ภาพภพ บทที่ 6 : แหม่มพูดไทย

ภาพภพ บทที่ 6 : แหม่มพูดไทย

โดย : ฟารุต

ภาพภพ โดย ฟารุต เรื่องราวของช่างศิลปะชาวอิตาลีที่เข้ามาในช่วงปลายสมัย ร.5 และต้องมาเกี่ยวพันกับเด็กหนุ่มและหญิงชาวไทยจนเกิดเรื่องราวความรักที่ไม่สมหวังนำมาซึ่งความพยาบาทข้ามภพ ตัวละครหลายตัวได้กลับมาเกิดใหม่ แต่ตัวละครหลักที่ผูกจิตไว้กับความแค้นยังตามราวีจนถึงภพปัจจุบัน นวนิยายออนไลน์ที่อ่านเอาอยากให้คุณได้อ่านออนไลน์

เมอร์เซเดส-เบนซ์ 170V สีดำมันวับเคลื่อนผ่านประตูไม้สีเขียวหม่นสู่เงาร่มรื่นเขียวจี ต่างจากความร้อนระอุภายนอกรั้วเหมือนคนละโลก จามจุรียืนต้นสูงตระหง่าน ใบหนาซ้อนเหลื่อมเป็นชั้นกั้นแดดเที่ยงได้เป็นอย่างดี รถแล่นไปตามทางปูกระเบื้องทอดโค้งขึ้นเนิน ผ่านแนวต้นหูกระจงแผ่ใบเขียวเป็นชั้น สลับกับเหลืองปรีดียาธรกำลังผลิดอกเหลืองเจิดจ้าทางด้านซ้ายมือ ถัดไปคือลานหญ้าเขียว มองเลยพ้นคือลำน้ำเจ้าพระยาทอดสายยาวขนานกับทางรถวิ่ง เห็นหลังคาศาลาริมน้ำปูกระเบื้องสีเขียวโผล่พ้นยอดไม้รำไร อเดลลามองผ่านกระจกใสอย่างเพลิดเพลิน อากาศเย็นฉ่ำภายในรถกับบรรยากาศข้างทางทำให้รู้สึกผ่อนคลาย เหลือบมองร่างสูงหลังพวงมาลัย ไม่คิดมาก่อนว่าจะมีโอกาสใกล้ชิดกับบุรฉัตรถึงเพียงนี้ ยิ่งวันที่เขาเอ่ยปากกับเธอหลังเลิกชั้นเรียนเมื่อสองวันก่อน ยิ่งเหมือนฝัน หัวใจพลันหวามขึ้นมา แต่อีกความคิดผุดขวางอย่างรู้ทัน

อย่าคิดไปไกลเลยอเดลลา เขาก็แค่เอ่ยชวนตามมารยาทเท่านั้นแหละ

วันเสาร์ที่จะถึง คุณว่างหรือเปล่า ผมอยากชวนไปที่บ้านเธอจำได้แม่นว่าอึ้งไปชั่วขณะ จ้องใบหน้าเขาอย่างไม่เชื่อหูตัวเอง พอดีคุณย่าจะทำบุญครับ ผมอยากให้คุณได้เห็น ได้ไปร่วมประเพณีไทยบ้าง อีกอย่างจะได้ไปดูภาพวาดของผมด้วย มีภาพใหม่หลายภาพที่ยังไม่เคยมีใครเห็น ผมกลัวว่าพอแสดงงานแล้วอาจมีคนซื้อไป เลยอยากให้คุณได้ชมก่อน

ได้..ได้ค่ะอเดลลาตะกุกตะกัก ดีใจจนบอกไม่ถูก เหตุผลข้อหลังทำให้ตอบรับทันทีโดยไม่ลังเล “แล้ว..คุณเมลินละคะคุณชวนเธอด้วยหรือเปล่า”

“เมย์เค้าไม่ว่างครับ ต้องไปดูการตกแต่งออฟฟิศลูกค้าที่พัทยาครับ” ดลลาโล่งใจ ไม่อยากพบหน้าผู้หญิงหน้างอคนนั้นเลย

