม่ได้เห็นอะไรมากเท่าที่กังวลก็ได้

เพลงพนัสสะกดกลั้นลมหายใจ ไม่กล้าหันไปมองใครอีกคนที่อยู่ข้างๆ นักเรียนยูโดสาว แต่ก็ยังรับรู้ได้ถึงกระแสแห่งโทสะอันแรงกล้าแผดมาถูกผิวจนขนลุกเกรียว ครั้นแล้วชายหนุ่มซึ่งเงียบมาตลอดก็คว้าหยิบโน้ตบุ๊กของเขาไปเปิด ราวกับจะบอกว่า ไม่ต้องเสียเวลาคาดคั้นให้มากความ แค่เปิดเช็กดูที่เครื่องก็รู้ได้เองว่ามีใครพูดโกหกหรือเปล่า

เพลงพนัสกลั้นใจมองดูปลายนิ้วแข็งแรงเลื่อนไปมาบนทัชแพด กดคีย์บอร์ดสองสามครั้งด้วยอาการลุ้นจนใจสั่น เหงื่อซึมตามไรผมจนหนาวเยือกแถวต้นคอ ครั้นแล้วเขาก็เลื่อนสายตาจากหน้าจอมาสบตาเธอ ดวงตาคมกล้าของเจ้าของโน้ตบุ๊กช่างร้อนแรง ตรงข้ามกับน้ำเสียงอันเย็นเฉียบที่เอ่ยออกมาว่า

“คุณเพลงครับ ขอเชิญที่ห้องเก็บอุปกรณ์”

Don`t copy text!