แต่คุณคงต้องไปค้างนะครับ เพราะคุณย่าเลี้ยงเพลพระ ผมกลัวคุณจะตื่นไม่ทันบุรฉัตรเห็นอีกฝ่ายตีหน้าสงสัย เขายิ้มแล้วรีบเอ่ย ผมหมายถึง..นิมนต์ เอ๊ย เชิญพระมาฉัน เอ้อ..คือ เชิญพระมาทานข้าวที่บ้านน่ะครับบุรฉัตรพยายามอธิบายด้วยคำง่ายเพื่อให้อีกฝ่ายเข้าใจ หน้าตาท่าทางคงน่าขันไม่น้อย เพราะเห็นอเดลลาอมยิ้ม ทั้งสองสบตาแล้วก็ปล่อยเสียงหัวเราะออกมาพร้อมกัน

ด้วยความยินดีค่ะอเดลลาหน้าแดง พยายามกลั้นหัวเราะ  แต่คงต้องขออนุญาตชวนดาริกาไปด้วยนะคะ

ดีเลยครับ คุณจะได้มีเพื่อนอเดลลาชอบตาเป็นประกายสุกใสของชายหนุ่ม เผลออมยิ้มโดยไม่รู้ตัวเมื่อนึกถึงความรู้สึกตอนนั้น

รถอาจารย์สวยมากเลยค่ะดาริกานั่งยิ้มแป้นบนเบาะหน้า อเดลลาเป็นคนคะยั้นคะยอให้หล่อนไปนั่ง เพราะไม่อยากต้องทนตัวแข็งไปตลอดทาง มองเลยขึ้นไปที่กระจกอย่างไม่ตั้งใจ สบเข้ากับตาคนขับแล้วร้อนวาบทั้งตัว รีบหลบลงด้วยความขัดเขิน

อาจารย์ชอบรถโบราณเหรอคะ หนูก็ชอบ หนูว่ามันคลาสสิกมาก ยิ่งได้มานั่งแบบนี้นะ นึกว่าตัวเองเป็นหม่อมเจ้าหญิงดาริกาดาราราย มีท่านชายขับรถจากในวังมารับไปดินเนอร์ ฮิฮิอย่าถือสาหนูนะคะอาจารย์ หนูแค่พูดเล่นดาริกาเจื้อยแจ้วเสียงใสสลับหัวเราะรื่น

ผมชอบรถโบราณมาก จริงๆคือชอบทุกอย่างที่เป็นของโบราณเสียงทุ้มเอ่ยตอบ

รถเคลื่อนมาจอดเทียบหน้าอาคารหลังใหญ่ บุรฉัตรเปิดประตู ก้าวลงมายืน แต่เมื่อเห็นผู้ร่วมทางยังคงนั่งเงียบ จึงก้มลงไปมองพร้อมเอ่ยขึ้น

ถึงแล้ว เชิญเลยครับ

สองสาวเปิดประตูรถออกมายืน หันไปมองอาคารสูงตระหง่านตรงหน้าด้วยแววตาตื่นตะลึง

อู้หู! นี่บ้านอาจารย์เหรอคะเนี่ย ใหญ่โตโอฬารปานวังดาริกาอุทาน ตาโต ยกสองมือขึ้นแตะข้างแก้ม

อเดลลาเองก็ตะลึงไม่น้อย บ้านของบุรฉัตรใหญ่โตและงดงามจนเกินจะเรียกว่าบ้าน อาคารสองชั้นรูปทรงยุโรปแบบนีโอคลาสสิก ทาสีเหลืองเจิดจ้าอย่างที่เรียกว่าเหลืองมัสตาร์ดหันหน้าไปทางแม่น้ำเจ้าพระยา มีลายปูนปั้นสีครีมอ่อนประดับตามมุมอาคารและซุ้มหน้าต่างสีเขียวหม่น ด้านหน้าตึกมีมุขกว้างยกพื้นสูง ขึ้นลงด้วยบันไดสองข้าง เหนือคูหาโค้งตรงมุขหน้า ตกแต่งปูนปั้นเป็นลวดลายอ่อนช้อย งดงามอลังการเสมือนกำลังยืนอยู่หน้าวังของเจ้านายยุคโบราณก็ไม่ปาน

สวยมาก สวยจริงๆอเดลลาเอ่ย สายตายังจับจ้องสถาปัตยกรรมตรงหน้าไม่วางตา

บ้านเก่าครับ ตั้งแต่สมัยตาทวดผมเสียงบุรฉัตรดังอยู่ไม่ไกล อเดลลาเหลือบแลมองเห็นแขนเสื้อสีฟ้าครามอยู่ห่างกายไปนิดเดียว เข้าไปข้างในดีกว่าครับ จะได้พบคุณย่าด้วย

อ้าว คุณฉัตร ได้ยินเสียงรถ ไม่แน่ใจเลยออกมาดูเสียงจากสตรีสูงอายุร่างท้วม ผิวคล้ำในชุดเสื้อขาวปล่อยชาย คอเสื้อระบายลูกไม้อ่อนหวานเข้าชุดกับผ้าถุงสีน้ำตาลเข้มกำลังก้าวลงมาตามบันใด เจียมนึกว่าเขามาส่งของที่สั่งไว้เสียอีก

แม่เจียมชายหนุ่มเอื้อมมือโอบผู้สูงวัยที่เพิ่งมาถึง อเดลลา าริกา นี่แม่เจียม แม่นมของผมสองสาวยกมือไหว้นอบน้อม อีกฝ่ายรับไหว้ด้วยรอยยิ้มอบอุ่น

ยินดีที่ได้รู้จักคุณแม่เจียมนะคะ หนูชื่อดาริกา ส่วนเพื่อนหนูชื่ออเดลลาค่ะ ฝากเนื้อฝากตัวด้วยนะคะผู้แนะนำตัวยิ้มกว้าง ประสานมือไว้ข้างหน้า

ดิฉัน เอ้อ หนูก็ดีใจเช่นกันค่ะอเดลลายิ้มหวาน

เออแน่ะ แหม่มนี่ พูดไทยเก่งจังแม่เจียมกล่าว

ของที่ต้องใช้ ครบหมดหรือยังครับแม่เจียม ยังไงผมไปซื้อเพิ่มให้ได้นะครับบุรฉัตรเอ่ยถาม

ครบทุกอย่างแล้วค่ะคุณฉัตร ทั้งของถวายพระ ของแห้งปรุงอาหาร เหลือก็แต่เตรียมของไว้ พวกของสดกับดอกไม้ พรุ่งนี้ให้คนไปซื้อแต่เช้าเลยค่ะ เราเลี้ยงเพล เลยไม่ต้องรีบมาก

ผมขอให้อเดลลากับดาริกามาช่วย จะได้เป็นลูกมือชายหนุ่มหันมายิ้มให้สองสาว

ดีเลยค่ะ กำลังหาคนมือเบามาช่วยปั้นลูกชุบ พวกในครัวนั่นมือหนัก สอนกี่ทีก็ไม่เคยจำ ปั้นออกมาบูดๆ เบี้ยวๆ มองไม่รู้ว่าเป็นลูกอะไร อย่าว่าไปถึงถวายพระเลยค่ะ ลำพังใส่จานเลี้ยงแขก ก็ไม่รู้จะมีใครจิ้มเข้าปากหรือเปล่า

อเดลลาสงสัยกับคำว่าลูกชุบนึกเดาเองว่าคงเป็นอาหารชนิดหนึ่งที่ต้องปั้นด้วยมือ ก่อนนำไปปรุง

คุณยายชอบทำเองค่ะ ไม่ชอบซื้อ กลัวจะสกปรก ถวายพระท่าน จะบาปเสียเปล่าๆประโยคหลังแม่เจียมหันมาคุยกับสองสาว

อุ๊ย ลูกชุบเหรอคะ หนูอยากปั้นค่ะดาริกาเสียงแหลมตื่นเต้น

เย็นนี้แหละจ้ะ เดี๋ยวป้าจะสอนให้แม่เจียมกล่าว เอื้อมมือมาจับต้นแขนดาริกา

เข้าไปคุยต่อในบ้านดีกว่าครับ ยืนคุยกันแบบนี้ เมื่อยขาแย่เลยบุรฉัตรเอ่ย เอื้อมมือแตะเอวแม่เจียมให้ออกเดิน

จริงด้วย เจียมก็มัวคุยเพลินหญิงสูงวัยหัวเราะ บุรฉัตรหันมาพยักหน้าให้สองสาวแล้วก้าวนำขึ้นบันใด อเดลลาก้าวขึ้นไปยืนหน้ามุข เหนือศีรษะคือคูหาโค้ง ประดับปูนปั้นเป็นลายเครือเถาพันเกี่ยวกัน ดูอ่อนช้อยจนแทบไม่อยากเชื่อว่าคือปูนปั้น

อเดลลาเดินเคียงดาริกาผ่านประตูใหญ่เข้าสู่ตัวเรือนกว้างขวาง อากาศภายในห้องโถงเย็นเยือกและค่อนข้างสลัว แสงจากหน้าต่างไม่อาจกระจายความสว่างไปได้ทั่ว เธอกวาดตามองเพดานสูง ก้มลงมองพื้น แล้วสิ่งที่สะกดสายตาเอาไว้คือกระเบื้องปูพื้นลายพรม งดงามด้วยโทนสีเขียวหม่น ระบายลวดลายโค้งกลมสีน้ำตาลเข้ม สอดสลับด้วยลายเครือเถาอ่อนหวานสีครีมเหมือนกันทุกแผ่น เมื่อเรียงรายต่อกันทำให้เกิดลวดลายสวยงามเหมือนพรมปูพื้น หญิงสาวมั่นใจว่ากระเบื้องเหล่านี้น่าจะเป็นของเก่าซึ่งปูมาพร้อมกับเมื่อแรกเริ่มสร้างบ้าน

เดล มานี่สิ มัวก้มๆเงยๆอยู่นั่น หาแมลงสาบอยู่รึไงเสียงเรียกของดาริกาทำให้เงยหน้าขึ้น พบว่าคนทั้งหมดกำลังก้าวผ่านประตูไปยังอีกห้องหนึ่ง จึงรีบสาวเท้าตามไป เดินผ่านห้องเล็กทาสีเขียวมะกอกทั้งห้องซึ่งเชื่อมต่อกับห้องโถง มีเพียงโต๊ะไม้ตั้งชิดผนังวางแจกันใบใหญ่เสียบดอกไม้สด สะดุดตาภาพวาดสองภาพแขวนประดับบนผนัง ดูจากสีและฝีแปรง น่าจะเป็นฝีมือบุรฉัตร เธออยากหยุดมอง แต่ด้วยความเร่งรีบจำต้องตัดใจ

คุณย่าละครับบุรฉัตรหันมาถามแม่เจียมขณะที่อเดลลาไปถึงพอดี ทั้งหมดก้าวไปตามระเบียงทอดยาว ขนาบสองข้างคือคือห้องที่ปิดประตูไว้

คุณย่ากำลังเตรียมแกงสายบัวต้มกะทิ ของโปรดคุณอยู่ในครัวแน่ะค่ะแม่เจียมเอ่ยตอบ ชายหนุ่มก้าวนำจนไปจนสุดตัวตึก มีระบียงทางเดินเปิดโล่งเชื่อมไปยังตึกอีกฟากหนึ่ง เขาหยุดยืนอยู่หน้าห้อง แว่วเสียงคนคุยกันมาจากด้านใน

เมื่อกี้ แม่เจียมเรียกฉันว่าอะไรนะดาอเดลลาเอียงหน้าเข้าไปกระซิบถามด้วยความสงสัย อีกฝ่ายตอบกลั้วหัวเราะ

อ๋อ คนไทยชอบเรียกผู้หญิงฝรั่งว่าแหม่ม ไม่ว่าจะสาวจะแก่ ก็เรียกแบบนี้ทุกคนแหละ

สองสาวเดินมาหยุดยืนหน้าห้องพร้อมแม่เจียม อเดลลาและดาริกายิ้มขันเมื่อมองเห็นอาจารย์หนุ่มหันมายกนิ้วชี้แตะริมฝีปากเป็นเชิงห้ามไม่ให้ส่งเสียง เขาเดินย่องไปทางด้านหลังสตรีคนหนึ่งซึ่งยืนง่วนอยู่หน้าเตาแล้วสวมกอด

อุ๊ย ตาเถรเวรตะไลไฟพะเนียง

“ผมเองครับ ใม่ใช่ตาเถร” บุรฉัตรหัวเราะ หอมแก้มผู้เป็นย่าฟอดใหญ่

อ้าว มาตะเมื่อไหร่เนี่ยพ่อฉัตร เล่นเอาย่าตกใจหมดสตรีชราร่างท้วมวางทัพพีในมือลงบนจานข้างเตา หมุนตัวมามองด้วยแววตาอ่อนโยน

เพิ่งมาถึงครับเอ่ยตอบพร้อมกับหอมแก้มผู้เป็นย่าอีกฟอดใหญ่

ฮื้อ ตัวย่าเหนียวเหนอะ เหม็นกลิ่นกับข้าวไปทั้งตัว ดูแน่ะ คนเขายืนมองกันออกเยอะแยะ ไม่อายรึไงหญิงชรายิ้มขัดเขิน

อเดลลายิ้มตาม เธอชอบชายหนุ่มยามนี้ ดูอ่อนโยนเหมือนเด็กชายตัวเล็กขี้อ้อนต่างจากบุคลิกเงียบขรึมเมื่ออยู่หน้าชั้นเรียนเป็นคนละคน

แม่เจียมเป็นคนอารมณ์ดี คุยเก่ง ดาริกาก็ช่างฉอเลาะ จึงเข้ากันได้รวดเร็ว ผลัดกันถามตอบสนุกสนาน ทำให้การทำขนมลูกชุบมีชีวิตชีวา เคล้าเสียงหัวเราะตลอดเวลา อเดลลาสัมผัสถึงความอบอุ่นรอบกายตั้งแต่ก้าวเข้ามาในบ้านหลังนี้ ย่าปรุงยิ้มแย้ม ใบหน้าอิ่มเอิบกับแววตาอ่อนโยนฉายความเมตตาเต็มเปี่ยม ผมหยักศกเป็นลอนขาวโพลน ตัดสั้นเสมอคอ แต่งทรงเรียบร้อยเสริมให้สตรีชราวัยแปดสิบดูภูมิฐาน ทำให้อดคิดถึงย่าของเธอไม่ได้ อเดลลาเพลินกับการปั้นแป้งถั่วเขียวให้เป็นรูปผลไม้ต่างๆ ฝีมือด้านศิลปะช่วยให้การประดิษฐ์ลูกชุบออกมางดงามจนแม่เจียมออกปากชม

เออ หนูแหม่มนี่ มือเบ๊าเบา ปั้นออกมาได้งามเชียว โบราณว่าของถวายพระ ถ้าตั้งใจทำ บุญจะส่งให้ชาติหน้าเกิดมาสวยเหมือนชาตินี้นะหนูดาริกาเหลือบมองแล้วท้วงเสียงดัง

แล้วอย่างหนูละคะ จะได้บุญกับเขาบ้างไหมคะเนี่ย

หญิงกลางคนเอียงคอพินิจก้อนแป้งในมืออวบอูมผู้อ่อนวัยแล้วอมยิ้ม กลมกระปุกหลุกแบบนั้น สงสัยชาติหน้าได้เกิดเป็นโอ่งมังกรเสียละมั้งหนูดาจ๋า

ตายแล้ว แม่เจียม หนูไม่ปั้นแล้ว รอระบายสีกับชุบวุ้นดีกว่าค่ะแม่เจียมกับอเดลลาหัวเราะกับท่าทีกระเง้ากระงอดของผู้พูด

นี่คือครั้งแรกของอเดลลาที่ได้เรียนรู้การทำขนมลูกชุบซึ่งแสนอัศจรรย์ในความรู้สึก นึกชื่นชมผู้ที่คิดสูตรขนมชนิดนี้ ถั่วกวนรสหวานกลมกล่อมเคล้ากลิ่นหอมจากกะทิ ซ่อนมาในรูปผลไม้จำลองหลากชนิด ขนาดเล็กน่ารักและสีสันสวยสด ให้ความสุขทั้งการมองและลิ้มรส

คนไทยโบราณนี่เก่งเนาะ ช่างคิดช่างทำ ดูสิ สวยจนไม่อยากจะกินเลยดาริกานั่งมองขนมเรียงเป็นแถวบนจานตาปริบๆ

ไม่ใช่จ้ะหนูดาย่าปรุงบอก ขนมลูกชุบมีมาตั้งแต่สมัยสมเด็จพระนารายณ์มหาราชโน่นก็จริง แต่พวกโปรตุเกสต่างหากที่ทำขนมลูกชุบเป็นพวกแรกเลย คนที่คิดสูตรก็คือมาดามดอนญา มาเรีย กิอูมาร์ เดอ ปินา แต่คนไทยเรียกกันว่าท้าวทองกีบม้านั่นแหละจ้ะ จริงๆเขาใช้เม็ดอัลมอนด์บดละเอียด กวนกับน้ำตาลและน้ำมันมะกอก แต่สมัยโน้น เมืองไทยคงหาเม็ดอัลมอนด์ได้ยาก ก็เลยเปลี่ยนมาใช่ถั่วเขียวแทน

หนูก็เพิ่งทราบนะคะ หลงเข้าใจว่าเป็นขนมไทยเสียตั้งนานดาริกาเอ่ย

ยังมีอีกหลายอย่างเลยจ๊ะที่เป็นขนมของโปรตุเกส แต่คนมักเข้าใจว่าเป็นขนมไทย อย่างพวก ฝอยทอง ทองหยอด หม้อแกง สังขยา พวกนี้ใช่หมดเลย หนูลองสังเกตดูสิ ขนมไทยโบราณ ส่วนใหญ่จะเป็นแป้ง น้ำตาลแล้วก็กะทิ แต่ถ้ามีไข่และเนยเข้ามาผสมเมื่อไหร่ ก็จะเป็นขนมฝรั่งจ้ะย่าปรุงอธิบาย ประจงวางลูกชุบเรียงบนจานอย่างเป็นระเบียบ

อเดลลานึกชื่นชมคนไทยที่นำวัตถุดิบจากธรรมชาติมาผสมปรุงแต่งในอาหารได้อย่างลงตัวและปราศจากสารพิษ สีน้ำเงินครามของดอกอัญชัน ใบเตยที่นอกจากให้สีเขียวแล้ว ยังเจือกลิ่นหอมอีกด้วย เธอต้องประหลาดใจอีกครั้งบนโต๊ะอาหารมื้อเย็น เมื่อพบว่าก้านของดอกบัวสายหรือ ‘water lily’ ที่เธอรู้จัก สามารถนำมาปรุงเป็นอาหารแสนอร่อยได้ แกงสายบัวเนื้อข้นด้วยกะทิ รสชาติออกหวานปนเปรี้ยวจากน้ำมะขาม ใส่ปลาทูเนื้อนิ่มทำให้เธอรับประทานข้าวได้มากกว่าทุกวัน ดาริกานั้นไม่ต้องพูดถึง เติมข้าวพูนจาน เคี้ยวตุ้ยอย่างเอร็ดอร่อย

คุณย่าขา แกงสายบัวฝีมือคุณย่า อร่อยเลิศเจิดจำรัสเลยค่ะ

ทานเยอะๆเลยหนู นานๆย่าจะลงครัวสักที วันนี้พ่อฉัตรกลับบ้าน ย่าก็เลยทำแกงสายบัวของโปรดเขาจ้ะหญิงชรายิ้ม มองดาริกาอย่างเอ็นดูแล้วมองเลยมาที่อเดลลา เอ่ยถามอย่างห่วงใย

หนูล่ะ อาหารไทยถูกปากบ้างหรือเปล่า เผ็ดไปไหม

ไม่เผ็ดเลยค่ะ อร่อยมากค่ะอเดลลาตอบพร้อมรอยยิ้ม

คุณย่าทำกับข้าวเก่งมากๆเลยค่ะ น้ำพริกนี่ก็อร่อยล้ำดาริกาเอ่ยชมขณะใช้ช้อนกลางตักดอกขจรและถั่วพูลราดกะทิขาวข้นลงในจานของตน แล้วตักน้ำพริกสีแดงเข้มราดลงบนผัก

น้ำพริกต้องชมแม่เจียมเขา เพราะเขาเตรียมเครื่องโขลกเองกะมือ ย่าแค่ช่วยปรุงช่วยชิม” 

โถ ถ้าไม่ได้คุณย่า น้ำพริกก็คงไม่ได้รสหรอกค่ะแม่เจียมถ่อมตัว ยิ้มกว้าง

กับข้าวฝีมือคุณย่ากับแม่เจียม เป็นต้นตำรับจากในวังเก่าเลยนะครับบุรฉัตรยิ้มให้ผู้เป็นย่า

คุณย่าเรียนทำอาหารจากที่ไหนเหรอคะอเดลลารู้สึกสนใจขึ้นมาเมื่อได้ยินคำว่าวังเก่า

โอย ไม่ได้รงได้เรียนจากที่ไหนหรอกจ้ะ คุณยายทวด ท่านเคยเข้าไปอยู่ในวัง ก็เลยได้ตำรับตำราอาหารชาววังมาสอนย่าอีกที ย่าก็ไม่ค่อยตั้งใจเท่าไหร่หรอก แต่ช่วยทำบ่อยๆ มันก็จำไปเอง นี่ยังนึกเสียดายสูตรอาหารอีกตั้งหลายอย่าง จำไม่ได้เสียแล้วย่าปรุงเล่าพลางจิ้มผลไม้จากจานเปลแบ่งใส่จานเล็กตรงหน้า เรื่องคุณยายทวดยาวเป็นแม่น้ำเชียวละ เล่ากันเป็นวันก็ไม่จบ ทานข้าวกันต่อเถอะ เย็นแล้วจะเสียรสหมด



Don`t copy text!